เบื้องหลังความสำเร็จของผู้นำด้านงานพิมพ์ผ้าดิจิทัลครบวงจร ‘PremiumPops’ เกิดจากฝีมือของสองผู้บริหารคนเก่ง ป๊อป วรเกียรติ อานันทนะสุวงศ์ และบอน ก้องกิดากร ขันมณี ที่ปลุกปั้นธุรกิจด้วยนวัตกรรม ความรัก และความจริงใจ
ภายใต้แว่นกันแดดและเสื้อผ้าอาภรณ์อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ คือสองหนุ่มคู่หูรู้ใจ ที่หลายคนมักจะคุ้นหน้าคุ้นตาในงานสังคมต่างๆ
“คนมักมองว่าเราไม่ทำงาน เอาแต่ท่องเที่ยวช้อปปิ้งไปวันๆ” ป๊อปและบอนเริ่มต้นบทสนทนาด้วยเสียงหัวเราะ แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้ คือเรื่องราวเบื้องหลังการทำงานหนักในทุกๆ วันของทั้งคู่ ซึ่งต้องวิ่งเข้าโรงงานที่นครปฐมตั้งแต่เช้า พอช่วงบ่ายก็ต้องไปเก็บงานที่ออฟฟิศเยาวราช ตกเย็นถึงจะได้กระโดดขึ้นรถตู้ แต่งชุดเก๋ๆ และออกไปใช้ชีวิตตามงานอีเวนต์แบบที่ทุกคนเห็นกัน ไม่ใช่เพียงเพราะความสนุก แต่เพื่อเสริมสร้างคอนเน็กชั่นและแรงบันดาลใจที่จะได้กลับมาต่อยอดธุรกิจของตัวเอง
อ่านเพิ่มเติม: กมลา สุโกศล ในวัย 89 ปี กับบทเรียนตลอดชีวิตที่ “หากไม่ Live… ก็ไม่ Learn”

Above สองผู้ก่อตั้ง ‘PremiumPops’ ป๊อป วรเกียรติ อานันทนะสุวงศ์ และบอน ก้องกิดากร ขันมณี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ลูกไม้หล่นไม้ใกล้ต้น
จุดเริ่มต้นของธุรกิจ “PremiumPops” ต้องเล่าย้อนไปถึงครอบครัวของ ป๊อป วรเกียรติ อานันทนะสุวงศ์ ในฐานะเจเนอเรชั่นที่สามของโรงงานพิมพ์ผ้า ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคคุณปู่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาจากประเทศจีน ซึมซับเทคนิคการพิมพ์ผ้าจากพิษณุโลก ก่อนจะมาปักหลักอยู่ที่สำเพ็ง จากนั้นจึงตัดสินใจเปิดโรงงานพิมพ์ผ้าที่พระราม 2 ทั้งผ้าโสร่ง ผ้าปาเต๊ะ กางเกงช้าง และขยายธุรกิจข้ามฝั่งมาเปิดโรงงานที่สองบริเวณวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม เพื่อพิมพ์ผ้าส่งสำเพ็ง ประตูน้ำ รวมถึงตลาดต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย รวมถึงสิงคโปร์
“เราวิ่งเล่นอยู่ในโรงงานตั้งแต่เด็กๆ ด้วยความที่เป็นหลานคนโต ปู่เขาก็อยากให้เข้าโรงงานจะได้เรียนรู้ได้เร็ว ปู่พาเราไปดูการผสมสี แล้วเราก็ต้องทดลองผสมให้เขาดู เราก็เลยรู้ว่า H8B คือสีชมพูบานเย็น H6B คือสีชมพูโอลด์โรส H3B คือสีชมพูแบบมะเหมี่ยว VG คือสีเหลืองทอง ส่วน VR คือสีเหลืองท้อง..ทอง เราก็ได้เรียนรู้เรื่องสี รู้ว่าคู่สีนี้ต้องไปกับสีนี้ถึงจะสวย พอวันอาทิตย์ปู่ก็จะพาเราไปเดินห้าง ไปซื้อตัวอย่างมาเขียนลายเพิ่มเติม ก็ทำให้เรารู้ว่า ลายจุดควรจะมีขนาดใหญ่เล็กในอัตราส่วนเท่าไร พอโตขึ้นเราก็เลยเป็นคนชอบแต่งตัว ชอบสีสัน เพราะเป็นสิ่งที่ซึมซับมาตั้งแต่วัยเด็ก” ป๊อปเล่าย้อนวันวานด้วยสีหน้าและแววตาที่เป็นประกาย
อ่านเพิ่มเติม: เจียรไนชีวิตสู่ความสุข: การตกผลึกทางความคิดในวัย 50 กะรัต ของ สู่ขวัญ บูลกุล

Above ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของ ‘PremiumPops’
จากธุรกิจกงสี สู่ “PremiumPops”
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมการพิมพ์ คือพัฒนาการจากงานพิมพ์สกรีนมือ สู่เครื่องพิมพ์โรตารี่แบบลูกกลิ้ง ก่อนจะเข้าสู่ยุคเครื่องพิมพ์ดิจิทัลที่เริ่มเข้ามาเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ภายหลังการเปลี่ยนผ่านของกล้องฟิล์มสู่กล้องดิจิทัล
“โรงงานของเราเป็นเหมือนกงสี เป็นธุรกิจครอบครัว มีสมาชิกหลายคนที่เข้ามาช่วยดูแลแผนกต่างๆ พอถึงเจเนอเรชั่นที่สาม เราก็มองเห็นโอกาสของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริม ทั้งการคำนวณออกแบบแพทเทิร์น รวมถึงการพิมพ์ ซึ่งก็ได้บอนเข้ามาช่วยดูแลเซ็ตอัพระบบต่างๆ ในช่วงการเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่ยุคดิจิทัล” ป๊อปผายมือไปยังพาร์ทเนอร์คนสำคัญอย่าง บอน ก้องกิดากร ขันมณี ที่เข้ามาช่วยเสริมทัพธุรกิจครอบครัวของเขา

Above สองผู้ก่อตั้ง ‘PremiumPops’ ป๊อป วรเกียรติ อานันทนะสุวงศ์ และบอน ก้องกิดากร ขันมณี ณ งาน Tatler Homes
ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะตั้งบริษัทใหม่ในนาม “PremiumPops” ซึ่งแยกเป็นธุรกิจสำหรับงานพิมพ์ดิจิทัลโดยเฉพาะ โดยบอนเข้ามาช่วยดูแลเรื่องการตลาดและการสร้างแบรนด์ในฐานะ CMO (chief of marketing) รวมทั้งระบบหลังบ้าน เพื่อให้การดำเนินงานต่างๆ เป็นไปด้วยความรวดเร็ว
“สิ่งแรกที่บอนเข้ามาช่วย คือการจัดการ “ใบรายการ” เพื่อให้เกิดการสื่อสารที่ถูกต้องระหว่างแผนกต่างๆ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญของกระบวนการพิมพ์ โดยเริ่มตั้งแต่การสรุปโจทย์จากลูกค้าที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน ก่อนจะนำไปสู่การออกแบบตารางการทำงานที่สอดประสานระหว่างโรงงาน ทีมผลิต ทีมเย็บ และทีมอื่นๆ นอกจากนั้น ก็ยังช่วยดูแลทั้งเฟสบุ๊ก อินสตาแกรม กรุ๊ปไลน์ และระบบไอทีต่างๆ เพื่อให้เกิดการโอนถ่ายงานที่รวดเร็วยิ่งขึ้น”
สำหรับแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อก็มาจาก “หัวเรือใหญ่” ผู้มีคาแร็กเตอร์โดดเด่นเป็นที่น่าจดจำ “บอนว่าคุณป๊อปเป็นคนมีคาแร็กเตอร์ที่น่าสนใจ ใครเห็นครั้งแรกก็จำได้ เพราะฉะนั้นยังไงก็ต้องใช้ชื่อ ‘Pop’ นอกจากนั้นคำนี้ยังหมายถึง popular แต่ที่ต้องเติม s ก็เพื่อให้มีความจีรังยั่งยืน ขายดิบขายดี และเฮงเฮงยิ่งๆ ขึ้นไป (หัวเราะ) ส่วนคำว่า Premium ก็สะท้อนถึงคุณภาพงานพิมพ์ที่พรีเมียม รวมถึงสินค้าพรีเมียมต่างๆ ของบริษัท จึงกลายเป็นชื่อ ‘PremiumPops’ ในที่สุด”

Above ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของ ‘PremiumPops’
ชนะได้ด้วย “นวัตกรรม”
หนึ่งในการเริ่มต้นที่สำคัญของ PremiumPops คือการนำเข้าเครื่องพิมพ์ดิจิทัลจากต่างประเทศเป็นเจ้าแรกๆ เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว โดยเฉพาะเครื่องพิมพ์จากประเทศอิตาลี และประเทศญี่ปุ่น
“เราไปซื้อเครื่องพิมพ์ที่เมืองโคโม่ (Como) ประเทศอิตาลี ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องพิมพ์ที่คุณภาพดีที่สุดในยุคนั้น เหมือนเครื่องที่ใช้พิมพ์ Hermès, Dolce & Gabbana โดดเด่นด้วยความแม่นยำของสีที่เป็นมาตรฐาน สีมีความเข้มและคงทน แม้ค่าขนส่งจะสูงมาก แต่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความแตกต่างและทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในแบรนด์ของเรา”
ป๊อปเล่าว่า ตอนนั้นเขาเชิญลูกค้าและดีไซเนอร์มาดูคุณภาพของงานพิมพ์ที่โรงงานเลยว่า ทำไมราคาจึงแพงถึงหลาละ 600 บาท เมื่อเทียบกับงานทั่วไปที่ไม่ถึงหลักร้อย แต่ถ้าเป็นเมืองนอก ราคาก็จะยิ่งกระโดดไปถึงหลาละ 2,000 บาท เพราะฉะนั้น หากพิมพ์กับ PremiumPops ลูกค้าก็จะได้คุณภาพงานพิมพ์เทียบเท่าอิตาลี ในราคาที่ถูกกว่า แถมไม่ต้องบินไปไกลถึงยุโรปอีกด้วย
“หลังจากนั้นอีก 6 เดือน เราก็ซื้อเครื่องพิมพ์จากญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมแห่งความละมุนละม่อม ทั้งโทนสีซอฟต์ พาสเทล การไล่สีที่สวย รวมทั้งมีราคาที่ถูกกว่าเครื่องพิมพ์ของอิตาลี และด้วยระยะทางที่ไม่ห่างจากไทยมากนัก ทำให้สามารถส่งช่างเทคนิคมาเซอร์วิสได้เป็นประจำ”

Above ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของ ‘PremiumPops’
บอนเสริมว่า การตัดสินใจในครั้งนั้นทำให้ PremiumPops กลายเป็นผู้นำที่เซ็ตมาตรฐานใหม่ให้วงการพิมพ์ดิจิทัล รวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตแฟชั่น
“ตอนแรกที่เรามองเห็นโอกาส ความรู้สึกลึกๆ มันยังเต็มไปด้วยความกลัว กลัวว่าจะเวิร์กไหม กลัวว่าลูกค้าจะยอมรับกับราคาได้ไหม แต่ผ่านไปแค่ปีเดียว ผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าก็ทำให้เราสามารถต่อยอดธุรกิจ จนซื้อเครื่องพิมพ์ใหม่ได้ถึง 6 เครื่อง หลังจากนั้นเราก็พยายามเซ็ตมาตรฐานให้สูงขึ้น โดยงานของ PremiumPops จะต้อง ‘ถูก สวย เร็ว ดี และสีต้องไม่ผิดเพี้ยน’ เราอยากให้ลูกค้าทุกคนที่มาใช้บริการกับเรามั่นใจได้ว่า ‘PremiumPops คืองานพรีเมียมจริงๆ’ เขาไม่ต้องมานั่งกังวลและเสียเวลากับรายละเอียดที่หยุมหยิมต่างๆ พอลงงานเสร็จปุ๊บ ก็สามารถไปเที่ยวได้เลย” (ยิ้ม)

Above ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของ ‘PremiumPops’
เราเป็นเหมือน ‘สวนสนุก’ ที่มีเครื่องเล่นหลากหลายให้ลูกค้าได้ทดลอง

Above สองผู้ก่อตั้ง ‘PremiumPops’ ป๊อป วรเกียรติ อานันทนะสุวงศ์ และบอน ก้องกิดากร ขันมณี ณ งาน Tatler Homes
ลูกค้าคือจุดศูนย์กลาง
ปัจจุบันธุรกิจของ PremiumPops แบ่งสัดส่วนออกเป็นงานพิมพ์ 50 เปอร์เซ็นต์ และงานรับผลิตสินค้าพรีเมียมอีก 50 เปอร์เซ็นต์ โดยมีการปรับเปลี่ยนตามเทรนด์และความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา
“สิ่งสำคัญคือ การเข้าใจเบื้องลึกของธุรกิจลูกค้า เพื่อที่เราจะสามารถแนะนำตัวเลือกและวิธีการใหม่ๆ ที่ตรงใจพวกเขาได้มากขึ้น”
ป๊อปยกตัวอย่างว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ เมื่อพิมพ์ผ้ากับ PremiumPops เสร็จ ก็มักจะนำผ้าไปที่โรงเย็บอีกต่อนึง ซึ่งจะมีทั้งเรื่องโลจิสติกส์และต้นทุนเวลาที่เพิ่มขึ้น จึงเกิดแนวคิดในการดึงเด็กฝึกงานที่มีฝีมือกลับมาฟอร์มทีมให้กลายเป็นแผนกตัดเย็บ เพื่อให้บริการแบบครบจบในที่เดียว (one-stop service) ทั้งพิมพ์ ทั้งเย็บ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและต้นทุนได้ ไม่ว่าจะเป็นงานของชำร่วยหรือของพรีเมียม เช่น กระเป๋า ปลอกหมอน หรือผ้าพันคอ
“เรายังเป็นเหมือนสวนสนุกที่มีเครื่องเล่นหลากหลายให้ลูกค้าได้ทดลองออกแบบอะไรใหม่ๆ เช่น ถ้าพิมพ์ดิจิทัลเสร็จ ลองไปเลเซอร์ดูไหม หรืออยากไปติดเฟล็กซ์ สกรีนกาวฟอยล์ หรือสกรีนกากเพชรให้ดูแวววาว คือเรามีตัวเลือกที่หลากหลายกว่าที่อื่น เพราะเรามีทรัพยากรทั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ที่พร้อม โดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง”

Above ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของ ‘PremiumPops’
อีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยขยายฐานธุรกิจได้กว้างขึ้น คือการทำงานแบบข้ามอุตสาหกรรม (cross industry) นอกเหนือจากการพิมพ์ผ้าเพื่อเป็นสินค้าแฟชั่นเท่านั้น
“บอนว่าจริงๆ แล้ว PremiumPops เป็นอะไรได้อีกตั้งเยอะ เราเหมือนเป็นไอศกรีมที่สามารถเติมท็อปปิ้งเข้าไปได้อีกเรื่อยๆ เราขยายไปสู่งานอีเวนต์ รวมถึงของใช้ในบ้าน ล่าสุดเรามีเครื่องพิมพ์วอลเปเปอร์ที่ใช้ในงานตกแต่งภายในได้จริง รวมถึงหมอนเอาท์ดอร์ที่นำไปใช้บนเรือยอชต์หรือริมชายหาด ซึ่งมีสีสันสวยงาม แถมยังกันน้ำ ทนเกลือทนเค็ม และแห้งเร็ว ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีใหม่ของเครื่องพิมพ์ดิจิทัล และเทคนิคการเคลือบป้องกันน้ำของโรงงานดั้งเดิมได้อย่างลงตัว”
ป๊อปยังหยิบยกถึงอุตสาหกรรมดอกไม้ประดิษฐ์ ซึ่งแต่ก่อนต้องนำกลีบที่เป็นผ้า ไปจุ่มสี รอให้แห้ง แล้วนำมาประกอบ แต่เดี๋ยวนี้สามารถพริ้นท์เป็นกลีบดอกออกมาใช้งานได้เลย ทั้งสะดวกและรวดเร็วกว่าแต่ก่อนมาก
“สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการทำงานข้ามอุตสาหกรรม คือโอกาสในการได้มาซึ่งคอนเน็กชั่นที่หลากหลายและกว้างขวางขึ้น รวมถึงการได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคนิคใหม่ๆ จากผู้คนในอุตสาหกรรมอื่น ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานและการให้บริการของ PremiumPops ให้สูงขึ้นด้วยเช่นกัน”

Above ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของ ‘PremiumPops’
หัวใจของสินค้าพรีเมียม
ขึ้นชื่อว่า “PremiumPops” เราอยากรู้ว่าประสบการณ์ในการทำธุรกิจที่ผ่านมา อะไรคือหัวใจสำคัญของการผลิตสินค้าระดับพรีเมียม
“เราว่าคำมั่นสัญญา (commitment) ที่ให้กับลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และหากรับปากแล้วต้องทำให้ได้ วันนี้ก็ต้องเป็นวันนี้ ถ้าสมมติว่าเกิดล่าช้า ก็ต้องรีบขอโทษลูกค้าให้เร็วที่สุด รวมทั้งต้องคุยให้ชัดเจนตั้งแต่แรกว่า อะไรที่ทำได้หรืออะไรที่ทำไม่ได้ เพราะถ้าทำแล้วออกมาไม่สวย เราก็เสียชื่อ ลูกค้าก็เสียเงิน” บอนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
ขณะที่ป๊อปเองย้ำว่า คุณภาพงานต้องมีความสม่ำเสมอ งานที่ผลิตออกมาต้องมีมาตรฐานที่เหมือนกับต้นแบบมากที่สุด
“สุดท้ายสิ่งที่เราอยากได้ คือเราอยากอยู่คู่กับลูกค้า PremiumPops อยากเป็นเหมือนเพื่อน อยากเป็นเหมือนบัดดี้ของลูกค้า อยากได้อะไรบอก อยากได้อะไรเดี๋ยวเราทำให้ แต่เราจะช่วยแนะนำให้ด้วยว่า ถ้าทำแบบนี้ อาจจะไม่โอเค ลูกค้าจะเสียผ้าเยอะ ลองกลับอีกฝั่งดูไหม ลูกค้าจะได้วางจำนวนไอเท็มได้มากขึ้น เราเองก็เซฟเวลา ลูกค้าเซฟต้นทุน ต่างคนต่างช่วยเหลือกัน ไม่ใช่ว่าเราจะเอาแต่งาน เอาแต่ได้ฝ่ายเดียว ส่วนหนึ่งเราก็ต้องมีความจริงใจและความรับผิดชอบด้วย”

Above ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของ ‘PremiumPops’
พาร์ทเนอร์ที่ดี สู่ความสำเร็จที่ดี
เกือบสองทศวรรษของการก่อตั้ง PremiumPops จากการเลือกคว้าโอกาสที่แฝงไปด้วยความกลัว สู่ตำแหน่ง “ผู้นำ” ที่เซ็ตมาตรฐานใหม่ให้วงการพิมพ์ผ้าดิจิทัล คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความสำเร็จในวันนี้เกิดจากความทุ่มเททำงานหนักของพาร์ทเนอร์คนเก่งทั้งสอง
“สิ่งที่เรามักจะย้ำกับตัวเองเสมอ คือ ‘อย่ายืมจมูกคนอื่นหายใจ’ คนที่สอนเรื่องนี้ให้เราคือแม่ ทำให้รู้ว่าเรานี่แหละเป็นที่พึ่งของตัวเอง เราต้องเรียนรู้ให้เยอะ อย่าปิดกั้นความรู้ อย่ากลัวที่จะไขว่คว้าหาโอกาสใหม่ๆ เงินอยู่ในอากาศ ทุกอย่างอยู่ในอากาศหมด อย่ามัวแต่รอฟ้า รอฝน รอรัฐบาล หรือรอใครที่จะมาซัพพอร์ทเรา เราต้องอยู่รอดให้ได้ด้วยตัวเอง ที่สำคัญ ต้องรู้จักอยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อน มีคอนเน็กชั่นที่ดี และรู้จักแบ่งปัน” ป๊อปเผยถึงบทเรียนสำคัญในการทำธุรกิจตลอดหลายปีที่ผ่านมา
“สำหรับบอน เราเชื่อเสมอว่า ไม่มีใครเก่งไปหมดทุกเรื่อง การมีพาร์ทเนอร์ที่ดีจะช่วยเติมเต็มบางสิ่งบางอย่างที่เราขาดและเราไม่รู้ จงอย่ากลัวที่จะทำผิดพลาด เพราะทุกความผิดคือครูของเรา ทุกวันนี้ความสุขของบอนคือ การได้เห็นคุณค่าของการมีงานทำ ซึ่งเป็นงานที่เรารัก เป็นงานที่มีศักดิ์ศรี และเราภูมิใจที่ได้สร้างมากับมือ และแน่นอนว่าความสุขอีกอย่าง คือการได้เห็นลูกค้าที่เราดูแลมาตั้งแต่ต้นยังคงเติบโตอย่างแข็งแรง บางเจ้าเราเจอกันครั้งแรกเมื่อ 15 ปี 20 ปีที่แล้ว แล้ววันนี้เขายังเป็นลูกค้าของเราอยู่ เป็นทั้งเพื่อน เป็นที่ปรึกษา และเป็นเหมือนกับคนในครอบครัวจริงๆ” (ยิ้ม)

Above สองผู้ก่อตั้ง ‘PremiumPops’ ป๊อป วรเกียรติ อานันทนะสุวงศ์ และบอน ก้องกิดากร ขันมณี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)





