Cover Sylvia Earle สวมนาฬิกา Rolex Oyster Perpetual Datejust, เครื่องแต่งกาย SukkhaCitta

Sylvia Earle นักสมุทรศาสตร์ระดับตำนานผู้บุกเบิกโลกใต้ท้องทะเล แม้ในปีที่ 90 แห่งชีวิต เธอยังคงเดินหน้าดำดิ่งสู่ห้วงมหาสมุทรเพื่อปกป้องหัวใจสีน้ำเงินของโลก Tatler ร่วมสำรวจเส้นทางชีวิตที่เธออุทิศตนให้กับการค้นคว้าและอนุรักษ์ พร้อมพูดคุยถึงความเร่งด่วนในการกอบกู้ท้องทะเลก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ผืนน้ำในอ่าวไทยนั้นอบอุ่น ทัศนวิสัยเบื้องล่างค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปตามแสงนวลตา ลึกลงไปเพียงไม่กี่เมตรใต้ผิวน้ำ เงาของสองร่างกำลังดำดิ่งลงสู่เบื้องล่าง ร่างหนึ่งดูปราดเปรียวและเปี่ยมด้วยพลังแห่งวัยเยาว์ ขณะที่อีกร่างหนึ่งนั้นดูมั่นคง สุขุม และสง่างามราวกับราชินีแห่งท้องทะเล นักดำน้ำหนุ่มเหลือบมองเพื่อนร่วมทางของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใส เพราะสตรีที่กำลังแหวกว่ายอยู่เคียงข้างเขานั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ Sylvia Earle นักสมุทรศาสตร์และนักสำรวจชาวอเมริกันผู้เป็นตำนาน เอิร์ลเจ้าของสมญานาม “Her Deepness” ที่คนทั่วโลกต่างยกย่อง เพิ่งฉลองวันเกิดครบรอบ 90 ปีไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทว่าเธอยังคงเคลื่อนไหวใต้ผืนน้ำได้อย่างงดงามและเป็นธรรมชาติ ราวกับว่ามหาสมุทรได้รับรู้และต้อนรับเธอในฐานะส่วนหนึ่งของมัน หลังจากที่เธอใช้เวลาทั้งชีวิตคลุกคลีอยู่กับความลึกลับใต้ท้องทะเล

อ่านเพิ่มเติม: Rolex และ Mission Blue ผนึกกำลังฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลในหมู่เกาะแกบของกัมพูชา

Tatler Asia
Above Sylvia Earle สวมนาฬิกา Rolex Oyster Perpetual Datejust, เครื่องแต่งกาย SukkhaCitta

นักชีววิทยาทางทะเลท่านนี้ใช้เวลาสะสมชั่วโมงดำน้ำมาแล้วมากกว่า 7,500 ชั่วโมง และตัวเลขนี้ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความหลงใหลในธรรมชาติของเธอเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ยังเด็ก ณ ฟาร์มเล็กๆ ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ที่ซึ่งเธอใช้เวลาไปกับการสำรวจผืนป่าและบึงน้ำหลังบ้าน จนกระทั่งเมื่ออายุได้ 12 ปี ครอบครัวของเธอได้ย้ายไปอยู่ที่รัฐฟลอริดา ความอยากรู้อยากเห็นของเธอจึงขยายขอบเขตไปสู่ผืนน้ำที่กว้างใหญ่ยิ่งขึ้น “มหาสมุทรคือสนามเด็กเล่นของฉันค่ะ” เอิร์ลให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Tatler หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจดำน้ำหลายวันที่เกาะหมาก จังหวัดตราด “ก่อนที่ฉันจะมีหน้ากากดำน้ำเสียอีก ฉันก็เริ่มออกสำรวจและพบกับสิ่งมีชีวิตมากมาย ทั้งม้าน้ำตัวน้อย ดอกไม้ทะเล และแน่นอนว่ามีทั้งปลา กุ้ง และปู” ความตื่นตาตื่นใจในครั้งนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความหลงใหลในชีวิตทางทะเล ซึ่งนำไปสู่การคว้าปริญญาเอกด้านสาหร่ายวิทยา (Phycology) จาก Duke University ในปี 1966

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เอิร์ลได้สร้างผลงานอันน่าทึ่งในวงการวิทยาศาสตร์ระดับโลก ทั้งการดำรงตำแหน่งใน Harvard University และ California Academy of Sciences และการเป็นสตรีคนแรกที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ที่ US National Oceanic and Atmospheric Administration นอกจากนี้ เธอยังเป็นเจ้าของผลงานทางวิชาการมากกว่า 250 ฉบับ และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ถึง 32 ใบ เธอมักจะหยิบยกปรัชญาเรียบง่ายของ หลุยส์ อกาซซีย์ (Louis Agassiz) นักชีววิทยาชื่อดังมาใช้เสมอที่ว่า “จงเรียนรู้จากธรรมชาติ ไม่ใช่จากตำรา เพราะธรรมชาติคือครูที่ดีที่สุด”

Tatler Asia
Sylvia Earle in October 1979 on a test dive
wearing a JIM suit in preparation for her recordbreaking
deepest untethered dive off Oahu in
Hawaii.
Above Sylvia Earle ขณะสวมชุดดำน้ำแรงดันสูง เพื่อทดสอบความพร้อมก่อนสร้างสถิติดำน้ำลึกที่สุดในโลกโดยปราศจากสายโยง ณ บริเวณนอกชายฝั่งโออาฮู ฮาวาย ในปี 1979
Tatler Asia
Sylvia Earle,  Rolex Testimonee and founder of Mission Blue, during a visit in 2017 to a Hope Spot at Cabo Pulmo, Los Cabos, Mexico.
Above Sylvia Earle ขณะเดินทางไปเยือน Hope Spot ณ คาโบ ปุลโม ประเทศเม็กซิโก เมื่อปี 2017
Sylvia Earle in October 1979 on a test dive
wearing a JIM suit in preparation for her recordbreaking
deepest untethered dive off Oahu in
Hawaii.
Sylvia Earle,  Rolex Testimonee and founder of Mission Blue, during a visit in 2017 to a Hope Spot at Cabo Pulmo, Los Cabos, Mexico.

และเราก็ได้เห็นเธอลงมือทำตามคำสอนนั้นจริงๆ ระหว่างการดำน้ำร่วมกับเธอและ ติตวน แบร์นิโกต์ (Titouan Bernicot) บริเวณระหว่างเกาะหมากและเกาะกูด ซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งใหม่ของศูนย์อนุรักษ์โครงการ Coral Gardeners องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งก่อตั้งขึ้นในเฟรนช์โปลินีเซียเมื่อปี 2017 โดยแบร์นิโกต์ ชายหนุ่มวัย 27 ปี ได้รังสรรค์หนึ่งในโปรแกรมฟื้นฟูแนวปะการังที่ก้าวล้ำและเปี่ยมด้วยนวัตกรรมที่สุดของโลก และด้วยการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจาก Rolex Perpetual Planet Initiative องค์กรแห่งนี้สามารถเพาะขยายพันธุ์ปะการังได้จำนวนหลายหมื่นต้นในแต่ละปี

Perpetual Planet Initiative เริ่มต้นขึ้นในปี 2019 โดยมีพันธกิจสำคัญในการสนับสนุนและเชิดชูเกียรติเหล่านักสำรวจ องค์กรพันธมิตร นักวิทยาศาสตร์ และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ผู้เปี่ยมด้วยปณิธานอันแน่วแน่ในการพิทักษ์โลกใบนี้ สำหรับการดำเนินงานเพื่อท้องทะเล โครงการนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระยะยาวในการฟื้นฟูแนวปะการัง การต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ตลอดจนการปกป้องพื้นที่วิกฤตที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ตัวอย่างความสำเร็จที่โดดเด่นคือความร่วมมือกับ Mission Blue โครงการอนุรักษ์มหาสมุทรระดับโลกซึ่งก่อตั้งโดยเอิร์ล เพื่อพิทักษ์พื้นที่ทางทะเลที่มีความสำคัญยิ่งต่อระบบนิเวศ หรือที่รู้จักกันในนาม Hope Spots รวมถึงการทำงานเคียงข้างกับกลุ่ม Coral Gardeners และเหล่านักบุกเบิกท่านอื่นๆ ที่ร่วมขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงเพื่อปกป้องมหาสมุทรอย่างสุดกำลังจากแนวหน้า

Tatler Asia
Above Sylvia Earle สวมนาฬิกา Rolex Oyster Perpetual Datejust และเสื้อแจ็กเก็ต SukkhaCitta

ภายใต้ผืนน้ำ เอิร์ลยังคงเคลื่อนไหวด้วยความสุขุม ทว่าเธอมักจะหยุดเป็นระยะเพื่อสำรวจสรรพสิ่งรอบตัวด้วยความสงสัยใคร่รู้อย่างลึกซึ้ง เมื่อใดที่เธอสังเกตเห็นสิ่งที่สะกดสายตา ดวงตาของเธอจะเปล่งประกายผ่านหน้ากากดำน้ำด้วยความตื่นเต้น “เธอหยุดในทุกๆ 50 เซนติเมตรเลยล่ะ” เบอร์นิคอตกล่าวหยอกเย้าด้วยความเคารพรัก “เธอสามารถมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองข้ามไป ไม่ว่าจะเป็นรูเล็กๆ บนพื้นทราย เม่นทะเล หรือฟองน้ำ แม้ผมจะเดินทางมาที่นี่ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แต่การได้มากับเธอกลับทำให้ผมรู้สึกเหมือนเพิ่งเคยมาดำน้ำที่นี่เป็นครั้งแรก”

“แต่สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นปาฏิหาริย์” เอิร์ลตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ “โลกใบนี้คือความมหัศจรรย์ และสิ่งมีชีวิตทุกชนิดก็คือปาฏิหาริย์ ไม่ว่าเราจะกำลังพินิจมองใบไม้สักใบหรือไส้เดือนในดิน เมื่อลองคิดดูว่าพวกมันถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร พวกมันใช้ชีวิตทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไร? กินอะไรเป็นอาหาร? มีอายุขัยยืนยาวแค่ไหน? หรือแม้แต่พวกมันมีความคิดหรืออารมณ์ขันบ้างไหม?”

ในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่มักเริ่มลดบทบาทและก้าวให้ช้าลงตามวัยที่เพิ่มขึ้น แต่สำหรับเอิร์ลนั้นต่างออกไป เธอใช้เวลากว่า 320 วันต่อปีในการเดินทางไปทั่วโลกเพื่อบรรยาย ดำน้ำ พบปะเหล่านักวิทยาศาสตร์และผู้นำระดับโลก รวมถึงการทำงานร่วมกับชุมชนที่ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และออกสำรวจพื้นที่ในมหาสมุทรที่น้อยคนนักจะมีโอกาสได้เห็น สำหรับเอิร์ล การเดินทางอันยาวนานไม่ได้หมายถึงการย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เพราะเธอมองว่า “มันคือสถานที่แห่งเดียวกัน ทั้งหมดคือโลก และคือดาวเคราะห์ดวงเดียวของเรา” เธอเล่าว่าไม่ว่าเธอจะเดินทางไปที่ใด เธอมักจะพบร่องรอยที่คุ้นเคยเสมอ ต้นไม้อาจจะต่างพันธุ์แต่ก็มีความเกี่ยวข้องกัน นกก็ล้วนมาจากสายตระกูลเดียวกัน “ทันทีที่เราก้าวขึ้นเรือที่ประเทศไทย ฉันสังเกตเห็นนกยางสีขาวที่ยืนอยู่ในนาเกลือ มันให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน เพราะนกยางสีขาวเหล่านี้มีทั้งที่ฟลอริดา ที่นี่ และในทุกๆ แห่งทั่วโลก ทุกสรรพสิ่งล้วนเชื่อมโยงกัน แม้จะดูเหมือนว่าฉันเดินทางไปยังที่ต่างๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งหมดคือสถานที่แห่งเดียวกัน... บ้านของเรา” 

Above Rolex presents: Sylvia Earle – Guardian of the Deep

แนวคิดที่มองว่าโลกใบนี้มีชีวิตระบบเดียว ทำให้เธอมองว่ามหาสมุทรแอตแลนติก แปซิฟิก อินเดีย มหาสมุทรใต้ และอาร์กติก แท้จริงแล้วคือผืนน้ำผืนใหญ่เพียงหนึ่งเดียวที่โอบอุ้มชีวิตทั่วทั้งโลกเอาไว้ “ทุกแห่งเชื่อมถึงกัน” เธอย้ำเตือนด้วยความเชื่อที่หล่อหลอมมาตลอดชีวิตจากการสังเกตกระแสน้ำ สายพันธุ์สิ่งมีชีวิต และผลกระทบจากน้ำมือมนุษย์ที่ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก 

แม้จะเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า แต่เส้นทางสู่การเป็นนักวิทยาศาสตร์ของเอิร์ล กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในวัยเยาว์ เธอเคยถูกปรามาสว่าการวาดฝันถึงอนาคตในฐานะนักวิทยาศาสตร์นั้นเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากความเป็นจริงสิ้นดี “ในยุคนั้น สังคมคาดหวังให้ฉันแต่งงาน มีลูก และดูแลครอบครัว หากจะอยากออกไปท้าทายบ้าง อาชีพที่ยอมรับกันก็คือนางพยาบาล ครู หรือแอร์โฮสเตท แต่ฉันจะไปเป็นนักบินหรือหมอไม่ได้ ไม่มีใครมองว่าผู้หญิงสามารถทำอะไรแบบนั้นได้”

ทว่าเอิร์ลไม่เคยยอมแพ้ต่อความฝัน “หากคุณมุ่งมั่นจะทำสิ่งใดแล้ว อย่าปล่อยให้ใครมาขโมยความฝันนั้นไป” ความเด็ดเดี่ยวได้นำพาเธอไปสู่ความสำเร็จที่ไม่มีสตรีคนใดเคยทำมาก่อน รวมถึงการเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ร่วมคณะสำรวจมหาสมุทรอินเดียในปี 1964 ซึ่งเป็นยุคที่ผู้หญิงแทบจะไม่มีโอกาสได้ออกไปปฏิบัติงานวิจัยกลางทะเลลึกเป็นเวลานาน “ตอนนั้นฉันอายุ 29 เราใช้ชีวิตกลางทะเลถึง 6 สัปดาห์ ผู้คนมองว่ามันเป็นเรื่องที่พิเศษมาก ซึ่งฉันก็ยอมรับว่ามันพิเศษจริงๆ แต่ในตอนนั้นฉันไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น เพราะฉันไปที่นั่นเพื่อทำงานในฐานะนักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ในฐานะผู้หญิง”

เราต้องดูแลระบบนิเวศที่คอยค้ำจุนชีวิตเรา เราละเลยเรื่องนี้มาตลอด ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนแปลง

- Sylvia Earle -

Tatler Asia
Above ฝูงฉลามกาลาปากอสที่กำลังแหวกว่ายอยู่นอกชายฝั่งเกาะมัลเปโล ประเทศโคลอมเบีย
Tatler Asia
Above ทัศนียภาพอันโอ่อ่าของแนวชายฝั่งโขดหินบริเวณเกาะนูซา เล็มโบงัน ภายในเขตพื้นที่คุ้มครองทางทะเลนูซา เปนิดา ประเทศอินโดนีเซีย

ในปี 1979 Sylvia Earle ได้สร้างสถิติโลกด้วยการดำน้ำลึกเพียงลำพังโดยไม่มีสายยึดโยง (Untethered Solo Dive) ที่ระดับความลึก 381 เมตร ภายใต้ชุดประดาน้ำแบบหุ้มเกราะ (Atmospheric Diving Suit) และเธอได้ก่อตั้งโครงการ Mission Blue ในปี 2009

สายสัมพันธ์ของเธอกับ Rolex เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1970 ระหว่างการทำโปรเจ็กต์ Tektite II ที่เธอเป็นผู้นำทีมหญิงล้วนอาศัยอยู่ใต้ทะเลเป็นเวลานาน 2 สัปดาห์ ในครั้งนั้นเธอได้รับนาฬิกา Lady-Datejust ซึ่งได้กลายมาเป็นเพื่อนคู่กายที่ไว้วางใจได้ทั้งในและนอกผืนน้ำตั้งแต่นั้นมา และในปี 1982 เธอได้รับการยกย่องให้เป็น Rolex Testimonee เพื่อเชิดชูความสำเร็จอันยิ่งใหญ่และการอุทิศตนเพื่อการสำรวจและอนุรักษ์มหาสมุทร นับตั้งแต่ปี 2014 Rolex ได้ให้การสนับสนุน Mission Blue จนสามารถขยายจำนวน Hope Spots จาก 50 แห่ง เป็น 168 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 55 ล้านตารางกิโลเมตร เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายระดับโลกในการปกป้องมหาสมุทรให้ได้ร้อยละ 30 ภายในปี 2030 เขตพื้นที่คุ้มครองทางทะเลนูซา เปนิดา (Nusa Penida Marine Protected Area) ในอินโดนีเซีย ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จอันโดดเด่นในช่วงปีที่ผ่านมา ในขณะที่พื้นที่สำคัญแห่งอื่นๆ อีกหลายแห่งทั่วโลกก็กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นเขตพื้นที่อนุรักษ์ ด้วยแรงขับเคลื่อนจาก Hope Spots

Tatler Asia
Above ภาพประวัติศาสตร์ของ Sylvia Earle ขณะกำลังก้าวออกจากชุดดำน้ำหุ้มเกราะ ในปี 1979 ภายหลังจากที่เธอสร้างสถิติโลกในการดำน้ำลึกที่สุดเพียงลำพังโดยไม่มีสายยึดโยง
Tatler Asia
Above Sylvia Earle ขณะร่วมเฉลิมฉลองภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจดำน้ำร่วมกับฉลามสีน้ำเงิน บริเวณใกล้เกาะไฟอัล ในหมู่เกาะอะโซร์ส

“ฉันรักการทำงานร่วมกับ Rolex เพราะเรามีความหวังและความเชื่อมั่นตรงกันว่า แม้เวลาจะเหลือไม่มาก แต่เรายังมีเวลาเพียงพอที่จะใช้พลังที่มีเพื่อพลิกฟื้นวิกฤตของโลกใบนี้” เธอกล่าวพร้อมโชว์นาฬิกา Rolex สองเรือนบนข้อมือที่เธอใส่ติดตัวตลอดการเดินทางครั้งนี้ คือ Oyster Perpetual Datejust ที่ข้อมือซ้าย และ Oyster Perpetual Submariner Date ที่ข้อมือขวา “ฉันไม่เพียงแต่ชื่นชมในคุณภาพและความสวยของนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณค่าและความสง่างามขององค์กรที่มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ และร่วมสนับสนุนบุคคลในวงการกีฬา ดนตรี วิทยาศาสตร์ ไปจนถึงการอนุรักษ์อย่างเต็มกำลัง เมื่อครั้งที่ฉันริเริ่มโครงการ Mission Blue ในปี 2009 Rolex คือหนึ่งในผู้สนับสนุนกลุ่มแรกๆ ที่ร่วมผลักดันโครงการ Hope Spots ให้เกิดขึ้นจริง”

เอิร์ลมักจะย้ำเตือนผู้คนเสมอว่า “มหาสมุทรคือผู้ผลิตออกซิเจนมากกว่าครึ่งหนึ่งของชั้นบรรยากาศ ระบบเกื้อกูลชีวิตของโลกใช้เวลาก่อตัวนานหลายร้อยล้านปี แต่กลับถูกทำลายลงในเวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษ” อย่างไรก็ตาม เธอยังคงเปี่ยมไปด้วยความหวัง “ลองส่องกระจก” เธอกล่าว “แล้วถามตัวเองว่า ฉันทำอะไรได้บ้าง? ฉันใส่ใจอะไรบ้าง? และฉันจะทำอะไรได้บ้างเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง?”

เอิร์ลยังระบุอีกว่าความแตกต่างนี้สามารถเริ่มต้นได้จากจุดเล็กๆ อย่างการเก็บขยะบนชายหาดใกล้ตัว เพราะแม้แต่การกระทำที่เรียบง่ายที่สุดก็สามารถจุดประกายให้ผู้อื่นก้าวออกมาลงมือทำตามได้ เธอขยายความว่า “เมื่อเราเห็นใครสักคนลงมือทำบางสิ่งที่ดูน่าสนุก หรือเป็นสิ่งที่ถูกต้องดีงาม เราก็มักจะอยากเข้าไปช่วยเหลือ เช่นเดียวกับยามที่สงครามปะทุขึ้นแล้วผู้คนพากันเข้าร่วม ทว่าพลังในทางกลับกันก็รุนแรงไม่แพ้กัน เพราะความปรารถนาดีนั้นเป็นสิ่งที่สามารถส่งต่อถึงกันได้”

Tatler Asia
Above Sylvia Earle ขณะดำดิ่งสำรวจความมหัศจรรย์ใต้ผืนน้ำ ณ กาโบ ปูลโม ในเม็กซิโก เมื่อปี 2017

ถึงกระนั้น เธอกล่าวว่า “อุปสรรคสำคัญคือผู้คนยังไม่ตระหนักถึงปัญหามากพอเพราะพวกเขายังขาดความเข้าใจที่แท้จริง ซึ่งนั่นคือช่องว่างขนาดใหญ่ หากเราเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าการปกป้องธรรมชาติไม่ใช่เพียงเพื่อตัวธรรมชาติเอง แต่เพื่อความอยู่รอดและความมั่งคั่งของมนุษยชาติ ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนไป โลกต้องดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนเพื่อให้เราดำรงอยู่ได้เช่นกัน ยิ่งเราทำร้ายโลกมากเท่าใด เราก็ยิ่งผลักดันตัวเองไปสู่เส้นทางที่เราไม่อยากให้เป็นมากขึ้นเท่านั้น เราต้องดูแลระบบนิเวศที่คอยค้ำจุนชีวิตเรา เราละเลยเรื่องนี้มาตลอด ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนแปลง” เธอกล่าวเสริมว่าความเข้าใจจะนำไปสู่การปฏิบัติ “เมื่อผู้คนมองเห็นผลกระทบจากการกระทำของตน พวกเขาก็ย่อมมีแนวโน้มที่จะเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง”

เอิร์ลเชื่อว่าขณะนี้เรากำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เราสามารถประจักษ์ถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างถ่องแท้ และเป็นโอกาสแรกที่เราจะเลือกทางเดินใหม่ด้วยความเข้าใจในสถานการณ์อย่างครบถ้วน ในอดีตความเสียหายเกิดขึ้นก่อนที่เราจะมีวิทยาการหรือเครื่องมือเพื่อวัดระดับความรุนแรง แต่ในปัจจุบันเรามีดาวเทียมที่คอยเฝ้าสังเกตปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวจากห้วงอวกาศ และมีหุ่นยนต์ใต้น้ำที่คอยติดตามชีวิตของตัวอ่อนปะการังอย่างใกล้ชิด “เรามีทั้งพลังในการทำลายและพลังในการเยียวยา” เธอกล่าว “ทว่าทุกสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับการได้รับรู้”

Tatler Asia
Above Sylvia Earle สวมนาฬิกา Rolex Oyster Perpetual Datejust และแจ็กเก็ต SukkhaCitta

ลองส่องกระจก แล้วถามตัวเองว่า ฉันทำอะไรได้บ้าง? ฉันใส่ใจอะไรบ้าง? และฉันจะทำอะไรได้บ้างเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง?

- Sylvia Earle -

เอิร์ลหยิบยกเหตุผลแห่งความหวัง 4 ประการของ เจน กูดดอลล์ (Jane Goodall) นักวานรวิทยาชาวอังกฤษผู้ล่วงลับขึ้นมากล่าวถึง ซึ่งประกอบไปด้วย สติปัญญาอันชาญฉลาด จิตวิญญาณอันแน่วแน่ พลังแห่งการฟื้นตัวของธรรมชาติ และพลังขับเคลื่อนจากคนรุ่นใหม่ โดยเธอได้ขยายความว่า “สติปัญญาของมนุษย์นั้นมีความสามารถที่โดดเด่นและเปี่ยมด้วยศักยภาพเหนือสิ่งมีชีวิตอื่นใด แม้เทคโนโลยีจะเป็นเสมือนดาบสองคม แต่หากใช้ให้ถูกทางก็สามารถเป็นพลังสำคัญที่ผลักดันให้เราใส่ใจและลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม จิตวิญญาณของมนุษย์จะนำพาให้เราปกป้องซึ่งกันและกัน ทั้งในส่วนที่เป็นอดีตและสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งธรรมชาติเองก็มีพลังในการเยียวยาตนเองอย่างน่าอัศจรรย์ แม้เราจะทำลายไปมากเพียงใด แต่โลกก็ยังคงมีลมหายใจและพร้อมที่จะฟื้นคืนกลับมาเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือเด็กๆ ในยุคปัจจุบันที่มีความรู้ความเข้าใจมากกว่าคนรุ่นก่อนๆ พวกเขามีศักยภาพที่จะลงมือทำด้วยความรวดเร็วและจินตนาการที่กว้างไกล”

อย่างไรก็ตาม เธอยืนกรานว่าความมองโลกในแง่ดีนั้นต้องมาพร้อมกับความเร่งด่วนในการลงมือทำ เธอกล่าวว่า “ในอีก 50 ปีข้างหน้า เราอาจมองย้อนกลับมายังช่วงเวลานี้แล้วกล่าวชื่นชมตัวเองที่เราตัดสินใจเลือกได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที จนสามารถรังสรรค์อนาคตที่เราปรารถนาได้อย่างแท้จริง หรือในทางกลับกัน เราอาจต้องมองกลับมาด้วยความเสียดายที่ละเลยสิ่งที่ควรทำไป เราจำเป็นต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่ใช่การเปลี่ยนธรรมชาติ แต่คือการเปลี่ยนตัวเราเอง”

ด้วยการอุทิศตนให้กับการสำรวจและอนุรักษ์มหาสมุทรมานานกว่า 6 ทศวรรษ และยังคงดำเนินต่อไปอย่างมั่นคง Sylvia Earle คือภาพสะท้อนของปรัชญาที่เธอเชื่อมั่นและเป็นรูปธรรมของความเปลี่ยนแปลงที่เธอทุ่มเทผลักดันมาตลอดชีวิต แม้จะก้าวสู่ปีที่ 90 ของชีวิต สุภาพสตรีเจ้าของสมญานาม “Her Deepness” ท่านนี้ยังคงออกเดินทางมากกว่า 320 วันต่อปี ทั้งยังคงดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเล ถ่ายทอดวิชาความรู้ เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่น และเดินหน้าปฏิรูปการอนุรักษ์มหาสมุทรในระดับสากล เธอคือข้อพิสูจน์อันประจักษ์ว่า อายุหาใช่พันธนาการสำหรับการก้าวเดินตามปณิธานและความหลงใหลอันแน่วแน่และยั่งยืน

UNDER THE SAME SKY

Tatler เชื่อว่าความลักซ์ชูรีที่แท้จริงของการอนุรักษ์ คือการปกป้องความงามของโลกของเราไว้สำหรับคนรุ่นต่อๆ ไป แคมเปญ Under the Same Sky ขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรม ชุมชน และความคิดสร้างสรรค์ โดยนำเสนอเรื่องราวของผู้ที่ทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมที่งดงาม ระบบนิเวศ นักสำรวจ องค์กร และนักวิทยาศาสตร์ผู้กล้าหาญเหล่านี้ ได้รับการสนับสนุนจาก Rolex Perpetual Planet Initiative และเราตื่นเต้นที่จะได้แบ่งปันนวัตกรรมและแนวคิดของพวกเขา ซึ่งหวังว่าจะช่วยค้ำจุนชีวิตบนโลกนี้ได้ นี่คือความมุ่งมั่นร่วมกันของเรา ที่จะทำให้มั่นใจว่าการอยู่อาศัยบนโลกของเราจะคงอยู่ตลอดไปเหนือกาลเวลา มีความสำคัญยิ่ง และเป็นนิรันดร์


This story was originally written in English by  Annabel Tan

ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 โดย Annabel Tan โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ


 

Credits

สถานที่: Courtyard by Marriott Bangkok Suvarnabhumi Airport
ช่างภาพ: Termsit Siriphanich
อาร์ตไดเร็กเตอร์: Termsit Siriphanich
เมคอัพอาร์ทิสต์: Narisara Srichantraphan
แฮร์สไตลิสต์: Narisara Srichantraphan
ภาพ: Rolex/Bart Michiels (Mexico); Rolex/Pier Nirandara (Nusa Penida); Al Giddings (Hawaii); Rolex/Reto Albertalli (celebrating); Rolex/Camilo Diaz (sharks); Al Giddings (armoured atmospheric diving suit); Rolex/Kip Evans (diving)
ภาพ: Ching (additional digital imaging)

Topics

Natthawut Saengchuwong
Editor-in-Chief, Tatler Thailand
Tatler Asia

ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Tatler Thailand และ Tatler GMT ประจำอยู่ในกรุงเทพฯ เขาเคยเป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสาร GQ Thailand มาก่อน นอกเวลาการทำงานบริหาร เขาใช้เวลาในช่วงวันหยุดกับการสะสมและฟังแผ่นเสียง การตกแต่งบ้านและการดูแลสวนอันเงียบสงบของเขา