ด้วยการสนับสนุนจากโครงการ Perpetual Planet Initiative ของ Rolex ร่วมกับองค์กรอนุรักษ์ทางทะเล Mission Blue กลุ่ม Marine Conservation Cambodia (MCC) กำลังทุ่มเทเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลของหมู่เกาะแกบ (Kep Archipelago) และนำ “พะยูน” สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกินพืชที่แทบสูญหายจากน่านน้ำกัมพูชาให้กลับคืนสู่ท้องทะเลอีกครั้ง
นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา Rolex ได้ผลักดันโครงการ Perpetual Planet Initiative เพื่อสนับสนุนบุคคลและสถาบันที่ใช้ศาสตร์และข้อมูลเชิงลึกในการทำความเข้าใจและรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมร่วมสมัย โครงการริเริ่มนี้ถือเป็นวิวัฒนาการที่สำคัญในการสนับสนุนด้านการสำรวจโลกอันยาวนานของแบรนด์ โดยเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นเพียงแค่การค้นพบ ไปสู่การปกป้องโลกอย่างแท้จริง
การจับมือกับพันธมิตรอย่าง Mission Blue และสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (National Geographic Society) คือการประกาศเจตนารมณ์อันชัดเจนของ Rolex ในการปกป้องเสถียรภาพของระบบนิเวศ โดยเฉพาะการทำงานกับ Mission Blue องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ก่อตั้งโดยนักชีววิทยาทางทะเลชื่อก้องโลกอย่าง Dr. Sylvia Earle ที่ย้ำให้เห็นถึงคุณค่าของระบบนิเวศทางทะเลที่มีความสำคัญทั่วโลก เป้าหมายหลักคือการระบุตำแหน่งและฟื้นฟู “Hope Spots” หรือพื้นที่สำคัญต่อสุขภาพของมหาสมุทร
อ่านเพิ่มเติม: Rolex และ Mission Blue ผนึกกำลังอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอันงดงามแห่งนูซาเปอนีดา

Above องค์กรไม่แสวงผลกำไร Marine Conservation Cambodia (MCC) ได้รับเชิญจากรัฐบาลกัมพูชาให้จัดตั้งฐานปฏิบัติการถาวรบนเกาะโคห์อาชเซห์ ณ ที่แห่งนั้น พวกเขาทำงานตลอดเวลาเพื่อศึกษาและปกป้องสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลโดยรอบ กระทั่งปี 2018 พื้นที่รอบเกาะได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลในฐานะพื้นที่บริหารจัดการการประมงทางทะเล (Marine Fisheries Management Area)
หนึ่งใน Hope Spot ที่กำลังเป็นที่จับตามองคือหมู่เกาะแกบของกัมพูชา โครงการนี้เป็นตัวอย่างเด่นชัดของพลังความร่วมมือ ที่ไม่เพียงปกป้องสมบัติแห่งท้องทะเล แต่ยังส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของพวกเขา
ด้วยพลังสนับสนุนจาก Perpetual Planet Initiative องค์กรอนุรักษ์ท้องถิ่น Marine Conservation Cambodia (MCC) กำลังทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลของหมู่เกาะแกบ พร้อมสร้างโอกาสให้พะยูนที่หาชมยากได้กลับคืนสู่ผืนน้ำอีกครั้ง
ในอดีต ผืนน้ำรอบหมู่เกาะแกบเคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสิ่งมีชีวิตนานาชนิด แต่หลายปีของการทำประมงเชิงอุตสาหกรรมและการลากอวนใต้น้ำได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อทุ่งหญ้าทะเลและแนวปะการัง Paul Ferber อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจจากอังกฤษที่เดินทางมาถึงกัมพูชาในปี 2006 เพื่อสอนดำน้ำ ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการอนุรักษ์ความงามของท้องทะเลเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง จนกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาก่อตั้ง MCC ขึ้นในปี 2008
อ่านเพิ่มเติม: Rolex และ National Geographic ผนึกกำลังเปิดตัว “Perpetual Planet Ocean Expeditions” ปกป้องมหาสมุทรโลก

Above Tanguy Freneat ผู้บริหารจัดการเกาะของ Marine Conservation Cambodia (MCC) มักจะเป็นเจ้าภาพต้อนรับนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และนักอนุรักษ์จากทั่วโลก เพื่อช่วยให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหาที่หมู่เกาะแกบกำลังเผชิญอยู่ และแนะนำแนวทางอันเป็นเอกลักษณ์ในการต่อสู้กับปัญหาเหล่านั้น
ในปี 2013 รัฐบาลกัมพูชาได้เชิญ MCC ให้จัดตั้งฐานปฏิบัติการถาวรบนเกาะโคห์อาชเซห์ (Koh Ach Seh island) ในหมู่เกาะแกบ ที่นั่นเองที่ Rachana Thap นักศึกษามหาวิทยาลัยในขณะนั้น ได้เข้าร่วมกลุ่ม MCC ในฐานะนักศึกษาฝึกงานเป็นเวลาหกเดือน ขณะนั้นเธอกำลังทำวิทยานิพนธ์ด้านชีววิทยาทางทะเลเกี่ยวกับปะการังเทียม และไม่นาน Ferber ก็ได้มอบหมายให้ Thap เป็นผู้นำโครงการติดตั้งปะการังเทียมในหมู่เกาะแห่งนี้
ปะการังเทียมเหล่านี้ประกอบด้วยบล็อกคอนกรีตขนาดสองตัน ทำหน้าที่ทั้งป้องกันการลากอวนและช่วยเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต เมื่อเวลาผ่านไป แนวปะการังเทียมได้โอบอุ้มชีวิตใต้ทะเลให้กลับมามากมาย รวมถึงโลมาอิรวดีและเต่าตนุ ความสำเร็จนี้ทำให้ชาวประมงในจังหวัดกำปอดที่อยู่ใกล้เคียง ร้องขอให้ MCC ติดตั้งโครงสร้างแนวปะการังแบบเดียวกันตามแนวชายฝั่งของพวกเขาด้วย
“ทุกคนบอกว่าจำนวนโลมาเพิ่มขึ้นทันทีหลังติดตั้งแนวปะการังเทียม” Thap กล่าว Ferber ประทับใจในความสำเร็จของโครงการนี้มาก จึงแต่งตั้งให้ Thap เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารของ MCC ต่อไป
จากความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ในปี 2016 รัฐบาลกัมพูชาจึงได้ประกาศพื้นที่บริหารจัดการการประมงทางทะเลแห่งที่สองของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ 72,500 ไร่รอบหมู่เกาะแกบและเกาะน้อยใหญ่อีก 12 แห่ง เพื่อส่งเสริมการประมงยั่งยืนและยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนริมฝั่ง

Above Tanguy Freneat กำลังใช้ควอแดรท (Quadrat - เครื่องมือสี่เหลี่ยมสำหรับนับจำนวนประชากรของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ที่กำหนดไว้) เพื่อสำรวจพื้นผิวของทุ่งหญ้าทะเลในหมู่เกาะแกบ
เมื่อชีวิตกลับมาเจริญงอกงามท่ามกลางปะการังเทียม Thap ก็เริ่มตั้งคำถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำพะยูนซึ่งไม่ได้พบเห็นในน่านน้ำกัมพูชามาเป็นเวลานานหลายปี กลับคืนมาได้ เธอจึงได้ติดต่อ Mission Blue องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้านการอนุรักษ์มหาสมุทรที่ได้รับการสนับสนุนจาก Rolex Perpetual Planet Initiative เพื่อช่วยขยายและตอกย้ำความสำเร็จของโครงการ
ในปี 2019 Mission Blue ประกาศให้หมู่เกาะแกบเป็นพื้นที่ Hope Spot โดยตระหนักว่าที่นี่เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญระดับโลกที่จำเป็นต้องได้รับการปกป้อง “การได้รับการยอมรับจาก Mission Blue เป็นช่วงเวลาที่ทรงคุณค่ามาก” Thap ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการบริหารของ MCC กล่าว “เราได้รับกำลังใจมหาศาลที่ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่เรามีการสนับสนุนจากนานาชาติ”

Above ภาพถ่ายทางอากาศของเกาะโคห์อาชเซห์ในหมู่เกาะแกบ ในปี 2013 Marine Conservation Cambodia ได้รับเชิญจากรัฐบาลกัมพูชาให้จัดตั้งฐานถาวรบนเกาะ และทำงานตลอดเวลาเพื่อศึกษาและปกป้องความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลในพื้นที่แห่งนี้
ปัจจุบัน Thap สามารถขยายการติดตั้งปะการังเทียมได้มากกว่า 300 แห่ง ส่งผลให้ทุ่งหญ้าทะเลกว่า 6,250 ไร่ กลับมาในเวลาเพียงไม่กี่ปี และในปี 2022 สิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เมื่อมีผู้พบเห็นพะยูนพร้อมลูกว่ายผ่านน่านน้ำของหมู่เกาะนี้
“มันปรากฏตัวห่างจากเกาะของเราเพียง 300 เมตร” Thap เล่า “ฉันแทบกลั้นน้ำตาไม่ไหว เราเฝ้าดูมันอยู่หลายชั่วโมง ฉันไม่สามารถอธิบายความรู้สึกนั้นได้ แต่สิ่งนี้แสดงให้เราเห็นว่า ที่เรากำลังทำอยู่นั้นถูกต้องแล้ว” นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การพบเห็นพะยูนในทุ่งหญ้าทะเลที่กำลังฟื้นคืนชีวิตก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้ง Rolex Perpetual Planet Initiative และ Mission Blue ต่างเชื่อในพลังของการมีส่วนร่วมจากคนท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หมู่เกาะแกบคือตัวอย่าง Hope Spot ที่ยอดเยี่ยม และด้วยความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่น MCC มั่นใจว่า งานอนุรักษ์จะช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ “เราทำงานร่วมกับชุมชน เพราะที่นี่คือบ้านของพวกเขา” Thap กล่าว
ขณะที่ชาวประมงต่างยินดีเมื่อเห็นจำนวนสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นในพื้นที่ที่ระบบนิเวศกำลังฟื้นตัว “ชุมชนรักแนวปะการังเทียม และอยากให้เราติดตั้งเพิ่ม”

Above Rachana Thap ผู้อำนวยการบริหารของ Marine Conservation Cambodia (MCC) และ Mission Blue Hope Spot Champion องค์กรไม่แสวงหากำไร MCC ก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อปัญหาเรือประมงเชิงอุตสาหกรรมที่ใช้ตาข่ายถ่วงน้ำหนักและการลากอวนใต้ท้องทะเล ซึ่งเป็นการทำลายทุ่งหญ้าทะเลและแนวปะการังเป็นบริเวณกว้าง และทำลายระบบนิเวศทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง
และนั่นคือสิ่งที่ Thap กำลังดำเนินการอย่างจริงจัง ล่าสุด MCC ได้รับสัญญาจากรัฐบาลกัมพูชาให้ติดตั้งโครงสร้างแนวปะการังเทียมจำนวน 5,000 แห่งตลอดแนวชายฝั่งของกัมพูชาในช่วงห้าปีครึ่งข้างหน้า “มันจะเปลี่ยนภูมิภาคชายฝั่งกัมพูชาอย่างสิ้นเชิง” เธอว่า “ศักยภาพในการฟื้นฟูและนำสัตว์ทะเลกลับคืนมานั้นมหาศาล”
แม้เธอจะอยู่กับ MCC มานานเจ็ดปีแล้ว แต่ Thap รู้สึกว่างานของเธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น “สำหรับฉัน งานนี้ไม่ใช่เรื่องของห้าหรือสิบปี แต่คือพันธกิจตลอดชีวิต”
ด้วยการสนับสนุนและการเผยแพร่ผ่านสื่อโดย Rolex และ Mission Blue ยังช่วยให้เธอได้ขยายขอบเขตการตระหนักรู้เกี่ยวกับงานของเธอและผลกระทบที่เกิดขึ้นไปไกลกว่าหมู่เกาะหรือประเทศกัมพูชา “นี่ไม่ใช่แค่โครงการระดับชาติ แต่มันคือโครงการระดับโลก”
This story was originally written in English by Annabel Tan.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2024 โดย Annabel Tan โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
Credits
ภาพ: Rolex




