Miranda Wang ผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ Rolex Awards กำลังพลิกวิกฤติขยะให้กลายเป็นทรัพยากรล้ำค่าแห่งอนาคต ด้วยนวัตกรรมจากบริษัทของเธอที่ชื่อ Novoloop เธอกำลังเบิกทางสู่ยุคสมัยใหม่แห่งการรีไซเคิลพลาสติกแบบหมุนเวียน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงวิถีการผลิตและการใช้วัสดุของโลกไปตลอดกาล
ณ เมืองสุรัต เมืองอุตสาหกรรมอันคึกคักบนชายฝั่งตะวันตกของอินเดีย โรงงานรูปทรงทันสมัยแห่งหนึ่งกำลังขับเคลื่อนด้วยพลังงานและความมีชีวิตชีวา ภายในอาคาร แขนจักรกลทำงานอย่างลื่นไหลไปตามท่อสเตนเลส หอสูงสำหรับกระบวนการกลั่นตั้งตระหง่านส่องประกายล้อแสงไฟอุตสาหกรรม ขณะที่วิศวกรเคมีในชุดกาวน์สีขาวเฝ้าสังเกตการณ์การไหลเวียนของโพลิเมอร์หลอมเหลว ที่กำลังจะถือกำเนิดใหม่ในรูปลักษณ์ที่แตกต่างไปจากเดิม นี่ไม่ใช่โรงงานธรรมดาทั่วไป เพราะแทนที่จะพึ่งพาน้ำมันดิบหรือเชื้อเพลิงฟอสซิลบริสุทธิ์ สถานที่แห่งนี้กลับบริโภคขยะพลาสติก สิ่งที่เรากำลังดิ้นรนหาทางกำจัดทิ้งในยุคนี้
โรงงานแห่งนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2024 เพียงไม่กี่เดือนหลังจากการประกาศเปิดตัวในเดือนมกราคม นับเป็นความสำเร็จครั้งล่าสุดของ มิแรนดา หวัง (Miranda Wang) ผู้ร่วมก่อตั้ง Novoloop และเจ้าของรางวัล Rolex Awards พันธกิจของผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีชาวแคนาดาผู้นี้ เปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยานพอๆ กับความเร่งด่วน นั่นคือการปฏิวัติวิธีการรีไซเคิลพลาสติกของมนุษยชาติ เพื่อช่วยสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นจริง
สำหรับใครที่พลาดไป: โครงการ Rolex Perpetual Planet Initiative: ผู้นำในการอนุรักษ์มหาสมุทร ร่วมกับ Sylvia Earle และ Coral Gardeners

Above มิแรนดา หวัง ผู้ได้รับรางวัล Rolex Awards ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทวัสดุ Novoloop ได้พัฒนากระบวนการนวัตกรรมในการรีไซเคิลขยะพลาสติก
ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติระบุว่า โลกผลิตพลาสติกราว 400 ล้านตันต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ทว่ามีเพียงร้อยละ 9 เท่านั้นที่ได้รับการรีไซเคิล ส่วนที่เหลือมหาศาลจบลงที่หลุมฝังกลบ เตาเผาขยะ และมหาสมุทร ตกค้างยาวนานนับศตวรรษในรูปแบบไมโครพลาสติกที่แทรกซึมเข้าสู่ระบบนิเวศและร่างกายของเรา ปัญหานี้จึงมิใช่เพียงเรื่องของมลพิษ แต่คือความสูญเปล่ามหาศาลของวัสดุและพลังงานที่มีค่า
ความท้าทายอยู่ที่ธรรมชาติของโพลีเอทิลีน (PE) ซึ่งเป็นพลาสติกที่ผลิตมากที่สุดในโลกด้วยคุณสมบัติที่ราคาถูก ทนทาน และพบได้ทั่วไป แต่กลับยากต่อการรีไซเคิลด้วยวิธีดั้งเดิม ทว่าวิสัยทัศน์ของหวังกลับมองต่างออกไป เธอไม่ได้มองพลาสติกเป็นจุดจบ แต่เป็นทรัพยากรหมุนเวียนที่สามารถแปรรูปได้ไม่รู้จบด้วยพลังแห่งวิทยาศาสตร์
The Plastic Paradox
“ฉันเกลียดการทำลายล้างและความสูญเปล่ามาโดยตลอดค่ะ” หวังกล่าว “ครอบครัวปลูกฝังให้ฉันรักในความงามของธรรมชาติ และฉันต้องการปกป้องสิ่งเหล่านั้นไว้”
หัวใจสำคัญของนวัตกรรมจาก Novoloop คือกระบวนการอัปไซเคิลทางเคมีที่เปลี่ยน PE ให้กลายเป็นวัสดุสมรรถนะสูงที่มีมูลค่า ต่างจากการรีไซเคิลเชิงกลทั่วไปที่เพียงหลอมและขึ้นรูปพลาสติกใหม่เป็นผลิตภัณฑ์เกรดต่ำ วิธีการของ Novoloop จะย่อยสลาย PE ลงลึกถึงระดับโมเลกุลพื้นฐาน หรือที่เรียกว่า Monomers ซึ่งสามารถนำมาประกอบสร้างใหม่เป็นสารประกอบที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง สารเหล่านี้ถูกนำไปสร้างวัสดุอย่าง เทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทน (TPU) ที่มีความทนทาน ยืดหยุ่น และใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่รองเท้าวิ่งไปจนถึงเคสโทรศัพท์

Above เม็ดพลาสติกเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทน (TPU) ของ Novoloop บนสายการผลิต ณ โรงงานของพันธมิตร Huafon Group ในเมืองเวินโจว ประเทศจีน
จากการร่วมมือกับผู้ผลิตสารเคมีเฉพาะทาง โรงงานสาธิตของ Novoloop ในอินเดียประสบความสำเร็จในการเดินเครื่องอย่างต่อเนื่องได้นานถึง 100 ชั่วโมงในปี 2024 โดยสามารถแปลงสภาพขยะ PE ให้กลายเป็นวัสดุคุณภาพเทียบเท่าของใหม่ หมุดหมายสำคัญนี้พิสูจน์ให้เห็นว่ากระบวนการดังกล่าวสามารถทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือในสภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรม ปูทางสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ แต่นี่เป็นมากกว่าความสำเร็จทางเทคโนโลยี มันคือก้าวย่างสำคัญในการนิยามความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับขยะเสียใหม่ แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เคยสร้างมลพิษให้กับโลก สามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังขับเคลื่อนอนาคตที่สะอาดและหมุนเวียนได้
ด้วยการใช้วัตถุดิบรีไซเคิลแทนพลาสติกจากเชื้อเพลิงฟอสซิล กระบวนการของ Novoloop ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะในหลุมฝังกลบและมหาสมุทร แต่ยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ถึงร้อยละ 91 เมื่อเทียบกับกระบวนการแบบเดิม ผลลัพธ์ที่ได้คือความก้าวหน้าที่พิสูจน์ว่า ความยั่งยืนและประสิทธิภาพสามารถดำรงอยู่คู่กันได้ พร้อมสร้างสะพานเชื่อมระหว่างความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ “โรงงานต้นแบบขนาดย่อมนี้ คือพิมพ์เขียวสำหรับโรงงานขนาดใหญ่ระดับโลกในอนาคตค่ะ” หวังกล่าว “โรงงานเหล่านั้นจะไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อผลิตวัสดุมีค่าอีกต่อไปแต่จะบริโภคขยะแทน โดยทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบตลอด 24 ชั่วโมง ในอนาคตเราจะสามารถใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อปิดก๊อกการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และทำให้เศรษฐกิจพลาสติกหมุนเวียนได้อย่างสมบูรณ์”

Above Yao (ซ้าย) และหวังเดินตรวจตราภายในคลังสินค้าอัตโนมัติอันทันสมัยของ Huafon Group ท่ามกลางถุงบรรจุ TPU ที่วางเรียงซ้อนกันสูงตระหง่าน
A Common Purpose
เส้นทางของหวังไม่ได้เริ่มต้นในห้องแล็บ แต่เริ่มจากชมรมรีไซเคิลในโรงเรียนมัธยมที่แคนาดา ที่นั่นเธอได้พบกับ Jeanny Yao เพื่อนรักและหุ้นส่วนทางธุรกิจในอนาคต ทั้งสองแบ่งปันความกระหายใคร่รู้ในวิทยาศาสตร์และความคับข้องใจที่ขยะจำนวนมหาศาลกลับถูกรีไซเคิลเพียงน้อยนิด จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นระหว่างทัศนศึกษาที่โรงงานกำจัดขยะ ท่ามกลางภูเขากองขยะพลาสติก พวกเธอตระหนักได้ทันทีว่าระบบที่เป็นอยู่นั้นล้มเหลว
นับจากวินาทีนั้น ทั้งคู่ตั้งปณิธานที่จะค้นหาหนทางที่ดีกว่า นำไปสู่การก่อตั้ง BioCellection (ซึ่งรีแบรนด์เป็น Novoloop ในปี 2021) ในปี 2015 ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี โดยมุ่งมั่นขัดเกลาความรู้ทางเคมีและเป้าหมายของพวกเธอผ่านงานวิจัยในมหาวิทยาลัยและโครงการเริ่มต้นต่างๆ ปี 2019 ความเพียรพยายามของพวกเธอก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อสามารถย่อยสลาย PE ให้เป็นหน่วยโมเลกุลพื้นฐานได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ในปีเดียวกันนั้น หวังได้รับรางวัล Rolex Award ซึ่งมอบแรงส่งที่ Novoloop ต้องการเพื่อขยายวิสัยทัศน์จากสตาร์ทอัพสู่องค์กรระดับอุตสาหกรรม
ด้วยการสนับสนุนจาก Rolex Perpetual Planet Initiative และการร่วมมือกับผู้ผลิตสารเคมีชั้นนำ Novoloop จึงสามารถสร้างโรงงานสาธิตแห่งแรกในเมืองสุรัต ประเทศอินเดียได้สำเร็จในปี 2024 โดยมีกำลังการรับขยะพลาสติก 70 ตันต่อปี และได้เริ่มผลิตวัสดุความบริสุทธิ์สูงในปริมาณระดับตัน พร้อมพิสูจน์เสถียรภาพในการทำงานภายใต้สภาวะจริง เป้าหมายของหวังคือการแปลงสภาพขยะพลาสติก 175,000 ตันต่อปี ภายในปี 2030 ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 800,000 ตันต่อปีในระยะยาวเธอวาดภาพเครือข่ายโรงงานอัตโนมัติที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก ทำหน้าที่บริโภคขยะและหล่อเลี้ยงทั้งระบบเศรษฐกิจและโลกใบนี้ให้ขับเคลื่อนไปอย่างไม่หยุดยั้ง

Above หวัง (คนกลาง) ร่วมฉลองความสำเร็จในการเริ่มเดินเครื่องโรงงานต้นแบบของ Novoloop ในเมืองสุรัต กับทีมงานของเธอ
ระหว่างทาง ภารกิจของหวังได้กลายเป็นเรื่องส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง “ตอนนี้ฉันมีลูกชายวัยหนึ่งขวบ และทุกๆ วัน ฉันอยากสร้างอนาคตที่ดีกว่าไว้ให้เขา” เธอกล่าว “เราต้องเชื่อว่าเป็นไปได้ มันอาจจะยาก แต่เมื่อฉันมองเห็นคนอื่นๆ ที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของโลก ซึ่งหลายคนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Rolex ไม่ว่าจะเป็นนักปีนเขา นักอนุรักษ์ หรือผู้ประกอบการ มันทำให้ฉันมีความหวัง อนาคตอยู่ในมือของพวกเรา”
ถ้อยคำของเธอสะท้อนถึงปรัชญาของ Rolex Perpetual Planet Initiative ที่สนับสนุนนักวิทยาศาสตร์ นักอนุรักษ์ และนักนวัตกรรมผู้เปี่ยมแรงบันดาลใจในการปกป้องโลกธรรมชาติ การมีส่วนร่วมของหวังคือการจินตนาการใหม่ให้กับหนึ่งในวัสดุพื้นฐานที่สุดของชีวิตสมัยใหม่ เศษพลาสติกในมือของเธอซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของมลพิษ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นไปได้ และเป็นเครื่องเตือนใจว่าแม้แต่ขยะชิ้นใหญ่ที่สุด ก็สามารถกลายเป็นทรัพยากรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดได้ ผ่านความชาญฉลาด ความเพียรพยายาม และพลังแห่งความร่วมมือ การเคลื่อนไหวแห่งความก้าวหน้านี้จะดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืน
Under the Same Sky
Tatler เชื่อว่าความลักซ์ชูรีที่แท้จริงของการอนุรักษ์ คือการปกป้องความงามของโลกของเราไว้สำหรับคนรุ่นต่อๆ ไป แคมเปญ Under the Same Sky ขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรม ชุมชน และความคิดสร้างสรรค์ โดยนำเสนอเรื่องราวของผู้ที่ทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมที่งดงาม ระบบนิเวศ นักสำรวจ องค์กร และนักวิทยาศาสตร์ผู้กล้าหาญเหล่านี้ ได้รับการสนับสนุนจากโครงการ Rolex Perpetual Planet Initiative และเราตื่นเต้นที่จะได้แบ่งปันนวัตกรรมและแนวคิดของพวกเขา ซึ่งหวังว่าจะช่วยค้ำจุนชีวิตบนโลกนี้ได้ นี่คือความมุ่งมั่นร่วมกันของเรา ที่จะทำให้มั่นใจว่าการอยู่อาศัยบนโลกของเราจะคงอยู่ตลอดไปเหนือกาลเวลา มีความสำคัญยิ่ง และเป็นนิรันดร์
Credits
ภาพ: Rolex; Greg White (Wang; monomers; bag of plastic pellets); Roman Meisenberg (thermoplastic polyurethane pellets; Yao and Wang)
Topics






