Cover นิค ซานโตนาสทาซโซ (Nick Santonastasso) เดินทางมาเยือนประเทศไทย ในฐานะสปีกเกอร์บนเวที Dragonfly Summit 2025

บทเรียนชีวิตของ นิค ซานโตนาสทาซโซ (Nick Santonastasso) นักพูดสร้างแรงบันดาลใจชื่อดัง และผู้เขียนหนังสือ ‘Victim to Victor: How to Overcome the Victim Mentality to Live the Life You Love’ ผู้เปลี่ยนชีวิตคนนับล้านด้วยพลังของ “มายด์เซ็ท” (mindset)

ในโลกที่ความสมบูรณ์แบบมักถูกนิยามด้วยรูปลักษณ์ Nick Santonastasso เกิดมาพร้อมภาวะ Hanhart Syndrome ซึ่งเป็นความผิดปกติแต่กำเนิดที่พบได้ยากอย่างยิ่ง และอาจทำให้ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การขาดอวัยวะบางส่วน ความบกพร่องของหัวใจ ไต ไปจนถึงระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้เด็กส่วนใหญ่ไม่สามารถมีชีวิตรอด 

สำหรับนิค เขาเกิดมาโดยไม่มีขาทั้งสองข้าง แขนข้างหนึ่งพัฒนาไม่สมบูรณ์ ส่วนแขนอีกข้าง แม้จะสมบูรณ์ แต่มือของเขากลับมีเพียงหนึ่งนิ้วเท่านั้น ทว่า...เขาไม่เคยปล่อยให้ข้อจำกัดทางร่างกาย มาจำกัดกรอบความคิดของตัวเขาเลย 

นิคในวัย 29 ปี เลือกใช้ชีวิตด้วยพลังของมายด์เซ็ทที่ไม่ยอมแพ้ เขาเติบโตกลายเป็นนักพูดสร้างบันดาลใจระดับโลก โค้ชด้านฟิตเนส นักเพาะกาย นักเขียน ผู้ประกอบการ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามนับล้านคนบนโซเชียลมีเดีย ตลอดเก้าปีที่ผ่านมา นิคถูกเชิญให้ขึ้นพูดบนเวทีใหญ่ๆ ระดับโลก เคียงข้างผู้นำและผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุคสมัย นอกจากนั้น เขายังสร้างมูลค่ามหาศาลผ่าน “พลังของการเล่าเรื่อง” โดยใช้เรื่องราวชีวิตของตัวเองเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนอีกนับล้าน

อ่านเพิ่มเติม: กมลา สุโกศล ในวัย 89 ปี กับบทเรียนตลอดชีวิตที่ “หากไม่ Live… ก็ไม่ Learn”

Tatler Asia
Above นิค ซานโตนาสทาซโซ (Nick Santonastasso) เกิดมาพร้อมภาวะ Hanhart Syndrome
Tatler Asia
Above นิค ซานโตนาสทาซโซ (Nick Santonastasso) ผู้เขียนหนังสือ ‘Victim to Victor: How to Overcome the Victim Mentality to Live the Life You Love’

ความพิเศษที่ (ไม่) แตกต่าง

เมื่อไม่นานมานี้ Nick Santonastasso เดินทางมาเยือนประเทศไทย ในฐานะสปีกเกอร์บนเวที Dragonfly Summit 2025 และถือเป็นความโชคดีที่ Tatler ได้มีโอกาสสัมภาษณ์บุคคล “ผู้เกิดมาเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ” (born to inspire) สำหรับทุกคนอย่างใกล้ชิด 

ในห้องพักหลังเวที เรานั่งห่างจากชายคนนี้เพียงไม่ถึงสองเมตร ทุกครั้งที่เราตั้งคำถาม นิคจะฟังอย่างตั้งใจ และค่อยๆ กลั่นกรองออกมาเป็นคำตอบที่สมบูรณ์ เหมือนพลังของสายน้ำอันนิ่งสงบ เรียบง่าย แต่ลุ่มลึก ช่างต่างจากพลังความกระตือรือร้นอันมหาศาลที่เรามักได้เห็นบนเวทีโดยสิ้นเชิง

“ผมไม่เคยรู้ว่าตัวเองแตกต่าง…จนโลกบอกผม” นิคเล่าย้อนถึงชีวิตของเขาในวัยเด็ก เขาเติบโตในเมืองเบย์วิลล์ (Bayville) รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา

“ตอนผมยังเป็นเด็ก ผมคิดว่าตัวเองก็เหมือนเด็กทั่วไป ใช้ชีวิต เล่น หัวเราะ มีความฝัน จนกระทั่งคนรอบข้างเริ่มทำให้ผมรู้ว่า ผมแตกต่าง” 

อ่านเพิ่มเติม: “ชีวิตที่เลือกได้” ของเจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ พระเอกหนุ่มมาดกวน กับการค้นพบความสุขในแบบที่เป็นตัวเองที่สุด

Tatler Asia
Above นิค ซานโตนาสทาซโซ (Nick Santonastasso) เดินทางมาเยือนประเทศไทย ในฐานะสปีกเกอร์บนเวที Dragonfly Summit 2025

“ผมจำได้ว่าช่วงที่เรียนอยู่ชั้นประถม ในวันหนึ่งที่อากาศร้อนจัด ผมกระโดดลงไปในสนามหญ้า และความร้อนก็แผดเผาตัวผมจนรู้สึกได้ชัดเจน” หนึ่งในความทรงจำที่ฝังอยู่ในใจของเด็กหนุ่มกลับเป็นเครื่องย้ำเตือนว่า แม้ร่างกายของเขาจะไม่เหมือนใคร แต่ความรู้สึกและความเจ็บปวดย่อมไม่ได้แตกต่างจากมนุษย์คนอื่นเลย

“ความแตกต่าง” ที่ไม่ได้เกิดจากตัวเขาเอง หากเกิดจากสายตาของสังคมที่ตีกรอบว่า อะไรคือ “ความปกติ” และอะไรคือ “ข้อจำกัด” แต่สิ่งหนึ่งที่นิคเรียนรู้ตั้งแต่อายุยังน้อย คือการไม่ยอมให้คำจำกัดความของผู้อื่นมากำหนดคุณค่าของตัวเขาเอง 

โชคดีที่นิคเติบโตท่ามกลางครอบครัวอันอบอุ่นที่รักเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข นิคคือน้องชายคนเล็กในบ้านของพี่สาวสองคนและพี่ชายอีกหนึ่งคน แม่ของเขา (Stacey Santonastasso) เล่าว่า ในฐานะพ่อแม่ พวกเขาไม่ได้ดูแลนิคเป็นพิเศษมากไปกว่าลูกของคนอื่นเลย 

“เราเพียงสนับสนุนในสิ่งที่เขาสนใจ ชื่นชมในความสำเร็จของเขา สอนให้เขาเคารพผู้อื่น และเรียนรู้ว่าทุกการกระทำย่อมมีผลลัพธ์ พี่น้องของเขาก็ปฏิบัติต่อเขาอย่างเท่าเทียม ไม่มีการเอาใจเป็นพิเศษ” นั่นเพราะเธอเชื่อว่า การให้เขาเติบโตในฐานะ “เด็กคนหนึ่ง” ไม่ใช่ “เด็กที่ต้องการการยกเว้น” คือของขวัญอันล้ำค่าที่สุด

Tatler Asia
Above นิค ซานโตนาสทาซโซ (Nick Santonastasso) กับรอยสักใต้แขนที่เขียนเป็นข้อความว่า “You laugh at me because i'm different, I laugh at you because you're all the same.”

ชีวิตเปลี่ยนได้ด้วย ‘ความเชื่อ’

นิคเป็นนักกิจกรรมตัวยงตั้งแต่เด็ก เขาเคยเป็นสมาชิกทีมโบว์ลิ่งของโรงเรียน และชอบเล่นทั้งฟุตบอล เบสบอล สเกตบอร์ด รวมทั้งยังชื่นชอบกิจกรรมที่ได้ใช้เวลากับธรรมชาติ อย่างการว่ายน้ำ ดำน้ำลึก ปั่นจักรยาน ตกปลา ตลอดจนเคยเล่นเกมจนก้าวขึ้นสู่อันดับโลกมาแล้ว

แต่หนึ่งในกีฬาที่นิคหลงใหลเป็นพิเศษ คือมวยปล้ำ เนื่องจากพี่ชายของเขาเป็นนักมวยปล้ำ และเพื่อนสนิทแทบทุกคนก็เป็นนักมวยปล้ำ 

“ในสายตาของเด็กคนหนึ่ง นักมวยปล้ำ คือสิ่งที่เท่ที่สุดในโลก (ยิ้ม) มันเป็นสัญลักษณ์ของพลังและความแข็งแกร่ง ผมมองพวกเขาด้วยความชื่นชมเสมอ จนวันหนึ่งเพื่อนก็ถามผมว่า ทำไมผมไม่ลองเล่นมวยปล้ำดูล่ะ”

“ผมตอบไปทันทีว่า ผมทำไม่ได้ เพราะแขนผม…” 

ความจริงคือร่างกายของนิคไม่เอื้อให้เขาเดินบนเส้นทางนั้นได้ง่ายนัก นิคเล่าว่า ตอนนั้นแขนของเขายาวกว่าในตอนนี้ราว 5 นิ้ว และด้วยกระดูกที่เติบโตเร็วกว่าผิวหนัง หากกระแทกแรงพอ กระดูกก็อาจทะลุผิวหนังออกมาได้ หมอจึงต้องผ่าตัดเลเซอร์กระดูกออกไป 5 นิ้ว เพื่อให้เขาสามารถทำตามความฝันได้สำเร็จ

Tatler Asia
Above นิค ซานโตนาสทาซโซ (Nick Santonastasso) สมาชิกทีมมวยปล้ำของ Central Regional High School รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา

“ผมยังจำได้ดี ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ผมหันไปบอกคุณหมอว่า หมอครับ ถ้าหลังผ่าตัดผมเอาแขนไปฟาดใครไม่ได้ เราคงต้องคุยกันใหม่นะ” (หัวเราะ)

เบื้องหลังมุกตลก คือจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ของชายหนุ่มผู้ไม่ยอมให้โชคชะตามากำหนดชีวิตของเขา และนำไปสู่คำถามสำคัญที่ว่า “คุณพร้อมจะเสียสละอะไร เพื่อความสำเร็จในชีวิตบ้าง?”

นิคย้ำว่า ไม่ใช่ทุกคนจะต้องเสียสละอวัยวะแบบเขา แต่มีบางสิ่งที่พวกเราควรต้องตัดออกไปจากชีวิต นั่นคือความเชื่อผิดๆ (limiting beliefs) ที่กลายเป็นข้อจำกัดของตัวเองว่า เราไม่ดีพอ ไม่ฉลาดพอ ไม่สวยพอ หรือไม่คู่ควรพอ

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญอย่างหนึ่งว่า จริงๆ แล้วไม่ใช่ร่างกายที่ฉุดรั้งเรา แต่คือกรอบความคิดอันคับแคบ และความพิการที่ร้ายแรงที่สุด ก็คือมายด์เซ็ทที่คอยกีดกันไม่ให้เราไปไหน”

นิคเปรียบชีวิตของเราเหมือนสำรับไพ่ บางคนได้ไพ่ดี บางคนได้ไพ่ธรรมดา บางคนรู้สึกว่าไพ่ของตัวเองแย่มาก แต่หน้าที่ของเราคือ “เล่นไพ่ในมือ” ให้ดีที่สุด เท่าที่เราทำได้ 

“คนเดียวที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณได้ ก็คือตัวคุณเอง”

Tatler Asia
Above ในปี 2017 นิค ซานโตนาสทาซโซ (Nick Santonastasso) สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับสามการประกวดเพาะกาย ประเภทมือใหม่ ได้สำเร็จ

โฟกัสเปลี่ยน ชีวิตเปลี่ยน

ในอดีต นิคเคยจมอยู่กับความฝันที่ดูเหมือนง่ายสำหรับใครหลายคน อย่างการวิ่งบนชายหาด หรือวิ่งไปตามถนน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจทำได้ แต่แทนที่จะขังตัวเองอยู่กับสิ่งที่ขาด เขากลับเลือกจินตนาการถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในชีวิต

นิคพูดเสมอว่า “เราไม่ได้มีชีวิตตามสิ่งที่เรามี แต่เรามีชีวิตตามสิ่งที่เราเลือกโฟกัส”

“มีผู้คนมากกว่าหนึ่งล้านชีวิตที่เคยฟังผมบนเวที ไม่ว่าพวกเขาจะมีฐานะ ความเชื่อ หรือภูมิหลังแบบใด สิ่งหนึ่งที่มนุษย์ทุกคนมีร่วมกันคือ “แพตเทิร์นของชีวิต” ซึ่งเป็นรูปแบบความคิดและพฤติกรรมที่เรามักมองไม่เห็นด้วยตัวเอง เพราะมันเกิดขึ้นในระดับจิตใต้สำนึก และการเรียนรู้เข้าใจสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาก้าวไปเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิมได้สำเร็จ”

นิคอธิบายว่า ขั้นตอนแรกสุด คือการเริ่มต้นตั้งคำถามกับตัวเองว่า 

หนึ่ง ในชีวิตส่วนใหญ่ คุณโฟกัสกับสิ่งที่คุณมี หรือสิ่งที่คุณยังไม่มี
สอง คุณโฟกัสกับสิ่งที่คุณควบคุมได้ หรือสิ่งที่คุณควบคุมไม่ได้
และสาม คุณใช้ชีวิตอยู่กับอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต

คำตอบของคำถามเหล่านี้จะเผยให้เห็นว่า เรากำลังใช้พลังชีวิตไปกับอะไรโดยที่เราไม่รู้ตัว และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เราจะเห็นได้ว่า มีคนที่มีเงินจำนวนมาก ยังคงใช้ชีวิตด้วยความโกรธเคือง โศกเศร้า และไม่มีความสุข ในขณะที่บางคน แม้จะมีน้อยกว่าแต่กลับรู้สึกอิ่มเอมได้กับชีวิต ทุกอย่างเริ่มต้นจากการ “โฟกัส” และเมื่อโฟกัสเปลี่ยน ชีวิตทั้งชีวิตก็เปลี่ยนตาม...

รู้จักอารมณ์และจิตใจที่อยู่ภายใน

นิคเล่าว่า หนึ่งในแบบฝึกหัดของชีวิตที่สำคัญ คือการเข้าใจอารมณ์และสภาวะจิตใจของตัวเอง

“ถ้าผมเดินเข้ามาในห้องด้วยความโกรธ ทุกคนจะรู้สึกได้ และถ้าผมเดินเข้ามาด้วยความสงบ ทุกคนก็จะรับรู้เช่นกัน...แต่อาจจะไม่ใช่สำหรับตัวผมเอง” นิคทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจ

เขาอธิบายว่า มนุษย์ส่วนใหญ่มักเสพติดความทุกข์ของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ทุกคนล้วนมีอารมณ์ด้านลบที่วนเวียนอยู่ในชีวิต และเราอาจจะเผลอใช้อารมณ์นั้นกับคนรอบข้างโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ สิ่งสำคัญคือการฝึกฝนที่จะกลับสู่ emotional state หรือพื้นที่ทางอารมณ์ที่สวยงามให้เร็วที่สุด เพราะทุกความสัมพันธ์ การงาน และการใช้ชีวิตที่ดี เริ่มต้นจาก “สภาวะภายในที่ดี”

นอกจากนั้น นิคแนะนำว่า เราควรจะใช้เวลากับการพาตัวเองกลับไปสู่ช่วงเวลาที่เรามีความสุข ช่วงเวลาที่เรารู้สึกขอบคุณและภูมิใจกับชีวิตที่ผ่านมา กลับไปพบกับตัวเองในวัยเด็ก โอบกอดตัวเองในวัยเยาว์ นั่งลงข้างๆ แล้วบอกว่า “ดูสิ…นี่คือสิ่งที่เราทำได้ เราพาตัวเองมาได้ไกลขนาดนี้เลยนะ” มันคือการทำสมาธิรูปแบบหนึ่งที่เป็นเหมือนกับ inner child therapy ที่ช่วยเยียวยาจิตใจของตัวเองในวันที่อ่อนล้า

พลังในการเล่าเรื่องของกันและกัน

ตลอดชีวิตของการเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงผู้เขียนหนังสือ Victim to Victor: How to Overcome the Victim Mentality to Live the Life You Love นิคเล่าว่า คำถามที่เขาถูกถามบ่อยที่สุดคือ “คุณสร้างความมั่นใจให้ตัวเองได้อย่างไร และมีความสุขได้อย่างไร ทั้งที่ไม่มีขาและมีแขนเพียงข้างเดียว” และแน่นอนว่า “คุณทำเงินได้อย่างไร”

แต่สิ่งที่ผู้คนอยากเรียนรู้มากที่สุดคือ “วิธีการที่จะเล่าเรื่องชีวิตของตัวเองให้สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนอื่นได้” เพราะเรื่องราวคือพลังที่แท้จริง

“เรื่องราวของแต่ละคนอาจไม่ได้เชื่อมโยงกัน เรื่องราวของผมอาจไม่ใช่เรื่องของคุณ แต่เรื่องของคุณอาจเป็นคำตอบให้กับใครบางคน ชีวิตของเราจึงไม่ได้มีไว้เพื่อให้ทุกคนชอบ แต่มันจะพา “คนที่ใช่” เข้ามาเอง” นิคกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เป้าหมายสำคัญที่ชายหนุ่มวัย 29 ยึดมั่นเสมอมา คือเขาไม่เคยเชื่อในชีวิตที่หมุนรอบตัวเอง แต่เชื่อว่าแต่ละชีวิตหมุนรอบกันและกัน

“ผมเชื่อว่าประสบการณ์การเป็นมนุษย์ คือการสร้างตัวเองให้เป็นของขวัญแก่โลก และยิ่งเราช่วยเหลือผู้คนให้เขาได้ในสิ่งที่ต้องการ ชีวิตก็จะมอบสิ่งที่คุณต้องการกลับคืนมาเช่นกัน”

Tatler Asia
Above ภาพถ่าย นิค ซานโตนาสทาซโซ (Nick Santonastasso) กับคุณพ่อ Mike Santonastasso (ภาพ: IG / @nicksantonastasso)

บุคคลผู้มอบชีวิต

เบื้องหลังบุคคลผู้สร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนมากมาย เราอยากรู้ว่า แล้วใครที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับตัวเขา

“แม่ของผม” นิคกล่าวด้วยน้ำเสียงอันอบอุ่น

“แม่ของผมคือบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิต จริงๆ แล้ว ไม่มีใครอยากให้ผมเกิดมา มีคนแนะนำให้แม่ทำแท้ง แต่เธอเลือกศรัทธาในปาฏิหาริย์ เธอเลือกความกล้าเหนือความกลัว และผลลัพธ์ของการตัดสินใจในครั้งนั้น ได้ช่วยเปลี่ยนชีวิตของคนนับล้านไปตลอดกาล”

“ขอบคุณที่ให้ผมมีโอกาสได้ใช้ชีวิต ขอบคุณที่เป็นแขนและขาของผม ผมสัญญาว่าจะเป็นแขนและขาของพ่อแม่จนวันสุดท้ายของชีวิต” นิคกล่าวทิ้งทายด้วยหยาดน้ำตาแห่งความขอบคุณ

Tatler Asia
Above ภาพถ่าย นิค ซานโตนาสทาซโซ (Nick Santonastasso) กับคุณแม่ Stacey Santonastasso (ภาพ: IG / @nicksantonastasso)

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)