Cover “ชีวิตที่เลือกได้” ของเจษฏ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ พระเอกหนุ่มมาดกวน กับการค้นพบความสุขในแบบที่เป็นตัวเองที่สุด (ภาพ: Termsit Siripanich)

เจษฏ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ พระเอกหนุ่มวัย 33 ปี กับการค้นพบความสุขในชีวิต ทั้งงานแสดงที่หลากหลาย กีฬากอล์ฟที่ท้าทาย รวมถึงความสัมพันธ์อันอบอุ่น และล่าสุดกับตำแหน่ง “Friends of SEA Games” ซึ่งเขาตั้งใจเป็นเสียงเล็กๆ ที่ช่วยซัพพอร์ตนักกีฬาไทยทุกคน

หนึ่งในสีสันของการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 33 หรือ SEA GAMES Thailand 2025 คือการเปิดตัวเจ็ดหนุ่มศิลปินตัวแทนคนรุ่นใหม่ ในฐานะ Friends of SEA Games ซึ่งชื่อของ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ ขวัญใจแฟนด้อม “วัคซีนของพี่เจษ” และเจ้าของฉายา “พระเอกที่เข้าถึงง่ายที่สุด” คือบุคคลที่ได้รับเลือกให้มีบทบาทสำคัญในการประชาสัมพันธ์ และเป็นกระบอกเสียงเชิญชวนคนไทยให้ร่วมใจกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี

“จริงๆ ปีนี้เป็นปีสำคัญที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ดังนั้น กระแสของการเชียร์กีฬาก็น่าจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ถ้าเราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนหันมามองและซัพพอร์ทกีฬาไทยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับหรือคนที่ชื่นชอบศิลปินที่เป็น Friends of SEA Games ก็จะช่วยให้นักกีฬาไทยมีกำลังใจ และมีโอกาสพัฒนาฝีมือไปไกลสู่ระดับโลกได้มากยิ่งขึ้น” นักแสดงหนุ่มกล่าว

อ่านเพิ่มเติม: พีท ประณิธาน พรประภา กับเบื้องหลัง 10 ปีแห่งความมหัศจรรย์ของเทศกาลระดับโลก “Wonderfruit”

Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ (ภาพ: Termsit Siripanich)

เชียร์ไทยใน “บ้านเรา”

กว่า 50 ชนิดกีฬาหลักที่มีการชิงเหรียญทองในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ นอกจากฟุตบอล ซึ่งเป็นหนึ่งในกีฬาโปรดของนักแสดงหนุ่มอยู่แล้ว เจ้าตัวเผยว่า อีสปอร์ต (Esports) คืออีกหนึ่งกีฬาที่เขาอยากหาโอกาสไปเชียร์มากที่สุด

“ผมเองเป็นเด็กเล่นเกมคนหนึ่ง และเป็นคนที่ซัพพอร์ทอีสปอร์ตมากๆ คำว่า ‘เด็กเล่นเกม’ เคยเป็นคำเชิงลบ เพราะเราเชื่อว่า เด็กเล่นเกมจะเรียนไม่เก่ง เสียสายตา เสียเงิน จนวันนึงที่เกมได้กลายเป็นกีฬาจริงๆ และเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ ผมอยากเห็นไฟในตัวเด็กๆ เหล่านั้นที่เขาจริงจังและตั้งเป้าว่าวันหนึ่งจะเติบโตไปเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตให้ได้ สิ่งนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคนที่กำลังทำตามความฝันของตัวเองเหมือนกัน

“ในฐานะ Friends of SEA Games ก็อยากเชิญชวนคนไทยทุกคนช่วยเชียร์นักกีฬาไทย ในกีฬาซีเกมส์ที่เราเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ผมเชื่อว่า ทุกคนต้องการการซัพพอร์ท ไม่ต่างจากอาชีพศิลปินนักแสดงอย่างผมที่ต้องการกำลังใจ บางคนเกิดมาเพื่อเป็นนักกีฬา อยู่กับกีฬามาตั้งแต่เกิด และทุกคนก็พยายามทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณชื่นชอบกีฬาชนิดไหน ก็อยากให้มาช่วยซัพพอร์ทกันเยอะๆ” (ยิ้ม)

อ่านเพิ่มเติม: กมลา สุโกศล ในวัย 89 ปี กับบทเรียนตลอดชีวิตที่ “หากไม่ Live… ก็ไม่ Learn”

Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ ในงานแถลงข่าวเปิดตัว Friends of SEA Games
Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ ในฐานะ Friends of SEA Games
Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ ปรากฏตัวในฐานะ Friends of SEA Games พร้อมศิลปินชื่อดังอย่าง แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล

“กอล์ฟ” ความสุขครั้งใหม่ของเจษ

หากการแสดงคือรักแรก กอล์ฟก็คงเป็นความรักลำดับถัดมา ที่พระเอกหนุ่มยืนยันว่าจะอยู่ด้วยไปจนวันสุดท้ายของชีวิต แม้คุณพ่อจะชวนลูกชายทั้งสามให้เริ่มเล่นกอล์ฟตั้งแต่เด็ก แต่เจษในฐานะลูกคนสุดท้องยอมรับว่า ช่วงแรกเขายังไม่อินเท่าไหร่

“ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ธุรกิจของคุณพ่อล้มตอนปี 2540 (1997) ซึ่งคุณพ่อเครียดมาก เขาก็เลยใช้กอล์ฟในการรีเฟรชตัวเอง และอยากให้ลูกๆ ทุกคนหัดเล่นกอล์ฟไปพร้อมกับเขา แต่ด้วยความที่เราเป็นเด็ก เราอาจจะยังหาความสนุกจากการเล่นกอล์ฟไม่เจอ เช่นเดียวกับเด็กส่วนใหญ่ที่ชอบเตะบอล เล่นบาส หรือกีฬาอื่นๆ ที่เห็นภาพชัดเจนว่า มีการต่อสู้ แข่งขัน หรือแย่งชิงกัน”

จนเมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อเจษได้มีโอกาสกลับไปสัมผัสกอล์ฟแบบจริงจังอีกครั้ง ก็ทำให้เขาตกหลุมรักกีฬาชนิดนี้ในแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

“กอล์ฟกลายเป็นกีฬาที่ผมมั่นใจได้เลยว่า ผมจะสามารถอยู่กับมันได้จนวันตาย” ชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้าแววตาจริงจัง “อย่างคุณพ่อของผมอายุ 72 แล้ว ทุกวันนี้ก็ยังตีกอล์ฟ และมีความสุขกับการรอคอยที่จะได้ไปเล่นกอล์ฟสัปดาห์ละสองครั้ง ผมว่ากอล์ฟเป็นกิจกรรมสำหรับคนทุกวัย ทุกครั้งที่ไปสนามกอล์ฟ เราจะเห็นตั้งแต่คนอายุเท่าผม เด็กกว่าผม แก่กว่าผม หรือแก่เท่าพ่อผม และหวังว่าผมจะอยู่กับสิ่งนี้ไปอีกนานๆ”

อ่านเพิ่มเติม: จีโน่ อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟหญิงไทยมือหนึ่งของโลก ขึ้นแท่น ‘นักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี’ หลังคว้าแชมป์ CME Group Tour

Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ กับกีฬากอล์ฟสุดโปรด
Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ กับกีฬากอล์ฟสุดโปรด

บทเรียนจากกอล์ฟสู่การแสดง

สำหรับเจษ กอล์ฟไม่เพียงเป็นงานอดิเรกที่ให้ทั้งความสนุกและช่วงเวลาของการพักผ่อน แต่กอล์ฟยังสอนอะไรในชีวิตให้กับเขาอีกเยอะมาก

“ทุกครั้งที่ผมไปตีกอล์ฟ ผมแทบจะไม่แตะโทรศัพท์เลย น้อยมาก เหมือนเราได้โซเชียลดีท็อกซ์ประมาณ 4-5 ชั่วโมง ทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง ได้สังเกตตัวเอง รวมถึงได้ให้อภัยตัวเอง กอล์ฟเป็นเกมแบบ shot by shot ในแต่ละวันอาจจะมีจังหวะที่เราตีดีและตีแย่ มีปัจจัยมากมายที่เราควบคุมไม่ได้ ยิ่งเราหงุดหงิด ก็จะยิ่งเล่นออกมาแย่ เราต้องรู้จักปล่อยวางให้เร็ว และให้อภัยในสิ่งที่ตัวเองทำผิดพลาดไป สำหรับผม กอล์ฟไม่ใช่เกมของการทำให้ดีที่สุด แต่เป็นเกมของการทำให้แย่น้อยที่สุด”

เจษอธิบายว่า นี่เป็นบทเรียนสำคัญที่เขานำไปปรับใช้กับอาชีพนักแสดงได้เช่นกัน

“เมื่อก่อนเวลาผมแสดงไม่ดี แม้จะเป็นแค่ฉากเดียวของวันนั้น ผมก็จะนำกลับไปคิด กลับบ้านไปเล่นซีนเดิมซ้ำๆ อยู่หน้ากระจก ทั้งที่ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น เพราะสุดท้ายมันย้อนกลับไปถ่ายซีนเดิมไม่ได้แล้ว สิ่งที่เราทำได้คือพยายามเต็มที่ในทุกๆ วัน ไม่ใช่เพื่อให้มันเพอร์เฟ็คท์ แต่เพื่อให้เรารู้สึกไม่พอใจน้อยที่สุดต่างหาก”

Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ (ภาพ: Termsit Siripanich)
Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ ในละคร ชีวิตเพื่อฆ่า หัวใจเพื่อเธอ (2017)

จุดเปลี่ยนบนเส้นทางการแสดง

16 ปีเต็มบนเส้นทางการแสดงของเจษ กับผลงานละครกว่า 30 เรื่อง โดยเฉพาะการรับบทพระเอกครั้งแรกใน ชีวิตเพื่อฆ่า หัวใจเพื่อเธอ (2017) ที่เขาบอกว่า นั่นคือช่วงเวลาที่ทำให้เขาเติบโตมากที่สุด ทั้งความรู้สึกของตัวละครที่ต้องแบกเรื่องทั้งเรื่องไว้บนบ่า ตลอดจนต้องทลายกำแพงการแสดงในฉากร้องไห้ที่เขาเคยกลัว ก่อนจะพลิกบทบาทอย่างสิ้นเชิงในละคร รักร้าย (2023) อีกหนึ่งตัวละครที่ซับซ้อนที่สุด และภาคภูมิใจที่สุด ซึ่งพอผลตอบรับออกมาดี ก็ทำให้เขารู้สึกคุ้มค่ากับทุกความเหน็ดเหนื่อยที่ทุ่มเทลงไป

“ความท้าทายของการเป็นพระเอกละครไทย คือจะมีคาแร็กเตอร์บางอย่างที่ถูกเซ็ตไว้ว่า พระเอกจะต้องเป็นแบบนี้ๆ ซึ่งผมเคยเล่นมาหมดแล้ว พอต้องรับบทใหม่ที่ใกล้เคียงกันมากๆ ความยากคือทำอย่างไรให้แตกต่าง ยิ่งได้รับฟีดแบ็กจากคนดูว่า ผมเล่นเหมือนเดิม เลยรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมันไม่สนุก และกลายเป็นความเครียด”

Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ ในละคร รักร้าย (2023)

นั่นคือเหตุผลที่นักแสดงหนุ่มยอมเปิดใจคุยกับ บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ บอสใหญ่แห่งช่องวันว่า หากมีบทดีๆ เข้ามา แม้ไม่ต้องเป็นพระเอก เขาก็สามารถเล่นได้ ซึ่ง “ความกล้า” ในวันนั้นได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางการแสดงของเขา

“ถ้าวันนั้นเราไม่พูด พี่ๆ ผู้ใหญ่เขาก็จะไม่เข้าใจ สมมติว่ามีบทที่ดีมากเลย แต่ไม่ใช่บทพระเอก เขาก็จะไม่กล้าส่งให้เรา เพราะกลัวว่าจะทำให้เรารู้สึกไม่ดี เพราะฉะนั้นมันเหมือนเป็นการปลดล็อก และทำให้ผมได้รับบทอื่นๆ ที่ถูกใจ อย่างบท ‘ธีรกิจ’ ในเรื่อง รักร้าย แม้ไม่ใช่บทพระเอก แต่ก็เป็นบทเด่นที่ดีมากๆ ช่วยให้ผมได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ และได้ใช้ฝีมือการแสดงที่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึงว่า เราเองก็เล่นแบบนี้ได้เหมือนกัน” (ยิ้ม)

Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ (ภาพ: Termsit Siripanich)

ความโชคดีและโอกาสครั้งใหม่

การเปิดรับโอกาสที่หลากหลาย ยังเป็นการกรุยทางไปสู่ประตูบานอื่นๆ ที่สำคัญในชีวิตการเป็นนักแสดงของเจษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างเซอร์ไพรส์กับผลงานซีรีส์วายครั้งแรกใน 4 Minutes (2024) ซึ่งทำให้ช่วงปีที่ผ่านมาเป็นประสบการณ์ที่วาไรตี้มากสำหรับตัวเขา ทั้งการได้เดินทางไปร่วมงานในต่างประเทศ ได้เจอผู้คนมากมายที่ไม่เคยรู้จัก ซึ่งเขามองว่า สำหรับนักแสดงรุ่นเขาแล้ว นี่คือความ ‘โชคดี’

“เจเนอเรชั่นของนักแสดงรุ่นใหม่ที่เล่นซีรีส์วาย ทั้ง Boys’ Love (BL) และ Girls’ Love (GL) จะมีเส้นทางคล้ายๆ กัน คือเล่นซีรีส์เสร็จปุ๊บ มีแฟนมีต มีทัวร์ มีแฟชั่นวีค ซึ่งเราไม่ได้เติบโตมาแบบนั้น เราเคยคิดว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้อยู่ในจุดที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเจเนอเรชั่นของนักแสดงรุ่นเรา และพอเราได้ก้าวผ่านเข้ามา มันเลยทำให้รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆ และเรายินดีกับทุกโอกาสที่ได้รับ มันคือประสบการณ์ที่ดี ซึ่งถ้าไม่ได้ทำตอนนี้ ก็ไม่รู้จะทำตอนไหนแล้ว”

Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ประกบคู่กับ ไบเบิ้ล วิชญ์ภาส ในซีรีส์ 4 Minutes (2024)
Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ประกบคู่กับ ไบเบิ้ล วิชญ์ภาส ในซีรีส์ 4 Minutes (2024)
Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ รับบท ธาม แพทย์ประจำบ้านแผนกศัลยกรรม ในซีรีส์ 4 Minutes (2024)

เราอยากรู้ว่า ยังมีบทบาทแบบไหนอีกบ้างที่นักแสดงหนุ่มคนนี้อยากเล่นเป็นพิเศษ เจษนิ่งคิด ก่อนพูดว่า “ผมไม่เคยตอบคำถามนี้ได้เลย แต่คงเป็นอะไรที่เราไม่เคยเล่นมาก่อน ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่วงการบันเทิงบ้านเราไม่ค่อยทำหรือไม่กล้าทำ ผมไม่อยากทำงาน แล้วต้องมานั่งลุ้นว่า ละครเรื่องไหนจะดังไม่ดัง ผมไม่อยากเสพติดกับความดัง ผมแค่อยากเป็นนักแสดงที่สนุกกับงาน และมีคนบอกว่า เราเล่นดีจัง หรือการแสดงของเราพัฒนาไปมากเลย”

สำหรับผลงานที่แฟนๆ ต้องรอติดตามในปี 2026 คือภาพยนตร์เรื่องใหม่ของค่าย Be On Cloud มีกำหนดเข้าฉายช่วงเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนั้น ยังมีซีรีส์ที่เจ้าตัวบอกว่า เป็นเรื่องราวที่เขาไม่คิดว่าเมืองไทยเคยทำมาก่อน และเป็นการร่วมงานกับนักแสดงที่ไม่คิดว่า จะมีโอกาสได้ร่วมงานด้วยเช่นกัน

Tatler Asia
Above ภาพเปิดตัวของเจษ ในตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องใหม่ของค่าย Be On Cloud
Above ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องใหม่ของค่าย Be On Cloud

สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน...

การยืนระยะในวงการกว่า 16 ปี ของชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ที่รู้จักทั้งโลก รู้จักทั้งงาน และที่สำคัญคือรู้จักตัวเอง อะไรคือสิ่งที่เขารู้สึกว่า ไม่เคยเปลี่ยน และเปลี่ยนไปมากที่สุด

“ผมว่ามันเป็นสิ่งเดียวกัน สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยก็คือ นิสัยส่วนตัว เราก็เป็นคนประมาณนี้แหละ (หัวเราะ) ไม่ได้อยากให้ทุกอย่างเครียดหรือซีเรียสมาก แล้วก็พยายามทำให้ทุกๆ วันมีความสุข ส่วนสิ่งที่เปลี่ยนก็คือ นิสัยเหมือนกัน เมื่อก่อนเราจะเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง มี self center สูงมาก แต่พอโตขึ้นมาแล้วได้ลองใช้ชีวิตจริงๆ เรารู้สึกว่า ตัวเองด้อยกว่าคนอื่นเยอะมาก เราเลยต้องเปิดใจรับฟังมากขึ้น เรียนรู้จากคนอื่นมากขึ้น และกลายเป็นว่า นิสัยก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น” (ยิ้ม)

ผมโชคดีที่คนชอบเรา เพราะเราเป็นเรา และมันทำให้ผมสามารถเป็นตัวเองได้ในทุกๆ ที่

- เจษฏ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ -

Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ (ภาพ: Termsit Siripanich)

เจษยอมรับว่า ในอดีตเขาเคยต้องพยายามเป็น “ใครสักคนที่ไม่ใช่ตัวเอง” เพราะวัฒนธรรมในวงการบันเทิง ยังแยกแยะบทบาทการแสดงกับชีวิตของศิลปินได้ไม่ชัดเจน

“จริงๆ มันเป็นสิ่งที่ผมไม่ได้เห็นด้วยแต่แรกอยู่แล้วว่า ดาราต้องเป็นแบบนี้ นักแสดงต้องทำตัวแบบนี้ เพราะคนชอบเราในฐานะที่เราเป็นตัวละครตัวนั้น แต่ผมบอกเสมอว่า ผมโชคดีที่คนชอบเรา เพราะเราเป็นเรา มันทำให้ผมสามารถเป็นตัวเองได้ในทุกๆ ที่ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน”

Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ (ภาพ: Termsit Siripanich)
Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ กับกลุ่มแฟนคลับ “วัคซีนของพี่เจษ” (ภาพ: instagram / @jesjpp)

ความรักจาก “วัคซีน”

เจษเล่าถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับกลุ่มแฟนคลับที่ใช้ชื่อน่ารักๆ ว่า “วัคซีนของพี่เจษ” รวมถึงคาแร็กเตอร์กวนๆ ตรงไปตรงมา ที่เป็นเสน่ห์ให้ใครหลายคนชื่นชอบในความเป็นตัวเขา

“แฟนคลับชอบบอกว่า ผมเหมือน ‘หมาบ้า’ (หัวเราะ) เพราะว่าผมชอบโวยวาย ผมชอบแกล้งพวกเขาด้วยเสียงดังๆ ผมเลยบอกว่า ถ้าผมเป็นหมาบ้า พวกเธอก็เป็นวัคซีนแล้วกัน” เจษเล่าให้เราฟังด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงที่สดใส

“สำหรับผมมันเป็นความสัมพันธ์ที่เฮลตี้มากนะ พอต่างฝ่ายต่างไม่เรียกร้องอะไร มันก็เลยไม่รู้สึกอึดอัด และเราก็เป็นแบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่เขาเห็น ทุกคนรู้ว่า ผมมีอาชีพเป็นนักแสดง และแฟนคลับเองเขาก็มีอาชีพของเขา ทั้งหมดมันคือการ favor ที่ฝ่ายหนึ่งยินดีจะให้ และอีกฝ่ายยินดีจะรับ ไม่ใช่การถูกบังคับหรือถูกเรียกร้อง แต่ถ้าอะไรที่เราพอจะทำไหวหรือให้เขาได้ เราก็จะทำ”

เจษเล่าว่า มีบางครั้งที่เขาเห็นข้อความส่วนตัวจากแฟนๆ ส่งมาขอบคุณที่เขายอมให้ถ่ายรูป หรือพูดคุยให้กำลังใจ “เราคิดว่าสิ่งที่เราทำมันเป็นเรื่องปกติ แต่บางครั้งมันเปลี่ยนชีวิตของเขาไปเลย มันทำให้วันธรรมดาๆ วันหนึ่งของเขาดีขึ้น ซึ่งถ้าผมไม่ได้เป็นศิลปิน ผมคงไม่สามารถทำสิ่งนั้นให้ใครได้ แต่นี่เราสามารถทำได้โดยที่เราไม่ได้รู้จักเขาด้วยซ้ำ ผมว่านี่คือความโชคดีของการเป็นนักแสดง และถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากให้บทบาทใดบทบาทหนึ่งของเราทำให้คนๆ หนึ่งเป็นคนที่ดีขึ้น หรือมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง” (ยิ้ม)

Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ (ภาพ: Termsit Siripanich)
Tatler Asia
Above เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ กับกลุ่มแฟนคลับ “วัคซีนของพี่เจษ” (ภาพ: instagram / @jesjpp)
Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)