ตลาดของเพื่อนเล่นแบบอินเตอร์แอคทีฟ ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของสัตว์เลี้ยงอิเล็กทรอนิกส์ธรรมดา ไปสู่ระบบนิเวศอันหลากหลายของเพื่อนที่เสริมด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) คำถามคือ ของเล่นอัจฉริยะเหล่านี้คือคำตอบสำหรับความเหงา หรือเป็นเพียงการสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์จากความรู้สึกนี้เท่านั้น?
ในยุคหนึ่ง เรามี Tamagotchi สัตว์เลี้ยงเสมือนจริงรูปไข่ห้อยระย้าอยู่ตามกระเป๋านักเรียน ขณะที่ Furby ก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้วที่เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างอยู่บนชั้นในห้องนอน สิ่งที่เริ่มต้นจากของเล่นแปลกใหม่ในยุค 90s วันนี้เติบโตจนกลายเป็นอุตสาหกรรมระดับโลกที่มีมูลค่ามหาศาล
“ของเล่น AI” ในความหมายร่วมสมัย ไม่ใช่เพียงของเล่นที่ขยับหรือพูดได้ แต่คือวัตถุที่ฝังซอฟต์แวร์อัจฉริยะซึ่งสามารถเรียนรู้ ปรับตัว และโต้ตอบ ได้อย่างมีพัฒนาการ มันจดจำพฤติกรรมของผู้เล่น รับรู้เสียง และค่อยๆ สร้าง “บุคลิกเฉพาะตัว” ขึ้นตามวิธีที่มนุษย์ปฏิบัติต่อมัน ต่างจากของเล่นทั่วไปที่ทำได้เพียงตอบสนองตามโปรแกรมตายตัว
แม้อุตสาหกรรมจะเรียกรวมทั้งหมดว่า “AI Toy” แต่ในความจริงแล้วของเล่นอัจฉริยะเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่ของเล่นที่ตั้งโปรแกรมได้อย่าง Furby รุ่นแรก ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่มีระบบ machine learning เต็มรูปแบบ
จากรายงานของ Market Research Future (MRFR) ในเดือนกันยายน 2025 ระบุว่า มูลค่าตลาดของเล่นที่ใช้เทคโนโลยี AI ทั่วโลกจะเพิ่มจาก 4.21 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.37 ล้านล้านบาท)ในปี 2025 สู่กว่า 2.25 แสนล้านดอลลาร์ (7.31 ล้านล้านบาท) ในปี 2034 โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีอัตราการเติบโตสูงที่สุด ซึ่งสะท้อนถึง “ความคุ้นชินทางวัฒนธรรม” ที่ผู้คนในภูมิภาคนี้มีต่อเทคโนโลยีที่ถูกทำให้มีชีวิต โดยญี่ปุ่นคือผู้บุกเบิกและยังคงเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ขณะที่จีนใช้พลังการผลิตและฐานผู้บริโภคมหาศาลในการเปลี่ยนโฉมตลาดของเล่นโลกอย่างรวดเร็ว
อ่านเพิ่มเติม: เมื่อมอนสเตอร์ขนปุย Labubu จุดกระแส “Kidult”

Above Furby เพื่อนขนปุยอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 ผลิตโดยบริษัทเกมและของเล่นของสหรัฐอเมริกา Hasbro (ภาพ: Getty Images)
ในยุคที่การทำงานจากระยะไกลเป็นเรื่องปกติ การมีครอบครัวที่ล่าช้า และค่าครองชีพที่สูงขึ้นจนผู้คนต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ขนาดเล็กลง ผู้คนนับล้านจึงหันมาพึ่งพา “เพื่อนจำลอง” ที่สร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ ในฐานะแหล่งของความสบายใจและความสนุกสนานที่น่าทึ่ง การเพิ่มขึ้นของเพื่อนเล่น AI ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอบสนองต่อวิกฤติทางสังคมที่แท้จริง ที่ตั้งอยู่บนความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ที่ต้องการ “ใครสักคนที่ไม่ตัดสิน” และพร้อมรับฟัง กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อนเล่น AI จึงมีความหลากหลาย ซึ่งรวมถึงแอปพลิเคชั่นอย่าง Xiaoice ของ Microsoft ที่รู้จักกันในชื่อ Xiaobing แต่ในที่นี้ เราจะเน้นเฉพาะ “ของเล่น AI ที่เป็นรูปธรรม” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสัมผัส กอด หรือวางตั้งโชว์ได้จริง
ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า ผู้ใช้ประมาณ 1 ใน 8 ระบุอย่างชัดเจนว่าพวกเขาแสวงหาของเล่นเหล่านี้เพื่อจัดการกับความเหงา ในขณะที่สัดส่วนที่ใกล้เคียงกันใช้เพื่อสนับสนุนสุขภาพจิต นักวิจัยของ Harvard Business School ที่ได้รับการเผยแพร่ผลการศึกษาใน Journal of Consumer Research แสดงให้เห็นว่า “ความสัมพันธ์ทางดิจิทัล” สามารถช่วยลดความเหงาอย่างวัดผลได้ แม้จะเป็นเพียงเล็กน้อย ซึ่งหมายความว่ามันเป็น “การบรรเทา” ไม่ใช่ “การรักษา”
และด้านล่างนี้คือของเล่นบางส่วนที่เราได้รวบรวมมาให้คุณได้รู้จัก
1. Tamagotchi: ความรับผิดชอบในรูปแบบดิจิทัล

Above Tamagotchi เป็นสัตว์เลี้ยงดิจิทัลรูปทรงไข่ที่มีปุ่มสัมผัสสามปุ่มให้ผู้ใช้ป้อนอาหาร ทำความสะอาด และเล่นกับสัตว์เลี้ยงของตน (ภาพ: Getty Images)
สัตว์เลี้ยงเสมือนจริงในตำนานกลับมาอีกครั้งพร้อมการเชื่อมต่อยุคใหม่ Tamagotchi รุ่น Uni ที่เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2023 ยังคงรักษาเสน่ห์เดิมของการให้อาหาร อาบน้ำ และเล่นเกม แต่เพิ่มฟีเจอร์ wi-fi เพื่อเชื่อมต่อกับเพื่อนๆ ในโลก “Tamaverse”
ตั้งแต่ปี 1996 เป็นต้นมา Tamagotchi มียอดขายทั่วโลกกว่า 100 ล้านเครื่อง ความสำเร็จที่พิสูจน์ว่า “ความสุขจากการดูแลสิ่งเล็กๆ” ยังไม่เคยล้าสมัย
อ่านเพิ่มเติม: Pop Mart อาณาจักรหมื่นล้านดอลลาร์ที่สร้างขึ้นจากความสุขของการเล่นกล่องสุ่ม
2. Furby: เพื่อนเก่าที่ไม่เคยหายไป

Above Furby ผลิตโดย Hasbro เป็นของเล่นหุ่นยนต์ที่สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ (ภาพ: Hasbro)
Furby ยังคงเป็น “ผู้บุกเบิก” ในฐานะของเล่นหุ่นยนต์ การกลับมาครั้งล่าสุดมาพร้อมระบบตรวจจับเสียงและเซ็นเซอร์ที่ซับซ้อนกว่ารุ่นปี 1998 แต่ยังคงเอกลักษณ์ของ “บุคลิกที่คาดเดาไม่ได้” อันเป็นเสน่ห์ตลอดกาล
พวกมันยังคงช่างพูด แถมมีอารมณ์และความคิดของตัวเอง บางครั้งดื้อ บางครั้งออดอ้อน ราวกับสิ่งมีชีวิตจริงๆ ที่ไม่ยอมเป็นเพียงของเล่นในมือเรา
3. Moflin: ความสงบที่โอบกอดได้
Above Moflin ของ Casio คือของเล่น AI ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือเจ้าของ (วิดีโอ: Casio)
นี่คือคำตอบของญี่ปุ่นสำหรับ “สัตว์เลี้ยงเพื่อการบำบัด” ที่ห่อหุ้มด้วยขนสังเคราะห์พร้อม AI แบบปรับตัวได้อยู่ภายใน Moflin คือสิ่งมีชีวิตคล้ายกระต่ายจาก Casio ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ที่ตอบสนองต่อการสัมผัสด้วยการเคลื่อนไหวที่ละเอียดอ่อน และพัฒนาบุคลิกเฉพาะตัวตามรูปแบบการโต้ตอบ
ความแตกต่างจากของเล่น AI อื่นๆ คือ Moflin ให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้สึกสงบเป็นอันดับแรก และได้รับการออกแบบมาเพื่อลดความวิตกกังวล โดยมีการปรับเทียบการตอบสนองทางสัมผัสอย่างละเอียดเพื่อความสบายทางประสาทสัมผัส เทคโนโลยีมีความซับซ้อน ตั้งแต่การรู้จำอารมณ์ อัลกอริทึมการเรียนรู้ และพฤติกรรมที่ตอบสนอง นี่คือ “คู่ซี้เพื่อการบำบัด” (therapeutic companionship) ที่ถูกผลิตออกมาในเชิงพาณิชย์และมีราคาสูงถึงหลายร้อยดอลลาร์
4. Fuzozo: เมื่อของเล่น AI กลายเป็นแฟชั่น
Above Fuzozo ของเล่น AI แบบโต้ตอบจาก Agora ที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ด้านอารมณ์ (วิดีโอ: Go Go Study)
ในตลาดจีนที่แข่งขันดุเดือด Fuzozo คือคำตอบของบริษัทเทคโนโลยี Agora ที่ผสาน AI เข้ากับวัฒนธรรมของสะสม เปิดตัวครั้งแรกในงาน SuperAI ในฐานะ “เพื่อนซี้ AI” (AI companionship) ที่สวมใส่ได้เหมือนเครื่องประดับตุ๊กตาขนนุ่ม
เทคโนโลยีภายในมาพร้อมระบบ ConvoAI Device Kit ที่ประมวลผลเสียง ภาพ และอารมณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อให้เจ้าของสร้างสายสัมพันธ์ทางอารมณ์กับของเล่นได้จริง
เพื่อนขนปุยนี้จะพัฒนาบุคลิกเฉพาะตัว ยิ่งคุณโต้ตอบกับ Fuzozo มากเท่าไร มันก็ยิ่งพัฒนาบุคลิกเฉพาะตัวมากขึ้น ถึงขั้น “พูดภาษาของมันเอง” และแสดงอาการ “หึงหวง” หรือ “อ้อนรัก” ได้ด้วย โดยได้รับฉายาว่า “Labubu แห่งโลก AI” ทำให้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากการผสมผสานระหว่างความน่ารักในเชิงศิลป์กับเทคโนโลยีการโต้ตอบที่ลึกซึ้ง
อนาคตของของเล่นที่เข้าใจมนุษย์
หากตัวเลขคาดการณ์เป็นจริงและตลาดเติบโตแบบทวีคูณ ตลาดของเล่นอัจฉริยะจะขยายตัวจนกลายเป็นอุตสาหกรรมหลัก ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว และเม็ดเงินจำนวนมหาศาลกำลังดึงดูดผู้เล่นรายใหญ่เข้าสู่สนามนี้
Mattel ผู้ผลิต Barbie, Hot Wheels และ Polly Pocket ก็กำลังเร่งตามให้ทันแล้ว ในเดือนมิถุนายน 2025 พวกเขาได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ OpenAI เพื่อพัฒนา “ของเล่น AI” ภายใต้แบรนด์ของตน การร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความจริงว่า AI ไม่ได้อยู่แค่ในแล็บหรือหน้าจออีกต่อไป แต่มันกำลังเดินทางสู่ชั้นของเล่นในห้างสรรพสินค้าทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ เช่น ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เรียนรู้จากการโต้ตอบที่ใกล้ชิด, ความเสี่ยงของการพึ่งพาทางจิตวิทยา สำหรับผู้ใช้ที่เป็นเด็ก และกรอบคุ้มครองผู้บริโภคที่ยังไม่ชัดเจนสำหรับผลิตภัณฑ์ซึ่ง “เรียนรู้จากความสัมพันธ์ของเรา”
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ท้ายที่สุด ยังไม่มีคำตอบแน่ชัดว่า ของเล่นเหล่านี้คือเพียง “สะพานเชื่อม” ชั่วคราวระหว่างความโดดเดี่ยวกับการกลับมาสื่อสารกับมนุษย์ หรือจะกลายเป็น “เพื่อนแทนคนจริง” อย่างถาวรในสังคมที่ยิ่งซับซ้อนขึ้นทุกวัน
This story was originally written in English by Valerie Lim.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2025 โดย Valerie Lim โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ




