OpenAI ประกาศซื้อกิจการ "io" สตาร์ทอัพด้านฮาร์ดแวร์ AI ที่ก่อตั้งโดย Jony Ive อดีตหัวหน้าทีมดีไซน์ของ Apple ด้วยมูลค่า 6.5 พันล้านดอลลาร์
OpenAI ประกาศเข้าซื้อกิจการ "io" สตาร์ทอัพด้านฮาร์ดแวร์ AI ที่ก่อตั้งโดย Jony Ive อดีตหัวหน้าทีมดีไซน์ของ Apple ด้วยมูลค่า 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามรายงานของ Bloomberg
Jony Ive ได้ก่อตั้งบริษัท io ในปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมายพัฒนาฮาร์ดแวร์เฉพาะสำหรับเทคโนโลยี AI ร่วมกับทีมงานอดีตผู้บริหาร Apple ประกอบด้วย Scott Cannon, Evans Hankey และ Tang Tan หลังจากการเข้าซื้อกิจการนี้ ทีมงาน io ทั้งหมดจะเข้าร่วมกับ OpenAI เพื่อทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับทีมวิจัย วิศวกรรม และพัฒนาผลิตภัณฑ์ในซานฟรานซิสโก
OpenAI ประกาศว่า Jony Ive และบริษัท LoveFrom ซึ่งเป็นบริษัทดีไซน์ของเขาที่ได้ร่วมงานกับ OpenAI มาเป็นเวลา 2 ปี จะรับผิดชอบงานออกแบบและการคิดสร้างสรรค์เชิงลึกทั้งหมดของ OpenAI และ io ทีมงาน io ที่เข้ามาใหม่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ได้แก่ วิศวกรฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ นักเทคโนโลยี นักฟิสิกส์ นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการผลิต
ก่อนการควบรวมกิจการ io กำลังพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มุ่งเน้นการก้าวข้ามขีดจำกัดของผลิตภัณฑ์และอินเทอร์เฟซแบบดั้งเดิม โดยมุ่งสร้างฮาร์ดแวร์ที่ให้ความสำคัญกับ AI เป็นอันดับแรก (AI-first hardware) เพื่อเชื่อมโยงมนุษย์เข้ากับเครื่องจักรได้อย่างราบรื่น ซึ่ง OpenAI เล็งเห็นศักยภาพของ AI ที่สามารถมองเห็น ได้ยิน คิด และทำความเข้าใจได้ จึงต้องการพัฒนาฮาร์ดแวร์ที่สามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่
การเข้าซื้อกิจการนี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี Eddy Cue ผู้บริหารระดับสูงของ Apple เพิ่งให้ปากคำต่อศาลในคดีผูกขาดการค้นหาของ Google โดยคาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า ผู้คนอาจไม่จำเป็นต้องใช้ iPhone อีกต่อไป ขณะเดียวกัน Google ก็เปิดตัวแว่นตา XR บนระบบ Android ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI Gemini ของตนเอง แสดงให้เห็นว่าสมรภูมิการแข่งขันกำลังขยายจากซอฟต์แวร์ AI ไปสู่ฮาร์ดแวร์ AI อย่างเต็มรูปแบบ
การที่ OpenAI ได้ Jony Ive และทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีประสบการณ์สร้างผลิตภัณฑ์ไอคอนิกอย่าง iPhone มาร่วมทัพ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทสามารถสร้างนวัตกรรมฮาร์ดแวร์ AI ที่โดดเด่นและเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมได้ในอนาคต




