จากปฏิทินกระดาษสู่แอปพลิเคชั่น สำนักโหราศาสตร์น่ำเอี๊ยง ผู้ผลิตปฏิทินจีนชื่อดัง กำลังเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “ซินแสโซ่ว” แชตบอตหมอดูคู่ใจในแบบ personalized ที่ให้ความแม่นยำด้วยฐานข้อมูลที่มีมากว่า 85 ปี
เมื่อถึงปลายปี สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทยสายมูคือปฏิทินจีนเล่มใหม่แขวนแทนเล่มเดิม และชื่อที่ถูกเอ่ยถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็คือ “ปฏิทินน่ำเอี๊ยง” ที่มียอดพิมพ์รวมทั้งแบบฉีกรายวันและรายเดือนปีละกว่า 1 ล้านเล่ม
ไม่ใช่เพราะความเคยชินเพียงอย่างเดียว แต่เพราะปฏิทินเล่มนี้ทำหน้าที่มากกว่า “บอกวันที่” มันคือเข็มทิศของจังหวะชีวิต ผ่านศาสตร์การคำนวณฤกษ์ยามมงคล อ้างอิงจากตำราโหราศาสตร์จีนดั้งเดิม (Tong Shu) ที่พัฒนาให้เข้ากับบริบทสังคมไทยยาวนานมาตั้งแต่ปี 1939 (พ.ศ.2482)
ความต่อเนื่องนี้สร้าง “ทุนทางความเชื่อ” (belief capital) ที่แบรนด์ใหม่ๆ ไม่สามารถเลียนแบบได้ง่าย และสำหรับหลายครอบครัว การใช้ปฏิทินน่ำเอี๊ยงจึงไม่ใช่แค่การเลือกสินค้า แต่คือการเลือก “สำนัก” ที่ไว้ใจได้
ปัจจุบันน่ำเอี๊ยงยังได้ก้าวเข้าสู่โลกยุคใหม่อย่างเต็มตัว ภายใต้การนำของ กิตติธัช นำพิทักษ์ชัยกุล ทายาทรุ่นที่สาม ที่ได้เปลี่ยนภาพจำจาก “ปฏิทินแบบฉีก” สู่การเป็น “ที่ปรึกษาการใช้ชีวิต” ผ่านนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI)
อ่านเพิ่มเติม: ตรุษจีน 2026 ยุคคิดก่อนใช้: ประเพณีต้องเดินควบคู่ความรอบคอบทางการเงิน

Above ภายใต้การบริหารจัดการของทายาทธุรกิจรุ่นสาม สำนักโหราศาสตร์น่ำเอี๊ยงกำลังปรับตัวให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้คนยุคใหม่ ด้วยการเข้าสู่โลกดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
จากคัมภีร์โบราณสู่ขุมพลัง Big Data
“น่ำเอี๊ยง” (Num Eiang) คือสำนักโหราศาสตร์จีนและผู้ผลิตปฏิทินจีนรายวัน-รายเดือนรายใหญ่ที่อยู่คู่ไทยมากว่า 85 ปี ก่อตั้งโดย ซินแสเฮียง แซ่โง้ว ผู้เป็น “อากง” ชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพมาไทยเมื่อปี 1939 หลังการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ในประเทศจีน จุดเด่นคือการคำนวณฤกษ์งามยามมงคลและทำนายดวงชะตาตามหลักปาจื้อ (8 อักษร) และโหงวเฮ้ง เริ่มผลิตปฏิทินฉบับแรกในปี 1975 สำหรับแจกจ่ายและจำหน่ายให้ชาวไทยเชื้อสายจีน โดยเป็นปฏิทินที่รวบรวมวันจันทรคติจีน วันพระ ข้อมูลวันมงคล และคำทำนายไว้ในแผ่นเดียว ในปัจจุบันน่ำเอี๊ยงไม่เพียงแต่ทำปฏิทินรายวัน-รายเดือน (เช่น เล่มฉีก) แต่ยังเป็นแหล่งข้อมูลฤกษ์มงคลที่แม่นยำและเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย

Above ปฏิทินที่จัดทำโดยสำนักโหราศาสตร์น่ำเอี๊ยงเมื่อกว่า 30 ปีก่อน (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ความหมายของ “น่ำเอี๊ยง” คือ “แสงสว่างจากทิศใต้” มาจากคำว่า “น่ำ” แปลว่า ทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศมงคล และ “เอี๊ยง” ที่หมายถึง พระอาทิตย์ สื่อถึงพลังหยาง แสงสว่าง และความอบอุ่น “วิสัยทัศน์ของเราฝังอยู่ในชื่อตั้งแต่รุ่นอากงที่ต้องการให้โหราศาสตร์จีนเป็น ‘เข็มทิศนำทาง’ ในชีวิตของผู้คน” กิตติธัช นำพิทักษ์ชัยกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท น่ำเอี๊ยง กรุ๊ป จำกัด ในฐานะทายาทผู้ผลิตปฏิทินรุ่นที่สามกล่าว และเปิดเผยว่า นับตั้งแต่เข้ามาสืบสานกิจการครอบครัวตั้งแต่ 6-7 ปีก่อน วิสัยทัศน์ดังกล่าวก็ยังคงเป็นเสาหลักที่หนักแน่นเช่นเดิม แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล ก็ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับ “พลังงาน” ของคนรุ่นใหม่ เขาจึงนำโหราศาสตร์และฐานข้อมูลที่สั่งสมมาตลอด 80 กว่าปี มาเสนอบริการในรูปแบบ “แอปพลิเคชั่นปฏิทินมงคลน่ำเอี๊ยง” (Num Eiang)
เพียงหนึ่งปีหลังการเปิดตัว ผลตอบรับก็ดีเกินคาด เพราะมีผู้ใช้งานกว่า 100,000 ยูเซอร์ และมีการเติบโตถึงปีละประมาณ 300 เปอร์เซ็นต์!
อ่านเพิ่มเติม: บทเรียน 20 ปี ‘PremiumPops’ จากสองผู้ก่อตั้งมากสไตล์ ป๊อป วรเกียรติ และบอน ก้องกิดากร
แชตบอต “ซินแสโซ่ว” ในยุค “Belief on Demand”
ล่าสุด เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา (12 ก.พ.) แอปพลิเคชั่น Num Eiang ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ซึ่งถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญคือการเปิดตัวแชตบอต “ซินแสโซ่ว” ซึ่งชื่อมีที่มาจากเทพเจ้า “โซ่ว” ผู้เป็นสัญลักษณ์ของความยั่งยืน การมีอายุยืนยาว ร่างกายแข็งแรง และสุขภาพที่ดี ที่มีภาพลักษณ์เป็นชายชราใจดี หน้าผากโหนกนูน ถือไม้เท้าและลูกท้อสวรรค์
จากการเปิดเผยของ Jason Kwon ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ ของ OpenAI ในรายการ WOODY FM ระหว่างเดินทางมาเยือนไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว ระบุว่า คนไทยชอบใช้ ChatGPT เพื่อถามเรื่องสำคัญในชีวิต เช่น วันนี้ควรใส่เสื้อผ้าสีอะไรดี วันเกิดของฉันวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น หรือฉันควรใช้ชีวิตวันนี้อย่างไร
ปรากฏการณ์นี้ย่อมสะท้อนการมาถึงยุคของ “Belief on Demand” ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากสมัยก่อน ที่ความเชื่ออยู่กับสำนัก กับครู กับตำรา มาอยู่บนมือถือ ผู้คนสามารถ “เรียกใช้ความเชื่อ” ได้ทุกเวลา เหมือนเรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่น “ซินแสโซ่ว” จึงเข้ามาตอบโจทย์ชีวิตผู้คนในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และต้องการหาสิ่งที่ช่วยจัดระเบียบความคิดได้พอดิบพอดี
“เราไม่ได้ใช้ AI แบบทั่วไป แต่ใช้ฐานข้อมูลโหราศาสตร์ของน่ำเอี๊ยงที่สะสมมากว่า 85 ปี” กิตติธัชบอก และอธิบายหลักการทำงานของฟีเจอร์นี้ว่าเป็นการใช้สูตรคำนวณจากตำราน่ำเอี๊ยงในการวิเคราะห์ดวงชะตา บุคลิกภาพ และแนวโน้มชีวิต โดยอิงจากหลักปรัชญาหยิน-หยาง และธาตุทั้งห้า ได้แก่ ไม้ ไฟ ดิน ทอง น้ำ ที่ส่งผลต่อมนุษย์วันเดือนปีเกิด “คำตอบของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันเลย เพราะพลังงานแต่ละวันต้องคำนวณร่วมกับดวงของคนนั้น”
ดังนั้น “ซินแสโซ่ว” จึงไม่ใช่แค่การถาม-ตอบทั่วไป แต่คือการวิเคราะห์แบบ personalized ที่ลึกถึงระดับวันเดือนปี และ “เวลาตกฟาก” ซึ่งแตกต่างจากการคำนวณของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก (deep learning) และได้รับการฝึกฝนด้วยข้อมูลข้อความจำนวนมหาศาล (large language model: LLM) แล้วให้คำทำนายผ่านความน่าจะเป็น และการตอบคำถามแบบสนทนาในรูปแบบแชตบอตทั่วไป
“ยิ่งใช้งานบ่อย ‘ซินแสโซ่ว’ จะยิ่งรู้จักผู้ใช้มากขึ้น ทำให้การคำนวณและคำแนะนำมีความแม่นยำมากขึ้น” เขาฝากถึงผู้ใช้แอปพลิเคชั่น Num Eiang ที่ปัจจุบันมีอยู่ 500,000 ยูเซอร์ และประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้ใช้งานแบบสมัครสมาชิก (subscription)
อาวุธคู่กายของทายาทธุรกิจรุ่นสาม
ช่วงแรกๆ ที่เข้ามารับหน้าที่สานต่อธุรกิจครอบครัว กิตติธัชเล่าว่า ตอนแรกเขาไม่มีความเชื่อในเรื่องโหราศาสตร์เท่าไหร่นัก เพราะเรียนจบมาจากต่างประเทศ จึงมีตั้งคำถามกับตัวเองมากมายว่าสิ่งเหล่านี้มาจากไหน มีหลักการอะไรรองรับ กลับมาก็รู้เพียงว่าที่บ้านทำปฏิทิน “ผมไม่รู้ว่า จริงๆ แล้วเราเป็น ‘สำนักโหราศาสตร์’” เขาหัวเราะ จากนั้นเมื่อได้ศึกษาและทำความเข้าใจมากขึ้น เขาจึงพบว่า องค์ความรู้เหล่านี้มีคุณค่า และเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด
“ปัจจุบันถามว่าเชื่อไหม ผมเชื่ออยู่แล้ว” เขาหัวเราะอีกครั้ง “พอเริ่มรู้เกี่ยวกับเรื่องพลังงานในแต่ละวัน เริ่มเข้าใจเกี่ยวกับนักษัตร เรื่องธาตุ เริ่มเข้าใจเกี่ยวกับการคำนวณของศาสตร์มากขึ้นเรื่อยๆ เวลาจะทำอะไรสักอย่างก็เหมือนมี ‘อาวุธคู่กาย’ ที่อย่างน้อยช่วยให้เรารู้สึกมีไกด์ไลน์ มีความมั่นใจในการทำสิ่งต่างๆ ในแต่ละวันมากขึ้น” ในฐานะผู้ประกอบการ เขายังบอกว่าการทำธุรกิจกับเรื่องของโหราศาสตร์เป็นสิ่งที่อยู่ควบคู่กันไป “โหราศาสตร์จีนคือเครื่องมือที่ช่วยให้เราเข้าใจธรรมและเข้าใจตัวเอง เวลาจะทำโปรเจ็กต์อะไร เราอาจอยากรู้ว่ามันสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันไหม หรือจะถูกจังหวะหรือเปล่าถ้าเราทำตอนนี้ ถ้าเราเข้าใจตัวเองเนี่ย เวลาตัดสินใจอะไรเราก็จะได้ระมัดระวังมากขึ้น”

Above กิตติธัชซึ่งเข้ามาสานต่อธุรกิจปฏิทินน่ำเอี๊ยงตั้งแต่ 6-7 ปีก่อน บอกถึงหัวใจของการทำธุรกิจคือการรักษาหลักการของโหราศาสตร์ที่ผ่านการรวบรวมข้อมูลมากว่า 85 ปี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
เดินหน้าอย่างมั่นใจ
กิตติธัชกล่าวต่อไปว่า หลายคนอาจคิดว่าคนรุ่นใหม่ไม่สนใจเรื่องโหราศาสตร์ แต่แท้จริงแล้วคนรุ่นใหม่ก็ยังมี pain point ที่ต้องการหาที่พึ่งยึดเหนี่ยวเพื่อช่วยให้เขาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ หรือเป็นผู้ช่วยในการตัดสินใจมากขึ้น
“ทุกคนมีความกังวลในใจ” เขาบอก “พอได้เข้ามาทำธุรกิจเกี่ยวกับโหราศาสตร์ มองเห็นเลยว่าไม่ว่ายุคสมัยไหนจะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปอย่างไร แต่ผู้คนก็ยังต้องการ ‘ความเชื่อมั่นในการตัดสินใจ’ และในการใช้ชีวิตของคนเราจะมีสักเรื่องที่เราให้ความสำคัญกับสิ่งนี้อยู่” ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นแต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ออกรถ คลอดบุตร ฯลฯ โหราศาสตร์จะเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราให้ความสำคัญ ที่น่าสนใจคือเรื่องราวที่ถูกให้ความสำคัญมีแม้กระทั่งวันเปิดกระเป๋าสตางค์ จำนวนเงินที่ควรเก็บไว้เป็นเงินขวัญถุง สีและรูปทรงที่ควรใช้เป็นอย่างไร
ธุรกิจในความศรัทธา
เมื่อบทสนทนามาถึงตรงนี้ เราจึงอยากรู้ว่าถ้าสถานะของน่ำเอี๊ยงไม่ใช่ปฏิทิน แต่เป็น “ธุรกิจความเชื่อ” แล้วสิ่งที่ลูกค้าซื้อจากน่ำเอี๊ยงจริงๆ คืออะไร “ความมั่นใจในการตัดสินใจที่ทำให้รู้สึกว่าเขามีที่พึ่ง” กิตติธัชตอบอย่างมั่นใจ “เหมือนซื้อที่ปรึกษา เพราะมันเป็นตัวช่วยในการทำให้เขาสามารถเข้าถึงชุดข้อมูลที่เป็นสถิติ ทำให้เขาเข้าถึงพลังงานในแต่ละวัน และเข้าใจว่า ‘nature’ ของวันนั้นเป็นอย่างไร แล้วสิ่งที่เขาสามารถทำได้เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคืออะไร”
ด้วยเหตุนี้จึงมีสิ่งที่เชื่อมโยงกับคำถามต่อมาคือเราจะมีเส้นแบ่งระหว่าง “ศาสตร์” และ “ศรัทธา” ที่บริษัทต้องรักษาไว้อย่างไร
“เราต้องยืนอยู่บนหลักการของโหราศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก” น้ำเสียงของกิตติธัชจริงจัง “ถ้าเราไม่มีศาสตร์ ไม่มีหลักการ มันก็จะไม่เกิดเป็นความเชื่อหรือความศรัทธา เรารวบรวมข้อมูลมานานมากๆ ถึงแม้ศรัทธาของผู้คนอาจจะเปลี่ยนไปในแต่ละยุคแต่ละสมัย แต่ถ้าเรายังยึดศาสตร์ ยึดหลักการไว้ การทำธุรกิจของเราก็จะมีการสืบสาน มีการส่งต่อ ‘ดีเอ็นเอ’ นี้ไปได้อีกร้อยปีพันปี”
สร้างชีวิตในรูปแบบที่อยากเป็น
“เราจะเป็นเข็มทิศ เป็นแสงสว่างให้กับผู้คนเพื่อทำให้เขาก้าวผ่านปัญหาต่างๆ ไปได้” แม้กาลเวลาจะผ่านมาถึงรุ่นที่สาม กิตติธัชก็ยังย้ำถึงดีเอ็นเอของสำนักโหราศาสตร์น่ำเอี๊ยงที่มีมาตั้งแต่รุ่นอากง “แต่เราพยายามปรับเปลี่ยนให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้คน” จุดนี้เองเราจึงเห็นน่ำเอี๊ยงก้าวออกจากการเป็น “ปฏิทิน” ไปสู่ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบแอปพลิเคชั่น แชตบอต การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Bangkok Design Week การร่วมกับแบรนด์ Asava มาต่อยอดเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สามารถใช้ได้ทุกวัน ทั้งเสื้อยืดและกระเป๋าผ้าลวดลายปีนักษัตรตามโครงสร้าง “ซาฮะ” (三合) พวงกุญแจหนังปั๊มนูนประดับฮาร์ดแวร์สลักอักษรมงคลภาษาจีน กำไลข้อมือเชือกพร้อมชาร์ม 12 นักษัตร รวมถึงกำไลเชือก Two-tone และ Clip Charm สัญลักษณ์เสริมความมงคล ฯลฯ
“มันเป็นสิ่งที่ทำให้โหราศาสตร์จีนได้คงอยู่ต่อไปในยุคสมัยที่ต่างกัน” เขาบอก และในอนาคตหากไม่มีปฏิทินกระดาษอยู่เลย เขาก็ยังเชื่อว่าน่ำเอี๊ยงจะยังคงอยู่ในทุกที่ที่ผู้คนต้องการ อย่างเช่น ในแอปพลิเคชั่นที่น่ำเอี๊ยงได้พัฒนาไปแล้ว กระนั้นเขาก็ยังเชื่อมั่นอีกว่า แม้ปฏิทินจะถูกมองเป็นของโบราณ แต่ท้ายที่สุดผู้คนก็จะย้อนกลับมาใช้ในสิ่งที่จับต้องได้ “ปฏิทินกระดาษจริงๆ มันก็มีประโยชน์ที่ทำให้เราย้อนกลับไปนึกถึงช่วงเวลานั้นๆ มันเป็นของที่มีคุณค่าต่อใจ และเป็นของมงคลที่ให้กันในช่วงปีใหม่ ตรุษจีน เยอะมากครับ”
จังหวะนี้เองเราจึงถือโอกาสให้เขาร่วมฉลองตรุษจีนด้วยการอวยพรให้กับผู้อ่านบนแพลตฟอร์ม Tatler “ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใด อยากทำเรื่องอะไรก็ตาม ขอให้ทำแล้วสัมฤทธิ์ผลอย่างง่ายๆ และเนื่องจากปีนี้เป็นปีม้าไฟ ใครที่มีไอเดียหรือมีสิ่งที่อยากทำมาตั้งนานแล้ว ปีนี้จะเป็นปีที่เหมาะสมมากสำหรับการเริ่มต้น ก็ขอเป็นกำลังใจให้ และหากต้องการที่ปรึกษา น่ำเอี๊ยงก็พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดเพื่อให้ทุกคนประสบความสำเร็จในรูปแบบที่ตัวเองอยากเป็นได้ครับ”
ปีนี้เป็นปีม้าไฟ ใครที่มีไอเดียหรือมีสิ่งที่อยากทำมาตั้งนานแล้ว ปีนี้จะเป็นปีที่เหมาะสมมากสำหรับการเริ่มต้น
Topics





