Fano สตาร์ทอัพดาวรุ่งจากฮ่องกง กำลังเร่งทลายกำแพงทางภาษาที่ทำให้ผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาอังกฤษต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลังในสมรภูมิ AI
ในโลกของปัญญาประดิษฐ์ ความสามารถในการ “ใช้ภาษา” กลายเป็นตัวชี้วัดความฉลาดที่ผู้คนรับรู้ได้ง่ายที่สุด หากคุณสั่งให้เครื่องมือ AI เขียนบรรยายภาพภาษาอังกฤษสำหรับโซเชียลมีเดีย ผลลัพธ์ที่ได้มักดูดี ลื่นไหล และแทบไม่ต้องแก้ไขมากนัก ทว่าเมื่อเปลี่ยนเป็นภาษาเวียดนาม ไทย หรือภาษาเอเชียอื่นๆ ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยกลับต้องใช้เวลาเกลาข้อความใหม่เกือบทั้งหมด คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า AI ยัง “ไม่เก่งพอ” แต่คือเหตุใดเทคโนโลยีเดียวกันจึงไม่สามารถเปล่งประกายได้เท่าเทียมกันในทุกภาษา
คำตอบเริ่มต้นจากรากฐานของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ หรือ Large Language Models (LLMs) ซึ่งถูกฝึกด้วยข้อมูลปริมาณมหาศาล โดยส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ—ภาษากลางของอินเทอร์เน็ตในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่ภาษาอื่น โดยเฉพาะภาษาที่ใช้ในประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงภาษาถิ่นและสำเนียงเฉพาะกลุ่ม กลับมีข้อมูลคุณภาพสูงสำหรับการฝึกสอนอยู่อย่างจำกัด ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ AI มักทำงานได้ด้อยประสิทธิภาพเมื่อเผชิญกับภาษาเหล่านี้ และยิ่งตอกย้ำช่องว่างทางดิจิทัลให้กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ภูมิภาคที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักจึงอาจนำ AI มาใช้ได้ช้ากว่า และในระดับความซับซ้อนที่ต่ำกว่า
อ่านเพิ่มเติม: ChatGPT Atlas ก้าวใหม่ของ OpenAI ที่ท้าชน Chrome

Above Claude คือตระกูลของแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นโดยบริษัท Anthropic ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา (ภาพ: Getty Images)
ท่ามกลางความเหลื่อมล้ำเชิงภาษา สตาร์ทอัพจากฮ่องกงชื่อ Fano เลือกเดินเกมต่างออกไป บริษัทแห่งนี้เป็นสตาร์ทอัพฮ่องกงรายแรกที่ได้รับการสนับสนุนจาก Horizons Ventures กลุ่มการลงทุนส่วนตัวของมหาเศรษฐี Lee Ka-Shing โดยมุ่งพัฒนาโซลูชั่น AI เพื่อยกระดับงานบริการลูกค้าในภาคธุรกิจ Fano สร้างเอนจิ้นที่สามารถรับรู้และประมวลผลภาษาเอเชียได้หลากหลาย ตั้งแต่จีนกลาง กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน ไทย เวียดนาม ไปจนถึงบาฮาซามาเลเซียและบาฮาซาอินโดนีเซีย ที่น่าสนใจคือบริษัทระบุว่าอัตราความแม่นยำสูงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แม้ในกรณีที่ผู้พูดสลับหลายภาษาอยู่ในประโยคเดียวกัน
อ่านเพิ่มเติม: ก้าวประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ ประเทศแรกของโลกที่ประกาศใช้กฎหมาย AI
การเคี่ยวกรำข้อมูลท่ามกลางความท้าทาย
Miles Wen ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Fano ซึ่งเคยได้รับการยกย่องให้เป็น Gen.T Leader of Tomorrow ในปี 2020 มองว่าการรองรับภาษาเหล่านี้เป็น “การตัดสินใจทางธุรกิจที่เป็นธรรมชาติ” เมื่อบริษัทตั้งอยู่ในเอเชีย และลูกค้าส่วนใหญ่ก็ให้บริการแก่ชุมชนที่ใช้ภาษาเหล่านี้ในชีวิตประจำวัน แต่เหนือกว่ามิติทางธุรกิจ เหวินยังเชื่อว่าเทคโนโลยีควรเข้ามาเติมเต็มช่องว่างที่มีอยู่จริงในสังคม มากกว่าจะเป็นเพียงสนามแข่งขันเพื่อไล่ตามผลกำไรสูงสุด

Above Miles Wen ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Fano ได้รับการยกย่องจาก KPMG China ให้เป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีอนาคตสดใสในปี 2025 (ภาพ: KPMG China)
การพัฒนาเทคโนโลยีด้านภาษาต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมหาศาล ความท้าทายยิ่งทวีคูณเมื่อการออกเสียงแตกต่างกันไปตามวัย สำเนียง และระดับความชำนาญทางภาษา ยังไม่นับรวมคำสแลงที่แต่ละกลุ่มสังคมสร้างขึ้นเอง Fano จึงทำงานร่วมกับลูกค้าองค์กรที่ยินดีแบ่งปันข้อมูลเพื่อการวิจัย พร้อมทั้งลงพื้นที่เก็บข้อมูลด้วยตนเอง ผ่านการสัมภาษณ์และบันทึกเสียงผู้คนในบริบทที่หลากหลาย งานเหล่านี้ต้องใช้ทั้งเวลาและทรัพยากรจำนวนมาก “มันคือการทำงานหนักล้วน ๆ” Wen กล่าวอย่างตรงไปตรงมา “เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา ต้องลงแรง และต้องอดทนทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
ปัจจุบัน Fano ให้บริการแก่ธุรกิจในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ธนาคารและการเงิน โทรคมนาคม และประกันภัย โดยเฉพาะองค์กรที่มีคอลเซ็นเตอร์ เทคโนโลยีของบริษัทสามารถวิเคราะห์บทสนทนาเพื่อดึงอินไซต์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ของลูกค้า การตรวจจับการละเมิดข้อกำกับ หรือแม้แต่สัญญาณการทุจริต พร้อมทั้งมีเครื่องมือแนะนำแบบเรียลไทม์เพื่อช่วยให้พนักงานตอบสนองลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในแต่ละปี ระบบของ Fano ประมวลผลปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ามากกว่า 100 ล้านครั้ง
ความสมดุลระหว่างมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์
แม้ Fano จะมีแชตบอตและวอยซ์บอตที่ทำงานแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ Wen ยอมรับว่าองค์กรส่วนใหญ่ยังคงเลือกใช้ AI ในฐานะ “ผู้ช่วย” มากกว่า “ผู้ทดแทน” เหตุผลสำคัญคือยังมีปัญหาที่ไม่อาจแก้ได้ทั้งหมด หากระบบให้ข้อมูลผิดพลาดจากอาการหลอนของ AI ก็อาจนำไปสู่ความเสียหายทั้งชื่อเสียงและการเงิน
การผลักดันระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบยังอาจหมายถึงการลดตำแหน่งงาน มากกว่าการโยกย้ายบทบาทใหม่ “ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเราจะทำพลาดครั้งใหญ่ในเส้นทางการเร่งสู่ระบบอัตโนมัติ” เขากล่าว พร้อมคาดการณ์ว่าในอนาคตอาจเกิดการถอยกลับ เมื่อสังคมและผู้พัฒนาเทคโนโลยีได้เรียนรู้บทเรียนเหล่านั้น ก่อนจะค่อยๆ หาจุดสมดุลที่เหมาะสมระหว่าง AI Automation, AI Assistance และงานที่มนุษย์ทำเองทั้งหมด

Above พนักงานขายทางโทรศัพท์และพนักงานบริการลูกค้าเป็นหนึ่งใน 40 อาชีพที่ Microsoft ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจาก AI (ภาพ: Getty Images)
เสียงวิพากษ์ต่อ AI ยังครอบคลุมไปถึงประเด็นการพึ่งพาเทคโนโลยี จริยธรรม และความเป็นส่วนตัว Wen ซึ่งทำงานในแวดวงนี้มากว่าทศวรรษ ยอมรับว่าทิศทางปัจจุบันน่าเป็นห่วง “ผู้คนกำลังแห่กันเข้ามาเหมือนยุคตื่นทอง” เขากล่าวถึงกระแสเงินทุนเก็งกำไรที่ไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว “เรากำลังสร้างปัญญาใหม่ขึ้นมา แต่กลับไม่ได้ทุ่มเทเวลาและพลังงานมากพอในการคิดเรื่องความปลอดภัย”
รายงานปี 2025 ขององค์กรไม่แสวงหากำไรระดับโลกอย่าง Future of Life Institute ก็สะท้อนมุมมองเดียวกัน โดยระบุว่ามาตรการด้านความปลอดภัยของบริษัท AI ชั้นนำยังไม่เพียงพอ ทั้งในแง่กลไกคุ้มครองที่เป็นรูปธรรม การกำกับดูแลอิสระ และกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ Fano จึงเลือกทำงานกับองค์กรขนาดใหญ่เป็นหลัก ซึ่งมักมีมาตรฐานเข้มงวดในการประเมินความเสี่ยงและการนำเทคโนโลยีไปใช้ แม้บางกระบวนการจะสามารถทำให้เป็นอัตโนมัติได้ทั้งหมด เหวินสังเกตว่าหลายองค์กรยังคงให้มนุษย์มีบทบาทอยู่ในวงจร เพื่อรักษาความสามารถในการคิดเชิงวิพากษ์และองค์ความรู้ภายในองค์กร
“คลื่น AI ลูกใหญ่เคยเกิดขึ้นช่วงปี 2017 ถึง 2019 ก่อนจะซาลงระหว่างปี 2020 ถึง 2022” Wen ย้อนความทรงจำ “จากนั้น ChatGPT ก็ปรากฏตัว และทุกอย่างก็กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง” บทเรียนสำคัญที่สุดจากเส้นทางผู้ประกอบการของเขาคือ “ความเพียรพยายามย่อมให้ผลตอบแทน” ไม่เพียงเพราะทีมงานยืนหยัดต่อเนื่องในวันที่ตลาดยังไม่ตื่นตัว แต่ยังเพราะพวกเขาเลือกพัฒนาเทคโนโลยีอย่างจริงจัง แทนที่จะไล่ตามกระแสชั่วคราว
ท้ายที่สุด สำหรับ Wen คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าผลิตภัณฑ์ของเขา “ใช้ AI หรือไม่” หากแต่คือ “สิ่งที่เรากำลังทำอยู่สร้างคุณค่าแท้จริงให้กับสังคมหรือเปล่า” และคุณค่านั้นต้องเป็นคุณค่าที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม และยั่งยืนในระยะยาว
สิ่งที่สำคัญคือเรากำลังทำสิ่งที่ดีต่อสังคมจริงๆ หรือไม่ สิ่งนี้สร้างคุณค่าที่แท้จริง มั่นคง และเป็นรูปธรรมหรือไม่
This story was originally written in English by Yoyo Chow.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2026 โดย Yoyo Chow โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ





