Three-dimensional synthesis of works, on behalf of the future of science and technology, network communications, digital age (ภาพ: guirong hao / Getty Images)
Cover อินเดียได้วางตำแหน่งตัวเองเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล และเสนอการยกเว้นภาษี (tax holiday) ให้แก่ผู้ให้บริการคลาวด์ต่างชาติ (ภาพ: guirong hao / Getty Images)
Three-dimensional synthesis of works, on behalf of the future of science and technology, network communications, digital age (ภาพ: guirong hao / Getty Images)

รัฐบาลอินเดียสร้างความฮือฮาไปทั่วโลกด้วยการประกาศนโยบายเศรษฐกิจครั้งประวัติศาสตร์ในงบประมาณประจำปี 2026 โดยเสนอ “ภาษีเป็นศูนย์” (zero tax) จนถึงปี 2047 สำหรับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่นำงานด้าน AI และ Cloud มาประมวลผลใน data center ภายในประเทศ

ขณะที่การแข่งขันระดับโลกในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเร่งตัวขึ้น อินเดียได้เสนอยกเว้นภาษีให้แก่ผู้ให้บริการคลาวด์ต่างชาติจนถึงปี 2047 สำหรับบริการที่ขายอยู่นอกประเทศ หากบริการเหล่านั้นดำเนินการจากศูนย์ข้อมูลในอินเดีย ซึ่งเป็นความพยายามที่จะดึงดูดการลงทุนด้านการประมวลผล AI รุ่นใหม่ แม้ว่าปัญหาการขาดแคลนพลังงานและน้ำจะคุกคามการขยายตัวในประเทศแถบเอเชียใต้แห่งนี้ก็ตาม

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา Nirmala Sitharaman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศข้อเสนอดังกล่าวในงบประมาณประจำปีของประเทศ โดยเสนอการยกเว้นภาษี (tax holiday) หรือพูดง่ายๆ คือ ภาษีเป็นศูนย์ สำหรับรายได้จากบริการคลาวด์ที่ขายอยู่นอกอินเดีย หากบริการเหล่านั้นดำเนินการจากศูนย์ข้อมูลในประเทศ การขายให้กับลูกค้าชาวอินเดียจะต้องดำเนินการผ่านตัวแทนจำหน่ายที่จดทะเบียนในประเทศและเสียภาษีภายในประเทศ เธอกล่าวต่อรัฐสภาว่า งบประมาณยังเสนอให้มีมาตรการคุ้มครอง 15 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ประกอบการศูนย์ข้อมูลของอินเดียที่ให้บริการแก่หน่วยงานต่างชาติที่เกี่ยวข้องด้วย

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านคลาวด์ของสหรัฐอเมริกา เช่น Amazon, Google และ Microsoft กำลังเร่งเพิ่มขีดความสามารถของศูนย์ข้อมูลทั่วโลกเพื่อรองรับปริมาณงานด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่มขึ้น โดยอินเดียกำลังกลายเป็นสถานที่ที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับการลงทุนใหม่ๆ ประเทศนี้มีบุคลากรด้านวิศวกรรมจำนวนมากและความต้องการบริการคลาวด์ที่เพิ่มขึ้น และได้วางตำแหน่งตัวเองเป็นทางเลือกสำคัญนอกเหนือจากสหรัฐฯ ยุโรป และบางส่วนของเอเชียสำหรับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล

อ่านเพิ่มเติม: ก้าวประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ ประเทศแรกของโลกที่ประกาศใช้กฎหมาย AI

Tatler Asia
WASHINGTON, DC - APRIL 11:  Indian Finance Minister Nirmala Sitharaman delivers remarks at the beginning of a bilateral meeting with U.S. Treasury Secretary Janet Yellen at the Treasury Department on April 11, 2023 in Washington, DC. Sitharaman and Yellen are meeting on the sidelines of the International Monetary Fund/World Bank Spring Meetings, an annual gathering of financial leaders from around the globe. (ภาพ: Chip Somodevilla/Getty Images)
Above Nirmala Sitharaman สตรีคนแรกที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรงการคลังของอินเดีย ผู้มีบทบาทอย่างมากต่อการกำกับชะตาเศรษฐกิจอินเดียมาตั้งแต่ปี 2019 (ภาพ: Chip Somodevilla/Getty Images)
WASHINGTON, DC - APRIL 11:  Indian Finance Minister Nirmala Sitharaman delivers remarks at the beginning of a bilateral meeting with U.S. Treasury Secretary Janet Yellen at the Treasury Department on April 11, 2023 in Washington, DC. Sitharaman and Yellen are meeting on the sidelines of the International Monetary Fund/World Bank Spring Meetings, an annual gathering of financial leaders from around the globe. (ภาพ: Chip Somodevilla/Getty Images)

เปิดแนวคิดยุทธศาสตร์ที่โลกต้องจับตา

รัฐบาลอินเดียมองเห็นว่า ศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เป็นทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ ที่สามารถผลักดันให้ประเทศกลายเป็นศูนย์กลางดิจิทัลขนาดใหญ่ของโลก นอกจากจะสร้างตำแหน่งงานและกระตุ้นการลงทุนแล้ว ยังช่วยผลักดันเป้าหมายทางเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศด้วย

หลายบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Google, Microsoft, Amazon ต่างได้ประกาศแผนการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอินเดียมาก่อนแล้ว ซึ่งท่าทีเช่นนี้ถูกมองว่ามาตรการยกเว้นภาษีอาจช่วยให้แผนเหล่านี้สามารถขยายขนาดได้เร็วยิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติม: เหตุใด AI จึงดูฉลาดเป็นพิเศษเมื่อเป็นภาษาอังกฤษ แต่ยังสะดุดเมื่อสื่อสารด้วยภาษาเอเชีย

ผลกระทบแบบลูกโซ่

การดึงดูดดาต้าเซนเตอร์ขนาดใหญ่ไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องภาษี แต่จะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง

1. แรงจูงใจด้านการลงทุนขนาดใหญ่

สิทธิประโยชน์ด้านภาษีดังกล่าวช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทต่างชาติที่ต้องลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูลในอินเดีย ทำให้หลายบริษัทอาจย้าย workload หรือขยายขนาดฐานศูนย์ข้อมูลมาที่นี่มากขึ้น

2. เร่งการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลในประเทศ

ธุรกิจบริการคลาวด์และ AI ที่รองรับการใช้งานจากทั่วโลกควรจะดึงดูดผู้ให้บริการระบบโครงสร้างพื้นฐาน (เช่น ผู้ให้บริการพลังงาน, ผู้สร้างศูนย์ข้อมูล ฯลฯ) มาเชื่อมโยงกับระบบนิเวศภายในประเทศมากขึ้น

3. อุปสรรคด้านโครงสร้างพื้นฐานจริงๆ

แม้มาตรการภาษีจะช่วยดึงดูดเงินทุน แต่อินเดียยังต้องเผชิญกับปัญหาด้านพลังงาน น้ำ และระบบขนส่งไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการขยายศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยเฉพาะสำหรับงาน AI ที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูงตลอดเวลา

4. การแข่งขันระหว่างภูมิภาค

การมีกฎยกเว้นภาษีจนถึงปี 2047 ทำให้อินเดียมีศักยภาพที่จะแข่งขันกับศูนย์กลางดิจิทัลอื่นๆ ในเอเชีย เช่น สิงคโปร์ หรือเกาหลีใต้ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของศูนย์ข้อมูลระดับภูมิภาคมาก่อน

Tatler Asia
A man is riding his bike past an office building of Microsoft in Gurugram, in the outskirts of New Delhi, India, on July 19, 2024. Airlines, businesses, and various institutions are being affected due to a global Microsoft outage. Various flights around the world are being canceled, and flight operations that rely on Microsoft Systems are being affected. (Photo by Kabir Jhangiani/NurPhoto via Getty Images)
Above บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Microsoft ประกาศเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2025 ว่าจะลงทุน 1.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.53 แสนล้านบาท) เพื่อช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ในอินเดีย โดยซีอีโอ Satya Nadella กล่าวว่า “นี่คือการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดของเราในเอเชีย” (ภาพ: Idrees MOHAMMED / AFP via Getty Images)(Photo by Kabir Jhangiani/NurPhoto via Getty Images)
A man is riding his bike past an office building of Microsoft in Gurugram, in the outskirts of New Delhi, India, on July 19, 2024. Airlines, businesses, and various institutions are being affected due to a global Microsoft outage. Various flights around the world are being canceled, and flight operations that rely on Microsoft Systems are being affected. (Photo by Kabir Jhangiani/NurPhoto via Getty Images)

ความท้าทายที่ต้องเผชิญ

แม้ข้อเสนอจะดีเพียงใด แต่อินเดียยังต้องพิสูจน์ตัวเองในหลายด้าน

  • ความเสถียรของไฟฟ้า: ศูนย์ข้อมูล AI กินไฟมหาศาลและต้องการระบบหล่อเย็นตลอด 24 ชั่วโมง ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดของอินเดีย โครงข่ายไฟฟ้าของประเทศจะรองรับไหวหรือไม่
  • แรงงานทักษะ แม้อินเดียจะมีประชากรจำนวนมาก แต่ความต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีการแข่งขันแย่งชิงตัวกันอย่างรุนแรง

 

นอกจากนี้ นักวิชาการและนักลงทุนบางรายเตือนว่าการให้สิทธิประโยชน์ภาษีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหรือกฎระเบียบด้านการปฏิบัติงานยังไม่เพียงพอ ซึ่งอาจทำให้บริษัทต่างชาติเลือกจ่ายภาษีศูนย์มากกว่าโยกย้ายปริมาณงาน (workload) จริง หรืออาจใช้แผนการภาษีในรูปแบบอื่นแทน ขณะที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในประเทศก็ยังต้องประเมินว่า การเปิดพื้นที่สำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐานนี้ให้บริษัทต่างชาติจะช่วยผลักดันผู้ประกอบการเทคโนโลยีของอินเดียเองได้มากน้อยแค่ไหนในระยะยาว

กล่าวโดยสรุปแล้ว การเสนอยกเว้นภาษีจนถึงปี 2047 เป็นกลยุทธ์ระยะยาวของอินเดียในการดึงดูดโครงสร้างพื้นฐาน AI และบริการคลาวด์ระดับโลกเข้ามาในประเทศ โดยหวังให้ศูนย์ข้อมูลอินเดียกลายเป็นหัวใจของยุค AI และเศรษฐกิจดิจิทัลโลก อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของนโยบายนี้ยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานจริง สภาพแวดล้อมการลงทุน และการแข่งขันในภูมิภาค ซึ่งทั้งหมดจะเป็นตัวกำหนดว่าอินเดียจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านคลาวด์และ AI ของโลกได้หรือไม่ในทศวรรษหน้า

Topics

Usanisa Wongmongkolrit
Assistant Editor, Power & Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

อุษณิษา ว่องมงคลฤทธิ์ ผู้ดูแลเนื้อหาด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ พร้อมขยายพรมแดนความมั่งคั่งไปยังพื้นที่แห่งความสุข เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ด้วยความเชื่อว่าความรื่นรมย์อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต และสามารถสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้กับผู้คนได้ไม่สิ้นสุด