สำรวจรายชื่อสถาบันการศึกษาที่เป็นเลิศที่สุดของภูมิภาคเอเชียในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยประจำปี 2026 ท่ามกลางอิทธิพลอันโดดเด่นของจีน และการทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดทางวิชาการในรอบทศวรรษของมหาวิทยาลัยจากญี่ปุ่น
การจัดอันดับมหาวิทยาลัยในเอเชียประจำปี 2026 ของ Times Higher Education (Times Higher Education Asia University Rankings 2026) เผยให้เห็นภาพลักษณ์ใหม่ของขุมพลังทางปัญญาในทวีปที่กำลังเปลี่ยนไป สำหรับผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของแหล่งบ่มเพาะบุคลากรชั้นเลิศด้านเทคโนโลยี ธุรกิจ และวิทยาศาสตร์ ผลลัพธ์ในปีนี้เปรียบเสมือนแผนที่นำทางที่สะท้อนภูมิทัศน์ทางการศึกษาได้อย่างชัดเจน
ในปีนี้ การจัดอันดับได้ขยายขอบเขตครอบคลุมสถาบันการศึกษาถึง 929 แห่ง จาก 36 ประเทศ มอบข้อมูลเชิงลึกที่กว้างขวางกว่าที่เคย โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ แม้สาธารณรัฐประชาชนจีนยังคงครองตำแหน่งสูงสุดสองอันดับแรกอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าจับตามองคือญี่ปุ่นที่ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบสิบปี รวมถึงการปรากฏชื่อของพื้นที่ใหม่อย่างเยเมนในทำเนียบนี้ด้วย การจัดอันดับดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการวัดระดับทางวิชาการ แต่ยังเป็นดัชนีชี้วัดว่าภูมิภาคใดสามารถเปลี่ยนงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน ให้กลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม
เกณฑ์การพิจารณาความเป็นเลิศ
การจัดอันดับมหาวิทยาลัยประจำปี 2026 ใช้ตัวชี้วัด 18 ด้าน โดยแบ่งออกเป็น 5 หมวดหลัก ซึ่ง ‘คุณภาพงานวิจัย’ (research quality) ถือเป็นสัดส่วนที่สำคัญที่สุดถึงร้อยละ 30 โดยวัดจากความถี่ที่ผลงานวิจัยของสถาบันนั้นๆ ถูกนำไปอ้างอิงในระดับสากล ขณะที่ด้าน ‘การเรียนการสอน’ (teaching) และ ‘สภาพแวดล้อมด้านการวิจัย’ (research environment) ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กร ชื่อเสียงของวิทยาเขต และคณาจารย์ มีสัดส่วนหมวดละร้อยละ 30 ส่วนอีกร้อยละ 10 ที่เหลือพิจารณาจาก ‘รายได้จากภาคอุตสาหกรรม’ (industry income) หรือความสามารถในการนำความรู้ไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ และ ‘ความเป็นนานาชาติ’ (international outlook) ทั้งหมดนี้คือกรอบการประเมินที่เน้นผลลัพธ์เชิงประจักษ์มากกว่าเพียงแค่ชื่อเสียงเก่าแก่ที่มีมาในอดีต
อ่านเพิ่มเติม: เผย 10 อันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชียของ Times Higher Education พร้อมศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง
1. มหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University), จีน
ครองแชมป์อันดับหนึ่งติดต่อกันเป็นปีที่ 8 ของการจัดอันดับมหาวิทยาลัย โดดเด่นอย่างยิ่งในด้านสายสัมพันธ์กับภาคธุรกิจ โดยได้รับคะแนนเต็มร้อยในการทำงานร่วมกับภาคเอกชน หากคุณมองหาจุดตัดระหว่างงานวิจัยระดับสูงและการประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์ ที่นี่คือมาตรฐานสูงสุดของภูมิภาค
2. มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University), จีน
รักษาตำแหน่งอันดับสองของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยตามหลังเพื่อนบ้านในกรุงปักกิ่งมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยคะแนน 93.1 และยังคว้าคะแนนเต็มร้อยในหมวดรายได้จากอุตสาหกรรมเช่นกัน สถาบันแห่งนี้ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมการวิจัยแบบดั้งเดิมที่มีเกียรติประวัติยาวนาน
3. มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore - NUS), สิงคโปร์
ยังคงรักษาระดับอยู่ในอันดับที่ 3 ของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยได้อย่างเหนียวแน่น โดยมีจุดแข็งอยู่ที่คะแนนด้านความเป็นนานาชาติที่สูงมาก ทำให้เป็นศูนย์รวมของผู้มีความสามารถจากทั่วโลก และยังครองตำแหน่งสถาบันการศึกษาที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
4. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานยาง (Nanyang Technological University - NTU), สิงคโปร์
ขยับขึ้นมาครองอันดับ 4 ร่วม โดยมีความโดดเด่นเป็นพิเศษในด้านคุณภาพงานวิจัย และได้รับคะแนนเต็มในส่วนของรายได้จากภาคอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในจีน สะท้อนให้เห็นว่าสถาบันการศึกษาของสิงคโปร์มีความเชี่ยวชาญในการเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการให้กลายเป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่ใช้ได้จริง
5. มหาวิทยาลัยโตเกียว (The University of Tokyo), ญี่ปุ่น
ก้าวขึ้นมาสู่อันดับ 4 ร่วม ซึ่งถือเป็นสถิติที่ดีที่สุดในรอบสิบปีของญี่ปุ่น ความสำเร็จนี้ขับเคลื่อนด้วยคะแนนด้านการเรียนการสอนและสภาพแวดล้อมการวิจัยที่พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน บ่งบอกถึงการกลับมาทวงคืนความยิ่งใหญ่ของสถาบันที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น
อ่านเพิ่มเติม: 9 ศิษย์เก่าในสายงานใหม่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดจากรายการ 'America's Next Top Model'
6. มหาวิทยาลัยฮ่องกง (University of Hong Kong), ฮ่องกง
ยังคงรั้งตำแหน่งอันดับ 6 ไว้อย่างมั่นคง และเป็นหนึ่งในสถาบันที่มีความเป็นนานาชาติสูงที่สุดในบรรดา Top 10 ด้วยความหลากหลายของบุคลากรและนักศึกษา และยังเป็นทางเลือกอันดับหนึ่งสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อในฮ่องกง
7. มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น (Fudan University), จีน
มหาวิทยาลัยฟู่ตั้นแห่งเซี่ยงไฮ้ยังคงรั้งอันดับที่ 7 โดยมีผลการดำเนินงานที่สมดุลในทุกเกณฑ์ ไม่ตกต่ำอย่างเห็นได้ชัดในด้านใดด้านหนึ่ง และเป็น 1 ใน 5 มหาวิทยาลัยจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่ครองอันดับต้นๆ ใน 10 อันดับแรกขณะนี้
8. มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University), จีน
มหาวิทยาลัยเจ้อเจียงอยู่ในอันดับที่ 8 เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยในกลุ่ม ‘คะแนนเต็มร้อย’ ในด้านรายได้จากภาคอุตสาหกรรม ความสม่ำเสมอของมหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้จีนยังคงครองอันดับมหาวิทยาลัยในเอเชียได้อย่างมั่นคงในปีนี้
9. มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง (Shanghai Jiao Tong University), จีน
มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทงขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 9 แซงหน้ามหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง การขยับขึ้นนี้ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านการวิจัยและคะแนนการสอนในช่วงรอบปีที่ผ่านมา
10. มหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง (The Chinese University of Hong Kong), ฮ่องกง
ปิดท้ายทำเนียบที่อันดับ 10 ของการจัดอันดับมหาวิทยาลัย แม้จะปรับลดลงมาหนึ่งตำแหน่ง แต่ที่น่าทึ่งคือสถาบันแห่งนี้ครองคะแนน ‘คุณภาพงานวิจัย’ สูงที่สุดในกลุ่ม Top 10 (98.7 คะแนน) พิสูจน์ให้เห็นว่าคณาจารย์ของที่นี่ยังคงสร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่มีอิทธิพลต่อวงวิชาการมากที่สุดในเอเชีย
การเปลี่ยนแปลงในตารางการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเหล่านี้มักจะสะท้อนถึงการเคลื่อนย้ายของเม็ดเงินลงทุนและอิทธิพลในโลกแห่งความเป็นจริง เมื่อภาคธุรกิจมองหาทำเลศักยภาพถัดไปสำหรับศูนย์กลางเทคโนโลยี หรือมองหาแหล่งรวมบุคลากรทักษะสูง ข้อมูลเหล่านี้คือเครื่องยืนยันว่าเมืองใดกำลังก้าวไปสู่ความสำเร็จ และยังเป็นการคาดการณ์ได้เป็นอย่างดีว่า นวัตกรรมเปลี่ยนโลกด้าน AI การแพทย์ และวิศวกรรมศาสตร์ในอนาคต มีแนวโน้มจะเริ่มต้นขึ้นจากที่ใด
This story was originally written in English by Chonx Tibajia.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2026 โดย Chonx Tibajia โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
Topics





