Shopee, SeaMoney และ Garena แพลตฟอร์มดิจิทัลในชีวิตประจำวันของคนไทย เป็นผลิตภัณฑ์ของ Sea (Thailand) ซึ่งเป็นบริษัทลูก Sea Limited ยูนิคอร์นสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยการบริหารงานที่ประเทศไทยของนก มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เธอเปรียบการทำงานในแวดวงดิจิทัลและในฐานะผู้บริหารหญิงว่าเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ทีละตัว
โดยจิ๊กซอว์ตัวแรกเริ่มจากการพบกันโดยบังเอิญของมณีรัตน์และฟอเรสต์ ลี (Forrest Li) Chairman และ Group CEO แห่ง Sea Limited ขณะนั้นที่สนใจขยายกิจการเกม Garena มาที่ไทย ในช่วงแรก มณีรัตน์ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเพราะขณะนั้นยังทำงานในบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ
ต่อมาเมื่อฟอร์เรสต์มีวิสัยทัศน์ที่มากกว่าแค่การทำเกมดิจิทัล โดยวางแผนนำเทคโนโลยีมาสร้างแพลตฟอร์มเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน มณีรัตน์มองเห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีตั้งแต่ครั้งไปศึกษาปริญญาโทที่สแตนฟอร์ด จึงเข้ามาเป็นผู้บริหารสาขาประเทศไทยตั้งแต่นั้น จนปัจจุบันที่อายุการทำงานกว่าสิบปี
เธอบอกกับ Tatler ว่ายังคงต่อจิ๊กซอว์ เพื่อเติมเต็มภาพใหญ่ของการทำงานให้เต็ม มีบางครั้งที่เลือกผิดชิ้น แต่ทั้งหมดคือการเรียนรู้ และรับมือกับความท้าทายของการเป็นผู้บริหารหญิงในบริษัทเทคโนโลยี ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เสริมพลังให้กับผู้บริหารหญิงด้วยกัน
อ่านเพิ่มเติม: ดร.พรลภัส ณ ลำพูน: ผู้นำหญิงเบื้องหลังเรื่องราวความสำเร็จของบริษัทวิศวกรรมระดับประเทศ

Above นก มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแห่ง Sea (Thailand) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ทราบมาว่าเรียนมาทางด้านวิศวะ เมื่อมาทำงานเป็นผู้บริหารในบริษัทดิจิทัล ถือว่าเป็นเรื่องท้าทายมากน้อยแค่ไหน
ต้องบอกว่าเป็นคนที่ชอบหยิบจับ ชอบปั้น ชอบสร้างสิ่งของขึ้นมา ตอนเด็กคุณพ่อคุณแม่ขับรถผ่านสะพานแล้วเห็นวิศวกรโยธาใส่หมวกสีขาว เราเลยมีความฝันอยากเป็นวิศวกรโยธามาก แต่คุณแม่บอกว่าอาจหนักไปสำหรับผู้หญิง เลยเรียนวิศวกรรมอุตสาหการ (Industrial Engineering) ซึ่งเป็นเรื่องของการจัดการ นกเลยมีพื้นฐานมาแบบนี้ เมื่อเรียนปริญญาโทก็เรียนบริหารธุรกิจ
ส่วนชีวิตการทำงาน เริ่มที่บริษัทส่งออกเครื่องประดับรายใหญ่ จากนั้นทำงานเป็นที่ปรึกษาของ The Boston Consulting Group ให้คำปรึกษาบริษัทในแวดวงพลังงาน และ digital transformation และได้มาทำที่ Sea (Thailand) เป็นแวดวงอาชีพที่คนทำงานส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย การได้ทำงานที่นี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งแวดวงที่ยังมีผู้หญิงไม่มาก นับเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ลึกๆ คิดว่าตรงกับสิ่งที่ต้องการคือต้องการสร้างอะไรสักอย่างขึ้นมา เมื่อได้คุยกับฟอร์เรสต์ก็เห็นตรงกันว่าอยากสร้างให้คนไทยได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เลยอยากเป็นส่วนหนึ่งของตรงนี้ ตอนเข้ามาทำก็เหมือนปั้นทุกอย่างขึ้นมาเองกับมือ แต่โชคดีที่มีทีมดีทั้งฝ่าย operate และ frontline ที่ช่วยกันสร้างธุรกิจนี้ ทุกคนฝันร่วมกัน และพยายามปั้นมันด้วยกัน ทั้งที่อุปสรรคไม่น้อย
อ่านเพิ่มเติม: ศุภลักษณ์ อัมพุช ความสำเร็จที่เกิดมาจากการเสียสละ
การเข้ามาก่อตั้งองค์กรเหมือนเริ่มต่อจิ๊วซอว์ตัวแรก ใช้หลักอะไรในการก่อร่างสร้างธุรกิจดิจิทัลที่ย้อนไปเมื่อสิบปีที่แล้วยังเป็นเรื่องใหม่
เราทดลองผิดและถูกเพื่อสร้างรากฐานให้แน่น ถ้าฐานแข็งแรง เราจะต่อยอดไปได้ไกล ตอนเริ่มต้นจึงยากมาก นกคิดว่าตอนนั้นเรามองอนาคตเหมือนกัน แต่เรามองอนาคตแบบ 3 เดือน 5 เดือน เพราะว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วมาก มีอะไรเข้ามาปุ๊บ มันเปลี่ยนได้ทันที ไม่ได้มองว่าสิ่งที่เรากำลังสร้าง มันจะใหญ่โตไหม จะไปทางไหนต่อ แต่เรามีภาพคร่าวๆ อยู่
ตอนนี้โครงสร้างของ Sea (Thailand) แข็งแรงแล้ว กำลังต่อยอดข้างบน ถามว่าเห็นภาพอนาคตชัดขึ้นไหม ก็ชัดขึ้นระดับหนึ่ง ธุรกิจเราอาจมองได้ไกลขึ้น ระดับเป็นหลัก 1 ปี แต่ไม่ได้มองไปถึง 5 ปีหรือ 10 ปีหลังจากนี้ เพราะตอบยากมาก
Never burn the bridge รักษาความสัมพันธ์กับทุกคนที่ร่วมงานด้วย เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าจะกลับมาเจอกันอีกเมื่อไหร่
หากการสร้างรากฐานให้แข็งแรง คือหลักในการสร้างองค์กร แล้วในฐานะของคนทำงาน ใช้หลักอะไรในการทำงาน
นกมีหลักการทำงานที่ยึดถือมาโดยตลอด ซึ่งได้มาจากการทำงานที่แรก เราได้ทำงานใกล้ชิดกับกลุ่มผู้บริหาร เมื่อมาสร้างองค์กรที่ Sea (Thailand) เองก็จะคิดว่าถ้าเป็นเขา เขาจะทำกันอย่างไร หลักการแรกที่ได้จาก CMO คือ Customer is a king. ทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้าแฮปปี้ที่สุด นกเลยใช้หลักการนี้มาทำแอปพลิเคชั่น คือทำอย่างไรให้ผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่นของเราสะดวกสบายที่สุด
หลักการอีกอย่างหนึ่งคือ Never burn the bridge รักษาความสัมพันธ์กับทุกคนที่ร่วมงานด้วย เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าจะกลับมาเจอกันอีกเมื่อไหร่ นกนำสิ่งนี้มาใช้กับการทำงานกับพาร์ทเนอร์ จนถึงน้องๆ ที่นกสัมภาษณ์งานเขา ถ้าเราไม่รับเขาเข้าทำงาน นกจะเป็นคนโทรไปบอกเอง เพื่ออธิบายเหตุผลและบอกว่าเราเห็นอะไรในตัวเขา หรือน้องที่ลาออกจากบริษัท นกจะคุยกับพวกเขา จากกันด้วยดี และหวังว่าเราจะเจอกันอีก
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 คนหันมาใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในชีวิตประจำวันมากขึ้น เช่น การซื้อของ การจ่ายค่าสาธารณูปโภค จากสถานการณ์นั้น ทำให้ SEA Thailand มองเห็นโอกาสหรือความท้าทายอะไรของธุรกิจดิจิทัลบ้าง
ต้องยอมรับว่าธุรกิจดิจิทัลทุกตัวน่าจะได้ประโยชน์จากโควิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น แต่นกมองว่าประโยชน์ที่ดีสุดคือความรู้ของผู้ใช้ เพราะก่อนหน้านี้ต้องบอกว่าคนสามารถนำเรื่องดิจิทัลมาใช้แค่ระดับหนึ่ง แต่พอโควิดมาเหมือนเป็นเหตุการณ์บังคับที่ทุกคนต้องเรียนรู้ ยอดการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลจึงพุ่งสูงขึ้นมาก
ส่วนความท้าทายนั้น น่าจะเป็นเรื่องทักษะคนทำงาน หนึ่งเราคิดว่าจะพยายามยังไงดีให้พนักงานที่ทำงานกับเรามีทักษะที่หมุนทันโลกตลอดเวลา สองคือนักศึกษาจบใหม่และเข้ามาทำงาน ทำยังไงให้เขามีความพร้อมในการทำงานกับเรา เราจึงพยายามร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อให้ระยะเวลา 3-4 ปีในมหาวิทยาลัยได้มีการเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นและได้ปฏิบัติ เราก็รับนักศึกษาฝึกงานมาบ้าง หรือให้นักศึกษามาดูงาน
สามคือ ร่วมมือกับภาคการศึกษาต่างๆ ที่ส่งเสริมทักษะดิจิทัล เพราะเรามองว่าทักษะดิจิทัลนั้นสำคัญตั้งแต่วัยเด็ก ไม่จำเป็นต้องไปเริ่มที่มหาวิทยาลัยอย่างเดียว นกเชื่อว่าไม่ใช่แค่ทาง Sea (Thailand) ที่มีปัญหา บริษัททั่วไปที่ต้องการคนที่มีทักษะด้านดิจิทัลและไอทีคงคิดเหมือนกัน แต่ปัจจุบันทักษะของเด็กๆ ก็ดีขึ้นเยอะมาก ทำให้ช่องว่างตรงนี้ลดลง
อีกหนึ่งความท้าทายคือ การทำให้พนักงานมีความสุข สิ่งนี้เป็นความท้าทายระยะยาว และนกให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ที่สุด เราต้องเข้าใจความต้องการของเขาในช่วงเวลานั้นๆ เช่น ช่วงแรกเริ่มทำงาน ช่วงที่มีครอบครัว แล้วจะตอบสนองยังไงเพื่อทำให้เขาอยู่กับเราแล้วสบายใจ นกคิดว่าสิ่งนี้เป็นหัวใจสำคัญเลย เพราะถ้าคนทำงานได้อย่างสบายใจ งานก็จะมีประสิทธิภาพ

Above นก มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ผู้บริหาร Sea (Thailand) ในโครงการ Women Made (ภาพ: website/seathailand )
การทำให้พนักงานมีความสุข เป็นหัวใจสำคัญ ถ้าคนทำงานได้อย่างสบายใจ งานก็จะมีประสิทธิภาพ
นอกจากให้ความสำคัญกับคนทำงานด้วยกันแล้ว ทราบมาว่ายังให้การสนับสนุนผู้บริหารหญิง เพื่อสร้างเครือข่ายด้วย
ผู้หญิงเราเก่งและมีความสามารถค่ะ แต่บางทีอาจขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าออกจากความคุ้นชินเดิมๆ และไม่รู้จะไปหาแหล่งความรู้ที่ไหน ปีที่แล้วนกเลยร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จัดโครงการ ‘Women Made’ คัดเลือกผู้หญิง 10 คนที่เป็นผู้บริหารธุรกิจมาอบรมให้ความรู้ สอนการใช้เครื่องมือ เทคนิคการขายออนไลน์ โดยทาง CEA มาสอนในแง่นวัตกรรมว่าทำอย่างไรให้สินค้าดูทันสมัย สร้างสรรค์
หลังเรียนจบ ยอดขายก็เพิ่มขึ้นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่สำคัญคือพวกเขาได้สร้างเครือข่าย ได้ให้กำลังใจกันและกัน ได้สร้างต้นแบบความสำเร็จว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้
หากมีนักธุรกิจหญิงมาขอคำแนะนำว่าจะทำอย่างไรจึงเป็นผู้บริหารหญิงที่ประสบความสำเร็จบ้าง จะให้คำแนะนำอย่างไร
นกอยากบอกว่า Everything is possible. อย่างแรกเลยนกเชื่อว่าทุกคนมีแรงกระตุ้นภายในที่จะผลักดันให้ตัวเองไปสู่จุดนั้น ถ้าเราอยากทำ และมีความตั้งใจจริง เราจะเริ่มเปิดประตูเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพื่อดูว่าอะไรจะช่วยส่งเสริมให้เราเป็นแบบนั้นได้
สองคือ open-minded เปิดใจดูว่ามีทรัพยากรอะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เรียนรู้จากคนอื่นหรือสิ่งอื่นบ้าง เพราะไม่มี one-man show อีกต่อไปแล้วในโลกนี้ คุณอาจมีข้อดีหลายข้อ แต่คนหนึ่งคนคงไม่มีครบทุกข้อและทำได้ทุกอย่างแน่นอน ดังนั้นต้องยอมรับว่าเราเก่งอะไร อ่อนอะไร แล้วในสิ่งที่เราอ่อน เราหาอะไรมาเสริมเพื่อผลักดันให้เราสามารถทำสิ่งที่ตั้งใจไว้สำเร็จได้ไหม
งานบริหาร Sea (Thailand) และส่งเสริมผู้หญิงในแวดวงธุรกิจยังคงเป็นงานใหญ่ ที่ต้องหาจิ๊กซอว์ที่ถูกต้องมาเติมให้เต็ม แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การลงมือทำอย่างต่อเนื่องของผู้บริหารหญิงอย่าง มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ย่อมเติมภาพใหญ่ของงานนี้ให้เต็มได้อย่างแน่นอน





