วิศวกรอาหาร อีกหนึ่งสาขาอาชีพที่เราได้ยินไม่บ่อยนัก แต่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าวิศวกรสาขาอื่นๆ
Tatler มีโอกาสพูดคุยกับหนึ่งในบุคลากรสำคัญของวงการนี้ นั่นคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์เพ็ญ พรเฉลิมพงศ์ หรืออาจารย์ส้ม อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และผู้ก่อตั้งศูนย์พัฒนานวัตกรรมอาหาร FACTory Classroom ซึ่งเป็นการร่วมมือกับหน่วยงานเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ การวิจัย และปฏิบัติการทดลองเพื่อพัฒนาการผลิตอาหาร
ปัจจุบันงานของอาจารย์ส้มคือ เป็นผู้วิจัยต้นแบบและสร้างรูปแบบตั้งต้นของการผลิตอาหารในระดับอุตสาหกรรม นับเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผลิตผลทางการเกษตรไทยที่ส่งออกไปขาย สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศ
อ่านเพิ่มเติม: Women of Flavour ทำความรู้จัก 5 เชฟหญิงที่น่าจับตามองที่สุดในตอนนี้

Above ผศ.ดร.พิมพ์เพ็ญ พรเฉลิมพงศ์ ขณะอยู่ในห้องปฏิบัติการของศูนย์พัฒนานวัตกรรมอาหาร FACTory Classroom (ภาพ: Tatler Thailand)
แรงบันดาลใจจากเมืองแห่งน้ำส้ม
อาจารย์ส้ม กล่าวถึงแรงบันดาลใจของการหันมาสนใจเป็นอาจารย์สาขาวิศวกรรมอาหาร เมื่อครั้งได้รับทุนไปเรียนต่อปริญญาเอกจากจากรัฐบาลสหรัฐฯ (Fulbright Scholarship)
“ตอนไปเรียนปริญญาเอก ไม่ได้ตั้งเป้าจะกลับมาทำทางด้านนี้นะคะ แต่พอได้ไปเรียนเกิดปิ๊งไอเดีย เพราะได้ไปฟลอริดา เขาเป็นเมืองที่ทำน้ำส้ม ในมหาวิทยาลัยจะศึกษาทุกอย่างที่เกี่ยวกับส้ม เช่น ระบบการปลูก การแปรรูป การนำทุกส่วนไปใช้ประโยชน์"
"คนที่ทำอุตสาหกรรมเกี่ยวกับส้ม ก็ต้องมาเรียนที่นี่พร้อมกับนักศึกษาจาก PepsiCo ที่ทำ Minute Maid ก็มาเรียนกับภาคอุตสาหกรรมโดยมีอาจารย์สอนในห้องเดียวกัน ข้างๆ เราก็มีผู้จัดการโรงงาน เราเรียนจากของจริง discuss กัน เครื่องไม้เครื่องมือบริษัทก็นำมาทำงานด้วยกัน สร้าง network สร้าง ecosystem ให้ส้มได้ขายไปทั่วโลก อาจารย์เองมีโอกาสได้ไปเรียนรู้อะไรเยอะ ก็ได้แรงบันดาลใจจากที่นั่น พอกลับมาประเทศไทย คิดว่าบ้านเรามีอะไรที่มากกว่าเขาตั้งเยอะ”
Food Science และ Food Engineer ความต่างของสองศาสตร์ที่เติมเต็มกันและกัน
หลังสำเร็จการศึกษา อาจารย์ส้มกลับมาทำงานสอนในคณะวิศวกรรมอาหารตามที่ตั้งใจ
“ตอนนั้นนักศึกษาเรามีน้อยมาก เพราะคนยังไม่รู้จักว่าวิศวกรรมอาหารคืออะไร แต่เราก็มีความตั้งใจที่จะทำให้หลักสูตรนี้ ได้พัฒนาสินค้าเกษตรของไทย ปัจจุบันมีนักศีกษามากขึ้น จนก่อตั้งเป็น FACTory Classroom โรงเรียนต้นแบบเพื่อการเรียนรู้นวัตกรรมแก่นักศึกษาหรือผู้ประกอบการ เรามีแพลตฟอร์มผลิตอาหาร แต่ผลิตเพื่อเป็นต้นแบบให้ผู้ประกอบการ นำไปเป็นต้นแบบในการผลิตส่งออก”
เมื่อกล่าวถึงศาสตร์ในการเรียนรู้หลักวิทยาศาตร์ทางอาหาร หลายคนจะคุ้นเคยกับ food science
อาจารย์ส้มอธิบายถึงความแตกต่างของวิทยาศาสตร์อาหารและวิศวกรรมอาหารไว้ว่า “คำว่าวิศวกรรมการอาหาร หรือ food engineering คือการทำแอปพลิเคชั่นหรือการประยุกต์นำมาใช้ ส่วน food science คือการศึกษาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เช่น เคมี จุลินทรีย์ กายภาพ วิศวกรรมคือการนำผลของเคมี จุลินทรีย์เหล่านั้นมาทำเป็นโรงงาน มาขยายการผลิตให้ออกมาเป็นสินค้าได้ปริมาณมาก วิศวกรรมต้องเข้ามาช่วยในการออกแบบโรงงาน ออกแบบเครื่องจักร”
อ่านเพิ่มเติม: เชฟแพม กับรางวัลเชฟหญิงยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย พร้อมพูดคุยถึงโปรเจ็กต์ส่งต่อโอกาสให้คนรุ่นใหม่
เพิ่มมูลค่าให้อาหารและสร้างคุณค่าให้อาชีพ ภารกิจของแม่พิมพ์ด้านวิศวกรรมอาหาร

Above น้ำมะม่วงไซเดอร์ หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในโปรเจ็กต์การแปรรูปผลไม้ห้าชนิดของไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าอาหาร (ภาพ: FB / KMITL FACTory Classroom)
ด้วยความตั้งใจที่จะเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลไม้ไทย อาจารย์ส้มยังมีโปรเจ็กต์การแปรรูปผลไม้ห้าชนิดของไทย ได้แก่ มะม่วง มังคุด ทุเรียน มะพร้าว และสับปะรด โดยเริ่มจากมะม่วงที่ได้รับการตอบรับดีทั้งในและต่างประเทศ
“เราเรียกผลไม้ทั้งห้าชนิดนี้ว่า ปัญจสุวรรณผล หรือ penta golden fruits เพราะอยากให้มีค่าเหมือนทองคำ เพื่อแก้ pain point ให้แก่เกษตรกรไทย เพราะถ้าไม่นับทุเรียนแล้ว ผลไม้ไทยราคาไม่เคยดีเลย เริ่มจากมะม่วงที่ไปรับจากสวน ลูกไหนสวยก็ส่งออกได้เลย ลูกที่ผิวไม่สวยนำไปทำไอศกรีม ส่วนเนื้อติดเม็ดหรือเปลือก นำมาขูดเป็นเนื้อผลไม้บด ล่าสุดเรามีการนำมะม่วงมาหมักเป็นไซเดอร์ เนื้อมะม่วงกิโลกรัมละ 30 หรือ 40 บาท นำมาทำแอปเปิลไซเดอร์ ขวดละ 250 บาท เพิ่มมูลค่าได้อีกมหาศาล"
"เราคิดว่าการสร้างคนต้องมาก่อน ต้องให้แรงบันดาลใจเขา นักศึกษาของเรามาจากต่างจังหวัด พ่อแม่เป็นเกษตรกร เราแค่ต้องสอนเขาว่านี่คือทองคำ มันมีค่ามหาศาล แค่ต้องมีความรู้ว่าทำอย่างไรให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ แค่นั้นเอง”
ภารกิจการแปรผลิตผลทางการเกษตรให้มีค่าดั่งทองของเธอ ยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่การสร้างคน ก็ไม่เคยหยุด
Topics





