Cover คุณศุภลักษณ์ อัมพุช Chairwoman of The Mall Group (ภาพ : ศุภสิธ ศรีสวัสดิ์ศักดิ์)

จากก้าวแรกสู่การทำธุรกิจด้วยวัยเพียง 23 ปี สู่การยอมรับจากทั้งในและต่างประเทศ ศุภลักษณ์ อัมพุช Chairwoman of The Mall Group กล่าวกับ Tatler ว่า เธอไม่ได้วาดฝันถึงจุดนี้ หากแต่เส้นทางทั้งหมดเหมือนถูกกำหนดไว้ โดยเริ่มต้นจากความต้องการตอบแทนพระคุณของบิดา ผู้เป็นที่รักและมีอิทธิพลต่อเธออย่างที่สุด

“แอ๊วเสียสละทั้งชีวิตให้พ่อ” คุณศุภลักษณ์กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการเข้ามาทำธุรกิจค้าปลีก ที่เริ่มจากต้องการทำให้พ่อภาคภูมิใจ “เราเห็นมาตลอดว่าพ่อเสียสละเพื่อลูกๆ ทุกคน พ่อให้ลูกได้เรียนดี ลูกต้องมีเงิน ต้องมีกิน เราเลยอยากทำให้พ่อภูมิใจ สิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ในตอนนั้นคือ สอบเข้ามหาวิทยาลัยมหิดล คณะเภสัชศาสตร์ และจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง”  

หลังเรียนจบปริญญาตรี คุณศุภลักษณ์ทำงานเป็นผู้แทนขายยาก่อนไปศึกษาต่อปริญญาโท หวังจะกลับมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ด้วยจุดประสงค์ในใจ “ก่อนหน้านี้คุณพ่อทำธุรกิจสถานบันเทิง แต่เราอาย จึงถามคุณพ่อว่าไม่ทำได้ไหม” พิสูจน์ความรักจากพ่อ เมื่อบิดา-ศุภชัย ขายธุรกิจสถานบันเทิงทั้งหมด และเบนเข็มไปยังธุรกิจศูนย์การค้าบนที่ดิน 3 ไร่ บริเวณราชประสงค์ นั่นคือจุดเริ่มต้นของคุณศุภลักษณ์ในการทำธุรกิจค้าปลีก

อ่านเพิ่มเติม: พีพี-กฤษฏ์ กับรางวัลระดับเอเชีย Asia’s Most Influential 2023

Tatler Asia
Above คุณศุภลักษณ์ อัมพุช Chairwoman of The Mall Group (ภาพ : ศุภสิธ ศรีสวัสดิ์ศักดิ์)

“เราคือ New kid on the block หน้าใหม่ ไม่เป็นที่รู้จัก แต่กระโดดลงไปเล่นในตลาดที่เรียกว่า red ocean”  คุณศุภลักษณ์กล่าวถึงสถานการณ์ขณะนั้นที่แวดล้อมไปด้วยคู่แข่งทางธุรกิจ ประกอบกับความอ่อนด้อยในธุรกิจค้าปลีก ไม่ว่าจะเป็นการเจรจากับผู้เช่าพื้นที่ การออกแบบศูนย์การค้า และอื่นๆ ที่ทำให้ธุรกิจแรกของเธอมีอายุเพียงสองปี 

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ด้วยความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ คุณศุภลักษณ์ถอดบทเรียนไว้สอนตัวเองว่า หากยังอยากยืนหยัดบนเส้นทางของธุรกิจค้าปลีก จำต้องหากลยุทธ์ใหม่ “การเลือกทำเลสำคัญมาก ถ้าเราอยู่ในที่ที่มีคู่แข่ง เราก็จะเหมือนเสือในบ้านเล็ก เราต้องไปอยู่ในที่ที่ไม่มีคู่แข่ง เมื่อลงมือทำจึงจะโดดเด่นที่สุด” นี่จึงเป็นจุดกำเนิดของห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ซึ่งหันเหไปหาชานเมือง เริ่มที่ท่าพระซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามด้วยแนวคิด Retail and Entertainment “เรามีสโลแกนว่า อาณาจักรแห่งความสุขของครอบครัว เพื่อให้คนได้มาเจอเพื่อน ครอบครัวได้มาเจอกัน เพราะเชื่อว่าเงินซื้อความสะดวกสบายได้ แต่ซื้อความสุขและเวลาของครอบครัวไม่ได้”   

จากนั้นผู้บริหารรีเทลมือใหม่ก็จับจองพื้นที่อาศัยย่านชานเมือง ไล่เปิดตัวศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางแค และเดอะมอลล์ บางกะปิ ซึ่งล้วนได้รับการตอบรับที่ดีมาก จนเกิดปรากฏการณ์ผู้เช่าจองพื้นที่ร้านหมดภายในวันเดียว

Tatler Asia
Above คุณศุภลักษณ์ อัมพุช Chairwoman of The Mall Group (ภาพ : ศุภสิธ ศรีสวัสดิ์ศักดิ์)

หลังจากนั้น เดอะมอลล์ กรุ๊ป ก็สยายปีกไปตามจังหวัดต่างๆ และด้วยสายตาที่เฉียบคมและชั่วโมงบินที่สูงขึ้น คุณศุภลักษณ์หวนคิดถึงความเป็นไปของเมืองอีกครั้ง  “การสร้างห้างสรรพสินค้าเพียงอย่างเดียว ไม่ช่วยอะไรมาก เราต้องสร้างย่านช็อปปิ้งขึ้นมา โมเดลนี้เราเห็นจากต่างประเทศ ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีประเทศไทยเรามีย่านราชประสงค์แล้ว ทำไมเราไม่สร้างย่านสุขุมวิทขึ้นมาล่ะ”

เช่นนี้จึงเป็นที่มาของโครงการ ดิ เอ็มดิสทริค (The Em District) ซึ่งประกอบด้วย ดิ เอ็มโพเรียม (The Emporium) ดิ เอ็มควอเทียร์ (The Emquartier) และดิ เอ็มสเฟียร์ (The EmSphere) นับเป็น mega project ในเมืองที่พัฒนาบนเนื้อที่กว่า 50 ไร่ ลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท บนถนนสุขุมวิทตอนกลางที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติของสวนอุทยานเบญจสิริ  

“เราต้องการสร้างภาพลักษณ์ให้ไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่มี lifestyle ระดับโลก ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ประเทศไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ”  

นอกจากต้องการผลักดันธุรกิจศูนย์การค้าของไทยเพื่อดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก เธอยังต้องการตอกย้ำความเป็นเมืองที่ไม่หลับใหล (Sleepless Metropolis) ของกรุงเทพอีกด้วย “ถึงเวลาแล้วที่ย่านสุขุมวิทจะปรับภาพลักษณ์ เพื่อตอบรับกับวิถีชีวิตของคนแถบนี้ ทั้งคนทำงานที่เลิกดึก นักท่องเที่ยวที่เจ็ตแล็ก หรือคนตื่นเช้าที่ออกไปวิ่งเช้ามืด ย่านดิ เอ็มดิสทริก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เหล่านี้ได้ทั้งหมด”

Tatler Asia
Above คุณศุภลักษณ์ อัมพุช Chairwoman of The Mall Group (ภาพ : ศุภสิธ ศรีสวัสดิ์ศักดิ์)

เมื่อถามถึงหลักการบริหารคน ที่นับว่าเป็นหนึ่งในโจทย์ยากของผู้บริหาร นอกจากทำให้ลูกน้องเห็นถึงความใส่ใจ เธอยังใช้วิธีสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของแก่พนักงานทุกคนอีกด้วย

“พนักงานทุกคนเหมือนนิ้วมือที่ขาดสักนิ้วไม่ได้เลย แน่นอนว่าทุกคนต้องมี leadership ในการทำงาน แต่แค่นั้นไม่พอ คุณต้องมี ownership หรือความเป็นเจ้าของในงาน หากคิดแค่เป็นลูกจ้างธรรมดา ที่ทำงานไปให้จบวัน เราจะไม่ได้อะไร  แต่ถ้าคิดว่าบริษัทคือบ้าน คือที่ของเรา เราจะอยากทำแต่สิ่งดีๆ พลังจะเกิดขึ้นมหาศาล” 

ตลอดการทำงานที่โลดแล่นอยู่ในธุรกิจค้าปลีก มีคำกล่าวถึงเธอมากมาย ทั้งนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ บ้างก็ขนานนามว่าเป็นเจ้าแม่แห่งวงการค้าปลีก ทว่าหากเลือกได้นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลรายนี้ต้องการให้คนจดจำเธอในฐานะที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง 

“การทำธุรกิจทุกวันนี้ ไม่ได้ทำแค่กำไร แต่ทำไปเพื่อ meaningful life หรือทำไปเพื่อความหมายของชีวิต เราเกิดมาเพื่ออะไร จะใช้สติปัญญาที่เหลืออยู่ให้ใคร คำว่าสำเร็จในการทำธุรกิจนั่นถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะแน่นอนว่าทำให้ธุรกิจไปต่อได้ เกิดกำไร แต่หากให้พูดถึงตัวเองแล้ว อยากให้คนนึกถึงเราในฐานะคนที่ได้ทำประโยชน์ต่อสังคม ทำประโยชน์ต่อผู้อื่น และเป็นผู้นำที่เสียสละ เหมือนกับพ่อที่เสียสละให้เรามาทั้งชีวิต และเราที่ได้เสียสละชีวิตให้พ่อ กระทั่งปัจจุบันที่เสียสละให้กับองค์กร ให้กับคนอื่นเสมอ” 

Topics

Panit Tanasuk
Features Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

ผานิต ธนะสุข เป็นบรรณาธิการ Features Editor ประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาบทความเชิงลึกตั้งแต่บทสัมภาษณ์เจาะลึกบุคคลที่น่าสนใจ เรื่องราวของความยั่งยืน ผู้หญิงแถวหน้าในหลายแวดวง และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เธอมีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์มากว่า 10 ปี