ประสบการณ์การเดินทางด้วยรถไฟสุดหรูจะพิเศษและน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น เมื่อรถไฟ Orient Express ในตำนานจะกลับมาวิ่งบนรางอีกครั้งในปี 2025 นี้
ความโรแมนติกของการเดินทางด้วยรถไฟทำให้เหล่านักเดินทางต่างรู้สึกตื่นตาตื่นใจและต้องมนต์เสน่ห์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น เช่น การเปิดตัวรถไฟ Eastern & Oriental Express ซึ่งเป็นรถไฟ Belmond อีกครั้งในปีนี้ โดย Tatler ได้รับโอกาสพิเศษในการร่วมเดินทางครั้งแรกผ่านเส้นทางรถไฟสายป่าหรือ Jungle Railway ของมาเลเซีย
หลังจากหยุดให้บริการไป 15 ปี ในปี 2025 นี้ รถไฟ Orient Express อันเลืองชื่อและได้รับการยกย่องในฐานะรถไฟสุดหรูที่เป็นตำนานที่สุดขบวนหนึ่งของโลก จะกลับมาให้บริการอีกครั้งภายใต้แบรนด์ Orient Express ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจการบริการของ Accor
เส้นทางรถไฟสายแรกของ Orient Express เปิดให้บริการเมื่อปี 1883 โดยเชื่อมต่อกรุงปารีสและอิสตันบูล (เดิมชื่อคอนสแตนติโนเปิล) ด้วยรถไฟและเรือข้ามฟาก ผู้ประกอบการหลายรายใช้ชื่อ Orient Express เพื่อให้บริการเส้นทางการเดินทางต่างๆ ที่ข้ามผ่านทวีปยุโรป
อ่านเพิ่มเติม: Belmond ประกาศแพลนใหญ่ขบวนรถไฟสุดหรู เผยห้องสวีทโฉมใหม่จนถึงเส้นทางที่น่าตื่นเต้นในเอเชียและยุโรป
ตู้รถไฟ 17 ตู้ที่สร้างในช่วงทศวรรษปี 1920s และ 1930s ซึ่งเดิมเรียกว่า Nostalgie-Istanbul-Orient-Express ได้รับการบูรณะและออกแบบใหม่โดย Maxime d'Angeac สถาปนิกชื่อดังชาวฝรั่งเศส
ในตู้ Bar Car มีม้านั่งยาวทรงโค้งมนตั้งอยู่ใต้โดมกระจกสไตล์เซคันด์เอ็มไพร์ Bar Car เป็นผลงานชิ้นเอกสไตล์อาร์ตเดโคที่มีเพดานกระจก งานไม้ประดับมุกอันวิจิตรบรรจง และลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนักวาดภาพประกอบในศตวรรษที่ 20 อย่าง Suzanne Lalique
ส่วนห้องสวีทมีความงดงามตระการตา โซฟาและเก้าอี้นวมช่วยให้แขกได้ผ่อนคลายและอ่านหนังสือในตอนกลางวัน ก่อนที่จะเปลี่ยนให้เป็นห้องนอนสุดหรูในตอนกลางคืน หัวเตียงทำจากงานสลักไม้พร้อมมุกและลูกปัดบรอนซ์ ส่วนห้องน้ำภายในห้องสวีทประดับตกแต่งด้วยหินอ่อน
ห้อง Presidential Suite ของขบวนรถไฟ Orient Express ถือเป็นห้องที่คุ้มค่าแก่การทุ่มเงิน มีพื้นที่กว้างขวาง 55 ตารางเมตร ครอบคลุมตู้รถไฟทั้งหมดของรถรุ่น Nostalgie-Istanbul-Orient Express พร้อมมีทางเข้าส่วนตัวอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม: การหวนกลับสู่เส้นทางรางเหล็กของรถไฟสายตำนาน Eastern & Oriental Express
รถไฟ Orient Express ที่จะกลับมาเปิดให้บริการใหม่ในปี 2025 จะวิ่งตามเส้นทางที่ย้อนรอยการเดินทางสายประวัติศาสตร์ของรถไฟ อาทิ เส้นทางปารีส-อิสตันบูลอันโด่งดัง ซึ่งเป็นการผจญภัยระยะทาง 3,000 กิโลเมตรที่จะพาผู้โดยสารผ่านเมืองที่สวยงามตระการตาที่สุดของยุโรป เช่นเวนิส เวียนนา และบูดาเปสต์
This story was originally written in English by Coco Marett.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2024 โดย Coco Marett โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
เปิดประสบการณ์อาหารโมเดิร์นที่น่าตื่นตาตื่นใจราวกับงานศิลป์ที่ Canvas
7 เทรนด์การออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียน ที่ทรงอิทธิพลในแวดวงดีไซน์
Topics








