ตั้งแต่ความงามของภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะและทิวทัศน์ทะเลอันเงียบสงบ ไปจนถึงบรรยากาศในเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันและผู้คน Tatler รวบรวมที่พักสุดโดดเด่น 6 แห่งในเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่คนท้องถิ่น เพื่อเป็นไอเดียและแรงบันดาลใจดีๆ สำหรับทริปเที่ยวเกาหลีครั้งต่อไปของคุณ
การได้พักผ่อนในช่วงฤดูหนาวแสนน่าประทับใจ คือหนึ่งสิ่งที่ครองใจนักเดินทางทั่วโลกที่มาเยือนเกาหลีใต้ และในช่วงวันหยุดฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิแบบนี้ หลายคนอาจสงสัยว่าคนเกาหลีเขาชอบไปเที่ยวที่ไหนกัน Tatler คัดสรร 6 สถานที่สุดพิเศษมาให้คุณได้บินลัดฟ้า พร้อมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวที่คุ้มค่าราวกับหลุดออกมาจากซีรีส์เกาหลีเลยทีเดียว
นอกจากเสน่ห์ของกิจกรรมกลางแจ้งที่ชวนให้คุณออกไปสัมผัสแล้ว รีสอร์ตต่างๆ เหล่านี้ยังมีชื่อเสียงด้านการทำอาหาร ซึ่งสะท้อนรสชาติอันหลากหลายและเข้มข้นของเมนูอาหารประจำถิ่นของเกาหลีใต้ เพราะเมื่อฤดูกาลเปลี่ยนไป รสชาติของอาหารท้องถิ่นก็เปลี่ยนตาม และเมื่อเข้าสู่ช่วงผลัดเปลี่ยนฤดูกาลเช่นตอนนี้ เมนูต่างๆ จะทำให้คุณได้เจอกับส่วนผสมที่สดใหม่และมีชีวิตชีวา เพื่อส่งสัญญาณบ่งบอกว่าฤดูใบไม้ผลิได้มาถึงแล้ว
จุดหมายปลายทางเหล่านี้คือสถานที่ที่สมดุลระหว่างการใช้ชีวิตแบบคนเมืองท่ามกลางแสงสีและผู้คน กับการใช้ชีวิตใกล้ชิดกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาเงียบสงบที่ปกคลุมด้วยหิมะในพยองชาง ไปจนถึงถนนที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนของกรุงโซลและปูซาน หรือจะเป็นแนวชายฝั่งแสนนุ่มนวลในเกาะนัมแฮ ตลอดไปจนถึงภูมิทัศน์อันเขียวชอุ่มของเกาะเชจู ที่เกาหลีใต้มีรีสอร์ตในท้องถิ่นที่เปล่งประกายราว hidden gems ในช่วงเวลาแสนพิเศษแบบนี้ของปี
ที่พักเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ที่มอบการพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายอย่างดีเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังเป็นประตูสู่การสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวโดยรอบอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาฤดูหนาวครั้งสุดท้าย การเดินป่าตามธรรมชาติที่เริ่มเดินบนเส้นทางได้มากขึ้นเมื่อหิมะลดน้อยลง หรือเพลิดเพลินกับเสน่ห์ของชายฝั่งที่ให้ความรู้สึกสดชื่นเช่นเดียวกับการกลับมาฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งสถานที่แต่ละแห่งล้วนแล้วแต่มีเรื่องราวของตัวเองรอให้คุณไปค้นพบ
อ่านเพิ่มเติม: ออกเที่ยวนอกเส้นทาง กับ 5 จุดหมายในเอเชียที่น่าไปเยือน ชวนให้เที่ยวสบายๆ หลีกเลี่ยงฝูงชน
Signiel Busan

Above สระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้พูลของ Signiel Busan กับวิวอันโดดเด่นที่ควรค่าแก่การถ่ายรูปลง Instagram
(ภาพ: Signiel Busan)
Signiel โรงแรมหรูของ Lotte Hotels & Resorts ซึ่งเปิดให้บริการในเมืองปูซานเมื่อไม่กี่ปีก่อน ภายใน Haeundae LCT The Sharp Landmark Tower ซึ่งเป็นอาคารที่สูงเป็นอันดับสองของเมืองด้วยความสูง 411.6 เมตร ภายหลังการเปิดตัว Signiel Seoul ซึ่งเป็นโรงแรมที่สูงที่สุดในเกาหลีใต้ บริษัทนักออกแบบตกแต่งภายใน HBA Group ได้ออกแบบห้องพักหรูหราทันสมัยของโรงแรมแห่งนี้จำนวน 260 ห้องในธีมมหาสมุทร เหมาะสำหรับการชมทิวทัศน์อันงดงามของหาดแฮอึนแดและสะพานควังอันแดเกียวในยามค่ำคืน
ห้องรอยัลสวีทและห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทมีซาวด์บาร์จาก Bang & Olufsen, LG Styler, ตู้เย็น LG Objet Collection และเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องมีในครัวเรือนชาวเกาหลีใต้ นอกจากนี้ยังสามารถเพลิดเพลินกับการนอนหลับที่ดีที่สุดด้วยหมอนและเครื่องนอนแบรนด์อิตาลีที่ออกแบบเป็นพิเศษจาก Frette

Above Signiel Busan ตั้งอยู่ในอาคารที่สูงเป็นอันดับสองในเกาหลีใต้ (ภาพ: Signiel Busan)

Above ห้องดีลักซ์สวีทเตียงคู่พร้อมวิวท่าเรือ Mipo (ภาพ: Signiel Busan)
บริการเฉพาะของโรงแรม ได้แก่ บริการรีดเสื้อและขัดรองเท้าฟรี บริการเครื่องดื่มที่ Salon de Signiel สิทธิ์เข้าใช้สระว่ายน้ำในร่มและกลางแจ้ง และเลานจ์สำหรับเด็ก
สระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้พูลขนาด 14,000 ตารางฟุต มาพร้อมวิวทะเลอันตระการตา คาบาน่าส่วนตัว โซนเก้าอี้อาบแดด และสระว่ายน้ำในร่มพร้อมระบบกรองน้ำอัตโนมัติ นอกจากนี้ผู้เข้าพักยังสามารถเพลิดเพลินกับการพักผ่อนและความบันเทิงยามว่างด้วยห้องซาวน่า รวมถึงสปาของ Chantecaille แบรนด์เครื่องสำอางสุดหรูของนิวยอร์ก และศูนย์ออกกำลังกายที่มาพร้อมอุปกรณ์จาก Technogym
ที่ Signiel Busan มีเชฟระดับโลกมาแสดงทักษะศิลปะการทำอาหารอันน่าทึ่ง รวมถึงประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าจดจำ ผ่านการรังสรรค์ของเชฟชื่อดัง Bruno Menard เชฟผู้เป็นที่ชื่นชอบของคนในท้องถิ่นที่ต้องการเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุข โดยมี The View เป็นห้องอาหารที่เปิดให้บริการตลอดทั้งวัน พร้อมห้องครัวแบบเปิดโชว์ถึง 8 ห้อง ส่วน Chao Lan เป็นห้องอาหารที่ให้บริการอาหารสไตล์โมเดิร์นจากยุค 1920 พร้อมคราฟต์ค็อกเทล
สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างบรรยากาศในโรงแรม ที่นี่ก็มีกลิ่นน้ำหอมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เรียกว่า A Walk in the Woods ซึ่งกลิ่นหอมนี้จะทำให้คุณนึกถึงความงามที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาของท้องฟ้า
Banyan Tree Club & Spa Seoul

Above ห้อง Namsan Pool Suite พร้อมสระว่ายน้ำที่กว้างขวางสำหรับพักผ่อน (ภาพ: Jeon Taek-su)
Banyan Tree Club & Spa Seoul ตั้งอยู่บนภูเขานัมซานอันเขียวขจีใจกลางกรุงโซล เป็นรีสอร์ทและเมมเบอร์ชิปคลับแห่งแรกของ Banyan Tree Hotel & Resort Group นับเป็นโอเอซิสในเมืองที่สมบูรณ์แบบสำหรับการหลีกหนีจากชีวิตประจำวันที่วุ่นวายและเพลิดเพลินกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ เป็นจุดหมายปลายทางที่เพอร์เฟกต์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ตื่นเต้นกับการเดินทางไปยังกรุงโซล และคนในท้องถิ่นที่ต้องการเพลิดเพลินกับการพักผ่อนเพื่อหลีกหนีจากสารพัดกิจวัตรประจำวัน
ห้องพักและห้องสวีทจำนวน 50 ห้อง แบ่งออกเป็น The Hotel และ The Club บนพื้นที่ประมาณ 753,000 ตารางฟุต แต่ละห้องได้รับการออกแบบด้วยการผสมผสานเอกลักษณ์เกาหลีแบบดั้งเดิมเข้ากับความรู้สึกร่วมสมัย ให้ประสบการณ์การเข้าพักที่เป็นส่วนตัวและน่ารื่นรมย์ยิ่งขึ้นด้วยห้องพักเพียง 2-4 ห้องต่อชั้น
สองจุดที่คู่ควรแก่การถ่ายรูปแชร์ลงอินสตาแกรมคือ the Namsan Pool และห้อง the Presidential Suite ที่ต่างก็มีสระน้ำที่กว้างขวางสำหรับการพักผ่อน และหลากหลายประสบการณ์ทั้งการปรับสมดุลร่างกายและจิตใจด้วยการแช่ตัวในน้ำอุ่น การเพลิดเพลินกับสปา และชมทิวทัศน์หิมะที่สวยงามของภูเขานัมซาน เพื่อพาคุณไปสัมผัสกับสวรรค์อย่างแท้จริง
ในขณะเดียวกัน ลานสเก็ตน้ำแข็ง Oasis Ice Rink จะทำให้เวลาของคุณที่โรงแรมแห่งนี้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยมนต์เสน่ห์แห่งฤดูหนาว ซึ่ง The Oasis คือสระว่ายน้ำกลางแจ้งที่เปิดให้บริการในช่วงฤดูร้อน ก่อนจะกลายมาเป็นลานสเก็ตน้ำแข็งอันสวยงามที่ส่องประกายราวกับกระจกในช่วงฤดูหนาว เราสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศฤดูหนาวที่งดงามในพื้นที่เปิดโล่งและกว้างขวางขนาดประมาณ 11,500 ตารางฟุต ผสมผสานกับการตกแต่งที่สะท้อนการมาถึงของวันหยุดเทศกาล
The Oasis Outdoor Kitchen คือห้องอาหารที่พร้อมบรรเทาความหิวหลังจากเล่นสเก็ตจนเหนื่อยแล้ว จับคู่การเล่นสเก็ตของคุณเข้ากับเมนูของว่างแบบท้องถิ่นสไตล์เกาหลีอย่าง ลูกชิ้นปลา รามยอน ต็อกบกกี และเครื่องดื่มนานาชนิด รวมถึงช็อกโกแลตร้อน กาแฟ ชา และไวน์ เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย

Above Banyan Tree Club & Spa Seoul พร้อมทิวทัศน์อันน่าทึ่งของภูเขานัมซานที่ปกคลุมด้วยหิมะ (ภาพ: Jeon Taek-su)
ลองสัมผัสถึงความมีชีวิตชีวาของเมืองนี้หรือจะลองเดินทางย้อนเวลากลับไปหลายร้อยปีดูบ้างดีไหม? ลองเดินไปตามเส้นทางของภูเขานัมซานและเยี่ยมชม N Seoul Tower ซึ่งคุณสามารถมองเห็นวิวมุมกว้างของกรุงโซลได้ผ่านจุดที่สูงเป็นอันดับสองของกรุงโซล ก่อนจะไปเดินเล่นรอบๆ หมู่บ้านดั้งเดิมของนัมซาน เพื่อชมวิถีชีวิตในอดีตผ่านบ้านเกาหลีแบบโบราณที่เรียกว่าฮันอกจากสมัยราชวงศ์โชซอน
อ่านเพิ่มเติม: นิเซโกะ สกีรีสอร์ตที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวผู้นิยมความหรูหรา กำลังถูกพัฒนาให้เที่ยวได้ตลอดปี
South Cape Spa & Suites

Above วิวมุมกว้างที่เผยให้เห็นธรรมชาติโดยรอบ (ภาพ: Shin Kyung-sub)
South Cape Spa & Suites เปิดให้บริการในปี 2015 และยังคงเป็นที่พักยอดนิยมในช่วงวันหยุดนับตั้งแต่นั้นมา ที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของเกาะชองซานโด ให้คุณได้พักผ่อนกายและใจแบบเต็มที่ด้วยการเชื่อมต่อกับธรรมชาติที่สวยงามได้ตลอดทั้งปี
ที่พักแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังชาวเกาหลี Cho Min-suk ซึ่งคลับเฮาส์แห่งนี้สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบด้วยขนาดที่กว้างขวางโอ่อ่า สื่อถึงความรู้สึกเปิดกว้าง และแม้กระทั่งขณะที่คุณเช็คอินที่แผนกต้อนรับส่วนหน้าที่ออกแบบมาให้คล้ายแกลเลอรีซึ่งมีงานศิลปะจัดแสดงอยู่ ประตูที่ทอดยาวจากแผนกต้อนรับไปยังห้องสวีท เมื่อเปิดออก เราจะพบโขดหินโผล่ออกมาประสานร้อยเรียงกันอย่างสวยงามพร้อมกับสวนและสระน้ำทรงโค้งมน

Above The Owners Club กับวิวสุดอลังการ (ภาพ: Kim Yong-kwan)

Above ร้านอาหาร The Raw ล้อมรอบด้วยผนังกระจกทั้งสามด้าน มองเห็นทิวทัศน์ที่สมบูรณ์แบบของทะเล (ภาพ: Shin Kyung-sub)
Linear Suites ตกแต่งด้วยเตียงจาก Duxiana, โซฟาจาก Ligne Roset, อ่างอาบน้ำไม้สนฮิโนกิ, สิ่งอำนวยความสะดวกของ Aesop, ระบบเสียงจาก Geneva และระเบียงส่วนตัว ทั้งหมดนี้ถูกจัดเตรียมแบบครบครันเพื่อการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ อีกหนึ่งวิลล่าที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังชาวเกาหลี Cho Byoung-soo ที่ชื่อว่า Cliff Houses โดดเด่นด้วยวิวอันตระการตาของต้นสนพื้นเมืองและหน้าผาบนเกาะ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณได้เชื่อมโยงกับธรรมชาติให้ได้มากที่สุด
ร้านอาหารที่มีคอนเซ็ปต์ from farm to table อย่าง The Raw นั้นเน้นที่วัตถุดิบตามฤดูกาลและวัตถุดิบจากท้องถิ่น เช่น หอยเป๋าฮื้อที่จับสดๆ โดยแฮนยอ (นักดำน้ำแบบดั้งเดิม), ผลิตผลระดับพรีเมียมที่ปลูกในรีสอร์ทและใกล้รีสอร์ท รวมถึงนัมแฮฮันอูชั้นดี (เนื้อวัวเกาหลี) และใช้เทคนิคการปรุงอาหารที่ขับเน้นรสชาติตามธรรมชาติของวัตถุดิบแต่ละอย่างออกมาให้ได้มากที่สุด
บริการที่น่าสนใจอื่นๆ ของที่นี่ ได้แก่ The Cave คือไวน์บาร์ที่มีห้องใต้ดินซึ่งบรรจุไวน์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันประมาณ 1,000 ขวด, The Music Library ที่ติดตั้งด้วยระบบเสียงที่ดีที่สุดที่จะทำให้แขกทุกคนได้ดื่มด่ำกับพลังแห่งการบำบัดของเสียง รวมถึงไฮไลต์สำคัญของที่นี่อย่างการเล่นกอล์ฟ พราะสภาพอากาศของทะเลทางใต้นั้นอบอุ่นและเหมาะสม สนามกอล์ฟแห่งนี้ได้รับการยกย่องจากสื่อชั้นนำของสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาว่าเป็นหนึ่งใน 100 สนามกอล์ฟที่ดีที่สุดในโลก
แต่ถ้าคุณไม่ใช่นักกอล์ฟ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะคุณสามารถเพลิดเพลินไปกับวิวแสนงดงามผ่าน Gallery Course Tour และหากคุณต้องการรู้สึกสดชื่นมากขึ้นหลังทำกิจกรรมที่หลากหลาย ให้ลองไปที่สปาเพื่อเพลิดเพลินไปกับการพักผ่อนอย่างแท้จริงในบรรยากาศสุดหรูหรา เพราะที่นี่มีนักบำบัดที่ได้รับปริญญาโทสาขาการแพทย์คอยให้บริการอยู่
Lotte Resort Jeju Artvillas

Above ภายนอกของเพนต์เฮาส์ (ภาพ: Jeju Artvillas)
Lotte Resort Jeju Artvillas ตั้งอยู่ในภูมิภาคแซกดัลอันเงียบสงบของเมืองซอกวิโพ โดดเด่นในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับการดื่มด่ำกับเสน่ห์ที่น่าตื่นใจของน้ำทะเลสีฟ้าคราม และภูมิทัศน์ภูเขาไฟของเชจู วิลล่าแต่ละหลังได้รับการออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์โดยกลุ่มสถาปนิกที่ได้รับการยกย่องระดับโลกซึ่งรวมถึง Seung Hyo-sang, Kengo Kuma และ Dominique Perrault
Seung Hyo-sang คือนักออกแบบผู้มีชื่อเสียงในสถาปัตยกรรมเกาหลีสมัยใหม่ และผู้วางแปลนหลักของ Artvillas ได้ออกแบบวิลล่าที่ห่อหุ้มภาพสะท้อนอันน่าหลงใหลของเชจู ซึ่งเกาะภูเขาไฟลึกลับแห่งนี้ ที่มีภูเขาฮัลลาซานบรรจบกับชายฝั่ง ถูกใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ โดดเด่นด้วยองค์ประกอบเชิงเส้นที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว แสดงให้เห็นเสน่ห์ที่แท้จริงของความเรียบง่ายแบบตะวันออก

Above การตกแต่งภายในแบบร่วมสมัยของวิลล่าที่ออกแบบโดย Seung Hyo-sang (ภาพ: Jeju Artvillas)

Above ห้องพักแสนสบายที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (ภาพ: Jeju Artvillas)
Kengo Kuma สถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อก้องได้สร้างพื้นที่ที่รวบรวมแก่นแท้ของโอเรียม (ภูเขาไฟที่ดับแล้ว) ของเชจูในรูปแบบทรงกลม ให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติที่แข็งแกร่งแต่ก็มีความอบอุ่นและผ่อนคลายของเกาะแห่งนี้ ในช่วงเดือนที่อากาศหนาวเย็น แขกจะได้พักผ่อนในอ่างจากุซซี่อุ่นกลางแจ้งส่วนตัวและห้องซาวน่าไม้สนฮิโนกิ และดื่มด่ำกับความมีชีวิตชีวาและความสงบสุขของพื้นที่ส่วนกลาง เช่น สวน Olle ซึ่งปลูกด้วยต้นสนไซเปรสและสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม
สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของที่พักแห่งนี้ รีสอร์ตได้เน้นย้ำถึง 'Art' หรือ 'ศิลปะ' ตามชื่อ Artvillas ผ่านโปรแกรมท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีรีสอร์ตทำหน้าที่เป็นเสมือนศูนย์กลางทางวัฒนธรรม เพราะที่นี่เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ Arario ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการจัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย รวมถึงพิพิธภัณฑ์ Kim Tek-hwa ซึ่งอุทิศให้กับศิลปินที่ทุ่มเทใช้ชีวิตวาดภาพทิวทัศน์ของเชจู และพิพิธภัณฑ์ Bonte ที่ผู้เข้าชมสามารถชมผลงานของบุคคลที่มีชื่อเสียง อาทิ ศิลปินเกาหลี Paik Nam-june, Yayoi Kusama, Andy Warhol และ Picasso ควบคู่ไปกับงานหัตถกรรมของเกาหลีอีกด้วย
รีสอร์ตแห่งนี้ยังสนับสนุนศิลปินท้องถิ่นที่มีความสามารถด้วยการแนะนำนิทรรศการรายเดือนในเมืองเชจูผ่าน Meta Landscape Tour ออกแบบโดย Seung Hyo-sang และนำโดยสถาปนิก Yang Hyeon-jun ถือเป็นไฮไลต์โปรแกรมช่วงสุดสัปดาห์ ที่เราจะได้เจาะลึกศิลปะและสถาปัตยกรรมท่ามกลางความงดงามของเกาะเชจู
หลังจากชื่นชมศิลปะแล้ว ลองไปดื่มด่ำกับอาหารเลิศรสบนเกาะ ซึ่งเมนูต่างๆ ที่น่าสนใจจะมีทั้งสตูว์ถั่วแดงกุ้งล็อบสเตอร์ ซุปสาหร่ายเม่นทะเล โจ๊กข้าวหอยเป๋าฮื้อสาหร่ายทะเล และหมูดำติดหนังย่าง ถือเป็นอาหารจานเด็ดของเกาะเชจูที่ห้ามพลาด
อ่านเพิ่มเติม: ร้านของตกแต่งบ้านสไตล์เกาหลี 5 แห่งในกรุงโซล เอาใจคนรักการแต่งบ้าน
The Shilla Jeju

Above สระน้ำสำหรับครอบครัว สะท้อนภาพทิวทัศน์อันโดดเด่นของเกาะเชจู (ภาพ: The Shilla Jeju)
โรงแรมแห่งนี้บริหารดูแลโดย Hotel Shilla ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Samsung Group รีสอร์ตชื่อดังแห่งนี้ได้สร้างเทรนด์ด้านการบริการที่พักด้วยบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ ทำเลที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ และบริการที่ดีเยี่ยม ทำให้ที่นี่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1990
การที่โรงแรมตั้งอยู่บนหน้าผาบนชายฝั่งของหาดจองมุน ทำให้เราสามารถมองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิกจากภายในของ Jungmun Tourist Complex โดยให้บริการห้องพัก 429 ห้องพร้อมวิวภูเขาและทะเลอันงดงาม ผู้เข้าพักสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าที่พักแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย

Above รับประกันได้ว่าคุณจะมีเวลาที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นที่ในสระว่ายน้ำสำหรับผู้ใหญ่ (ภาพ: The Shilla Jeju)

Above โรงแรมรีสอร์ตที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่สวยงามของเกาะเชจู (ภาพ: The Shilla Jeju)
Parkview Buffet, Ollae Bar, Poolside Bar และ Pastry Boutique จัดเสิร์ฟเมนูอาหารเลิศรสสำหรับเหล่านักชิม โดยร้านอาหารเกาหลี Cheonjee นำเสนอรสชาติที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมนูคอร์สโซมบีสุดพิเศษที่มีหมูโฮมบีสีดำย่าง ปลาไหลลายจุดย่าง และซุปปลาหมึกดิบเย็น
หลังจากลิ้มรสชาติเมนูอาหารท้องถิ่นแสนอร่อยแล้ว แขกสามารถเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นเข้ากับฤดูกาลต่างๆ ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่ง Shilla Jeju เติมเต็มการเข้าพักของคุณด้วยการผสมผสานระหว่างโปรแกรมทางวัฒนธรรม การพักผ่อน และความบันเทิงที่มีให้บริการตลอดทั้งปี

Above ห้องพรีเมียร์มีการตกแต่งภายในแบบคลาสสิกแต่กลมกลืนกับทิวทัศน์ท้องทะเล (ภาพ: The Shilla Jeju)

Above ห้องมาตรฐานที่มีความสวยงามแบบดั้งเดิม (ภาพ: The Shilla Jeju)
โอบรับช่วงเวลาของการพักผ่อนด้วยการล่องเรือยอร์ชในขณะที่คุณชื่นชมทัศนียภาพมหาสมุทรอันน่าทึ่งของหน้าผาจูซังจอลลี ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานทางวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับของเกาะเชจู หรือลองแวะเดินป่าตามธรรมชาติบนเส้นทางที่มีธีมหลากหลายเพื่อให้คุณได้เชื่อมต่อกับธรรมชาติมากขึ้น และสัมผัสประสบการณ์การขี่ม้าในทุ่งหญ้า หรือจะเก็บส้มแมนดารินในไร่ส้มที่ถือเป็นผลผลิตท้องถิ่นที่ล้ำค่าของเชจู
ยามค่ำคืน ลองเปิดประสบการณ์กับการว่ายน้ำใต้แสงจันทร์ ซึ่งเปิดโอกาสให้แขกได้ผ่อนคลายในน้ำอุ่นจนถึงเที่ยงคืนเพื่อประสบการณ์การบำบัดอันเงียบสงบ นอกจากนี้ โรงแรมยังตั้งอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง สวนพฤกษศาสตร์ยอมิจิ น้ำตกชอนจียอนและชอนเจยอน และพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาหมี ที่ตอบโจทย์แขกผู้มาเยือนทุกช่วงวัยด้วยอีกหลากหลายกิจกรรมที่สนุกสนาน
Phoenix Park

Above Phoenix Park รีสอร์ตระดับพรีเมี่ยมพร้อมบริการแบบ all-inclusive (ภาพ: Phoenix Hotels & Resorts)
Phoenix Park เป็นรีสอร์ตคอมเพล็กซ์ที่มีบริการครอบคลุมครบทุกด้าน ตั้งอยู่บนที่ราบสูงประมาณ 700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในเมืองพยองชาง จังหวัดคังวอนโด
ทำเลที่ตั้งแสนพิเศษแห่งนี้มอบโอกาสที่หาได้ยาก เพื่อให้แขกได้อยู่ท่ามกลางทั้งภูเขาและท้องฟ้า โดยมีตัวเลือกสำหรับวันหยุดพักผ่อนและการพักผ่อนที่หลากหลาย รวมถึง Phoenix Snow Park, Phoenix Country Club และ Blue Canyon และตัวเลือกที่พักที่สะดวกสบาย เช่น Phoenix Hotel โรงแรมสี่ดาวแห่งแรกในคังวอนโด คอนโดมิเนียมอีกสามแห่ง และที่พักในป่าอันเงียบสงบอย่าง Euro Villa

Above ห้อง Sky Standard มีบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์และสดใส (ภาพ: Phoenix Hotels & Resorts)

Above Sky Suite ที่คุณสามารถผ่อนคลายได้อย่างสบาย ๆ (ภาพ: Phoenix Hotels & Resorts)
ที่พักขนาดกว้างขวางและโปร่งสบายแห่งนี้เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ เพื่อน และคู่รัก ทั้งยังมีตัวเลือกที่เป็น pet-friendly ด้วย ห้องพักแต่ละห้องนำเสนอวิวป่าอันน่าทึ่ง ซึ่งแขกจะได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติโดยรอบ
รีสอร์ตมีความภาคภูมิใจในอาหารที่ปรุงด้วยวัตถุดิบในท้องถิ่นจากสภาพแวดล้อมอันเก่าแก่ของพยองชาง เช่น ผักที่อุดมไปด้วยสารอาหารซึ่งปลูกบนที่ราบสูงที่มีอากาศเย็น และอาหารท้องถิ่น เช่น บักวีต ปลาเทราท์จากแม่น้ำดง และฮวางแท (ปลาพอลแล็กแห้ง) จากยองแดรี ซึ่งมีงานเฉลิมฉลองเป็นของตัวเองที่เรียกว่าเทศกาลฮวางแทอีกด้วย

Above Blue Canyon Spa ที่ใช้น้ำแร่ธรรมชาติ (ภาพ: Phoenix Hotels & Resorts)

Above Montblanc ที่ซึ่งคุณสามารถเพลิดเพลินกับวิวของหิมะอันงดงาม (ภาพ: Phoenix Hotels & Resorts)
ฤดูหนาวได้เปลี่ยน Phoenix Park ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางในฝันสำหรับช่วงเทศกาล โดยมีภูมิทัศน์ปกคลุมไปด้วยหิมะบริสุทธิ์ ทำให้เกิดบรรยากาศที่สมบูรณ์แบบสำหรับ Snow Park ด้วยลานสกี 20 แห่ง รวมถึงพื้นที่ที่กำหนดมาสำหรับการเล่นสกีฟรีสไตล์และสโนว์บอร์ด ทำให้ที่นี่มีลานสกีที่ใหญ่เป็นอันดับสามในเกาหลี
ทางลาดนี้รองรับนักสกีทุกระดับทักษะ ตั้งแต่ผู้เล่นระดับเริ่มต้นจนถึงนักสกีมือโปร โดยหนึ่งในทางลาดที่ชันที่สุดมีความลาดเอียงเฉลี่ย 19 องศา ระยะทางยาวที่สุด 1,450 เมตร จุดสูงสุดอยู่ที่ 390 เมตร รวมถึงมี The Snow School ที่ยินดีต้อนรับผู้มาเยือนจากต่างประเทศ พร้อมนำเสนอบทเรียนจากอาจารย์ผู้สอนที่ผ่านการรับรองระดับมืออาชีพ

Above ขึ้นเรือกอนโดลาไปยัง Montblanc เพื่อเพลิดเพลินไปกับยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ (ภาพ: Phoenix Hotels & Resorts)

Above วิวลานสกีตอนกลางคืน (ภาพ: Phoenix Hotels & Resorts)
ในฐานะสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวพยองชางในปี 2018 Phoenix Park มอบประสบการณ์การเล่นสกีที่ไม่มีใครเทียบได้บนเนินเขาแทกิ ซึ่งมีความสูง 1,261 เมตร แนะนำให้ผู้เข้าพักขึ้นเรือกอนโดลา เพื่อชมทิวทัศน์ยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะอันน่าทึ่ง และลิ้มลองเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่ Montblanc Café
นอกจากนี้ Blue Canyon Spa ยังมีบริการสปากลางแจ้งอันเป็นเอกลักษณ์ โดยใช้น้ำแร่ธรรมชาติที่มาจากใต้ดินที่ความลึก 700 เมตร ซึ่งอุดมไปด้วยแคลเซียม โซเดียม โพแทสเซียม และฟอสฟอรัส ที่ช่วยบรรเทาและฟื้นฟูร่างกายของคุณ เรียกได้ว่าหมู่บ้านหิมะแห่งนี้พร้อมมอบประสบการณ์ดินแดนมหัศจรรย์แห่งฤดูหนาวอันน่าหลงใหล เพื่อทริปเกาหลีสุดประทับใจของทุกคน
This story was originally written in English by Yoo Seoung-joo
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2024 โดย Yoo Seoung-joo โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
5 สถานที่ท่องเที่ยวสุดเซ็กซี่ในเอเชีย แฝงแนวคิดเรื่องเพศในแต่ละวัฒนธรรม
8 จุดชมซากุระบานในญี่ปุ่น ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก กับความงดงามของทิวทัศน์ฤดูใบไม้ผลิ
เปิดประสบการณ์สไตล์ "เรียวกัง" แบบโมเดิร์น กับ 4 โรงแรมสุดหรูในญี่ปุ่น
















