Tatler ชวนพาไปรู้จักจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวสุดแสนอีโรติกในหลากหลายสถานที่ที่สะท้อนแนวคิดเรื่องเพศ ตั้งแต่เกาหลีใต้จนถึงอินเดีย เพื่อดับความกระหายใคร่รู้ที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวนักเดินทางเช่นคุณ
จะมีอะไรที่กระชับสายสัมพันธ์ของคู่รักไปได้ดีกว่าการเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่แสนโรแมนติก และเมื่อนึกถึงสถานที่เหล่านั้น ชื่อของจุดหมายปลายทางอย่างปารีสและทะเลสาบโคโม่คือชื่อที่ทุกคนมักนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ แต่ในเอเชียยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ เซ็กซี่ และเต็มไปด้วยความเย้ายวนอีกมากมาย สำหรับคนที่มองหาสถานที่พักผ่อนที่มีแรงดึงดูดใจไม่เหมือนใคร
Tatler รวบรวมจุดหมายปลายทางเมืองในเอเชียที่จะกระตุ้นไฟรักมาแนะนำ เพื่อให้การเดินทางครั้งต่อไปเป็นการเดินทางที่ครบรสความสนุก เพิ่มประสบการณ์แปลกใหม่ และผสมผสานความเย้ายวน ความสะดวกสบาย และการผจญภัยเข้าด้วยกัน
อ่านเพิ่มเติม: 5 เมืองปลายทางยอดฮิตทั่วเอเชีย ชวนเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปพร้อมกับเรือสำราญสุดหรู
1. โบราณสถานขชุราโห อินเดีย

Above ภาพแกะสลักที่มีท่าทางเย้ายวนในวัดที่ตั้งอยู่ในโบราณสถานขชุราโห (Khajuraho) ประเทศอินเดีย (ภาพ: Getty Images)
ขชุราโห (Khajuraho) เป็นแหล่งโบราณสถานที่ได้รับประกาศให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ภายในมีวัดฮินดูและเซนที่สร้างขึ้นในช่วง 950 ถึง 1,050 ปีก่อนคริสตกาล ตั้งอยู่ที่เมืองชาตาร์ปูร์ (Chattarpur) รัฐมัธยประเทศ ทางตอนกลางของอินเดีย มีชื่อเสียงด้านศิลปะพื้นเมืองและสัตว์ป่าตามธรรมชาติ
มรดกโลกแห่งนี้เป็นการบรรจบกันของจิตวิญญาณ ความใคร่ และสถาปัตยกรรม ที่นี่จึงไม่เพียงแต่จะโดดเด่นในด้านงานฝีมือเท่านั้น แต่ยังเป็นที่รู้จักกันดีของศิลปะที่เล่าเรื่องราวให้เห็นถึงเรื่องราวทางเพศที่ถือเป็นเรื่องต้องห้ามในปัจจุบัน โดยปราศจากทัศนคติแบบอนุรักษ์นิยมที่ปลูกฝังในช่วงหลังๆ สิ่งเหล่านี้เผยให้เห็นถึงมุมมองที่เปิดกว้างเกี่ยวกับศิลปะ การแสดงออก เรื่องราวทางเพศ และความปรารถนาของมนุษย์ ซึ่งเฟื่องฟูในสมัยอินเดียโบราณผ่านหินแกะสลักอีโรติก ทำให้โบราณสถานแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องหินแกะสลักที่บรรยายภาพชีวิตประจำวันและเทพนิยายได้เห็นภาพชัดเจน นอกจากนี้กลุ่มวัดทางทิศตะวันตกของโบราณสถานยังเป็นที่ตั้งของโครงสร้างสิ่งก่อสร้างที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี
2. พิพิธภัณฑ์เพศและสุขภาพ และสวนเจจูเลิฟแลนด์ เกาหลีใต้
เกาะเจจูคือสถานที่ในฝันของคนรักทะเล เพราะมีทิวทัศน์ที่สวยงามและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติเมื่อปี 2007
สำหรับผู้ที่มองหาสถานที่ท่องเที่ยวประเภทอื่น เกาะเจจูยังมีสถานที่ไม่ธรรมดารอให้คุณไปเยือน ที่แรกคือพิพิธภัณฑ์เพศและสุขภาพ พิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวด้านสุขภาพ เพศ และพื้นที่ส่วนตัว ที่ต่อมาคือสวนเจจูเลิฟแลนด์ สวนจัดแสดงผลงานศิลปะอีโรติกที่จัดแสดงลงานเชิงล้อเลียน
พิพิธภัณฑ์เพศและสุขภาพจัดแสดงในรูปแบบสื่ออินเทอร์แอคทีฟที่เน้นให้เห็นความสำคัญของสุขภาพทางเพศ และศิลปะจัดวางที่เฉลิมฉลองการแสดงออกความรักที่หลากหลาย ด้วยจุดประสงค์ในการทำลายความเชื่อผิดๆ เรื่องเพศ ส่งเสริมการพูดคุยเรื่องเพศให้เปิดกว้างยิ่งขึ้น และสร้างความเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์
ขณะเดียวกันสวนเจจูเลิฟแลนด์จัดแสดงประติมากรรมทางเพศกว่า 140 ชิ้น ด้วยความตั้งใจแรกคือเพื่อการศึกษา เพราะเจจูเคยเป็นจุดหมายปลายทางฮันนีมูนของคู่รักใหม่ ประติมากรรมต่างๆ ในสวนเล่าเรื่องที่ตีความได้หลายระดับ ตั้งแต่ชัดเจนจนถึงเรื่องราวนามธรรมที่กระตุ้นให้เกิดการถกเถียง
3. วัดชิมิลาคัง ภูฏาน

Above วัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang) ประเทศภูฏาน (ภาพ: Getty Images)
วัดชิมิลาคังสร้างขึ้นในปี 1499 ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์อันเขียวชอุ่มของเมืองพูนาคา ประเทศภูฏาน ใช้เวลาขับรถจากโรงแรม Six Senses Punakha เพียงสามสิบนาที วัดแห่งนี้โด่งดังเรื่องการขอพรให้มีลูก ทั้งยังเป็นสถานที่สักการะท่านดรุกปา คินเลย์ (Drukpa Kuenley) พระธิเบตที่เป็นที่นับถือของชาวภูฏาน ผู้มีชื่อเสียงด้านการเผยแพร่คำสอนนอกตำรา
คู่รักที่ต้องการจะสร้างครอบครัวจึงนิยมเดินทางมาที่นี่ จากนั้นพระในวัดจะทำพิธีให้พรและมอบไม้แกะสลักรูปองคชาติให้
นอกเหนือจากวัฒนธรรมที่โดดเด่นแล้ว วัดชิมิลาคังยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม นักท่องเที่ยวจะได้เห็นภาพของชนบทบนเทือกเขาหิมาลัย นักแสวงบุญและผู้ที่เดินมาทางที่วัดจะได้ดื่มด่ำกับกับความสวยสงบ และภาพของธงอธิษฐานหลากสีโบกสะบัดพัดปลิวไปตามสายลม
4. เทือกเขาอันนาปุรณะ เนปาล
เมื่อพูดถึงอาหารบำรุงพลังทางเพศ คุณจะนึกถึงอะไรบ้าง หลายคนอาจนึกถึงหอยนางรม ดาร์กช็อกโกแลต หรือสตรอว์เบอร์รี แต่หากพูดถึงอาหารอีกชนิดที่มีสรรพคุณเสริมกำลังทางเพศแล้วยังมีอีกหนึ่งชนิด นั่นคือ น้ำผึ้ง (ที่จริงแล้วคำว่าฮันนีมูนมีที่มาจากในยุคกลางที่คู่บ่าวสาวใหม่มักจะดื่มน้ำผึ้ง)
เทือกเขาอันนาปุรณะแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำผึ้งซึ่งเชื่อกันว่ามีฤทธิ์เมาอ่อนๆ ช่วยผ่อนคลาย ขณะเดียวกันก็เพิ่มความกระชุ่มกระชวย คนในท้องที่เช่นชาวบ้านในชุมชน กูรุง (Gurung) และมาการ์ (Magar) ทำหน้าที่พรานล่าน้ำผึ้ง โดยจะเก็บน้ำผึ้งด้วยวิธีดั้งเดิมที่ใช้อุปกรณ์เพียงเชือกไต่ขึ้นไปบนที่สูง น้ำผึ้งที่ได้มาจึงถูกขนานนามว่า น้ำผึ้งพิษ หรือ Mad Honey มีรสชาติหวานและกลิ่นหอมจากดอกกุหลาบพันปีเหมาะที่จะนำไปเป็นส่วนผสมในการทำยา การล่าน้ำผึ้งที่เสี่ยงตายเช่นนี้หาชมได้ยากขึ้นในปัจจุบัน เพราะกำลังกลายเป็นวิถีปฏิบัติที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าเดิม
5. เทศกาลแห่ลึงค์ ญี่ปุ่น
เทศกาลแห่ลึงค์หรือที่รู้จักกันในชื่อญี่ปุ่นว่าเทศกาลคานามาระจัดขึ้นที่เมืองคาวะซะกิ ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟจากเมืองโตเกียวไม่นาน ช่วงเวลาคือต้นเดือนเมษายนของทุกปี เทศกาลนี้เต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนาน เพื่อแสดงออกถึงความอุดมสมบูรณ์ ความปรารถนา และการตระหนักถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์
หัวใจของเทศกาลอยู่ที่ขบวนแห่ศิวลึงค์ขนาดใหญ่ซึ่งจะแห่ไปตามถนนมุ่งไปที่ศาลเจ้าคะนะมาระ ศาลที่ผู้คนในเมืองเชื่อกันว่าช่วยปกปักรักษาชีวิตคู่ให้ราบรื่นยั่งยืน
ในอดีตเทศกาลนี้มีรากฐานความเชื่อมาจากศาสนาชินโต แต่ปัจจุบันมีจุดประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมประเด็นเรื่องโรคทางเพศ โดยในปี 2023 ร้านค้าที่มาออกงานในเทศกาลสามารถระดมทุนเพื่อบริจาคให้กับการป้องกันและรักษาโรคเอดส์
This story was originally written in English by Aarohi Narain.
ต้นฉบับเขียนและปรับเสริมเนื้อหาเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2024 โดย Aarohi Narain โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
8 จุดชมซากุระบานในญี่ปุ่น ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก กับความงดงามของทิวทัศน์ฤดูใบไม้ผลิ
4 สถานที่ Digital Detox ที่ชวนให้ลองถอดปลั๊ก แล้วพาตัวเองออกไปสัมผัสกับธรรมชาติอีกครั้ง





