Tatler พูดคุยกับสองผู้หญิงเก่งเบื้องหลัง ‘Alternativa Film Awards and Festival 2024’ ถึงอนาคตของวงการภาพยนตร์เอเชีย และความสามารถที่หลากหลายของคนทำหนังเอเชีย
ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของวงการภาพยนตร์ในระดับโลก อุตสาหกรรมภาพยนตร์เอเชียก็กำลังเติบโตก้าวหน้า และเป็นอีกหนึ่งกลุ่มวัฒนธรรมหนังท่ีน่าจับตามอง
ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Tatler มีโอกาสไปร่วมงาน ‘Alternativa Film Awards and Festival 2024’ หนึ่งในเทศกาลภาพยนตร์ที่กำลังเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการหนัง ด้วยการโฟกัสไปที่การสนับสนุนผู้สร้างภาพยนตร์จากภูมิภาคที่มักถูกมองข้าม รวมถึงคนทำหนังทางเลือกและหนังสั้น
ในงานนี้ เราได้มีโอกาสได้พูดคุยกับสองผู้หญิงเก่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเทศกาลครั้งนี้อย่าง Liza Surganova หัวหน้าโครงการ ‘Alternativa Film Project’ และ ชลิดา เอื้อบำรุงจิต ผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) และกรรมการคัดเลือกผลงานหนังสั้นของเทศกาลครั้งนี้ ซึ่งเราชวนทั้งคู่พูดคุยถึงอนาคตของวงการภาพยนตร์เอเชีย และเหล่าคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถในเอเชีย
อ่านเพิ่มเติม: Ray Chen นักไวโอลินผู้กล้าท้าทายขนบเดิม เพราะต้องการเห็นทุกคนเข้าถึงดนตรีคลาสสิกมากขึ้น
Above ชลิดา เอื้อบำรุงจิต ผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ (ภาพ: หอภาพยนตร์)
Above Liza Surganova หัวหน้าโครงการ ‘Alternativa Film Project’
Alternativa Film Awards and Festival
"Alternativa Film Festival เป็นแพลตฟอร์มที่สำคัญในการโปรโมทหนังสั้นและหนังทางเลือก ซึ่งช่วยให้เสียงที่หลากหลายได้ถูกนำเสนอ มันเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนทำหนังได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่" ชลิดากล่าว
ชลิดาเป็นตัวแทนทีมคัดเลือกในสั้นในเทศกาลภาพยนตร์ครั้งนี้ ซึ่งเธอเล่าถึงกระบวนการคัดเลือกหนังสั้นให้เราฟังว่า "ตอนแรกที่คุยกัน ทีม Alternativa เขาก็คุยกันว่า พวกเราคิดว่าจะดูหนังได้ประมาณกี่เรื่อง ซึ่งเราคิดว่ามันจะต้องเยอะมาก เพราะแค่ประเทศไทยประเทศเดียว หนึ่งปีก็ทำหนังสั้นออกมา 500-600 เรื่อง ซึ่งงานนี้มีหนังส่งมาจากหลายประเทศ แต่ทีมคัดเลือกก็จะแบ่งกันดูคนละประมาณ 200 เรื่อง"
"ในขั้นตอนการคัดเลือกหนังแต่ละเรื่องจะมีคนดูประมาณ 4 คนอยู่แล้วเป็นอย่างน้อย เพื่อให้ไม่พลาด และ Alternativa จะเน้นเรื่องความอิมแพ็กของหนัง เขาจะมีเซ็ตคำถามให้คนที่ส่งหนังเข้ามาได้ตอบด้วย พอทุกคนไปดูหนังเสร็จก็จะมี shortlist ของตัวเอง แล้วก็กลับมารวมกันเป็น longlist แล้วคัดเลือกใหม่ ซึ่งจะมีการคุยแลกเปลี่ยนกันว่าแต่ละเรื่องมีประเด็นไหนที่น่าสนใจ"
Above Liza Surganova หัวหน้าโครงการ ‘Alternativa Film Project’
Liza เสริมถึงวิสัยทัศน์ของการจัดงาน "เราต้องการสร้างพื้นที่ที่คนทำหนังจากภูมิภาคต่างๆ สามารถมาพบปะ แบ่งปัน และเติบโตไปด้วยกัน แนวคิดคือการให้รางวัลและการทำเทศกาลเคลื่อนที่ที่ย้ายไปยังประเทศต่างๆ ได้ โดยแต่ละครั้งเราจะโฟกัสไปที่หนังจากภูมิภาคที่จัดงานในขณะนั้น"
"เราต้องอยู่ร่วมกัน สนับสนุนกัน แบ่งปันประสบการณ์และเรื่องราวของเรา เพื่อเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง ศิลปะมีคุณสมบัติพิเศษในการนำพาความเยียวยาและการบำบัดมาสู่บาดแผลของเรา" เธอเสริมขึ้น
ภาพยนตร์ช่วยให้เราได้เดินทาง ได้ค้นพบดินแดนใหม่ๆ ได้เรียนรู้ที่จะยอมรับผู้อื่น และได้รับความเคารพจากผู้อื่นและวัฒนธรรมของพวกเขา แม้จะแตกต่างจากของเรา
การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ภาพยนตร์เอเชีย
ชลิดาเล่าถึงอดีตของวงการหนังไทยว่า "20 ปีที่แล้ว ประเทศไทยเหมือนจะเป็นหัวหอกของวงการหนังเอเชียนะ ใครๆ ก็ให้เกียรติเรา เขามักจะบอกว่าหนังไทยเป็นแนวหน้า แต่เราเองก็รู้ว่าปีหลังๆ ในตลาดโกลบอล ก่อนที่จะมี หลานม่า และอื่นๆ เราก็เหมือนจะหายๆ ไปอยู่นิดหน่อย แต่ตอนนี้มันก็มีทั้งหนังกระแสหลัก ทั้งหนังทางเลือก หรือหนังสั้น ได้เริ่มไปฉายในเทศกาลเยอะขึ้นแล้ว"
แล้วภาพรวมของอุตสาหกรรมหนังเอเชียล่ะ เราถามขึ้น ซึ่ง Liza ก็เล่าถึงมุมมองการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ
"สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ เทศกาลภาพยนตร์ทั่วโลกกำลังหันมาให้ความสนใจภาพยนตร์เอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะภาพยนตร์จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราได้เห็นภาพยนตร์จากภูมิภาคนี้ไปปรากฏในเทศกาลระดับนานาชาติอย่าง Berlinale หรือ Rotterdam มากขึ้นเรื่อยๆ"
"ฉันรู้สึกได้ถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ในภาพยนตร์จากเอเชียกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้... สำหรับฉัน นี่คืออนาคตของวงการภาพยนตร์จริงๆ เพราะมีเรื่องราวมากมายที่ยังไม่เคยถูกเล่า และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ที่ยังไม่ได้รับการยอมรับ แต่ฉันหวังว่าเรื่องราวเหล่านี้จะได้รับการยอมรับในที่สุด"
‘หลานม่า’ ภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จและสร้างอิมแพ็ก

Above ‘หลานม่า’ โดย พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ ภาพยนตร์ผู้ชนะรางวัลสาขา Resonance Awards จาก Alternativa Film Awards and Festival 2024
"อย่างในเทศกาลครั้งนี้ เรามีรางวัลพิเศษ Resonance Awards ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับภาพยนตร์ที่สร้างอิมแพ็ก ไม่เพียงแค่ในประเทศตัวเอง แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆ ด้วย" Liza อธิบาย
"เมื่อเราขอให้คณะกรรมการคัดเลือกเสนอชื่อ หลายๆ คนก็แนะนำภาพยนตร์เรื่อง หลานม่า ขึ้นมา แม้ว่านี่จะเป็นภาพยนตร์กระแสหลัก แต่เพราะหนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวางไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม รวมถึงการขายลิขสิทธิ์ให้กับต่างประเทศและ Netflix แม้แต่ในบ้านเกิดฉันอย่างประเทศรัสเซียก็เป็นที่พูดถึง ซึ่งฉันก็ไม่คิดว่าผู้คนจะให้ความสนใจ และสัมผัสกับเรื่องราวของหนังเรื่องนี้ได้เหมือนกัน ฉันจึงคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีอิมแพ็กและเหมาะสมกับรางวัลนี้"
เธอเสริมว่า "การที่ภาพยนตร์ไทยอย่าง หลานม่า ประสบความสำเร็จ และออกฉายบน Netflix แสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเหล่านี้เป็นช่องทางสำคัญในการนำเสนอผลงานสู่ผู้ชมทั่วโลก และมันเปิดโอกาสให้ผู้สร้างภาพยนตร์อิสระได้เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างเช่นกัน”
อ่านเพิ่มเติม: 'หลานม่า' ตัวแทนหนังไทยเข้าชิงรางวัลออสการ์ ไขเบื้องหลังความสำเร็จภาพยนตร์ไทยแห่งปี
ความท้าทายและโอกาสของคนทำหนังรุ่นใหม่
"เราคิดว่าทาเลนท์ในเอเชียมีอยู่แล้ว ซึ่งคนเหล่านี้หรือแม้แต่หนัง 12 เรื่องที่เรานำมาฉาย เรารู้สึกว่าหลายคนมี vision ในตัวเองที่แข็งแรงมากเลย เขาต้องการแค่โอกาสเท่านั้นแหละ" ชลิดาเล่าถึงมุมมองของเหล่าคนรุ่นใหม่มากความสามารถในวงการภาพยนตร์เอเชียปัจจุบัน
"เราคิดว่าหนังมันไม่ได้เป็นสินค้าโหล มันมีความเป็นปัจเจก มีความโดดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งเราคิดว่าแต่ละคนก็มีกันหลายอย่าง ถ้าคนเหล่านี้ได้มีโอกาส เรารอดูหนังเรื่องต่อไปของเขาได้เลย” เธอเสริม
สิ่งที่คนรุ่นใหม่วงการนี้ต้องการคือโอกาสที่จะให้ความหลากหลายได้เติบโต
Above Pham Ngoc Lan ผู้กำกับหนังเรื่อง ‘Cu Li Never Cries’ ผู้ชนะสาขา Future Voice Award จาก ‘Alternativa Film Awards and Festival 2024’
Liza พูดถึงความท้าทายที่ผู้สร้างภาพยนตร์อิสระต้องเผชิญได้อย่างน่าสนใจ "การเป็นผู้สร้างภาพยนตร์อิสระนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณต้องการสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับประเด็นทางสังคม คุณมักจะต้องออกไปหาเงินทุนจากภายนอก”
“นั่นคือเหตุผลที่เราพยายามนำการศึกษาและทรัพยากรทางการศึกษามาที่นี่ และทำให้มันเข้าถึงได้ง่ายและฟรีสำหรับผู้สร้างภาพยนตร์" เธอเสริมถึงโครงการที่จะสร้าง hub ของคนทำหนังในเมืองยอกยาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย
อีกหนึ่งความท้าทายของคนทำหนังนอกกระแสคือแพลตฟอร์มที่จะเข้าถึงคนดู ซึ่งชลิดาพูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า "หนังหลายๆ เรื่องมีคนอยากจะดูแต่มันหาดูไม่ได้ ซึ่งถ้ามันได้ฉายโรงภาพยนตร์เยอะมันก็แมส แต่ถ้ามันไม่ได้ลง หรือมีอยู่โรงเดียว มันก็ถูกเรียกว่าเป็นหนังอินดี้ เพราะบางครั้งหนังกระแสหลักที่ไม่มีคนดูก็มีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเรื่องการเข้าถึงหนังอาจเป็นปัญหาที่ต้องแก้"
เราไม่ค่อยชอบการแบ่งว่า นี่คือหนังแมส หรือหนังอาร์ต แต่เรามองว่ามันคือเรื่องของช่องทางการเข้าถึงมากกว่า
การพัฒนาและสนับสนุนวงการภาพยนตร์

Above Atiye Zare Arandi ผู้กำกับหนังเรื่อง ‘Grand Me’ ผุ้ชนะรางวัลสาขา The Alter Award จาก ‘Alternativa Film Awards and Festival 2024’

Above PS Vinothraj และ Raghav Ramesh ผู้กำกับและซาวนด์มิกเซอร์ของหนังเรื่อง ‘The Adamant Girl’ ผู้ชนะรางวัล The Nativa Award จาก ‘Alternativa Film Awards and Festival 2024’

Above Mickey Lai ผู้กำกับหนังสั้นเรื่อง ‘WAShhh’ ผู้ได้รับรางวัล Shorts Award จาก ‘Alternativa Film Awards and Festival 2024’

Above Nguyễn Duy Anh ผู้กำกับหนังสั้นเรื่อง ‘A Cleaning Service’ ผู้ได้รับรางวัล Shorts Award จาก ‘Alternativa Film Awards and Festival 2024’
แล้วอะไรคือการสนับสนุนในแบบที่ใช่กันแน่ เราถามขึ้นและชลิดาก็ตอบได้อย่างน่าสนใจ "เราหวังว่าถ้ารัฐบาลจริงจังกับการสนับสนุน ซึ่งมันต้องสนับสนุนหลายอย่าง ไม่ใช่แค่การโปรโมทอย่างเดียว แต่รวมทั้งการสร้าง การพัฒนาบุคลากร และโครงสร้างพื้นฐาน ที่มันจะทำให้วงการภาพยนตร์ไทยได้กลับมาแสดงศักยภาพอีกครั้ง เพราะหลายๆ ประเทศอย่างอินโดนีเซียเอง ที่วงการหนังเขาเติบโตและโดดเด่นขึ้นมาเพราะรัฐบาลเขาสนับสนุนจริงจังมาก"
"การสนับสนุนต้องครอบคลุมตั้งแต่การสร้างคนทำหนังรุ่นใหม่ ไปจนถึงการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฉาย การกระจาย หรือการส่งเสริมการเข้าถึงของผู้ชม" เธอเสริมก่อนเล่าต่อว่า "อย่างหนังสั้นเนี่ย มันเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะสร้างคนทำหนังเข้าสู่วงการ เพราะคนทำหนังหลายๆ คนก็ผ่านการทำหนังสั้นมาก่อน หลายๆ ครั้งเทศกาลที่หยิบหนังสั้นมาฉายก็ทำให้คอมมูนิตี้ได้เจอกับทาเลนท์หน้าใหม่ๆ แต่คนดูอาจยังเข้าไม่ค่อยถึง”
“อย่างเมืองนอกเราจะเจอดาราดังๆ เล่นหนังสั้นได้ง่ายมากๆ ซึ่งมันก็เกื้อหนุนกันเองภายในวงการ ช่วงหลังในไทยก็เริ่มเห็นมากขึ้น อย่างเอม (ภูมิภัทร ถาวรศิริ) เขาก็ทำหนังสั้นมาก่อน แล้วก็เขาก็เล่นในหนังสั้นของนักศึกษาเยอะมาก มีปีหนึ่งคือเราเห็นเอมเล่นไป 5-6 เรื่องที่เข้ารอบเลย หรือแพต ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช กับ พี่ดู๋ สัญญา คุณากร ที่ปีนี้ก็เล่นหนังสั้นและได้ไปฉายในต่างประเทศเหมือนกัน"
Fun Fact: ในปี 2024 ประเทศไทยก็ยังมีหนังสั้นที่ได้เฉิดฉายบนเวทีระดับโลกอย่าง วิญญาณข้ามมหาสมุทร ของ อภินันท์ โปษยานนท์ ซึ่งได้จัดฉายใน ‘Venice Biennale 2024’ ประเทศอิตาลี, หนังสั้นเชิงทดลองของ นวีน นพคุณ อย่าง บัวบ้า ก็ได้รับรางวัล Tiger short Award จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติรอตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ และ หมา-ป่า ของ ศิรดา บุญเสริมวิชา ที่นำแสดงโดย สัญญา คุณากร และ แพต ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช เองก็เปิดตัวในสายประกวดที่เทศกาลภาพยนตร์โลการ์โน สวิตเซอร์แลนด์
อนาคตของวงการภาพยนตร์เอเชีย
แล้วอนาคตของวงการหนังเอเชียจะเป็นอย่างไร เราถาม
"มันมีความตื่นตัวเกิดขึ้นนะ จริงๆ มันก็เป็นภาพสะท้อนเลยนะว่าในปีที่ผ่านมา หนังของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ได้ไปเวทีใหญ่ๆ อย่างคานส์ และเกือบทุกเทศกาลก็จะมีหนังจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หน้าใหม่ๆ 1-2 เรื่อง" ชลิดากล่าว
ส่วนในมุมของ Liza ที่เลือกจัดงาน ‘Alternativa Film Festival’ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็พูดถึงอนาคตของวงการหนังเอเชียได้น่าสนใจ
"จากการคัดเลือกผลงานสำหรับ Alternativa เราได้เห็นภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมมากมาย ทั้งเข้มแข็ง ทรงพลัง สะเทือนอารมณ์ และสร้างผลกระทบ ทุกเรื่องผลิตออกมาในคุณภาพระดับสูง" ก่อนจะเสริมว่า "ฉันเห็นว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว แม้บางประเทศจะเร็วกว่าประเทศอื่น แต่การที่เราอยู่ด้วยกันและสนับสนุนซึ่งกันและกัน จะช่วยผลักดันภูมิภาคนี้ไปสู่อนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น"
เรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการภาพยนตร์ ผู้ชมเริ่มเปิดรับเรื่องราวที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่แค่จากฮอลลีวู้ดหรือยุโรปเท่านั้น เราเห็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมและรูปแบบการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ คนทำหนังรุ่นใหม่กำลังนำเสนอมุมมองที่สดใหม่และท้าทายขนบเดิมๆ
Above ตัวอย่างแรกจากภาพยนตร์ ‘Breaking the Cycle’ โดย เอกพงษ์ สราญเศรษฐ์ และ ธนกฤต ดวงมณีพร ที่ได้รับคัดเลือกให้ฉายและเข้าชิงรางวัลใน ‘Alternativa Film Awards and Festival 2024’
ก่อนที่เราจะจากกัน เราชวนทั้งคู่พูดถึงอิมแพ็กของภาพยนตร์ ซึ่งชลิดาเล่าถึงมุมมองของเธอว่า "สำหรับเรา หนังที่มีอิมแพ็กคือ อย่างน้อยมันต้องเป็นหนังที่ดีก่อน หนังที่ดีไม่ว่าจะเป็นประเด็นอะไร มันก็จะเกิดบทสนทนาได้มากมาย ถ้าเราคิดว่าจะใช้หนังเป็นตัวสร้างบทสนทนาเพื่อให้มันเกิดการเปลี่ยนแปลง"
Liza เสริมว่า "เราได้เห็นความสนใจที่หลากหลาย มีผู้เข้าร่วมชมภาพยนตร์และร่วมการสนทนามากกว่า 2,000 คน...ทั้งที่เรากำลังฉายภาพยนตร์ที่บางครั้งแตะประเด็นที่ละเอียดอ่อน ประเด็นที่ยาก เป็นบาดแผลจากอดีตของใครสักคน แต่นั่นคือพลังของศิลปะและภาพยนตร์ มันสามารถนำพาการเยียวยาและการบำบัดมาสู่บาดแผลของเรา ช่วยให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ๆ และเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น"
Credits
ภาพ: Alternativa Film Awards and Festival 2024



