กระแส T-pop เข้ามามีพื้นที่ในวงการบันเทิงไทยมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยจำนวนศิลปินนักร้องรวมไปถึงคอนเทนต์อื่นๆ ที่หลายคนนับรวมเข้าไปเป็นหนึ่งในวัฒนธรรม T-pop เช่น ภาพยนตร์และซีรีส์ ทั้งหมดนี้สร้างกระแสความนิยมได้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในไทยและประเทศใกล้เคียง
ความเป็นไปได้ว่า T-pop อาจสร้างแรงกระเพื่อมทางวัฒนธรรมให้กับประเทศไทยได้ดังเช่น K-pop ที่ได้รับความนิยมในเอเชียตั้งแต่ปลายยุค 90 ถูกยกมาพูดถึงเรื่อยๆ
Tatler จึงอยากชวนทุกคนมาสำรวจตำแหน่งแห่งหนของ T-pop ว่าปัจจุบันยืนอยู่ ณ จุดใด หากเทียบกับระดับสากล และปัจจัยอะไรที่จะเป็นส่วนผสมสำคัญให้ T-pop ไปได้ไกลยิ่งขึ้นกับ ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัล บมจ. เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ และผู้บริหารค่ายเพลง XOXO Entertainment บริษัท ทีป๊อป อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (บริษัทในเครือเวิร์คพอยท์ กรุ๊ป) ผู้จุดกระแสและสร้างแพลตฟอร์มให้ T-pop ได้มีเวทีโชว์ผลงาน และ กรด มัติโก บรรณาธิการนิตยสาร The Guitar Mag ผู้คร่ำหวอดในวงการสื่อด้านดนตรีมาหลายปี และผู้จัดงานประกาศรางวัลทางดนตรีในเมืองไทย The Guitar Mag Awards
อ่านเพิ่มเติม: ก้าวหลุดออกจากกรอบของการทำเพลงและการใช้ชีวิตไปกับ Laufey นักร้อง-นักแต่งเพลง Gen Z เจ้าของรางวัลแกรมมี่
Riding the T-pop Wave
แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลงชั้นนำ Spotify เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า มีจำนวนศิลปินไทยเพิ่มมากขึ้นถึงสามเท่า และได้รับความนิยมจากผู้ฟังเพิ่มสูงขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในประเทศ แซงหน้า K-Pop ตามมาด้วยเพลงไทยฮิปฮอป และอินดี้ ขณะที่ T-Pop ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลียด้วย
การตอบรับที่มากขึ้นเรื่อยๆ มีหลายองค์ประกอบที่ส่งเสริม หนึ่งในนั้นคือบรรยากาศอุตสาหกรรมดนตรีไทย ดังที่ชลากรณ์กล่าวว่า “T-Pop คึกคักขึ้นมากเรื่อยๆ มีศิลปินเยอะขึ้น ค่ายเพลงมากขึ้น คุณภาพของมิวสิกวิดีโอและเพลงดีขึ้น อย่างตอนนี้ที่เราคุยกัน อาทิตย์หน้าก็จะมีเพลงปล่อยออกมาจำนวนมาก จากตรงนี้มันก็เหมือนเป็นแรงเสริมกันด้วยว่าพอมีคนตอบรับมาก ผู้ผลิตก็มีแรงทำงานเรื่อยๆ ”

Above กรด มัติโก บรรณาธิการนิตยสาร The Guitar Mag ผู้คร่ำหวอดในวงการสื่อด้านดนตรี และผู้จัดงานประกาศรางวัลทางดนตรีในเมืองไทย The Guitar Mag Awards (ภาพ: The Guitar Mag)
กรด มัติโก แชร์ความเห็นว่า การบริการของแพลตฟอร์มที่เข้าถึงง่ายช่วยกระตุ้นให้ศิลปิน T-pop เผยแพร่ผลงานได้มากขึ้น “เมื่อก่อนยังไม่มีแพลตฟอร์มอย่าง YouTube หรือโซเชียลมีเดียให้คนได้เผยแพร่ผลงาน แต่ตอนนี้ทุกคนสามารถทำเพลงด้วยโปรแกรมที่เรียนรู้ได้เอง และโปรโมตผลงานได้ด้วยตัวเอง การเผยแพร่ผลงานเลยไม่ยากเหมือนอดีตที่ต้องส่งไปที่ค่ายเพลงเท่านั้น"
"ตอนนี้ทุกคนจึงสามารถพรีเซนต์ผลงานตัวเอง อยากคัฟเวอร์เพลงไหนก็ทำ ขอแค่กรอกข้อมูลให้ถูกต้องตามหลัก ผลงานของคุณก็เข้าไปอยู่ใน Spotify หรือ Apple Music ได้แล้ว ทุกวันนี้ศิลปินจึงเยอะมาก"
"ใครๆ ก็เป็นศิลปินได้ ขนาดน้องหมีเนยยังเป็นศิลปินได้เลย น่ารักดี คิดอยู่ว่าถ้าน้องหมีเนยได้รางวัล ผมต้องเชิญเขามารับรางวัลด้วยหรือเปล่า นี่เป็นตัวอย่างเลยว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้”
The Unbeatable Beat
ปลายปี 2020 วงการเพลงไทยได้รู้จักเกิร์ลกรุ๊ปหน้าใหม่ในชื่อ 4EVE พร้อมกับ T-Pop Stage Show รายการโทรทัศน์ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้แสดงความสามารถ ผู้ก่อตั้งวงดนตรีและรายการนี้คือชลากรณ์ เพราะต้องการผลักดันวงการเพลงไทยให้เป็นที่รู้จักในสากล เขามองว่าศิลปินไทยมีจุดเหมือนและแตกต่างจากศิลปินต่างชาติในหลายๆ ปัจจัย

Above ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัล บมจ. เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ และผู้บริหารค่ายเพลง XOXO Entertainment บริษัท ทีป๊อป อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (บริษัทในเครือเวิร์คพอยท์ กรุ๊ป) ผู้ที่จุดกระแสและสร้างแพลตฟอร์มให้ T-pop มีเวทีโชว์ผลงาน (ภาพ: XOXO Entertainment)
“ตอนนี้ผู้ฟังหันมาฟังเพลงไทยกันมากขึ้นเรื่อยๆ และสนใจศิลปินมากขึ้น เพียงแต่ไม่ได้อยู่ในดีกรีที่เหมือนแฟนคลับตามติดศิลปินเกาหลี ความแตกต่างคือศิลปินไทยของเราจะดูเป็นกันเองมากกว่า และคนไทยก็ชอบที่จะให้ศิลปินเป็นอย่างนั้นมากกว่าด้วย หมายถึงว่าการไปเจอนักร้องไทยตามงานไม่ใช่เรื่องยากเหมือนวัฒนธรรมของศิลปินเกาหลีที่จะเก็บตัวมากกว่า"
"ส่วนวัฒนธรรมการผลิตและการเสพเพลงของไทยและเกาหลีจะต่างกัน พูดให้ง่ายหน่อยก็คือ ประเทศเราเวลาสนุกกันก็จะสนุกกันแบบหนึ่ง ประเทศอื่นก็สนุกกันอีกแบบหนึ่ง ในวัฒนธรรมของคนไทย เพลงส่วนใหญ่มักถูกเล่นตามร้านอาหาร สถานบันเทิง งานคอนเสิร์ตตามอีเวนต์ หรืองานเทศกาลต่างๆ คนที่ไปฟังเพลงจะไม่ได้เต้นเป็นท่าทางพร้อมเพรียง อาจตะโกนร้องเพลง โยกหัวตาม ส่วนคนที่เสพ K-pop เขาจะไปฟังเพลงตามผับ คนจะเต้นตามเป็นท่าทางแบบในมิวสิกวิดีโอเลย ถ้าเราไปเที่ยวผับเกาหลี จะเห็นว่าเขามีเวทีให้คนขึ้นไปเต้น ขณะที่บ้านเราไม่ได้ทำอย่างนั้นเวลาไปเที่ยวกลางคืน”
วัฒนธรรมการผลิตและการเสพเพลงของไทยและเกาหลีจะต่างกัน พูดให้ง่ายหน่อยก็คือ ประเทศเราเวลาสนุกกันก็จะสนุกกันแบบหนึ่ง ประเทศอื่นก็สนุกกันอีกแบบหนึ่ง
การเข้าถึงง่ายเป็นหัวใจสำคัญของ T-pop โดยเฉพาะในด้านของดนตรี ส่วนอิทธิพลจาก K-Pop นั้นส่งผลต่อความหลากหลายในการฟังเพลงของผู้ฟังเท่านั้น ดังที่คุณกรดบอกว่ามิติในการฟังเพลงของคนไทยยังคงมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนชาติใด
“K-pop มีอิทธิพลในแง่ของการฟังเพลง คืออาจทำให้คนฟังเพลงหลากหลายขึ้น แต่อิทธิพลในแง่การทำเพลงของศิลปินไทยยังคงเป็นในแบบที่เราชอบ คือมีจังหวะที่เข้าใจง่าย โยกตามได้ เข้าถึงไม่ยาก เช่น ดนตรีสามช่าหรือเพื่อชีวิตที่เราฟังกันมาตั้งแต่เด็ก เพลงเหล่านี้จะมีโน้ตห้าตัว (pentatonic scale) ซึ่งอยู่กับดนตรีไทยบ้านเรามาเนิ่นนาน หากใส่โน้ตเหล่านี้เข้าไปในดนตรี มันจะมีความเป็นเรามากและถูกจริตคนไทยมากกว่า"
"หากนับกันจริงๆ สำหรับผม T-pop คือเพลงป๊อบไทยที่เริ่มกันตั้งแต่ยุค Kamikaze จริงๆ ถ้าเราเอาเพลง Kamikaze ยุคเมื่อ 10 ปีที่แล้วมา arrange ใหม่สักนิดหนึ่ง หรือเอามาเปิดใหม่ในช่วงนี้ บางเพลงก็ยังอยู่ในกระแสเลย เพราะคนทำเพลงในยุคนั้นก็คือคนทำเพลงในยุคนี้ทั้งนั้นเลย เช่น แอ้ม อัจฉริยา (ดุลยไพบูลย์) ก๊อป โปสการ์ด (ธานี วงศ์นิวัติขจร) พวกเขาล้วนเคยเป็นผู้ริเริ่ม T-pop ของยุค Kamikaze ปัจจุบันก็ยังเป็นคนกลุ่มนี้ที่ทำเพลงไทยป๊อปอยู่ มันเหมือนวนลูป เพราะดนตรีก็จะวนกลับมาเรื่อยๆ แต่จะมีสีสันเรื่องซาวด์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามา”
Quality with Diversity
ลักษณะของดนตรีเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เพลง T-pop แตกต่าง ส่วนคุณภาพถือก็ถือว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าชาติอื่นๆ แต่ยังมีส่วนที่ต้องพัฒนาให้มากขึ้น
“คนทำเพลงบ้านเราเก่งขึ้นเยอะเลยครับ ถ้านับแค่ตัวเพลงคุณภาพไม่ได้หนีกันมาก แต่ถ้าเป็นงานด้านโปรดักชั่นอย่างมิวสิกวิดีโอยังมีแตกต่างกันอยู่บ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องของงบประมาณ เราไม่สามารถถ่ายมิวสิกวิดีโอราคาหลายล้านได้เรื่อยๆ แต่ระยะหลังศิลปินไทยก็ทำได้ดีขึ้นจากเมื่อก่อนเยอะ เพียงแต่ถ้าเทียบกับต่างประเทศแล้วเราอาจไม่หวือหวาเท่า” ชลากรณ์กล่าว

Above นุนิว ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ หนึ่งในศิลปินที่อยู่ในกระแส T-pop (ภาพ: The Guitar Mag)

Above ศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปวง 4EVE ในงานประกาศรางวัล The Guitar Mag Awards (ภาพ: XOXO Entertainment)
เช่นเดียวกับบรรณาธิการบริหารนิตยสาร The Guitar Mag ที่มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน และมองว่าทิศทางวงการเพลงไทยจะยังคงมีความหลากหลายทั้งในส่วนของศิลปินและคนฟังเพลง
“ยุคสมัยนี้เครื่องไม้เครื่องมือทันกันหมด ต่างประเทศมีอุปกรณ์ มีโปรแกรมอะไร ไทยเราก็มี หากเป็นเมื่อก่อนต้องใช้เวลา 2-3 ปีกว่าจะเข้ามาบ้านเรา ตอนนี้คนทำเพลงไทยเลยได้เรียนรู้เทคโนโลยีไปพร้อมๆ กันกับต่างชาติ ทำให้คุณภาพเพลงไทยทั้งด้านการอัดเสียง การมิกซ์เสียง ตอนนี้ไม่แพ้สากล และคิดว่าคุณภาพก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ วงดนตรีก็จะหลากหลายมากขึ้น" กรดแชร์มุมมองพร้อมเสริม
"วงการดนตรีใน 1-2 ปีนี้จะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก แต่จะมีกลุ่มคนฟังเพลงเฉพาะทางมากขึ้น ถ้าเราสังเกตในช่วงปีที่แล้ว จะเห็นว่ามีวงดนตรีที่เราไม่รู้จักแต่บัตรคอนเสิร์ตจำนวนคนดู 200-300 คนขายหมดเกลี้ยง ซึ่งมันทำให้เห็นว่า กลุ่มวงดนตรีเหล่านี้อาจพึงพอใจกับกลุ่มแฟนเพลงเฉพาะกลุ่มแบบนี้เท่านี้ แล้วเราก็จะเห็นวงดนตรีเหล่านี้เกิดขึ้นอีกเยอะ"

Above เจฟ ซาเตอร์ นักร้องและนักแสดงมากความสามารถ หนึ่งในศิลปินที่ได้รับความนิยมในกระแส T-pop (ภาพ: The Guitar Mag)

Above วี วิโอเลต วอเทียร์ นักร้องและนักแสดงไทยที่มีผลงานการแสดง และผลงานเพลงทั้งภาษาไทยและอังกฤษ (ภาพ: The Guitar Mag)
"ผมขอตั้งข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่าศิลปินที่เป็นไอดอลแบบที่เราเห็นพี่เบิร์ด ธงไชย และพี่ตูน บอดี้แสลม เราอาจไม่ได้เห็นอีกแล้ว แต่จะเป็นในลักษณะที่เป็นไอดอลของดนตรีสไตล์ต่างๆ ที่หลากหลาย เพราะปัจจุบันถ้าเป็นผู้ชาย เรามีนนท์ ธนนท์, เจฟ ซาเตอร์, ไบร์ท, The Toys ศิลปินหญิงเรามีทั้งอิ้งค์ วรันธร, โบกี้ไลอ้อน, ส้ม มารี, วี วิโอเลต แต่ละคนที่พูดมามีแนวทางดนตรีของตัวเองที่ชัดเจน ไม่ได้ทับซ้อนกัน พวกเขาทั้งหมดมีแฟนคลับส่วนตัวจำนวนมหาศาลที่คอยสนับสนุน” กรดกล่าว
Collaborative Creativity
ความหลากหลายจากฝั่งศิลปินผู้ผลิตและฝั่งผู้เสพผลงานหลอมรวมให้ T-pop มีเอกลักษณ์ เช่นเดียวกับการพัฒนาไปสู่ระดับสากลที่ต้องการองค์ประกอบเฉพาะตัวเช่นกัน ตัวกรดได้มองถึงการพัฒนาวงการเพลงไทยให้ก้าวไปข้างหน้าว่า
“ถ้าอยากไปถึงระดับสากล เราก็ต้องผลักดันทั้งอุตสาหกรรมแบบเกาหลีใต้คือ ทั้งซีรีส์ เพลง และศิลปิน ในส่วนของเพลงเราก็อาจต้องใส่ความเป็นสากลอย่างภาษาอังกฤษเข้าไปด้วย คือต่อให้คุณภาพดนตรีเทียบเท่ากัน แต่การสื่อสารออกไปด้วยภาษาไทยก็อาจเข้าไม่ถึงสากล คนฟังที่ไม่ใช่คนไทยอาจต้องไปแปลหรือไปเรียน ซึ่งมันก็จะซับซ้อน"
ถ้าอยากไปถึงระดับสากล เราต้องผลักดันทั้งอุตสาหกรรมแบบเกาหลีใต้คือ ทั้งซีรีส์ เพลง และศิลปิน
"เราจะเห็นได้ว่า K-pop ตอนนี้ เพลงเขาก็มีเนื้อร้องภาษาอังกฤษสอดแทรกตลอด แต่ก็อาจขัดกับคนฟังเพลงในประเทศ เพราะศิลปินในบ้านเราที่ทำเพลงภาษาอังกฤษก็ยังไม่ได้รับความนิยมมากขนาดนั้น ตรงนี้ก็ต้องชั่งน้ำหนักดูว่าศิลปินคนนั้นอยากให้ผลงานออกไปสู่กลุ่มเป้าหมายอย่างไร"
"อีกอย่างหนึ่งคือ ความร่วมมือที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน โดยเฉพาะค่ายเพลงที่ต้องร่วมมือกัน เช่น เรื่องการจัดการลิขสิทธิ์ ตอนนี้แต่ละค่ายจะต่างคนต่างดูแลผลประโยชน์เรื่องลิขสิทธิ์ ค่ายเพลงขนาดใหญ่ก็อาจมีไปผูกกับค่ายเพลงที่เกาหลี หากเราสามารถทำให้เป็นมวลรวมได้ก็จะดี ซึ่งยอมรับว่าอาจเกิดยากในบ้านเรา แต่ตอนนี้ถือว่าวงการเพลงไทยเดินทางมาไกลมากแล้ว ผมรู้สึกโอเคเลยครับ เอาเป็นว่าค่อยเป็นค่อยไปก็ได้”
อ่านเพิ่มเติม: 'แอน ทองประสม' บนเส้นทางที่สวมบทบาทมาแล้วกว่า 50 คาแร็กเตอร์ และความหลงใหลในอาชีพนักแสดง
Branding is a King
“ผมเคยทำงานโปรโมตศิลปินต่างประเทศมาเยอะมาก ปัจจุบันศิลปินเหล่านั้นแทบไม่ต้องโปรโมตแล้ว” ชลากรณ์เล่าถึงประสบการณ์การทำงานที่ทำให้รู้ว่า หากต้องการสร้างชื่อเสียงให้ไกลกว่าแค่ในประเทศ การลงทุนโปรโมตนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้เงินทุนไม่น้อย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างแบรนด์
“สิ่งสำคัญคือเราต้องสร้างแบรนดิ้งให้กับ T-pop ตอนนี้อะไรที่เป็นคอนเทนต์จากไทย ไม่ว่าจะซีรีส์ ภาพยนตร์ ละคร ก็สามารถเรียกเป็น T-pop ได้ เพื่อให้ก่อร่างสร้างตัวเป็นคอมมูนิตี้ขึ้นมา ซึ่งอาจมีข้อเสียเหมือนกัน บางคนอาจจะรู้สึกพอใช้คำว่า T-pop แล้ว อาจมีแค่ดนตรีโหมดเพลงป๊อป แต่บางคนก็อาจคิดว่าไม่เป็นไรขอแค่มีชื่อเรียก อย่างน้อยแค่ให้คนหันมาดูก่อน"
"เพราะว่าจริงๆ แล้วศิลปินไทยได้ขึ้นเวทีระดับโลกมานานแล้ว เช่น T Bone ที่ได้ไปเล่นที่ Glastonbury Festival ประเทศอังกฤษในปี 2007 เช่นเดียวกันกับหนังและเพลงของคนไทยที่ไปได้รางวัลจากต่างประเทศ แต่คนจะจดจำแค่ชื่อ จดจำเป็นช่วงๆ ตามกระแส ไม่ได้มีคำเรียกว่าเป็น T-pop ถ้าเราเรียกความบันเทิงของไทยว่า T-pop และสร้างให้เกิดเป็นกระแสได้เรื่อยๆ ก็จะดี เพราะเราจะได้มีภาพจำบนเวทีโลก”
ส่วนเรื่องระยะเวลาในการสร้างแบรนด์ ชลากรณ์คาดการณ์ว่าในยุคที่เทคโนโลยีดีขึ้น T-pop อาจใช้เวลาที่สั้นลง
“การสร้างแบรนดิ้งโดยธรรมชาติจะใช้เวลานานอยู่แล้ว ประเทศอื่นๆ เขาใช้เวลาร่วม 10 ปี ของเราถ้านับจากหลังโควิดที่กระแส T-pop เริ่มมาแรงก็แค่สามปี แต่เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีดีขึ้นอาจจะใช้เวลาน้อยลงอาจจะเหลือสัก 5-7 ปี ทีนี้ก็แค่ลุ้นว่าคนทำงานอย่าเพิ่งหมดแรงกันก่อน ซึ่งจริงๆ คนวงการบันเทิงไทยเก่งมาก ทั้งภาพยนตร์ เพลง นิตยสาร หนังสือ และอื่นๆ เราลงแรง เราหาผู้สนับสนุน เราลุยงานกันมาตลอด"
"อีกส่วนคือ ส่วนฝั่งนโยบายจากรัฐบาล ถ้ามีการสนับสนุนต่อเนื่อง กำหนดให้เป็นนโยบายต่อเนื่องก็จะทำให้ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่หรือรีเซ็ตตลอดเวลา"
จริงๆ คนวงการบันเทิงไทยเก่งมาก ทั้งภาพยนตร์ เพลง นิตยสาร หนังสือ และอื่นๆ เราลงแรง เราหาผู้สนับสนุน เราลุยงานกันมาตลอด
"สุดท้ายคือ ฝั่งคนฟังหรือแฟนคลับก็อาจต้องสนับสนุนศิลปินไทยเหมือนที่สนับสนุนศิลปินต่างประเทศ ต้องสร้างบรรยากาศแบบนั้นให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะรายได้ของศิลปินต่างประเทศมาจากการขายสินค้า เขาจึงมีเงินทุนไปต่อยอดได้มาก เช่น ทุกวันนี้เขายังขายซีดีกันได้เป็นล้านชุด ถ้าพูดกันตรงๆ คนฟังแทบไม่ได้เปิดซีดีฟังแล้ว แต่แฟนเพลงก็สนับสนุน ซึ่งตอนนี้คนไทยเราก็เริ่มหันมาจ่ายเงินให้กับระบบสตรีมมิ่งเพลงแล้วก็ถือว่าดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน”
อนาคตของ T-pop นั้นยังเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง ขณะเดียวกันก็ชวนให้มีความหวังได้ว่าพลังความสร้างสรรค์ของผู้ผลิต และแรงสนับสนุนจากผู้ฟัง จะเป็นแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบันเทิงไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากลในอีกไม่นาน








