เรื่องเล่าบ้านย่าน East Coast ของอินทีเรียดีไซเนอร์ Patricia Ho Douven ที่สะท้อนนิยามชีวิตส่วนตัว ซึ่งหล่อหลอมจากประสบการณ์การเดินทาง งานคราฟต์ และความตั้งใจที่ไม่สั่นคลอน
ลองถามสถาปนิกหรือนักออกแบบคนไหนก็ได้ว่าการลงมือออกแบบบ้านให้ตัวเองนั้นยากแค่ไหน พวกเขามักยอมรับว่ามันคือหนึ่งในที่สุดของความท้าทาย และนั่นคือความจริงที่ แพทริเซีย โฮ ดูเวน (Patricia Ho Douven) ต้องเผชิญขณะปรับโฉมบ้านของเธอในย่าน East Coast สหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้ก่อตั้ง White Jacket สตูดิโอออกแบบที่อยู่เบื้องหลังรีสอร์ตและโรงแรมหรูระดับโลก เช่น โปรเจ็กต์ Kimpton ในบาหลี และ JW Marriott ในมัลดีฟส์ ผลงานส่วนใหญ่ของเธอมักเป็นการสร้างบรรยากาศให้กับเหล่านักเดินทาง แต่สำหรับบ้านหลังนี้ “นักเดินทาง” คนนั้นก็คือตัวเธอเอง กับ Martijn สามี และสุนัขคู่ใจอีกสองตัว
อพาร์ตเมนต์ชั้นล่างขนาด 1,500 ตารางฟุตแห่งนี้ มีอายุกว่า 30 ปีแล้ว ทว่าในสายตาของดีไซเนอร์อย่างแพทริเซีย เธอมองเห็นศักยภาพของมันตั้งแต่วินาทีแรก ไม่ว่าจะเป็นเพดานที่สูงโปร่ง แสงสว่างจากธรรมชาติที่ส่องถึง การถ่ายเทอากาศที่ดี และพื้นที่รูปทรงสี่เหลี่ยมที่จัดสรรพื้นที่ได้ง่าย
แพทริเซียเริ่มจินตนาการถึงจังหวะการใช้ชีวิตในแต่ละวันของครอบครัวภายใต้ชายคาของบ้านหลังนี้ โดยเธอบอกว่า “การออกแบบบ้านให้ตัวเองทำให้ฉันตั้งคำถามและมีไอเดียความคิดตกผลึกอยู่ในหัวตลอดเวลา”
อ่านเพิ่มเติม: Home Tour: เปิดบ้านที่เป็นดั่ง ‘พื้นที่ปลอดภัย’ และเปี่ยมด้วยรสนิยมของ Pia Wurtzbach Jauncey

Above แพทริเซีย โฮ ดูเวน นักออกแบบตกแต่งภายในและเจ้าของบ้าน ผู้ก่อตั้งบริษัทออกแบบตกแต่งภายในสำหรับธุรกิจโรงแรมและการบริการระดับบูติก White Jacket (ภาพ: Coco Creative Studio)

Above ประตูสตูดิโอคือประตูบานคู่ที่เปิดสู่สตูดิโอ ถูกออกแบบให้กลมกลืนไปกับตู้สั่งทำพิเศษที่รวมเอาชั้นวางของโชว์เข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบเนียน

Above ชั้นวางของเหนือศีรษะใช้สำหรับจัดแสดงของสะสมจากการเดินทาง โดยมีชั้นวางของใช้ประจำวันอยู่ด้านล่างที่หยิบใช้ได้สะดวก
Origin and Intent
แพทริเซียเริ่มต้นจากการวางผังห้อง เธอต้องการความโปร่งโล่งที่ยังมีเลเยอร์หรือการแบ่งโซนที่ชัดเจน เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างพื้นที่ทำครัว การพักผ่อน และการสังสรรค์ เธอวางแผนทุกมุมไปจนถึงรายละเอียดที่เล็กที่สุด ตั้งแต่ความสูงของลิ้นชักไปจนถึงการจัดวางของใช้ในครัว กระบวนการออกแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างไม่รีบร้อน โดยยึดเอาความต้องการและการใช้งานจริงของคนในบ้านเป็นหัวใจสำคัญ

Above หนึ่งในสุนัขของคู่รักคู่นี้ ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์ออสเตรเลียนเชพเพิร์ด นอนอย่างสบายบนโซฟาในห้องนั่งเล่น
ทักษะและประสบการณ์จากการออกแบบโรงแรมหรูของแพทริเซียถูกนำมาปรับใช้ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทั้งการเลือกใช้พื้นผิว การใส่ใจกับพื้นที่เชื่อมต่อ และการสร้างบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยสุนทรียภาพโดยไม่ต้องประโคมการตกแต่งที่เกินพอดี เธอใช้แนวคิดเดียวกับการออกแบบห้องบูติกสวีทมาเนรมิตอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ โดยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงของแสงธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลาและวัสดุที่เลือกใช้

Above ภาพวาดผลงานศิลปินชาวไทย The Swan Princess โดยโบว์ พัดชา ดิษยนันท์ ถูกจัดวางอย่างโดดเด่นเป็นสง่าภายในห้องนั่งเล่น
จุดมุ่งหมายของเธอไม่ใช่การจำลองโรงแรมมาไว้ที่บ้าน แต่คือการหยิบยืม “สุนทรียภาพแห่งการอยู่อาศัย” จากสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เธอคลุกคลีและปลุกปั้นมานานหลายปี มาปรับใช้ให้เข้ากับนิยามของคำว่าบ้าน
“บ้านควรสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย ไม่ใช่แค่สร้างตามเทรนด์นิยม” แพทริเซียแชร์มุมมอง เธอเลยตั้งชื่อโปรเจ็กต์บ้านหลังนี้ว่า “A Living Autobiography” (อัตชีวประวัติที่มีชีวิต) คือพื้นที่ที่ถูกหล่อหลอมและปรับเปลี่ยนไปตามรูปแบบชีวิตและกิจกรรมต่างๆ ของครอบครัว

Above ทรานสิชั่นระหว่างพื้นที่ที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาด จากทางเข้าสู่พื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งเชื่อมต่อกับห้องครัวได้ผ่านบานกระจกเลื่อน

Above ภาพจิตรกรรมในโซนรับประทานอาหารสร้างบรรยากาศชวนให้เหมือนอยู่ในร้านอาหาร
Communal Realms
ทางเข้าเป็นตัวกำหนดบรรยากาศ ก้าวแรกตรงบริเวณทางเข้าบ้าน แพทริเซียเลือกใช้กระเบื้อง Zellige โทนสีชมพูบลัช เบจ และช็อกโกแลต ที่ส่งตรงมาจากช่างฝีมือในโมร็อกโกที่เธอและสามีเคยไปเรียนรู้วิธีการปั้นด้วยมือ ความไม่เรียบเนียนของกระเบื้องสร้างสัมผัสที่พิเศษยามสัมผัสด้วยเท้าเปล่า เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการกลับบ้านที่อบอุ่น ตู้สั่งทำพิเศษถูกจัดวางไว้ด้านหนึ่งเพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่างผนังกับเสาที่มีอยู่เดิม โดยจงใจเผยให้เห็นภาพวาดฝาผนังในส่วนรับประทานอาหารเพียงเล็กน้อยผ่านช่องว่างนั้น

Above รูปปั้นสัตว์ประจำราศีจีนสามตัวที่จัดวางอยู่บนชั้นวางระหว่างทางเข้าและพื้นที่รับประทานอาหาร ช่วยเพิ่มเสน่ห์เฉพาะตัวให้กับสถานที่

Above มุมรับประทานอาหารสุดอบอุ่นนี้มีที่นั่งแบบเบาะยาวคล้ายร้านอาหาร พร้อมประตูบานเลื่อนที่เชื่อมไปยังมุมกาแฟในครัว
ส่วนพื้นที่รับประทานอาหาร หรือที่เธอเรียกว่า “Dining Cocoon” ประกอบด้วยที่นั่งแบบ Banquette กรุไม้ล้อมรอบโต๊ะหินทราเวอร์ทีน ผนังครึ่งบนประดับด้วยภาพวาดฝาผนังสีสันสดใส ขณะที่เหนือโต๊ะอาหารมีโคมไฟแขวนสั่งทำพิเศษซึ่งได้แรงบันดาลใจจากงานประติมากรรมเคลื่อนไหว (Kinetic Mobile) โดยก้านโคมไฟสามารถปรับยกขึ้นหรือลดระดับลงได้ตามบรรยากาศที่ต้องการ พื้นที่ส่วนนี้ยังเติมเต็มความสมบูรณ์ด้วยเก้าอี้ออตโตมันขนาดใหญ่และโต๊ะเสริม ซึ่งรายละเอียดการตกแต่งเหล่านี้ช่วยให้พื้นที่ปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งาน ไม่ว่าจะสำหรับมื้อค่ำส่วนตัวเพียงสองคน หรือการรวมตัวสังสรรค์กับเพื่อนๆ ก็ตาม
อ่านเพิ่มเติม: 8 บาร์สวยระดับโลกที่เสิร์ฟรสสัมผัสและสุนทรียะทางสายตา

Above การตกแต่งห้องครัวโดดเด่นด้วยโทนสีอบอุ่น โดยมีไฮไลต์เป็นมุมกาแฟสุดหรูระดับร้านอาหาร

Above ภาพมุมใกล้ของเคาน์เตอร์ครัวดินเผา เผยให้เห็นพื้นผิวที่ละเอียดอ่อนและความอบอุ่นของวัสดุ
ห้องครัวมีดีไซน์การตกแต่งที่ดูสดใสขึ้น โดยมีเคาน์เตอร์ครัวกลางทำจากหินลาวาไว้ใช้สำหรับการปรุงอาหาร การพูดคุย และเป็นมุมดื่มเล็กๆ หลังมื้ออาหารในบางโอกาส พื้นที่บริเวณนี้เลือกใช้โทนสีที่เข้มข้นกว่าส่วนอื่นเพื่อสะท้อนถึงความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นเมื่อสมาชิกในครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนสนิทมาอยู่รวมกัน
ผนังกระจกสีควันบุหรี่แบบเลื่อนได้เชื่อมโยงห้องครัวกับพื้นที่รับประทานอาหารเข้าด้วยกัน ซึ่งช่วยเปลี่ยนมุมเครื่องชงกาแฟในครัวให้กลายเป็นเหมือนคาเฟ่เล็กๆ ที่พร้อมเสิร์ฟความสดชื่นให้กับแขกที่พักผ่อนอยู่ในโซนรับประทานอาหารได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ ตรงผนังด้านหนึ่งยังมีคอนโซลสำหรับวางเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่กลายเป็น “Listening Bar” ให้แขกได้เลือกแผ่นเพลงที่ชอบก่อนจะกลับไปล้อมวงสนทนาต่อที่โต๊ะอาหาร
ด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบงานโรงแรม แพทริเซียได้เปลี่ยนห้องน้ำแขกให้มีบรรยากาศที่ดูขรึมและเย้ายวนใจ ให้ความรู้สึกเหมือนห้องน้ำในร้านอาหารระดับหรูที่เน้นความเป็นส่วนตัว โดยเลือกใช้ชุดวัสดุที่เน้นผิวสัมผัสแบบงานทำมือ (handmade textures) เป็นหลัก

Above ห้องน้ำสำหรับแขกได้รับการปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็นห้องพาวเดอร์รูมสไตล์โรงแรมบูติกสุดหรู

Above ห้องน้ำเล็กก็ได้รับการออกแบบให้คล้ายคลึงกับห้องครัว โดยใช้แสงไฟและโทนสีที่ให้บรรยากาศอบอุ่นคล้ายกับร้านอาหาร
Private Poetics
สตูดิโอทำงานของศิลปินเปิดเชื่อมต่อจากพื้นที่นั่งเล่นผ่านประตูบานสวิงคู่ พื้นที่ตรงนี้คือที่ที่แพทริเซียใช้ร่างแบบและทดสอบวัสดุต่างๆ ภายในห้องที่มีบรรยากาศคล้ายที่ทำงานและบ้าน ห้องนี้มอบจังหวะชีวิตที่ช้าลงและต่างไปจากพื้นที่ส่วนกลาง เป็นมุมที่เงียบสงบและเอื้อต่อการทดลองทางความคิด โดยมีทั้งโมเดลและภาพร่างที่กำลังทำค้างไว้วางประดับอยู่ทั่วห้อง

Above ภาพพิมพ์แกะไม้ขนาด 100 × 120 เซนติเมตร ชื่อ “Untitled” โดย Zhang Fuming คอยต้อนรับแขกผู้มาเยือนที่เข้ามาในสตูดิโอในบ้านของ Ho Douven ผ่านประตูคู่

Above สตูดิโอในบ้านของ Ho Douven เต็มไปด้วยชิ้นงานที่เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ รวมถึงผลงานที่อยู่ระหว่างการสร้างสรรค์มากมาย
ภายในห้องชุดมาสเตอร์สวีท มีการใช้เส้นโค้งเพื่อช่วยลดทอนความแข็งกระด้างของรูปทรงห้อง ห้องน้ำได้รับการขยายพื้นที่เพื่อให้มีโซนแต่งตัวที่เป็นเสมือน “ล็อบบี้” ส่วนตัวสำหรับการเตรียมตัวในแต่ละวัน ผนังกรุด้วยกระเบื้องทำมือซึ่งมีผิวสัมผัสที่ไม่เรียบเนียน เกิดเป็นแพทเทิร์นแสงและเงาที่ดูนุ่มนวล พร้อมมอบมิติที่ดูพลิ้วไหวและมีชีวิตชีวาให้กับพื้นที่
ในห้องนอนยังคงใช้ภาษาการออกแบบที่เน้นความสงบนิ่งเพื่อเสริมการพักผ่อน มีการใช้แผงไม้ทรงโค้งเพื่อให้ความเป็นส่วนตัว ขณะที่หัวเตียงสีเขียวอมฟ้าและโคมไฟสั่งทำพิเศษช่วยดึงดูดสายตาได้อย่างละมุนตา บริเวณระเบียงเดิมถูกปรับเปลี่ยนเป็นส่วนขยายของห้องนอน จัดวางเก้าอี้เดย์เบดตัวโปรดที่ย้ายมาจากบ้านหลังเก่า ซึ่งมีขนาดพอดีกับพื้นที่อย่างลงตัว

Above ห้องนอนใหญ่มีบรรยากาศที่สงบเงียบด้วยผนังที่โค้งมนอย่างอ่อนโยนและมีลวดลายละเอียดอ่อน

Above ระเบียงเดิมถูกดัดแปลงเป็นเตียงนอนเล่นที่นำมาจากบ้านหลังเก่าของครอบครัว

Above ฉากกั้นโค้งข้างเตียงช่วยกันแสงจากห้องน้ำ ช่วยให้นอนหลับได้อย่างสนิทตลอดคืน
อพาร์ตเมนต์แห่งนี้คือการตกผลึกแนวคิดที่แพทริเซียให้ความสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคุณค่าของชิ้นงานที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมา ความสวยงามของวัสดุที่ดูดีขึ้นตามกาลเวลา และเสน่ห์ของสิ่งของที่สะท้อนถึงการใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ ซึ่งมีคุณค่าเหนือกว่ากระแสนิยมที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

Above โคมไฟห้อยเพดานหินอ่อนรูปทรงประติมากรรมเข้ามาแทนที่โคมไฟข้างเตียงแบบเดิม

Above โต๊ะคอนโซลในบริเวณโถงทางเข้าห้องน้ำหลักทำหน้าที่เป็นโต๊ะเครื่องแป้ง สำหรับวางสิ่งของต่างๆ ก่อนและหลังการอาบน้ำ
ปรัชญานี้ยังเป็นรากฐานสำคัญของ Studio P แบรนด์ดูแลด้านที่พักอาศัยในเครือ White Jacket โดยเธอตั้งใจนำความละเอียดอ่อนลุ่มลึกที่สั่งสมจากการออกแบบโรงแรมหรู มาถ่ายทอดสู่การสร้างสรรค์บ้านพักอาศัยส่วนตัว เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของความสบายและสุนทรียภาพในทุกกิจวัตรของการใช้ชีวิต
เมื่อถามว่าเธอรักส่วนไหนของบ้านมากที่สุด แพทริเซียไม่ได้เจาะจงที่ห้องใดห้องหนึ่ง เพราะสำหรับเธอ บ้านหลังนี้คือความสมบูรณ์แบบที่เกิดจากการสะสมเรื่องราวผ่านกาลเวลา เป็นพื้นที่ที่มีชีวิตซึ่งพร้อมจะเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับผู้อยู่อาศัยเสมอ

Above ห้องน้ำหลักถูกขยายขนาดจากเดิมเพื่อรองรับพื้นที่อ่างล้างหน้าซึ่งมีลักษณะคล้าย "โถงต้อนรับ" ของห้องน้ำ

Above ห้องน้ำหลักติดตั้งอ่างล้างหน้าแบบแยกชายหญิง
This story was originally written in English by Asih Jenie.
ต้นฉบับเขียนและปรับเสริมเนื้อหาเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2025 โดย Asih Jenie โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
PDM Brand กับจุดเริ่มต้นความตั้งใจที่ ‘อยากให้คนไทยบ้านสวย’ สู่แบรนด์ดีไซน์ที่คิดนอกกรอบวัสดุ
เปิดโลกสถาปัตยกรรมสายลับ 007 กับ 7 สถานที่ถ่ายทำหนังเจมส์ บอนด์ สู่ผลงานดีไซน์ระดับโลก
Credits
ช่างภาพ: Studio Periphery
Topics





