Pia Wurtzbach Jauncey เปิดบ้านพักในกรุงมะนิลาที่สะท้อนตัวตนอันชัดเจนของเธอ ผ่านการออกแบบร่วมกับ Pat Caunan จนกลายเป็นงานศิลปะแห่งการพักผ่อนที่ลงตัวและสง่างาม
คำว่า "ติดดิน" มักถูกหยิบยกมาใช้จำกัดความตัวตนของมิสยูนิเวิร์สปี 2015 ผู้ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจหญิงผู้เก่งกาจคนนี้เสมอ ทว่าคำนิยามสั้นๆ นั้นอาจไม่เพียงพอที่จะอธิบายความซับซ้อนที่น่าค้นหา ทั้งในบทบาทสาธารณะและมุมส่วนตัวของ Pia Wurtzbach Jauncey
ความประทับใจที่เรามีต่อเธอนั้นเป็นเรื่องจริง เพราะคงไม่มีผู้ชนะการประกวดคนไหนที่จะถ่อมตัวไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว ตลอดการทำงาน เปียทำให้ทีมงาน Tatler ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเอง เธอคอยดูแลถามไถ่และรินกาแฟให้พวกเราด้วยตัวเองเสมอ ความเอาใจใส่และความจริงใจที่เปี่ยมล้น ทำให้ใครก็ตามที่ได้พบเธอต่างก็หลงรักและอยากเอาใจช่วยเธอโดยสัญชาตญาณ
แต่หากถามว่าที่ไหนคือที่ที่เธอได้เป็นตัวเองที่สุด แบบที่ไม่มีการปรุงแต่งหรือการแสดงใดๆ เธอตอบเราว่า “ต้องเป็นในห้องนั่งเล่นตอนกลางคืนค่ะ ในบรรยากาศไฟสลัวๆ เปิดเพลงคลอเบาๆ มีแค่ตัวฉันกับไวน์สักแก้วหรือกาแฟสักถ้วย นั่นคือช่วงเวลาที่ฉันรู้สึกว่าเป็นตัวเองที่สุด ไม่ต้องแต่งหน้า ไม่มีความกดดัน มีเพียงความสงบเท่านั้น”
แม้ภาพลักษณ์ภายนอกของเธอจะดูสง่างามและสุขุม มั่นคงด้วยวุฒิภาวะทางสังคมที่สะกดทุกสายตาได้เสมอ แต่สิ่งที่ปรากฏชัดเจนภายในบ้านหลังนี้กลับไม่ใช่เพียงเสน่ห์ของเธอ แต่คือ ‘รสนิยม’ ที่เฉียบคม ความสวยงามอาจเป็นสิ่งที่พาเธอไปให้โลกรูจัก แต่สุนทรียภาพในการเลือกสรรต่างหากที่เป็นพรสวรรค์ติดตัวมาแต่กำเนิด
ในฐานะคนที่ต้องเดินทางไปทำงานทั่วโลกเป็นกิจวัตร Pia เผยถึงสิ่งที่เธอคิดถึงมากที่สุดยามต้องห่างบ้าน “แสงค่ะ... ฉันรักวิธีที่แสงเคลื่อนผ่านพื้นไม้และค่อยๆ เปลี่ยนไปตั้งแต่เช้าจดเย็น บ้านหลังนี้สว่างและโปร่งสบายมาก มันอาจจะดูเรียบง่าย แต่นี่แหละค่ะคือความรู้สึกของคำว่าบ้านจริงๆ”
อ่านเพิ่มเติม: ส่องวิลล่าสุดหรู มูลค่า 500 ล้านบาท ของจีซู Blackpink ในย่านกังนัม กรุงโซล

Above กระเบื้อง Atlas Concorde ที่ใช้เทคโนโลยี Sensitech จาก The Tile Gallery สร้างพื้นสีครีมที่ดูสงบเงียบในห้องนั่งเล่นของบ้าน Pia Wurtzbach Jauncey
Pia เปิดบ้านต้อนรับทีมงาน Tatler อย่างเป็นกันเองและทั่วถึง เธอสลับเปลี่ยนลุคระหว่างชุดคูทูร์สุดหรูไปเป็นชุดลำลองสบายๆ พร้อมเดินเท้าเปล่าอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นภาพที่ดูขัดแย้งแต่กลับเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด เธอบอกเหตุผลสั้นๆ เพียงว่า “เปียชอบเดินเท้าเปล่าค่ะ เพราะสัมผัสของกระเบื้องพวกนี้ตอนอยู่ใต้ฝ่าเท้ามันรู้สึกดีมากจริงๆ” คำตอบสั้นๆ นี้เองที่สะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบที่เธอให้ความสำคัญ นั่นคือเรื่องของ ‘ผัสสะ’ (Tactility) ความรื่นรมย์ที่ส่งผ่านการสัมผัส และการตระหนักว่าพื้นที่อยู่อาศัยคือสถานที่สำหรับเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในชีวิตอย่างแท้จริง
บ้านหลังนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นร่วมกับมัณฑนากรชื่อดังอย่าง Pat Caunan โดยทำหน้าที่เป็นดั่งบทเล่าเรื่องผ่านพื้นที่ได้อย่างเฉียบคม ภายในบ้านมีการนำเสนอความตรงข้ามที่ลงตัว (Dualities) ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกับแสงและเงา ความอ่อนช้อยที่วางเคียงคู่กับโครงสร้างที่ชัดเจน หรือการเลือกใช้ของตกแต่งที่จัดจ้านทว่าอยู่บนพื้นฐานของความเรียบง่าย โดยมี ‘ความอบอุ่น’ เป็นหัวใจหลักในการเชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน ไม่ใช่แค่ในแง่ของความรู้สึก แต่ยังรวมถึงตรรกะในการเลือกใช้วัสดุและโทนสีที่บ่งบอกถึงรสนิยมอันมีสไตล์ของเธอ
เสน่ห์ที่กลั่นกรองจากภายใน

Above Pia Wurtzbach Jauncey ในมุมพักผ่อนสบายๆ ภายในบ้านของเธอ
บริเวณชั้นล่างของบ้าน การเลือกใช้พาเลตสีกลุ่มนิวทรัล (Neutrals) ที่ผ่านการควบคุมโทนอย่างพิถีพิถัน คือการประกาศกร้าวถึงนิยามความหรูหราแบบร่วมสมัย Pia เน้นย้ำว่าความรู้สึกหลักที่เธอต้องการสำหรับบ้านหลังนี้คือ “ความสงบค่ะ มันคือความสงบชนิดที่ทำให้เราสามารถถอนหายใจออกมาได้อย่างเต็มปอด ชีวิตการทำงานของเปียมีแต่ความวุ่นวายและเสียงอึกทึก ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบ้านมา ฉันจึงอยากสัมผัสสิ่งที่ตรงกันข้าม ทั้งความโปร่งเบา ความมั่นคง และความรู้สึกเหมือนถูกโอบกอด คุณพอนึกออกไหมคะ เหมือนอ้อมกอดอุ่นๆ หลังจบตารางงานที่แสนหนักหน่วง มันคือจุดที่เราได้ทิ้งตัวลงอย่างนุ่มนวลหลังจากวันอันยาวนาน”
ประสบการณ์แรกเมื่อก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา สัมผัสได้ถึงความตั้งใจของเจ้าของบ้านที่อยากให้การต้อนรับนั้นเปี่ยมไปด้วยความสุนทรีย์ กลิ่นหอมจากก้านไม้หอม Diptyque กลิ่น Baies คือสัญญาณที่บ่งบอกถึงการใส่ใจในองค์ประกอบด้านผัสสะที่หลากหลาย ขณะที่ผลงานศิลปะซึ่งคัดสรรโดย Glenn Cuevo และระบบแสงสว่างที่ปรับจูนมาอย่างดีจาก Smart Home ช่วยสร้างบรรยากาศที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนมูดได้ตามต้องการ ทั้งในยามที่เป็นทางการและในมุมส่วนตัว
ท่ามกลางของสะสมที่มีความหมายทางใจ Pia หยุดพิจารณามุมรับแขกแล้วเล่าว่า “มีถ้วยรางวัลใบหนึ่งบนคอนโซลชั้นล่างค่ะ เป็นถ้วยที่ฉันได้รับตอนชนะมิสยูนิเวิร์ส เนื่องจากเราต้องส่งต่อมงกุฎให้คนถัดไป นี่จึงเป็นสิ่งเดียวที่ฉันได้นำกลับบ้านมาเพื่อเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จอย่างเป็นทางการ เมื่อก่อนมันอาจย้ำเตือนฉันถึงชัยชนะและการทำงานหนัก แต่ตอนนี้มันคอยเตือนใจให้ฉันใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมายและมีความหมายมากขึ้น แม้มันจะเป็นของชิ้นเล็กๆ แต่มันบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในความคิดของฉันเลยค่ะ”
พื้นผิวอันต่อเนื่องของกระเบื้อง Atlas Concorde จาก The Tile Gallery เชื่อมโยงพื้นที่ชั้นล่างทั้งหมดเข้าด้วยกัน โดยทำหน้าที่เป็นจุดรับสัมผัสและภาพจำที่ตัดกันอย่างลงตัวกับเพดานไม้โดยสถาปนิก Paul Peña ซึ่งดึงเอกลักษณ์จากงานภายนอกเข้าสู่ภายในเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องทางสถาปัตยกรรม เพดานไม้ช่วยเพิ่มน้ำหนักและความน่าเกรงขามให้กับพื้นที่ ในขณะที่ความเย็นของพื้นกระเบื้องด้านล่างช่วยสร้างสมดุลให้องค์ประกอบทั้งหมดดูเสถียรและสงบนิ่ง ส่วนผนังบ้านถูกฉาบด้วยเฉดสีมิลกี้ไวท์ (Milky Hue) ที่ล้อไปกับสีพื้น สร้างมิติของสีที่กลมกลืนกัน โดยมีการหยอดสีสันและพื้นผิวแปลกใหม่เข้าไปเป็นระยะ เพื่อขจัดความจำเจและกระตุ้นความน่าสนใจให้กับทุกพื้นที่ภายในบ้าน
นิยามการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
โซนพักผ่อนส่วนกลางถูกจัดวางอย่างมีชั้นเชิงรอบโซฟา Dolce สีงาช้างจาก Kenneth Cobonpue ซึ่งเป็นชิ้นงานที่ให้ความรู้สึกภูมิฐานแต่ไม่ดูหนาหนักจนเกินไป เติมเต็มด้วยหมอนอิงจาก Escada ในโทนสีนิวทรัลที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางสายตา ในขณะที่การแซมสีชมพูและสีเขียวช่วยเพิ่มลูกเล่นและความมีชีวิตชีวาได้อย่างนุ่มนวล นอกจากนี้ยังมีโคมไฟรุ่น Little People Boom Town สีบรอนซ์จาก Cobonpue ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งประติมากรรมและแหล่งแสงสว่าง เพิ่มมิติด้วยประติมากรรมรูปคนนั่งของ Bencab บนโต๊ะกาแฟ และเชิงเทียนที่มีผิวสัมผัส (Patina) ในโทนเดียวกัน ส่วนอาร์มแชร์หวายดัดช่วยสร้างความแตกต่างด้านวัสดุ ไม่ให้พื้นที่ดูอัดแน่นไปด้วยงานบุผ้ามากเกินไป
สำหรับงานศิลปะของ Tata Montilla และ Naomi Banal ถูกจัดวางให้เยื้องจากกึ่งกลางเล็กน้อยเพื่อสร้างความไม่สมมาตรที่ตั้งใจ ส่วนในช่องผนังประดับด้วยวัตถุจาก The Pietro Collection และแจกันจาก Cassina ที่วางเคียงข้างกันเพื่อให้เกิด 'บทสนทนา' ระหว่างชิ้นงานมากกว่าจะเป็นเพียงการตั้งโชว์
ขยับมาที่โซนรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นการขยายต่อเนื่องของงานดีไซน์จากชั้นล่าง เก้าอี้รุ่น RMCHAIR จาก Cobonpue บุผ้าสีเขียวเข้มจาก Escada สร้างความเชื่อมโยงของสีสันให้เข้ากับทิวทัศน์ธรรมชาติภายนอกที่มองผ่านหน้าต่าง Glassbox ตัวโต๊ะเป็นท็อปกระจกขาบรอนซ์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความโปร่งใสและความหนักแน่นของวัสดุ เหนือโต๊ะอาหารประดับด้วยโคมไฟระย้าเปลือกหอยกะปิ (Capiz) จาก Verpan สองโคมที่มีขนาดและระดับความสูงต่างกัน สร้างความไม่สมมาตรที่สมดุลและก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของแสงที่ดูเป็นธรรมชาติ
พื้นที่ระเบียงหรือ 'ลานัย' (Lanai) เปรียบเสมือนบทสรุปของความหรูหราที่ถูกรังสรรค์อย่างพอเหมาะพอดี โดยนิยามความหรูหราที่นี่ไม่ใช่การสะสมสิ่งของ แต่คือความแม่นยำในการเลือกสรร โต๊ะไม้ดีไซน์ประติมากรรมทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางของพื้นที่ด้วยรูปทรงที่ดูสงบนิ่งแต่ทรงพลัง เคียงคู่กับอาร์มแชร์รุ่น Binibini โดย Jed Yabut ที่มอบความรู้สึกเชื้อเชิญ หน้าต่างกระจกสามด้านจาก Glassbox ช่วยลบเลือนเส้นแบ่งระหว่างตัวอาคารและภูมิทัศน์ภายนอก ในขณะที่สระว่ายน้ำทำหน้าที่เป็นเสมือนกระจกเงาที่สะท้อนภาพรวมของสถาปัตยกรรมให้ดูโดดเด่นเป็นทวีคูณ ปิดท้ายด้วยแสงสว่างจาก Pietro Collection ที่ช่วยขับเน้นเส้นสายของพื้นที่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
มุมโปรดในห้องครัว

Above Pia Wurtzbach Jauncey ภายในห้องครัวดีไซน์หรูจาก Poggenpohl

Above เจ้า Tiny แมวพันธุ์มัดช์กิน (Munchkin) ของ Pia ขโมยซีนด้วยความสงสัยขณะสำรวจเหยือกและแก้วน้ำจาก Hay บนเคาน์เตอร์ครัว
แม้ว่าพื้นที่ส่วนห้องครัวจะถูกจัดวางแยกเป็นสัดส่วนในเชิงพื้นที่ แต่ก็ยังคงเชื่อมต่อกับโซนรับประทานอาหารได้อย่างลื่นไหล ช่วยให้สมาชิกในบ้านสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างไม่ขาดตอน เจ้า 'Tiny' แมวพันธุ์มัดช์กินของเธอ เดินสำรวจไปทั่วบ้านราวกับเป็นเจ้าของที่แท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งช่วยย้ำเตือนว่า งานดีไซน์ที่ดีต้องสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
ชุดครัวจาก Poggenpohl เน้นความเรียบหรูที่ไม่ตะโกนจนเกินไป ตู้บานสีขาวชอล์ก (Chalk-white) ตัดกับงานไม้โอ๊กสีน้ำผึ้ง (Honey-toned oak) ให้กลิ่นอายสไตล์สแกนดิเนเวียนที่ดูสะอาดตา แต่ถูกทำให้ดูละมุนขึ้นด้วยความอบอุ่นแบบบ้านๆ บริเวณไอแลนด์ครัวรายล้อมด้วยเก้าอี้สตูลหนังสีคาราเมล พร้อมเปิดรับบทสนทนาที่สนุกสนาน ในขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าทันสมัยถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ท่าทางที่ดูผ่อนคลายของเปียในมุมนี้ สะท้อนให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมที่เธอสร้างขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งก่อสร้าง แต่คือการบอกเล่าเรื่องราวในชีวิต (Biography) ของเธอเอง
อ่านเพิ่มเติม: Home tour: Ho Kwon Cjan หัวเรือใหญ่ทีมสถาปนิก Banyan Group เปิดดีไซน์บ้าน Good Class Bungalow ที่โอบล้อมต้นจามจุรีใหญ่
พื้นที่ส่วนตัว ภายใต้เงาของตัวตนสาธารณะ
ห้องนอนหลักยังคงตอกย้ำปรัชญาแห่งความพอดี (Temperance) ได้อย่างเหนียวแน่น การไล่เฉดสีที่นุ่มนวล ผิวสัมผัสที่อ่อนโยน และวัตถุที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ช่วยเนรมิตให้ที่นี่เป็นดั่งสถานลี้ภัยเพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง เตียงนอนจาก Ditre Italia ถูกวางให้เป็นจุดศูนย์กลางของห้อง โดยมีงานประติมากรรมนูนต่ำบนผนังโดย Thomas and George ด้านหลังเตียงที่ช่วยเพิ่มมิติและเล่าเรื่องราวอย่างเงียบเชียบ Pia ย้ำกับเราว่า “เปียถ่ายทอดความรู้สึกที่นิ่งสงบนั้นผ่านทางผิวสัมผัส สัดส่วน และแสงไฟค่ะ มันคือแสงละมุนจากโคมที่กระทบกับพื้นไม้ ความอ่อนนุ่มของเนื้อผ้า การเลือกงานศิลปะสักชิ้นมาประดับผนัง และความสง่างามที่เรียบง่ายของเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ต้องตะโกนเรียกร้องความสนใจ แต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างประหลาด”
ในส่วนของ Walk-in Closet ถูกออกแบบมาในสไตล์บูติก โดยใช้ตู้กระจกจาก Pianca เพื่อเน้นความเป๊ะและความเป็นระเบียบ ไอแลนด์ท็อปด้วยหิน Ashton และพื้นจาก The Tile Gallery ช่วยขับเน้นความโปร่งชัดให้กับพื้นที่ เสริมด้วยม้านั่งรุ่น Civil จาก Cassina ที่เข้ามาเติมเต็มทั้งในแง่ของประโยชน์ใช้สอยและความงามเชิงประติมากรรม
มุมทำงานที่เปี่ยมด้วยสไตล์และแรงบันดาลใจ

Above ห้องแต่งหน้าของ Pia Wurtzbach Jauncey ซึ่งอยู่ติดกับห้องทำงานของเธอ สีสันในห้องแต่งหน้าเข้ากันและเสริมกันอย่างลงตัวกับห้องทำงาน

Above แง่มุมต่างๆ ของบุคลิกภาพและการเดินทางของ Pia Wurtzbach Jauncey ปรากฏให้เห็นทั่วทั้งบ้านของเธอ
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสอง บรรยากาศของบ้านก็เปลี่ยนไปสู่โหมดที่ดูเคร่งขรึมและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จากความโปร่งสบายโทนสีนิวทรัลที่ชั้นล่าง เข้าสู่พื้นที่ที่สะท้อนความคิดความอ่านและตัวตนภายใน ห้องทำงานของเธออบอวลไปด้วยโทนสีเขียวเข้ม ซึ่ง Pia ยอมรับว่าเป็นสีที่ตรงข้ามกับ "Pia Blue" (สีน้ำเงินที่เป็นภาพจำของเธอ) อย่างสิ้นเชิง ผสานเข้ากับผิวสัมผัสของผ้ากำมะหยี่และงานไม้โทนอุ่น ชั้นวางของดีไซน์พิเศษจาก Pianca ที่ประดับอยู่บนผนังเปรียบเสมือนภาพพอร์ตเทรตทางปัญญา ที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตผ่านหนังสือที่เธอสะสม ภาพถ่ายในกรอบ และของตกแต่งชิ้นเล็กจาก The Pietro Collection ที่จัดเรียงอย่างตั้งใจ จนกลายเป็นดั่งสารบัญแห่งความทรงจำ
ในฝั่งตรงข้ามของห้องทำงานคือห้องแต่งตัวที่ทำหน้าที่เป็น 'Glam Suite' หรือห้องเตรียมตัวสำหรับออกงานไปในตัว พื้นที่นี้คือจุดตัดที่ลงตัวระหว่างการเตรียมความพร้อมและการใช้ความคิด อาร์มแชร์รุ่น Fauteuil Tournant จาก Cassina ในโทนสีคาปูชิโนที่เข้ากับพื้นไม้จาก Matimco ตั้งตระหง่านเป็นชิ้นงานประติมากรรมที่ถูกออกแบบมาตามหลักสรีรศาสตร์ ขณะที่พรมจาก Studio Soliven ช่วยลดทอนความแข็งกระด้างของเส้นสายตู้และพื้น เพิ่มความนุ่มนวลอันจำเป็นสำหรับพื้นที่ที่ใช้สำหรับกิจวัตรส่วนตัวก่อนออกสู่สายตาโลก
ห้องลับส่วนตัว (The Man Cave)
พื้นที่ชั้นสามซึ่งประกอบด้วยห้องนอนแขกและโซนความบันเทิงที่เธอเรียกว่า 'Man Cave' ถูกออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบ ในโซนนี้มีการเลือกใช้พาเลตผิวสัมผัส (Texture) ที่มีความเข้มข้นและหนักแน่นยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความต่อเนื่องของปรัชญาการออกแบบหลักของตัวบ้าน ชั้นวางของแบบสั่งทำพิเศษจาก Pianca ถูกนำมาใช้แบ่งพื้นที่ระหว่างส่วนนั่งเล่นและส่วนรับประทานอาหารได้อย่างนุ่มนวลและมีจุดประสงค์ เปียยอมรับว่าตอนแรกเธอค่อนข้างลังเลกับการออกแบบห้องนี้ ซึ่งสุดท้ายกลับกลายเป็นห้องที่เธอรักที่สุด “ตอนแรกเปียกังวลค่ะว่ามันจะทำให้ห้องดูขรึมและหนักเกินไปหรือเปล่า แต่กลายเป็นว่าที่นี่คือมุมโปรดของฉันเลย เป็นพื้นที่ที่คุณสามารถขดตัวอยู่เฉยๆ จิบเครื่องดื่ม เล่นวิดีโอเกม หรือไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ค่ะ”
นอกจากนี้ ห้องน้ำแขกโทนสีเทาโดย The Tile Gallery ยังเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความต่อเนื่องของงานดีไซน์ โดยยังคงใช้ภาษาของสีสันในทิศทางเดียวกัน นั่นคือเฉดสีที่ละมุนละไม การจัดวางแสงที่ปรับมูดได้ตามต้องการ และการคัดสรรผิวสัมผัสที่มอบความรื่นรมย์ยามหยิบจับและมีความทนทานที่ยั่งยืน
จิตวิญญาณแห่งการโอบอุ้ม

Above Pia Wurtzbach Jauncey กับ Pat Caunan มัณฑนากรคู่ใจและเพื่อนสนิทของเธอ
สำหรับ Pia แล้ว บ้านหลังนี้ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งปลูกสร้างที่หยุดนิ่ง แต่คือการสะท้อนตัวตนที่มีความเคลื่อนไหวและเติบโตอยู่เสมอ มันคือรูปธรรมของความสมดุลและวุฒิภาวะทางอารมณ์ ซึ่งถ่ายทอดผ่านงานสถาปัตยกรรมที่ให้ความสำคัญกับความต่อเนื่อง ความโปร่งสบาย และความเรียบง่ายที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี ทุกการตัดสินใจในแต่ละพื้นที่ล้วนสะท้อนถึงความละเอียดอ่อนที่มุ่งหวังจะหล่อหลอมพฤติกรรม อารมณ์ และกิจวัตรในแต่ละวันให้มีความสุข
จากการที่ได้ใช้เวลาหนึ่งวันเต็มกับ Pia เราอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในทัศนคติของเธอที่ให้เกียรติรากเหง้าของตัวเอง เธอกล่าวทบทวนว่า “ตอนเด็กๆ ครอบครัวเราไม่ได้มีอะไรมากมายค่ะ แต่สิ่งที่เรามีล้นเหลือคือความอบอุ่นและการเปิดใจ บ้านของเราเป็นที่ที่ทุกคนรู้สึกได้รับการต้อนรับเสมอ เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการเชื่อมโยงถึงกัน เปียจึงอยากนำจิตวิญญาณนั้นมาไว้ที่นี่ด้วย อยากให้เป็นบ้านที่เติบโตไปพร้อมกับเรา และทำให้ใครก็ตามที่ก้าวเข้ามา รู้สึกว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่จริงๆ”
ความเรียบง่ายในวัยเด็กของ Pia Wurtzbach Jauncey ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในความสำเร็จของเธอในฐานะนางงามจักรยานว “แต่มีสิ่งหนึ่งที่ Pia นำติดตัวมาด้วยเสมอ คือกล่องที่บรรจุสร้อยลูกประคำจากผู้คนทั่วโลกที่มอบให้ฉันตอนดำรงตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สค่ะ Pia คิดเสมอว่ามันคงจะงดงามมากถ้าได้เก็บรักษาพวกมันไว้ในบ้านหลังนี้ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงความศรัทธา ความเมตตา และผู้คนมากมายที่แบ่งปันส่วนเสี้ยวของหัวใจให้กับ Pia ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา”
ตัวตนของ Pia ก็เช่นเดียวกับบ้านของเธอ มันคือบทเรียนของการสร้างสรรค์ความหรูหราที่ทันสมัย ซึ่งไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการแสดงโชว์ที่หวือหวา แต่ขับเคลื่อนด้วย ‘จุดมุ่งหมาย’ ที่ชัดเจนและงดงาม
This story was originally written in English by Jet Acuzar.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2025 โดย Jet Acuzar โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
ส่องปราสาทในฝันจากยุคประวัติศาสตร์ ยิ่งใหญ่เทียบเท่าคฤหาสน์ในซีรีส์ ‘Downton Abbey’
7 รีสอร์ตสุดหรูที่ผสาน Biophilic Design เพื่อสะท้อนธรรมชาติและสภาพแวดล้อมอย่างลงตัว
เปิดบ้าน 7 คนดังเกาหลี จาก BTS Jungkook ถึง Lisa ที่ออกแบบพื้นที่ได้อย่างจัดจ้านและมีสไตล์
Credits
ช่างภาพ: Patrick Diokno














