ในยุคที่ผู้คนโหยหาธรรมชาติ ลองมาดูว่าสถาปนิกชั้นนำของโลกกำลังปฏิวัติวงการโรงแรมหรู ด้วยการผสานสถาปัตยกรรมให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติได้อย่างไร
การได้หลบไปพักผ่อนในสถานที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติกลายเป็นสิ่งที่หลายคนโหยหา จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมปรัชญาการออกแบบที่เรียกว่า Biophilic Design หรือการออกแบบที่เชื่อมโยงมนุษย์กับธรรมชาติ ถึงมาแรงอย่างมากในแวดวงการออกแบบโรงแรมหรู
การออกแบบแบบ Biophilic Design คือการนำองค์ประกอบของธรรมชาติเข้ามาผสมผสานกับสถาปัตยกรรม ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อความสวยงามทางสุนทรียะ แต่มีผลงานวิจัยรองรับว่าพื้นที่ที่ถูกออกแบบด้วยปรัชญานี้สามารถช่วยลดความเครียด เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ และเร่งกระบวนการฟื้นฟูร่างกายได้ดีขึ้น สำหรับนักเดินทางที่กำลังมองหาการพักผ่อนอย่างแท้จริง รีสอร์ตเหล่านี้จึงนำเสนอประสบการณ์ที่ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ โดยไม่ลดทอนความหรูหราและสะดวกสบาย
Tatler ได้รวบรวม 7 รีสอร์ตและโรงแรมหรูที่โดดเด่นด้วยการออกแบบ Biophilic Design ที่จะทำให้แขกผู้มาเยือนรู้สึกราวกับเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอย่างแท้จริง
อ่านเพิ่มเติม: 8 รีสอร์ตหรูรักษ์โลก ที่ยกระดับการออกแบบเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน
1. Joali Being Bodafushi มัลดีฟส์

Above Joali Being Bodafushi มัลดีฟส์ (ภาพ: Joali Being)

Above Joali Being Bodafushi มัลดีฟส์ (ภาพ: Joali Being)
ที่พักแห่งนี้เป็นเหมือนบทกวีที่เขียนขึ้นจากธรรมชาติ ด้วยการออกแบบที่ผสานเส้นสายโค้งมนอันอ่อนช้อยเข้ากับผืนน้ำสีเทอร์ควอยซ์ของมัลดีฟส์ บริษัทออกแบบสัญชาติตุรกีอย่าง Autoban และ Studio Glitt ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของเปลือกหอยและกระแสน้ำในมหาสมุทร มาสร้างสรรค์โครงสร้างอันเป็นเอกลักษณ์ที่ดูราวกับกำลังจะผุดขึ้นมาจากผืนทะเลสาบ
แนวคิดของ Joali Being เน้นเรื่องการบำบัดองค์รวม (Wellness) ซึ่งการออกแบบที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติก็เป็นส่วนสำคัญในกระบวนการนี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผนังที่ปกคลุมด้วยพืชพรรณเขียวชอุ่มภายในอาคาร การจัดวาง Soundscapes หรือ "ภูมิทัศน์ทางเสียง" ที่จำลองเสียงธรรมชาติอย่างเสียงน้ำไหลและเสียงนกร้องบนเกาะ เพื่อสร้างประสบการณ์แบบหลายประสาทสัมผัสให้กับแขกผู้เข้าพัก ไปจนถึงการออกแบบพื้นที่สปาและห้องพักที่เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวขอบฟ้าอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยปรับสมดุลวงจรชีวภาพของร่างกาย (Circadian Rhythms) ให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
2. Boca de Agua, Bacalar, เม็กซิโก (ภาพ: Design Hotels)
โครงการล่าสุดของสถาปนิกชาวเม็กซิกันชื่อดังอย่าง Frida Escobedo ได้พลิกโฉมศูนย์กลางทางสังคมแบบดั้งเดิมของ ยูคาทัน ให้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยความสงบ รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Lagoon of Seven Colors ที่มีชื่อเสียงเรื่องสีของน้ำที่สวยงามราวกับอัญมณี โดยวิลล่าสไตล์บ้านต้นไม้ถูกสร้างขึ้นบนเสาเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นดิน ทำให้โครงสร้างอาคารดูราวกับกลมกลืนหายไปกับธรรมชาติ

Above Boca de Agua, Bacalar, เม็กซิโก (ภาพ: Design Hotels)

Above Boca de Agua, Bacalar, เม็กซิโก (ภาพ: Design Hotels)
นอกจากนี้ การออกแบบยังเลือกใช้ไม้ Chicozapote จากป่าปลูกที่ได้รับการรับรอง และหินธรรมชาติที่จะยิ่งสวยงามและดูมีเสน่ห์มากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ทางเดินลอยฟ้าเชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆ ในรีสอร์ตเข้าไว้ด้วยกัน ขณะที่เฟอร์นิเจอร์ก็ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากฝีมือของทีมงานภายในและช่างฝีมือท้องถิ่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและประเพณีของภูมิภาคอย่างชัดเจน
3. Buahan Banyan Tree Escape บาหลี อินโดนีเซีย
ที่ Buahan A Banyan Tree Escape, คุณจะแทบไม่รู้สึกถึงขอบเขตระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกอาคารเลย ที่พักแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ใจกลางป่าลึกของบาหลี และโดดเด่นด้วยแนวคิด "ไร้ผนัง ไร้ประตู" (No Walls, No Doors) ที่เปิดกว้างให้แขกได้สัมผัสกับจังหวะของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ สถาปนิก Gede Kresna ได้รังสรรค์ให้โครงสร้างอาคารพูดคุยกับสภาพแวดล้อมอย่างกลมกลืน ทั้งการสร้างพื้นระเบียงไม้ที่ลอยอยู่เหนือพื้นดิน และการใช้หลังคาจากหญ้าคาที่ช่วยให้พื้นที่ภายในรู้สึกโปร่งโล่งสบาย
การออกแบบของที่นี่เน้นความยั่งยืนเป็นสำคัญ โดยการนำไม้ ulin ที่ผ่านการใช้งานมาแล้วกลับมาใช้ใหม่เป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างวิลล่า นอกจากนี้ ครัวอาหารยังยึดหลัก zero-waste หรือ "ไร้ขยะ" โดยการเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติในท้องถิ่น ทำให้เมื่อถึงช่วงรุ่งอรุณที่สายหมอกลอยต่ำปกคลุมหุบเขา ที่พักแห่งนี้จึงดูราวกับเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่า สะท้อนให้เห็นว่าความหรูหราและธรรมชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว
อ่านเพิ่มเติม: 10 เส้นทางเดินป่าในฝันของนักผจญภัยจากทั่วโลก
4. Genji Kyoto ประเทศญี่ปุ่น
ใจกลางย่าน Gojo-Kawaramachi ในเกียวโต ที่พักอันเงียบสงบแห่งนี้คือผลงานการสร้างสรรค์ที่เกิดจากความร่วมมืออันน่าทึ่งระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบระดับโลกและท้องถิ่น Chief Designer Geoffrey P. Moussas จาก Design 1st และ Interior Designer Jun Tomita จาก Atimont Design Inc. ได้ร่วมงานกับ Marc Peter Keane นักออกแบบสวนชื่อดัง เพื่อสร้างสรรค์ที่พักที่สะท้อนแนวคิด teioku ichinyo ซึ่งเป็นปรัชญาญี่ปุ่นที่ว่าด้วยการรวมสถาปัตยกรรมและสวนเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียว

Above Genji Kyoto ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: Design Hotels)

Above Genji Kyoto ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: Design Hotels)
หัวใจสำคัญของการออกแบบคือการจัดวาง Pocket Gardens หรือ "สวนเล็กๆ " ไว้ทั่วบริเวณโรงแรม นอกจากนี้ยังมีการใช้องค์ประกอบที่ทันสมัยผสมผสานกับความดั้งเดิมอย่างชาญฉลาด เช่น หน้าต่างที่ทำจากกระดาษวะชิ และการใช้คอนกรีตที่พิมพ์ลายไม้ซีดาร์
เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นงานฝีมือของช่างท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงตู้ไม้ tansu เก่าแก่อายุหลายร้อยปี และงานศิลปะที่สร้างสรรค์โดยศิลปินรุ่นใหม่จากเกียวโต ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมคลาสสิกอย่าง The Tale of Genji โดยองค์ประกอบทั้งหมดนี้รวมกันเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสงบที่ลงตัวอย่างมีรสนิยม และที่ขาดไม่ได้คือการออกแบบสวนอันน่าทึ่งของ Marc Peter Keane ทั้ง Sky Forest Garden บนดาดฟ้า และสวน Zen ที่ล็อบบี้ ซึ่งเปิดโอกาสให้แขกได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติในใจกลางเมืองอย่างแท้จริง
5. Patina Maldives หมู่เกาะฟารี

Above Patina Maldives, หมู่เกาะฟารี (ภาพถ่าย: Design Hotels)

Above Patina Maldives, หมู่เกาะฟารี (ภาพถ่าย: Design Hotels)
Patina Maldives คืออีกหนึ่งผลงานที่โดดเด่นของสถาปนิกชื่อดังอย่าง Marcio Kogan ที่กล้าท้าทายสุนทรียภาพแบบรีสอร์ตเขตร้อนดั้งเดิมด้วยการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เส้นสายแนวนอนที่ทอดยาวเลียนแบบเส้นขอบฟ้าที่ผืนน้ำบรรจบกับผืนฟ้า ในขณะที่ช่องเปิดที่ถูกวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมอย่างลงตัวก็ช่วยเปิดรับแสงและสีสันที่เปลี่ยนแปลงไปของธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลา
การออกแบบรีสอร์ตแห่งนี้ยึดหลัก Biophilic Design อย่างลึกซึ้งกว่าแค่เรื่องความสวยงามทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น ที่พักแห่งนี้ใช้พลังงานจาก Solar Power หรือ "พลังงานแสงอาทิตย์" ขณะที่สวนก็เป็นแหล่งวัตถุดิบสดใหม่ให้กับห้องอาหาร และที่สำคัญที่สุดคือการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมทางทะเล ด้วยการเปิดทางเดินธรรมชาติไว้สำหรับสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล เพื่อให้แขกสามารถสังเกตและเรียนรู้ระบบนิเวศที่ยังคงบริสุทธิ์ได้อย่างใกล้ชิด
6. Innit Lombok อินโดนีเซีย

Above Innit Lombok อินโดนีเซีย (ภาพ: Design Hotels)

Above Innit Lombok อินโดนีเซีย (ภาพ: Design Hotels)
บนคาบสมุทรอันบริสุทธิ์ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะลอมบอก สถาปนิก Andra Matin, Gregorius Supie Yolodi และ Maria Rosantina ได้ตีความบ้าน Lumbung แบบดั้งเดิมของชาวเกาะใหม่ให้กลายเป็นวิลล่าสุดหรูที่เหมาะกับนักเดินทางยุคใหม่ โครงสร้างของวิลล่าสร้างจากวัสดุธรรมชาติที่หาได้ในท้องถิ่นอย่างไม้จากลอมบอกและซุมบาวา หินธรรมชาติ และหวาย ซึ่งการวางตำแหน่งของอาคารยังเป็นไปตามลักษณะภูมิประเทศตามธรรมชาติของเกาะอย่างกลมกลืน
การออกแบบวิลล่าแต่ละหลังเป็นการคารวะต่อ Vernacular Architecture หรือ "สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น" พร้อมกับการเติมเต็มความสะดวกสบายที่ทันสมัย ความเชื่อมโยงกับธรรมชาติของที่พักแห่งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการออกแบบเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการดำเนินงานในชีวิตประจำวัน เช่น ร้านอาหาร Anakampung ที่เสิร์ฟอาหารทะเลสดใหม่จากชาวประมงท้องถิ่น
ขณะที่กิจกรรมต่างๆ ก็เปิดโอกาสให้แขกได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ ตั้งแต่การสำรวจโลกใต้ทะเลไปจนถึงการเล่นโยคะริมสระว่ายน้ำ นอกจากนี้ สระว่ายน้ำแบบ Infinity Pool ที่ทอดตัวยาวออกไปยังผืนน้ำและชายหาดส่วนตัวสีขาวบริสุทธิ์ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้การออกแบบของที่นี่สามารถหลอมรวมเข้ากับธรรมชาติได้อย่างไร้ที่ติ
7. 1 Hotel Hanalei Bay ฮาวาย สหรัฐอเมริกา
1 Hotel Hanalei Bay คือผลงานชิ้นเอกของการออกแบบ Biophilic Design ที่คำนึงถึงบริบทของสถานที่อย่างแท้จริง การปรับปรุงครั้งล่าสุดโดยบริษัท Gensler และ Hart Howerton ได้อนุรักษ์ต้นไทรเก่าแก่ที่อยู่มาแต่เดิมไว้ และนำมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักของการออกแบบที่โดดเด่น
วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างหลายอย่างถูกนำกลับมาใช้ใหม่ (Reclaimed Materials) และมาจากเกาะแห่งนี้โดยตรง นอกจากนี้ยังมีการสร้าง Living Walls หรือ "ผนังที่มีชีวิต" โดยใช้พืชพันธุ์พื้นเมืองของฮาวายมาประดับตกแต่ง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของระบบนิเวศท้องถิ่นให้แขกได้รับรู้ผ่านการออกแบบ และด้วยการติดตั้งหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานในทุกห้องพัก ทำให้แขกสามารถชื่นชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามของภูเขาและท้องทะเลแห่งอ่าว Hanalei ได้อย่างเต็มตา ซึ่งสร้างช่วงเวลาแห่งความเชื่อมโยงกับธรรมชาติของเกาะ Kauai ให้เกิดขึ้นได้อย่างทรงพลัง
This story was originally written in English by Jennifer Choo.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2025 โดย Jennifer Choo โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
8 ไฮไลต์จุดเช็กอิน ‘Dusit Arun’ สวนลอยฟ้าแลนด์มาร์กใหม่สำหรับคนกรุง
สำรวจมนต์เสน่ห์ขั้วโลกเหนือ กับ 5 จุดหมายปลายทางในอาร์กติกที่จะพาคุณไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ
Topics





































