ที่สุดแห่งการออกแบบบาร์จากฝีมือดีไซเนอร์ระดับโลก ที่ผสานศิลปะการทำเครื่องดื่มเข้ากับการเดินทางได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ใครที่เห็นดีไซน์บาร์ของโรงแรมยุคนี้ อาจต้องลืมภาพจำบาร์แบบเดิมๆ ไปก่อน เพราะเหล่าบาร์ชั้นนำทั่วโลกในปัจจุบันได้รับการรังสรรค์จากฝีมือของนักออกแบบระดับโลก เพื่อมอบประสบการณ์ที่ผสมผสานทั้งงานบริการ ศิลปะ และการจัดแสดงเข้าด้วยกันอย่างลงตัว บาร์ที่สวยงามเหล่านี้คือจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยดีไซน์อันล้ำสมัย ตั้งแต่บาร์ที่จำลองบรรยากาศป่าลอยฟ้า ไปจนถึงซาลอน Belle Époque ที่ได้รับการบูรณะอย่างประณีต
บาร์แต่ละแห่งต่างบอกเล่าเรื่องราวเฉพาะตัวผ่านสีสันและการออกแบบ ทั้งวัสดุที่คัดสรรมาอย่างดี เฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษ และแสงไฟที่สร้างบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์ ซึ่งจะเปลี่ยนการจิบเครื่องดื่มให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ดื่มด่ำในทุกประสาทสัมผัส
อ่านเพิ่มเติม: 6 ร้านอาหารสไตล์ Retro Diner ในกรุงเทพฯ เพื่อคนรักดีไซน์วินเทจและบรรยากาศสุดคลาสสิก
Lobby Bar, The Tokyo Edition (โตเกียว, ญี่ปุ่น)
The Lobby Bar ที่ The Tokyo Edition Toranomon คือผลงานชิ้นเอกด้านการออกแบบที่ผสมผสานความงามของธรรมชาติเข้ากับอาคารได้อย่างลงตัว ออกแบบโดยสองดีไซเนอร์ระดับโลกอย่าง Kengo Kuma และ Ian Schrager บาร์แห่งนี้ตั้งอยู่สูงเหนือมหานครโตเกียว โดยจำลองบรรยากาศแบบเรือนกระจกที่เขียวชอุ่มไปด้วยพันธุ์ไม้เขตร้อนรายล้อมที่นั่งสีงาช้างและเคาน์เตอร์บาร์ตรงกลาง เราสามารถจิบค็อกเทลท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร พร้อมชมวิว Tokyo Tower ที่ส่องประกายอยู่เบื้องหน้า ถือเป็นความลงตัวระหว่างสถาปัตยกรรมสมัยใหม่กับธรรมชาติที่หาชมได้ยาก
Vesper Bar, The Dorchester (ลอนดอน, สหราชอาณาจักร)

Above Vesper Bar โดดเด่นด้วยเพดานที่เปล่งประกายและสาดแสงไปทั่วบาร์หินอ่อน (ภาพ: Instagram/@thedorchester)
การฟื้นคืนความรุ่งเรืองของย่าน Mayfair ของอังกฤษในยุค 1930s ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างงดงามที่ Vesper Bar ผลงานของ Martin Brudnizki กับเพดานประดับใบไม้แพลเลเดียมสะท้อนแสงลงบนเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีสนิม ขณะที่ผนังลายไม้ฉลุและเสากระจกสร้างบรรยากาศราวกับฉากภาพยนตร์คลาสสิก ยิ่งไปกว่านั้นยังมีภาพวาดต้นฉบับของ Cecil Beaton ประดับไว้เพื่อสะท้อนประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของโรงแรม ทำให้บาร์แห่งนี้ทั้งดูเหนือกาลเวลาและสง่างาม
Lobby Bar, Ace Hotel (ซิดนีย์, ออสเตรเลีย)
นับเป็นโปรเจ็กต์โรงแรมแห่งแรกของ Flack Studio ที่ตั้งใจเชิดชูมรดกทางวัฒนธรรมการออกแบบของออสเตรเลียผ่านโทนสีอบอุ่นแบบทะเลทราย การตกแต่งของ Lobby Bar ที่ Ace Hotel Sydney จึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความมองโลกในแง่ดีของชานเมืองออสเตรเลียในยุค 1970s ทั้งเลานจ์แบบยกพื้นสีส้มไหม้ ผนังคอนกรีตดิบ และบันไดหินอ่อนสีแดงโอ๊คอันโดดเด่น ที่สำคัญคือบาร์แห่งนี้สร้างขึ้นบนสถานที่ซึ่งเคยเป็นเตาเผาเซรามิกในอดีต ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีเสน่ห์ดั้งเดิมที่ดูเก่าแก่ตามกาลเวลา
Le Bar Kleber, The Peninsula Paris (ปารีส, ฝรั่งเศส)
หลังจากการปรับปรุงโรงแรมเป็นเวลาถึงสี่ปี Le Bar Kleber ที่ The Peninsula Paris ก็กลับมาทวงบัลลังก์สัญลักษณ์แห่งยุค Belle Époque อย่างสง่างาม ด้วยการบูรณะอย่างพิถีพิถันโดย Henry Leung และ Richard Martinet ความยิ่งใหญ่ดั้งเดิมของบาร์ยังคงส่องประกายผ่านเพดานสูง การประดับตกแต่งด้วยลวดลายทอง และแผงผนังไม้โอ๊คที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ บาร์แห่งนี้ยังมีบทบาทในประวัติศาสตร์โลก เพราะเคยเป็นสถานที่ที่ Henry Kissinger ใช้เจรจาสนธิสัญญาสันติภาพปารีสในปี 1973 และปัจจุบันมีพรมไหมที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย
อ่านเพิ่มเติม: Belle Époque Grandeur ต้นกำเนิดโรงแรมหรูในยุคแห่งความรุ่งเรือง
The Aubrey, Mandarin Oriental Hong Kong (ฮ่องกง)
เมื่อขึ้นมายังชั้น 25 ของโรงแรม Mandarin Oriental Hong Kong เราจะพบกับ The Aubrey บาร์สไตล์อิซากายะสุดแปลกตาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากญี่ปุ่น สร้างสรรค์โดย Maximal Concepts และนักวาดภาพประกอบ Aubrey Beardsley บาร์แห่งนี้เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจอันหรูหรา โคมไฟสไตล์อาร์ตนูโว และโคมไฟแบบมีพู่ห้อยที่ให้แสงสว่างอบอุ่น บรรยากาศของบาร์ที่รวมงานศิลปะและของสะสมต่างๆ เข้าด้วยกัน ชวนให้นึกถึงบ้านของนักสะสมผู้มั่งคั่งที่เดินทางไปทั่วโลก และยังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาของอ่าววิคตอเรียได้อย่างเต็มสายตา
Bivium Bar, Six Senses Rome (โรม, อิตาลี)
สถาปนิกและดีไซเนอร์ชาวสเปนมากความสามารถ Patricia Urquiola ได้สร้างโอเอซิสอันเงียบสงบที่ Bivium Bar แห่ง Six Senses Rome โดยผสมผสานความคลาสสิกแบบโรมันเข้ากับหลักการความยั่งยืนร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ที่นี่เลือกใช้วัสดุดั้งเดิมอย่างปูนปลาสเตอร์ Cocciopesto และหินปูน Travertine เพื่อสร้างบรรยากาศแบบโรมันแท้ๆ ขณะที่ต้นไม้นานาพันธุ์และแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาช่วยเน้นย้ำถึงการเชื่อมโยงกับสุขภาพที่ดี เคาน์เตอร์บาร์โค้งประติมากรรมที่สร้างจากหินอ่อนสีเขียว Verde Alpi ยังทอดยาวจากภายในไปสู่ลานกลางแจ้งอย่างกลมกลืน โดยเชื่อมโยงพื้นที่ทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน
BKK Social Club, Four Seasons Bangkok at Chao Phraya River (กรุงเทพฯ, ไทย)
AvroKO รังสรรค์ผลงานชิ้นเอกที่ผสมผสานความหรูหราสไตล์กรุงบัวโนสไอเรสเข้ากับพลังงานของกรุงเทพฯ ผ่านแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมอาร์เจนตินาช่วงต้นศตวรรษที่ 20 BKK Social Club ที่โรงแรม Four Seasons Bangkok at Chao Phraya River ให้บรรยากาศคล้ายสวนสวยที่เขียวชอุ่มด้วยเบาะกำมะหยี่สีเขียวขนาดใหญ่ที่พนักพิงสูงเกือบถึงเพดาน มีเสาที่สลักลวดลายอย่างประณีต และต้นไม้ที่ห้อยลงมาจากโคมไฟระย้า เคาน์เตอร์บาร์ด้านหลังที่สวยงามตระการตาจัดแสดงคอลเล็กชั่นเครื่องดื่มที่หลากหลายในบาร์ที่ได้รับรางวัลการันตีแห่งนี้ ซึ่งติดอันดับบาร์ที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย
Manhattan, Conrad Singapore (สิงคโปร์)

Above เคาน์เตอร์บาร์ของ Manhattan ถูกจัดวางให้เหมือนเวทีและตกแต่งด้วยผ้ากำมะหยี่สีพลัมที่หรูหรา (ภาพ: Instagram / manhattan_sg)
ผลงานการออกแบบโดย Proof & Co ที่ยกระดับการทำค็อกเทลให้กลายเป็นศิลปะการแสดง ได้แรงบันดาลใจจากยุคนิวยอร์กศตวรรษที่ 19 ที่บาร์เทนเดอร์คือซูเปอร์สตาร์ เคาน์เตอร์บาร์ที่ยกสูงขึ้นจึงถูกออกแบบให้เสมือนเวที โดยประดับด้วยผ้าม่านกำมะหยี่สีพลัมที่ดูหรูหราเพื่อใช้สำหรับการแสดงศิลปะการทำเครื่องดื่ม พร้อมโซฟา Chesterfield และเก้าอี้คลับแชร์ที่ชวนให้นึกถึงคฤหาสน์หรูของเหล่าเศรษฐีในยุค Gilded Age และยังเป็นบาร์โรงแรมแห่งแรกที่มี Rickhouse ของตัวเอง เสริมเสน่ห์ให้คราฟต์ค็อกเทลที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร
This story was originally written in English by Clifford Olanday.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2025 โดย Clifford Olanday โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
เปิดดีไซน์ 7 โรงแรมหรูระดับโลก ที่เปลี่ยนการเข้าพักให้กลายเป็นงานศิลป์
Topics





