Cover ร้าน Chop Chop Cook Shop ที่จะพาคุณไปสัมผัสกรุงเทพฯ ในยุค 1930s ในบรรยากาศ Retro Diner (ภาพ: Chop Chop Cook Shop)

ส่องบรรยากาศสไตล์ Retro Diner กับ 6 ร้านอาหารในกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้มีแค่เบอร์เกอร์และมิลค์เชค กับดีไซน์การตกแต่งที่สะท้อนกลิ่นอายย้อนยุคอันเป็นเอกลักษณ์

ลองหลับตานึกภาพร้านอาหารในฉากภาพยนตร์ฮอลลีวูดสุดคลาสสิกยุค 50s-60s เราอาจเห็นคู่รักวัยใสกำลังนั่งจิบมิลค์เชคในร้านที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสของเบาะหนังสีแดง โครเมียมวับวาว หรือเสียงเพลงร็อกแอนด์โรลจากตู้เพลง Jukebox บรรยากาศเหล่านี้คือ ‘Diner’ ร้านอาหารสไตล์อเมริกันแท้ๆ ที่ถือกำเนิดขึ้นจากรถขายอาหารเคลื่อนที่ในปลายศตวรรษที่ 19 ก่อนจะพัฒนาเป็นอาคารที่มีโครงสร้างเฉพาะตัวและเฟื่องฟูถึงขีดสุดในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

อ่านเพิ่มเติม: Tatler Off Menu 2025 กลับมาในธีม ‘Green Gastronomy’ ยกทัพเชฟ Fine Dining จาก 17 ร้านดังมาที่ ICONSIAM

แม้ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสมัยใหม่จะเติบโตเข้ามาแทนที่ แต่ความทรงจำและกลิ่นอายของ Diner ก็ยังคงมีเสน่ห์เสมอ ร้านอาหารหลายแห่งจึงหยิบเอาบรรยากาศนั้นกลับมาด้วยสไตล์การตกแต่งแบบ Retro Diner สิ่งที่ทำให้เราโหยหาความคลาสสิกเหล่านี้คือ ความทรงจำร่วม (Nostalgia) และประสบการณ์เฉพาะที่มีแต่  Retro Diner ที่นำเสนอได้ ยิ่งในโลกปัจจุบันที่ทุกอย่างดูเร่งรีบ ความเรียบง่าย ความสดใส และความเป็นกันเองของ Diner กลับยิ่งดึงดูดใจผู้คนให้มานั่งผ่อนคลายในบรรยากาศที่เชื้อเชิญ อบอุ่น และชวนให้นึกถึงความสุขเล็กๆ ระหว่างมื้อ

Tatler Asia
AI Generated image
Above AI Generated image
AI Generated image

ด้วยเสน่ห์แบบนี้เอง วัฒนธรรมการตกแต่งและกลิ่นอายของ Retro Diner จึงได้ข้ามทวีปมายังเอเชีย รวมถึงที่กรุงเทพฯ บ้านเราด้วย ขณะที่บางร้าน Diner ยังคงยึดมั่นในการนำเสนอเมนูอเมริกันแท้ๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าคือการที่หลายร้านในกรุงเทพฯ ได้นำดีไซน์และคอนเซ็ปต์ของ Diner มาผสมผสานกับอาหารและวัฒนธรรมที่หลากหลายอย่างสร้างสรรค์ ทำให้ Retro Diners ในกรุงเทพฯ มีเสน่ห์เฉพาะตัว ในการ ‘ต่อยอด’ และ ‘ปรับเปลี่ยน’ ให้เข้ากับรสนิยมและความต้องการของนักชิม และนี่คือ 6 ร้านอาหารในกรุงเทพฯ ที่สะท้อนเสน่ห์ฉบับ Retro Diner ที่เราอยากพาคุณไปสำรวจ

Chop Chop Cook Shop

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 5 เมนูเป็ดย่างและหมูแดงของร้าน (ภาพ: Chop Chop Cook Shop)
Photo 2 of 5 เมนูบะหมี่เกี๊ยวกุ้งน้ำ (ภาพ: Chop Chop Cook Shop)
Photo 3 of 5 เมนู Drunken Clams (ภาพ: Chop Chop Cook Shop)
Photo 4 of 5 เมนูลอดช่อง (ภาพ: Chop Chop Cook Shop)
Photo 5 of 5 บรรยากาศภายในร้านสไตล์ Retro Diner (ภาพ: Chop Chop Cook Shop)

เดินตรงมาจากถนนมังกร ย่านเยาวราช เราจะพบกับ Chop Chop Cook Shop ที่พาคุณไปสัมผัสกรุงเทพฯ ในยุค 1930s ร้านนี้ตั้งอยู่ในอาคารสไตล์ Art Deco 5 ชั้นบนถนนเยาวราชที่เคยเป็นห้างทองเก่า การออกแบบภายในสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ของสถานที่ได้อย่างน่าสนใจ โดยผสมผสานกลิ่นอาย Retro Diner ที่มีสีสันสดใสและความเป็นกันเองเข้ากับความละเอียดอ่อนของสไตล์ Art Deco และมรดกช่างทองของอาคารได้อย่างลงตัว ด้วยรูปแบบร้านแนว ‘กุ๊กช็อป’ ซึ่งเป็นร้านอาหารลูกผสมระหว่างอาหารจีนกับอาหารฝรั่งสไตล์โคโลเนียลอังกฤษที่เคยเฟื่องฟูในอดีต

ภายใต้การดูแลของเชฟ David Thompson ผู้โด่งดัง ร้านนี้โดดเด่นด้วยการนำเสนออาหารจีนร่วมสมัยที่ใส่กลิ่นอายไทยเข้าไปอย่างลงตัว เมนูหลากหลายตั้งแต่เป็ดย่างและหมูแดง เกี๊ยวกุ้งน้ำ ข้าวอบสับปะรด และไม่ควรพลาดเมนูแนะนำอย่าง Spring Rolls, Drunken Clams, Crab Fried Rice with Salted Duck Egg หรือ Crispy Beancurd สำหรับคนรับประทานมังสวิรัติ และปิดท้ายมื้อด้วยของหวานอย่าง ลอดช่อง Ginger Milk Curd เนียนนุ่มละมุนลิ้น หรือ Ah Nee เมนูเผือกกวนเนื้อเนียนที่มีแปะก๊วยเชื่อมโรยหน้า เป็นของหวานยอดนิยมในวัฒนธรรมจีน โดยเฉพาะในงานเฉลิมฉลองต่างๆ

Chop Chop Cook Shop
ที่อยู่: 328 ถนนเยาวราช แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ, 097-008-0519

Mickey’s Diner

Tatler Asia
บรรยากาศร้าน Mickey's Diner (ภาพ: Mickey's Diner BKK)
Above บรรยากาศร้าน Mickey's Diner (ภาพ: Mickey's Diner BKK)
บรรยากาศร้าน Mickey's Diner (ภาพ: Mickey's Diner BKK)
Tatler Asia
เมนูสไตล์ American Diner แท้ๆ (ภาพ: Mickey's Diner BKK)
Above เมนูสไตล์ American Diner แท้ๆ (ภาพ: Mickey's Diner BKK)
เมนูสไตล์ American Diner แท้ๆ (ภาพ: Mickey's Diner BKK)

สำหรับใครที่โหยหา American Diner ขนานแท้ Mickey's Diner คือร้านที่คุณไม่ควรพลาด โดยสาขาแรกในซอยหลังสวนนั้น ตั้งใจให้เป็น American Diner เต็มรูปแบบในสไตล์ Los Angeles ยุค 80s-90s ที่โดดเด่นด้วยเก้าอี้สีขาวแดงสดใส กำแพงอิฐพร้อมกราฟิตี้รูปมิกกี้เมาส์ และเคาน์เตอร์บาร์สุดชิคที่ชวนให้คิดถึงบรรยากาศสนุกสนานแบบอเมริกัน แต่เมื่อมาถึงสาขาใหม่ที่ตึกเกษรอัมรินทร์ เชฟชาลี กาเดอร์ ได้ยกระดับสู่ความ Classy แบบ New York Diner ยุค 50s-60s ด้วยงานสเตนเลสและไม้ เฟอร์นิเจอร์หนังโทนสีเขียวเข้มวินเทจ และกระเบื้องลายตารางหมากรุก ที่ยังคงกลิ่นอาย Diner แต่ดูเป็นทางการและหรูหรามากขึ้น

ที่นี่เสิร์ฟเมนู American Comfort Food และ All Day Breakfast ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินได้ทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ พร้อมกับมิลค์เชคดีๆ สักแก้ว เมนูแนะนำที่ไม่ควรพลาดคือ New England Clam Chowder Soup ซุปครีมหอยลายรสเข้มข้น หรือ Cobb Salad สำหรับสายสุขภาพ ส่วนจานหนักก็มี Duck & Waffles ที่เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างวาฟเฟิลกรอบนอกนุ่มในกับเนื้อเป็ดทอด และ Corned Beef & Mash โฮมเมดสไลซ์ฉ่ำๆ ปิดท้ายด้วย Strawberry Milkshake ที่เข้มข้นพร้อมท็อปปิ้งจุใจ

Mickey’s Diner
ที่อยู่: GF Floor เกษรอัมรินทร์ ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, 090-499-5158

Capricci

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 บรรยากาศร้าน Capricci (ภาพ: Capricci)
Photo 2 of 2 บรรยากาศร้าน Capricci (ภาพ: Capricci)
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 6 เมนูร้าน Capricci (ภาพ: Capricci)
Photo 2 of 6 เมนูร้าน Capricci (ภาพ: Capricci)
Photo 3 of 6 เมนูร้าน Capricci (ภาพ: Capricci)
Photo 4 of 6 เมนูร้าน Capricci (ภาพ: Capricci)
Photo 5 of 6 เมนูร้าน Capricci (ภาพ: Capricci)
Photo 6 of 6 เมนูร้าน Capricci (ภาพ: Capricci)

Capricci ไม่ได้เป็น Diner สไตล์อเมริกัน แต่เป็นร้านอาหารและบาร์สไตล์ อิตาโล-ดิสโก้ แห่งแรกในไทย ที่นำกลิ่นอาย Retro ยุค 80s มาผสมผสานกับวัฒนธรรม Apericena ของชาวมิลานได้อย่างลงตัว Apericena คือการรวมวัฒนธรรม Aperitivo (เครื่องดื่มเรียกน้ำย่อย) กับ Cena (อาหารค่ำ) เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมต่อยอดให้มีอาหารหลากหลายและอิ่มท้องขึ้นจนสามารถเป็นมื้อค่ำได้เลย บรรยากาศภายในร้าน Capricci ตกแต่งด้วยสีสันฉูดฉาด ให้ความรู้สึกวินเทจจากมุมห้องสมุดไวนิล รถเข็นไอศกรีมสไตล์วินเทจ ไปจนถึงแสงไฟดิสโก้ และเพลย์ลิสต์เพลงดิสโก้ที่เสริมมู้ดการสังสรรค์ให้มีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเป็นโซน Indoor หรือ Outdoor ก็ให้ความรู้สึกสบายๆ เป็นกันเอง ราวกับอยู่ในปาร์ตี้เล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนา

เชฟระดับมิชลินสตาร์อย่าง Christian Martena และ Arnaud Dunand รับหน้าที่ดูแล ร้านนี้โดดเด่นด้วยอาหารอิตาเลียนตอนใต้ในรูปแบบที่ทันสมัย แต่ยังคงรสชาติอิตาเลียนแท้ๆ ที่เข้าถึงง่าย มีเมนูให้เลือกหลากหลายตั้งแต่จานเล็กสำหรับทานเล่นอย่าง Akami Tuna & Saffron Rice, Truffle Melting Toast ไปจนถึงเมนูพาสต้าโฮมเมดที่ทำสดใหม่ เช่น Gnocchi / Lamb Ragu และ Tonnarelli BBQ / Pecorino / Black Pepper หรือเมนูหลักอย่าง Wagyu Hanger Steak และตามธรรมเนียมของชาวอิตาลี ที่นี่เสิร์ฟ ‘BOGO Aperol Spritz’ คู่กับ Cichetti ก่อนมื้ออาหารเพื่อเพิ่มความสุนทรีย์

Capricci
ที่อยู่: 26/3 ถนนเย็นอากาศ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ, 065-853-9336

อ่านเพิ่มเติม: รวมร้านอาหารอิตาเลียนในกรุงเทพฯ ที่นักชิมห้ามพลาด

25 Degrees Burger Bar

Tatler Asia
บรรยากาศร้าน 25 Degrees Burger Bar (ภาพ: 25 Degrees Burger Bar)
Above บรรยากาศร้าน 25 Degrees Burger Bar (ภาพ: 25 Degrees Burger Bar)
บรรยากาศร้าน 25 Degrees Burger Bar (ภาพ: 25 Degrees Burger Bar)

ใครที่กำลังมองหาเบอร์เกอร์ดีๆ ในบรรยากาศ American Diner สุดคลาสสิก ต้องมาที่ 25 Degrees Burger Bar ร้านนี้ยังคงรักษา Timeless American Diner Vibe ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการตกแต่งที่ชวนให้นึกถึง Diner ในอดีตอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์บาร์ เบาะนั่งสีสันสดใส หรือองค์ประกอบอื่นๆ ที่สร้างบรรยากาศวินเทจอย่างลงตัว พร้อมมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ที่ให้คุณได้ภาพสวยๆ กลับไป จุดเด่นคือการเปิดให้บริการ 24/7 ให้เราได้เพลิดเพลินกับมื้ออร่อยได้ตลอดเวลา

ร้านนี้โดดเด่นด้วย Award-winning burgers ที่ไม่ธรรมดา โดยทำจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม แป้งบันอบสดใหม่ทุกวัน และเนื้อแพตตี้ที่ทำด้วยมืออย่างพิถีพิถัน รวมถึงเมนูอื่นๆ อย่างปีกไก่ ฮอทด็อก และตัวเลือกสำหรับคนรักสุขภาพก็มีให้ครบ นอกจากเบอร์เกอร์แล้ว ยังมี Super-creamy shakes ที่เข้มข้นและอร่อยจนคุณต้องฟิน โดยเฉพาะเมนูใหม่ล่าสุดอย่าง Hershey’s Shake-Up ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Cookies & Cream Milkshake และ Boozy Shake สำหรับผู้ใหญ่

25 Degrees Burger Bar
ที่อยู่: ชั้น G โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ จี, 188 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ, 02-352-4192

Bangkok'78

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 บรรยากาศร้าน Bangkok'78 (ภาพ: Bangkok'78)
Photo 2 of 2 บรรยากาศร้าน Bangkok'78 (ภาพ: Bangkok'78)
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 เมนูร้าน Bangkok'78 (ภาพ: Bangkok'78)
Photo 2 of 3 เมนูร้าน Bangkok'78 (ภาพ: Bangkok'78)
Photo 3 of 3 เมนูร้าน Bangkok'78 (ภาพ: Bangkok'78)

ย้อนอดีตสู่ ‘ยุคทอง’ ของกรุงเทพฯ ในปี ค.ศ. 1978 ที่ Bangkok'78 ห้องอาหารไทยสไตล์ Retro ที่ซ่อนตัวอยู่ในโรงแรมสินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ ดีไซน์การตกแต่งภายในของร้านได้รับแรงบันดาลใจจากปี 2521 สะท้อนผ่านรายละเอียดต่างๆ ที่ผสมผสานความคลาสสิกและความหรูหราเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งเฟอร์นิเจอร์ โทนสี และของตกแต่ง นอกจากนี้ ทางร้านยังมี ห้องรับประทานอาหารส่วนตัว 3 ห้อง ได้แก่ ห้องเจริญกรุง ห้องเยาวราช และห้องหลังสวน ซึ่งออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สามารถรองรับแขกได้ตั้งแต่ 4 คนไปจนถึง 60 คน และสูงสุดถึง 120 คน เหมาะสำหรับงานสังสรรค์และเลี้ยงฉลอง ไม่ว่าจะเป็นมื้อกลางวันเล็กๆ หรือดินเนอร์มื้อค่ำ ให้เราได้สัมผัสกับความหรูหราและมนต์เสน่ห์ของกรุงเทพฯ ในอดีต

ที่นี่เสิร์ฟอาหารไทยดั้งเดิมโดยเชฟกอล์ฟ ผู้เข้ารอบ Top Chef Thailand 2023 ที่คัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างพิถีพิถัน ร่วมคิดค้นสูตรกับร้าน 'เสน่ห์จันทน์' ที่เราจะได้สัมผัสกับรสชาติไทยแท้ๆ ที่ยังคงรสชาติตามต้นตำรับไว้ทุกประการ ได้แก่ ต้มข่าไก่ แกงมัสมั่นไก่ ไข่ตุ๋นหมูสับทะเลหม้อไฟ และเมนูซีฟู้ดอย่างปลากะพงทอดน้ำปลา นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มสไตล์ไทยและค็อกเทลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 70s อย่าง Dancing Queen หรือ Old Time Rock

Bangkok'78
ที่อยู่: ชั้น 2 โรงแรมสินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ วีนแยทท์ คอลเล็คชั่น, 68 ถนนหลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, 02-796-8888

Beast & Butter

จากฟู้ดทรัคสีเหลืองเล็กๆ ที่เชียงใหม่ สู่ร้านเบอร์เกอร์และสเต็กเฮาส์ขนาดใหญ่สีเหลืองมัสตาร์ดในซอยทองหล่อ 10 Beast & Butter โดดเด่นด้วยการตกแต่งที่สดใสและมีกลิ่นอาย Retro Diner ที่เป็นกันเอง ตัวร้านเป็นห้องกระจกผนังสีเหลืองโดดเด่น ป้ายไฟนีออนสีสันน่ารัก พร้อมเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่ที่โชว์แท็ปคราฟต์เบียร์ถึง 8 หัว และที่นั่งกว้างขวางสบายตา บรรยากาศที่นี่สร้างความรู้สึกสนุกสนานและผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการรวมตัวกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัว เพื่อมาลิ้มลองอาหารอร่อยๆ และเครื่องดื่มดีๆ

ที่นี่คือสวรรค์ของคนรักเนื้อและคราฟต์เบียร์ ด้วยเบอร์เกอร์โฮมเมดคุณภาพพรีเมียมที่ยึดหลัก ‘simple things done right’ ตั้งแต่แป้งบันอบสดใหม่ เนื้อแพตตี้ที่คัดสรรมาอย่างดี ไปจนถึงผักออร์แกนิกจากสวนของครอบครัว เมนูไฮไลต์คือ The Beast เบอร์เกอร์ซิกเนเจอร์ที่ถอดแบบมาจากเชียงใหม่ และ Brie Rocket Pork เบอร์เกอร์หมูที่โดดเด่นด้วยรสชาติแปลกใหม่ นอกจากนี้ยังมีสเต็กเนื้อชั้นเลิศให้เลือกมากมาย และคราฟต์เบียร์ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปให้เลือกจิบ ปิดท้ายมื้อด้วย Thick Hand-spun Milkshakes ที่เข้มข้นจนคุณต้องยกนิ้วให้

Beast & Butter
ที่อยู่: 270 ซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ 10) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

Topics

Chutima Katepongchai
Assistant Editor, Homes & Lifestyle, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชุติมา เกตุพงษ์ชัย ผู้ช่วยบรรณาธิการประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาสถาปัตยกรรม งานออกแบบ และไลฟ์สไตล์ เธอเล่าเรื่องบ้านและพื้นที่รอบตัวในฐานะแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน ผ่านบริบทร่วมสมัย