Thonet dining chairs in rich dark wood line the tables of a bustling restaurant, demonstrating their enduring popularity and iconic presence in hospitality settings worldwide (Photo: Thonet)
Cover เก้าอี้ Thonet วางเรียงรอบโต๊ะอาหารในร้านอาหารที่แสนคึกคัก แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่ยังคงดำเนินอยู่และตัวตนอันเป็นตำนานในฉากหลังของธุรกิจบริการทั่วโลก (ภาพ: Thonet)
Thonet dining chairs in rich dark wood line the tables of a bustling restaurant, demonstrating their enduring popularity and iconic presence in hospitality settings worldwide (Photo: Thonet)

เก้าอี้รับประทานอาหารทั้ง 7 ตัวนี้กลายมาเป็นชิ้นงานสำคัญในร้านอาหารและที่พักอาศัย โดยผสมผสานงานออกแบบที่ไร้กาลเวลาเข้ากับการใช้งานได้จริงในทุกวัน

เก้าอี้รับประทานอาหารถือเป็นพื้นฐานสำคัญต่อประสบการณ์ร้านอาหาร โดยไม่เพียงทำหน้าที่เป็นวัตถุที่ใช้งานได้จริงแต่ยังมีส่วนสำคัญต่อบรรยากาศและความสบายในสถานที่แห่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าเชิงพาณิชย์หรืออาคารบ้านเรือน เก้าอี้เหล่านี้ต้องทนทานต่อการใช้งานบ่อยครั้งในขณะที่มีทั้งความแข็งแกร่ง ถูกหลักเออร์โกโนมิกส์ และมีดีไซน์ในตัวเอง

พัฒนาการของการออกแบบร้านอาหารและห้องอาหารตลอดศตวรรษที่ 20 นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมที่กว้างขึ้น ตอนต้นศตวรรษ อาคารที่ใหญ่โตโอ่อ่าจะชื่นชอบการตกแต่งภายในที่แสดงถึงความมั่งคั่ง ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากยุคสวยงามในยุโรปที่เรียกว่า Belle Epoque ซึ่งโดดเด่นด้วยวัสดุหรูหราและรายละเอียดการตกแต่งที่สื่อถึงความรุ่งเรืองและความพิเศษเฉพาะตัว ช่วงเวลาระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 กับ 2 และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ได้แนะนำความเรียบง่ายที่เพรียวลมและการคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย ซึ่งเน้นที่เส้นสายสะอาดตาและการใช้งานได้จริงเป็นสำคัญ

อ่านเพิ่มเติม: 7 เก้าอี้สุดไอคอนิกที่หล่อหลอมงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ยุคโมเดิร์น

Tatler Asia
An aerial view reveals the comprehensive colour palette of the Eames DSW collection, showcasing both the original fibreglass shells and newer polypropylene versions (Photo: Vitra)
Above ภาพมุมสูงเผยให้เห็นพาเลตสีที่ครอบคลุมของเก้าอี้ในคอลเล็กชั่น Eames DSW ซึ่งแสดงถึงเก้าอี้ไฟเบอร์กลาสแบบดั้งเดิมและเก้าอี้เวอร์ชั่นใหม่ที่ทำจากโพลีโพรไพลีน (ภาพ: Vitra)
An aerial view reveals the comprehensive colour palette of the Eames DSW collection, showcasing both the original fibreglass shells and newer polypropylene versions (Photo: Vitra)

การมองโลกในแง่บวกหลังสงครามโลกทำให้สไตล์โมเดิร์นแบบมิดเซ็นจูรี่เป็นที่นิยมขึ้นมาซึ่งโดดเด่นที่รูปทรงแบบออร์แกนิกและวัสดุแบบใหม่ซึ่งให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและการเข้าถึงได้เป็นสำคัญพอถึงปลายศตวรรษที่ 20 การออกแบบร้านอาหารมีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อรองรับประสบการณ์การกินอาหารที่เท่าเทียมกันมากขึ้น โดยมีรูปแบบของพื้นที่ตั้งแต่บิสโทรแบบสบายๆ ไปจนถึงภัตตาคารชั้นสูง ทั้งหมดนี้สะท้อนรสนิยมที่เปลี่ยนไปและการขยับสถานะทางสังคม

ด้วยบริบทที่พัฒนาไปเรื่อยๆเช่นนี้เก้าอี้สำหรับรับประทานอาหารอันเป็นผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์กลุ่มหนึ่งกลายมาเป็นชิ้นงานที่เป็นที่จดจำในทันทีทั้งในร้านอาหารและห้องกินข้าวทั่วโลกเสน่ห์ที่คงอยู่ของมันเกิดจากความก้าวหน้าของวัสดุและการผลิตมากพอๆกับความงามที่ไร้กาลเวลาซึ่งปรับเปลี่ยนไปตามรสนิยมที่เปลี่ยนไปและความต้องการด้านการใช้งานจริง

เราขอรวบรวมเก้าอี้สำหรับรับประทานอาหาร 7 รุ่นที่ว่านี้พร้อมบริบททางประวัติศาสตร์และคุณลักษณะทางงานออกแบบของเก้าอี้แต่ละตัว ตลอดจนเหตุผลที่พวกมันเป็นที่นิยมในธุรกิจบริการและการตกแต่งภายในที่พักอาศัย

Thonet Bentwood chair No 14: ตำนานแห่งการผลิตเก้าอี้ร้านอาหาร

Tatler Asia
Thonet Chair No. 214 in matte black with a cane seat—showcasing the chair’s signature steam-bent curves and lightweight construction (Photo: Thonet)
Above เก้าอี้ Thonet No. 214 สีดำด้านพร้อมเบาะไม้ไผ่ แสดงให้เห็นการโค้งงอจากการใช้ไอน้ำอันเป็นซิกเนเจอร์และโครงสร้างน้ำหนักเบา (ภาพ: Thonet)
Tatler Asia
Contemporary interpretations of the Thonet Chair No. 214 in bold red, featuring woven cane seats and backs, demonstrate the design’s adaptability to modern colour palettes (Photo: Thonet)
Above เก้าอี้ Thonet No. 214 ได้รับการตีความแบบร่วมสมัยด้วยสีแดงสด พร้อมเบาะที่นั่งและพนักพิงไม้ไผ่สาน แสดงถึงความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับพาเลตต์สีสมัยใหม่ (ภาพ: Thonet)
Thonet Chair No. 214 in matte black with a cane seat—showcasing the chair’s signature steam-bent curves and lightweight construction (Photo: Thonet)
Contemporary interpretations of the Thonet Chair No. 214 in bold red, featuring woven cane seats and backs, demonstrate the design’s adaptability to modern colour palettes (Photo: Thonet)

เก้าอี้ Thonet Bentwood chair No 14 ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกโดย Michael Thonet และปฏิวัติการออกแบบตลอดจนการผลิตเฟอร์นิเจอร์ นี่คือเก้าอี้ตัวแรกที่ถูกผลิตเป็นจำนวนมากด้วยไม้บีชวู้ดที่ถูกดัดให้โค้งงอด้วยไอน้ำ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทำให้ไม้โค้งงออย่างสวยงามโดยไม่ต้องแลกกับความแข็งแรงของเก้าอี้

นวัตกรรมชิ้นนี้ทำให้เก้าอี้รับประทานอาหารมีน้ำหนักเบาทนทานและราคาไม่แพงเกินเอื้อมจึงเหมาะมากสำหรับคาเฟ่และบิสโทรที่แสนคึกคักวุ่นวายในศตวรรษที่ 19

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 ห้องอาหารสไตล์โมเดิร์นที่แสบสงบตกแต่งด้วยเก้าอี้ไม้โค้งแสนคลาสสิกของ Thonet สีไม้ธรรมชาติ เน้นย้ำถึงความงามแบบไร้กาลเวลาและประโยชน์ใช้สอยที่หลากหลายในการตกแต่งภายในแบบร่วมสมัย (ภาพ: Thonet)
Photo 2 of 4 เก้าอี้ Thonet No.14 สีไม้เข้มพร้อมเบาะนั่งไม้ไผ่สีธรรมชาติ ถือเป็นตำนานที่ยืนยงของวัฒนธรรมคาเฟ่และการตกแต่งภายในร้านอาหารทั่วโลก (ภาพ: Thonet)
Photo 3 of 4 ซิลูเอตที่ไร้กาลเวลาของเก้าอี้ Thonet No. 14 ตัดกับผนังหินที่โดนแดดลมกัดกร่อน ตอกย้ำความงามแบบมินิมอลและเสน่ห์อันเป็นสากล (ภาพ: Thonet)
Photo 4 of 4 เก้าอี้ Thonet สีไม้เข้มวางเรียงรอบโต๊ะที่ร้านอาหาร แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่ยืนยงและการมีอยู่อันเป็นตำนานในธุรกิจบริการทั่วโลก (ภาพ: Thonet)
A serene modern dining room featuring Thonet’s classic bentwood chairs in a natural finish, highlighting their timeless elegance and versatility in contemporary home interiors (Photo: Thonet)
Thonet Chair No. 14 in a classic dark finish with a natural cane seat—an enduring icon of café culture and restaurant interiors worldwide (Photo: Thonet)
The timeless silhouette of the Thonet Chair No. 14, pictured against a weathered stone wall, highlights its minimalist elegance and universal appeal (Photo: Thonet)
Thonet dining chairs in rich dark wood line the tables of a bustling restaurant, demonstrating their enduring popularity and iconic presence in hospitality settings worldwide (Photo: Thonet)

ภายในปี 1930 เก้าอี้รุ่นนี้ขายได้มากกว่า 50 ล้านตัวทั่วโลก ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในเก้าอี้ที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ งานออกแบบที่เรียบง่ายแต่งดงามพร้อมที่นั่งทรงกลมและพนักพิงหลังแบบโค้งงอ กลายมาเป็นภาพจำของวัฒนธรรมคาเฟ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เวียนนาและปารีส

ความสามารถในการวางซ้อนกันและการซ่อมแซมได้ง่ายดายยิ่งทำให้เก้าอี้รุ่นนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นในเชิงพาณิชย์ทุกวันนี้มันยังคงเป็นชิ้นงานคลาสสิกไร้กาลเวลาที่ผลิตโดย Thonet โดยได้รับการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย และยังคงเป็นชิ้นงานหลักในร้านอาหารและบ้านเรือนเหมือนที่เคยเป็นมา

อ่านเพิ่มเติม: ย้อนเวลาสู่ยุค Y2K เพื่อถอดรหัสเทรนด์การออกแบบที่กลับมาสร้างแรงบันดาลใจใหม่

Hans Wegner Wishbone Chair: งานฝีมือที่มาพร้อมความสง่างามแบบสแกนดิเนเวีย

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 6 เก้าอี้ Wishbone สีดำโดย Hans J. Wegner จับคู่กับโต๊ะอาหารไม้โอ๊กสไตล์มินิมัล เป็นชิ้นงานในตำนานที่รังสรรค์ด้วยมือโดย Carl Hansen & Son ตั้งแต่ปี 1950 (ภาพ: Carl Hansen & Son)
Photo 2 of 6 ซิลูเอตแบบงานประติมากรรมของเก้าอี้ Wishbone โดดเด่นเมื่ออยู่กับการตกแต่งภายในแบบสีไม้ธรรมชาติ เผยให้เห็นการผสมผสานงานฝีมือของเดนมาร์กและงานออกแบบที่ไร้กาลเวลา (ภาพ: Carl Hansen & Son)
Photo 3 of 6 เก้าอี้ Wishbone สีธรรมชาติช่วยเติมความงามแบบไม่ตะโกนให้กับมุมรับประทานอาหารร่วมสมัย เบาะนั่งเชือกกระดาษถักมือเปรียบได้กับมาตรฐานคุณภาพ (ภาพ: Carl Hansen & Son)
Photo 4 of 6 พื้นที่รับประทานอาหารที่ได้แรงบันดาลใจจากสไตล์สแกนดิเนเวีย ตกแต่งด้วยเก้าอี้ Wishbone ไม้โอ๊กสีธรรมชาติรอบโต๊ะทรงกลม (ภาพ: Carl Hansen & Son)
Photo 5 of 6 เบาะเชือกกระดาษถักมือและโครงเก้าอี้ไม้โอ๊กของเก้าอี้ Wishbone ช่วยเติมความงดงามที่ตัดกับผนังหินซึ่งมีผิวสัมผัส (ภาพ: Carl Hansen & Son)
Photo 6 of 6 ความงดงามในเชิงสถาปัตยกรรมของเก้าอี้ Wishbone หนึ่งตัวถูกเน้นชัดให้เห็นภายใต้ซุ้มโค้งคอนกรีตที่ดูตระการตา (ภาพ: Carl Hansen & Son)
A black Wishbone Chair by Hans J. Wegner pairs with a minimalist oak dining table—an enduring icon handcrafted by Carl Hansen & Søn since 1950 (Photo: Carl Hansen & Søn)
The Wishbone Chair’s sculptural silhouette stands out against natural wood interiors, showcasing its blend of Danish craftsmanship and timeless design (Photo: Carl Hansen & Søn)
A natural-finish Wishbone Chair adds understated elegance to a contemporary dining nook, its hand-woven paper cord seat a hallmark of quality (Photo: Carl Hansen & Søn)
A Scandinavian-inspired dining space featuring natural oak Wishbone chairs around a circular table (Photo: Carl Hansen & Søn)
The handwoven paper cord seats and sculptural oak frames of the Wishbone chairs create an elegant contrast against textured stone walls (Photo: Carl Hansen & Søn)
The architectural beauty of a single Wishbone chair is highlighted against dramatic concrete arches (Photo: Carl Hansen & Søn)

เก้าอี้ Wishbone (CH 24) ซึ่งออกแบบโดย Hans Wegner ปรมาจารย์ชาวเดนมาร์กในปี 1949 ได้รับคำชื่นชมต่อพนังพิงรูปตัว Y ที่แสนโดดเด่นและเบาะนั่งเชือกกระดาษถักมือ

Wegner ได้แรงบันดาลใจจากเก้าอี้ดั้งเดิมของราชวงศ์หมิง จึงผสมผสานความงามแบบโลกตะวันออกกับงานหัตถศิลป์ของเดนมาร์ก จนกลายมาเป็นเก้าอี้ที่ทั้งน้ำหนักเบาและทนทาน

Tatler Asia
Side view of the Wishbone Chair reveals its signature Y-shaped back and graceful curves—each piece assembled and finished by hand (Photo: Carl Hansen & Søn)
Above ภาพด้านข้างของเก้าอี้ Wishbone เผยให้เห็นพนักพิงรูปตัว Y และเส้นโค้งที่งดงาม แต่ละตัวถูกประกอบขึ้นและเก็บความเรียบร้อยด้วยมือ (ภาพ: Carl Hansen & Son)
Tatler Asia
A striking collection of Wishbone chairs is displayed in various finishes—from classic natural oak to contemporary colored frames in sage green, navy, and burgundy (Photo: Carl Hansen & Søn)
Above คอลเล็กชั่นที่แสนสะดุดตาของเก้าอี้ Wishbone ได้รับการจัดแสดงให้เห็นพื้นผิวที่หลากหลาย ตั้งแต่ไม้โอ๊กสีธรรมชาติดูคลาสสิกไปจนถึงโครงไม้ทำสีแบบร่วมสมัยในสีเขียวเสจ สีกรมท่า และแดงเบอร์กันดี (ภาพ: Carl Hansen & Son)
Side view of the Wishbone Chair reveals its signature Y-shaped back and graceful curves—each piece assembled and finished by hand (Photo: Carl Hansen & Søn)
A striking collection of Wishbone chairs is displayed in various finishes—from classic natural oak to contemporary colored frames in sage green, navy, and burgundy (Photo: Carl Hansen & Søn)

เส้นสายโค้งเว้าตามธรรมชาติของเก้าอี้ช่วยรองรับการนั่งให้ถูกหลักเออร์โกโนมิกในขณะที่วัสดุธรรมชาติมอบการระบายอากาศและความสบายให้ผู้นั่งซึ่งถือเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับที่นั่งในร้านอาหารเก้าอี้รุ่นนี้แรกเริ่มเดิมทีถูกสั่งทำขึ้นเพื่อใช้ในร้านอาหารที่โคเปนเฮเกนแต่ความเรียบง่ายที่งดงามของมันจับใจคนไปทั่วโลก

ทุกวันนี้เก้าอี้ Wishbone ยังคงผลิตด้วยมือโดย Carl Hansen & Son โดยมีขั้นตอนการผลิตกว่า 100 ขั้นตอน รวมถึงการสานเชือกกระดาษความยาวประมาณ 120 เมตรด้วยมืออย่างพิถีพิถันสำหรับเก้าอี้แต่ละตัว

Marcel Breuer Cesca chair: การปฏิวัติเก้าอี้ร้านอาหารสไตล์เบาเฮาส์ Bauhaus

Tatler Asia
A classic Cesca chair showcases Marcel Breuer’s revolutionary cantilever design, featuring hand-woven cane seat and backrest paired with polished chrome tubular steel frame (Photo: Knoll)
Above เก้าอี้ Cesca ที่แสนคลาสสิกแสดงให้เห็นถึงดีไซน์แบบคานยื่นที่ปฏิวัติวงการของ Breuer โดดเด่นด้วยเบาะและพนักพิงถักมือกับโครงเหล็กกล้าเคลือบโครเมียมขัดเงาทรงท่อ (ภาพ: Knoll)
Tatler Asia
Cesca chairs strike the perfect balance between Bauhaus functionality and contemporary comfort with added seat cushions (Photo: Knoll)
Above เก้าอี้ Cesca เผยจุดสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างการใช้งานได้จริงสไตล์ Bauhaus และความสบายร่วมสมัยพร้อมเบาะรองนั่งที่เพิ่มเข้ามา (ภาพ: Knoll)
A classic Cesca chair showcases Marcel Breuer’s revolutionary cantilever design, featuring hand-woven cane seat and backrest paired with polished chrome tubular steel frame (Photo: Knoll)
Cesca chairs strike the perfect balance between Bauhaus functionality and contemporary comfort with added seat cushions (Photo: Knoll)

เก้าอี้ Cesca ซึ่งออกแบบโดย Marcel Breuer สถาปนิกชาวฮังการี-อเมริกันในปี 1928 เป็นหนึ่งในเก้าอี้ตัวแรกที่ผสมผสานท่อเหล็กกับที่นั่งและพนักพิงไม้ไผ่

เก้าอี้รุ่นนี้ได้แรงบันดาลใจจากแฮนด์จักรยานโดยดีไซน์คานยื่นของ Breuer ลดทอนเอาขาหลังออกไป ส่งผลให้ได้เก้าอี้ที่ดูเหมือนลอยอยู่ จึงดูยืดหยุ่นและดูเหมือนน้ำหนักเบา

Tatler Asia
A dining room featuring six Cesca chairs around a sleek black Tulip table demonstrates how this iconic 1920s design adapts beautifully to modern interiors (Photo: Knoll)
Above ห้องอาหารที่ตกแต่งด้วยเก้าอี้ Cesca หกตัวรอบโต๊ะทิวลิปสีดำมันขลับ แสดงให้เห็นชัดเจนว่างานออกแบบอันเป็นตำนานแห่งทศวรรษ 20 เข้ากับการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นได้อย่างงดงาม (ภาพ: Knoll)
A dining room featuring six Cesca chairs around a sleek black Tulip table demonstrates how this iconic 1920s design adapts beautifully to modern interiors (Photo: Knoll)

แต่แรกนั้นเก้าอี้ Cesca ผลิตโดย Michael Thonet และต่อมาจึงผลิตโดย Knoll ปัจจุบันมันถือเป็นตำนานแห่งสไตล์ Bauhaus และเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชั่นที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ในนิวยอร์ก

การผสมผสานวัสดุอุตสาหกรรมกับงานฝีมือดั้งเดิมทำให้งานชิ้นนี้เป็นตัวเลือกที่เหมาะเหม็งสำหรับร้านอาหารที่มองหาเก้าอี้ที่ทนทานแต่ทันสมัยทุกวันนี้ยังมีการผลิตเก้าอี้รุ่นนี้อยู่และมีวัสดุตลอดจนรูปทรงให้เลือกหลากหลาย

Arne Jacobsen Series 7 Chair: ดีไซน์มินิมอลที่ใช้ได้หลากหลายในห้องอาหาร

Tatler Asia
Classic cognac leather Series 7 chairs are one of the most successful furniture designs since their 1955 debut (Photo: Fritz Hansen)
Above เก้าอี้หนัง Series 7 สีบรั่นดีเป็นหนึ่งในงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดตั้งแต่เปิดตัวในปี 1955 (ภาพ: Fritz Hansen)
Tatler Asia
A detailed view of a black Series 7 chair reveals the sophisticated wood grain texture and seamless curves (Photo: Fritz Hansen)
Above รายละเอียดของเก้าอี้ Series 7 สีดำเผยให้เห็นลายไม้ที่ดูงดงามและความโค้งมนที่ไร้รอยต่อ (ภาพ: Fritz Hansen)
Classic cognac leather Series 7 chairs are one of the most successful furniture designs since their 1955 debut (Photo: Fritz Hansen)
A detailed view of a black Series 7 chair reveals the sophisticated wood grain texture and seamless curves (Photo: Fritz Hansen)

เก้าอี้ Series 7 ของ Arne Jacobsen ซึ่งเปิดตัวในปี 1955 เป็นที่ชื่นชอบเพราะที่นั่งไม้อัดที่โค้งเว้าและทันสมัยตลอดจนดีไซน์ที่เบาและวางซ้อนกันได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทำให้มันเป็นชิ้นงานสำคัญในร้านอาหารและห้องกินข้าวทั่วโลก

เก้าอี้ซึ่งผลิตโดย Fritz Hansen นี้ยังคงได้รับการผลิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ โดยมีสีสันและพื้นผิวให้เลือกหลากหลาย

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 คาเฟ่แสนโมเดิร์นแห่งหนึ่งแสดงให้เห็นถึงความอเนกประสงค์ของเก้าอี้ Series 7 ของ Arne Jacobson ที่มีสีสันหลากหลาย ทั้งเขียวเสจ ครีม เขียวเข้ม (ภาพ: Fritz Hansen)
Photo 2 of 3 เก้าอี้ Series 7 ของ Arne Jacobson มีการขึ้นแบบไม้อัด ซึ่งเป็นการปฏิวัติวงการ และมีซิลูเอตต์ที่งดงาม (ภาพ: Fritz Hansen)
Photo 3 of 3 เก้าอี้ Series 7 สีชมพูอ่อนเผยให้เห็นว่างานออกแบบอันเป็นตำนานของ Jacobsen ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับพาเลตต์สีร่วมสมัยได้ดี ในขณะที่ยังคงเสน่ห์แห่งความทันสมัยแบบมิดเซ็นจูรี่ไว้ได้ (ภาพ: Fritz Hansen)
A modern café setting showcases the versatility of Arne Jacobsen’s Series 7 chairs in multiple colourways—sage green, cream, and forest green (Photo: Fritz Hansen)
The Series 7 chairs by Arne Jacobsen have a revolutionary moulded plywood construction and elegant silhouette (Photo: Fritz Hansen)
Soft pink Series 7 chairs demonstrate how Jacobsen’s iconic design adapts to contemporary colour palettes while maintaining its mid-century modern appeal (Photo: Fritz Hansen)

นอกจากเสน่ห์ของการใช้งานได้จริงแล้วเก้าอี้ Series 7 ยังมีความสำคัญในเชิงวัฒนธรรม เพราะปรากฏให้เห็นบ่อยในภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ และภาพถ่ายต่างๆ บ่อยครั้ง

รูปทรงที่มินิมอลและซิลูเอตที่ไร้กาลเวลาทำให้มันเป็นเก้าอี้ตัวโปรดของดีไซเนอร์นักออกแบบฉากและช่างภาพที่ต้องการจุดประกายความงดงามแบบโมเดิร์นสไตล์มิดเซ็นจูรี่

Charles and Ray Eames DSW Chair: ความล้ำสมัยสไตล์มิดเซ็นจูรีที่มาพร้อมความสบายเพื่อการใช้งานในทุกวัน

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 เก้าอี้ DSW สีขาวสุดคลาสสิก เป็นผลของการค้นคว้าวิจัยอย่างหนักของ Charles และ Ray Eames ในการหาวิธีผลิตให้ได้จำนวนมากและเน้นความสบายของผู้นั่งเป็นสำคัญ (ภาพ: Vitra)
Photo 2 of 3 แต่เดิมแล้ว ที่นั่งขึ้นรูปแบบวางซ้อนกันได้และโครงสร้างน้ำหนักเบาของเก้าอี้ Eames DSW ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการริเริ่มในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ราคาย่อมเยาของ Herman Miller (ภาพ: Vitra)
Photo 3 of 3 เก้าอี้ DSW สีเขียวมรกตเผยให้เห็นความสามารถในการปรับเปลี่ยนได้ของงานออกแบบชิ้นนี้ในห้องครัวร่วมสมัยกับโครงสร้างแบบขึ้นรูปชิ้นเดียวและขาไม้ทั้งสี่ (ภาพ: Vitra)
Classic white DSW chairs which resulted from Charles and Ray Eames’ extensive research into mass production techniques and human comfort (Photo: Vitra)
The stackable moulded shell and lightweight construction of the Eames DSW chair were originally developed for Herman Miller’s low-cost furniture initiative (Photo: Vitra)
Vibrant emerald DSW chairs demonstrate the design’s adaptability in contemporary kitchens with the one-piece moulded construction and four-leg wooden base configuration (Photo: Vitra)

เก้าอี้ Eames Dining Side Wood (DSW) ซึ่งออกสู่ตลาดในต้นทศวรรษ 50 เป็นหนึ่งในชิ้นงานในตำนานของงานออกแบบโมเดิร์นสไตล์มิดเซ็นจูรี่

เก้าอี้ที่รังสรรค์โดย Charles และ Ray Eames นี้เป็นพลาสติกขึ้นรูปที่ถูกออกแบบให้เข้ากับสรีระของร่างกายมนุษย์ จับคู่กับฐานสไตล์หอไอเฟลที่สะดุดตา ทำจากขาตกแต่งเดือยไม้และแท่งโลหะ

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 การจัดวางเก้าอี้ DSW ในโทนสีแดงสดซึ่งเรียกความสนใจได้ดี แสดงให้เห็นถึงความอเนกประสงค์ที่ยืนยงของงานดีไซน์นี้กับตัวเลือกในการบุผ้าหุ้มเบาะหรือไม่ก็ได้ (ภาพ: Vitra)
Photo 2 of 3 เก้าอี้ Eames DSW เผยถึงฐานที่มีโครงสร้างแบบเส้นโลหะอันเป็นซิกเนเจอร์ที่ Charles Eames ปรับแต่งจนสมบูรณ์แบบ โดยใช้เทคนิคการเชื่อมที่เขาได้เรียนรู้ระหว่างการผลิตอากาศยานในสงครามโลกครั้งที่ 2 (ภาพ: Vitra)
Photo 3 of 3 ภาพมุมสูงเผยให้เห็นพาเลตต์สีที่ครอบคลุมของคอลเลกชั่น Eames DSW ที่มีให้เลือกทั้งที่นั่งไฟเบอร์กลาสแบบดั้งเดิมและแบบโพลีพรอไพลีน (ภาพ: Vitra)
A dramatic arrangement of DSW chairs in bold red tones showcases the design’s enduring versatility, with upholstered and non-upholstered variants  (Photo: Vitra)
The Eames DSW chairs feature the signature wire base structure that Charles Eames perfected using welding techniques learned during WWII aircraft production (Photo: Vitra)
An aerial view reveals the comprehensive colour palette of the Eames DSW collection, showcasing both the original fibreglass shells and newer polypropylene versions (Photo: Vitra)

แรกเริ่มนั้นเก้าอี้ DSW ถูกออกแบบสำหรับการผลิตจำนวนมากและมีราคาที่หาซื้อได้ โดยปฏิวัติวงการในแง่ของการใช้วัสดุและเทคนิคการผลิตแบบใหม่

รูปทรงตามหลักเออร์โกโนมิกมอบความนั่งสบายแม้ยามนั่งนานทำให้มันเป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้จริงสำหรับร้านอาหารและที่อยู่อาศัย โครงสร้างน้ำหนักเบาของเก้าอี้และความงามที่อเนกประสงค์มีส่วนทำให้มันได้รับความนิยมอย่างยาวนาน เก้าอี้ DSW ซึ่งผลิตโดย Herman Miller และ Vitra ยังคงหาซื้อได้ในทุกวันนี้ ตลอดจนเห็นกันได้บ่อยในร้านอาหาร คาเฟ่ และห้องรับประทานอาหารทั่วโลก

Harry Bertoia Wire Side chair: Sculptural lightness in dining seating

Tatler Asia
The classic polished chrome Bertoia side chair with orange cushion exemplifies the manufacturing precision achieved by Knoll since 1952 (Photo: Knoll)
Above เก้าอี้ Bertoia Side Chair โครเมี่ยมขัดเงาแสนคลาสสิกพร้อมเบาะนั่งสีส้ม คือตัวอย่างของความเที่ยงตรงในการผลิตของ Knoll ตั้งแต่ปี 1952 (ภาพ: Knoll)
Tatler Asia
Bertoia chairs paired with Eero Saarinen’s Tulip table demonstrate the mid-century modern aesthetic of transparency and lightness (Photo: Knoll)
Above ก้าอี้ Bertoia จับคู่กับโต๊ะทิวลิปของ Eero Saarinen เผยให้เห็นความงามสมัยใหม่สไตล์มิดเซ็นจูรี่แห่งความโปร่งใสและความเบา (ภาพ: Knoll)
The classic polished chrome Bertoia side chair with orange cushion exemplifies the manufacturing precision achieved by Knoll since 1952 (Photo: Knoll)
Bertoia chairs paired with Eero Saarinen’s Tulip table demonstrate the mid-century modern aesthetic of transparency and lightness (Photo: Knoll)

Harry Bertoia ออกแบบเก้าอี้ Wire Side Chair ในปี 1952 ชิ้นงานนี้เป็นตัวอย่างที่แสนโดดเด่นของงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์เชิงประติมากรรม

เก้าอี้รุ่นนี้ทำจากเหล็กกล้าแบบเส้นที่เชื่อมกันโครงสร้างแบบเปิดที่ดูเหมือนตาข่ายมอบความนั่งสบายอย่างน่าประหลาดใจและความเบายามมองเห็นมักจับคู่กับเบาะรองนั่งที่ดึงออกได้และผสมผสานความงามแบบอุตสาหกรรมเข้ากับการใช้งานได้จริง

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 ภาพที่แสดงรายละเอียดเผยให้เห็นเทคนิคการเชื่อมโลหะที่แม่นยำของ Bertoia และกระบวนการขัดเงาโครเมี่ยม (ภาพ: Knoll)
Photo 2 of 4 เก้าอี้ Side Chair ของ Bertoia สีส้มสดใสเผยให้เห็นการเคลือบที่ทนทานต่อสภาพอากาศ ทำให้งานออกแบบจากปี 1952 นี้เหมาะที่จะใช้งานกลางแจ้ง (ภาพ: Knoll)
Photo 3 of 4 เก้าอี้ Diamond ของ Harry Bertoia มีการเชื่อมโลหะกว่า 100 จุดเพื่อรังสรรค์ซิลูเอตต์รูปทรงเพชรที่สะดุดตานี้ขึ้นมา (ภาพ: Knoll)
Photo 4 of 4 การจัดห้องกินข้าวแบบร่วมสมัยด้วยเก้าอี้ side chair ของ Bertoia พร้อมเบาะรองนั่งสีสดใส (ภาพ: Knoll)
A detailed view reveals Bertoia’s precise welding technique and chrome finishing process (Photo: Knoll)
Bertoia’s side chairs in vibrant orange demonstrate the weather-resistant powder coating that makes these 1952 designs suitable for outdoor use (Photo: Knoll)
Harry Bertoia’s Diamond chairs require over 100 individual welds to create the distinctive diamond-shaped wireframe silhouette (Photo: Knoll)
A contemporary dining setting features Bertoia’s side chairs with colourful seat pads (Photo: Knoll)

งานของ Bertoia ทำให้เส้นแบ่งระหว่างงานศิลปะกับเฟอร์นิเจอร์พร่าเลือน และเก้าอี้ Wire Side Chair ก็เป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชั่นถาวรที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่

งานออกแบบที่โปร่งเบาทำให้มันเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับร้านอาหารสไตล์โมเดิร์นที่มองหาการผสมผสานสไตล์กับฟังก์ชั่นการใช้งานและยังคงผลิตโดย Knoll ต่อไป

Tolix A Chair: Industrial icon with a handmade legacy

Tatler Asia
Created in 1935 by Xavier Pauchard, the Chaise A has become an icon of French design (Photo: Tolix)
Above Created in 1935 by Xavier Pauchard, the Chaise A has become an icon of French design (Photo: Tolix)
Tatler Asia
At Tolix, each Chaise A is handmade: stamping on historical machines, welding by our artisans, and spray painting (Photo: Tolix)
Above At Tolix, each Chaise A is handmade: stamping on historical machines, welding by our artisans, and spray painting (Photo: Tolix)
Created in 1935 by Xavier Pauchard, the Chaise A has become an icon of French design (Photo: Tolix)
At Tolix, each Chaise A is handmade: stamping on historical machines, welding by our artisans, and spray painting (Photo: Tolix)

เก้าอี้ Tolix A ถูกออกแบบโดย Xavier Pauchard ช่างโลหะชาวฝรั่งเศสในปี 1934  และกลายเป็นหนึ่งในเก้าอี้โลหะที่ได้รับการผลิตเป็นจำนวนมากเป็นครั้งแรก

ความเชี่ยวชาญของ Pauchard  ในการนำเหล็กไปชุบกัลวาไนซ์ทำให้เก้าอี้มีน้ำหนักเบา ทนทาน และไม่เป็นสนิม จึงเหมาะกับการใช้งานทั้งภายในและภายนอกอาคาร แรกเริ่มนั้นเป็นที่นิยมในคาเฟ่ที่ปารีส งานออกแบบที่ซ้อนกันได้นี้ถูกขัดเกลาให้ดียิ่งขึ้นในทศวรรษ 50 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บมากขึ้น

Tatler Asia
Over 1 million chairs have been manufactured by Tolix since its creation (Photo: Tolix)
Above เก้าอี้กว่า 1 ล้านตัวถูกผลิตโดย Tolix ตั้งแต่มีการรังสรรค์มันขึ้นมา (ภาพ: Tolix)
Tatler Asia
The Chaise A can now be found in fast-food restaurants, Anna Wintour's offices in New-York, and even in the largest design museums across Europe (Photo: Tolix)
Above สามารถพบเก้าอี้ Chase A ในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด สำนักงานของ Anna Wintour ในนิวยอร์ก และแม้แต่บรรดาพิพิธภัณฑ์การออกแบบที่ใหญ่ที่สุดทั่วยุโรป (ภาพ: Tolix)
Over 1 million chairs have been manufactured by Tolix since its creation (Photo: Tolix)
The Chaise A can now be found in fast-food restaurants, Anna Wintour's offices in New-York, and even in the largest design museums across Europe (Photo: Tolix)

เก้าอี้รุ่นนี้เป็นที่รู้จักกันในระดับนานาชาติที่งานมหกรรมโลกที่ปารีสในปี 1937 และตอนนี้ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่นในพิพิธภัณฑ์สำคัญๆ ทั่วโลก

ในขณะที่งานออกแบบชิ้นนี้ออกสู่สาธารณะและถูกทำซ้ำอย่างกว้างขวาง Tolix ยังคงรังสรรค์ชิ้นงานนี้ด้วยมือต่อไปในฝรั่งเศส โดยใช้กรรมวิธีแบบดั้งเดิมเพื่ออนุรักษ์ไว้ซึ่งคุณภาพดั้งเดิมและมรดกที่สืบสานกันมา

Topics

Nitnada Panpipat Herve
Style Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

นิตนดา พันธุ์พิพัฒน์ แอร์เว บรรณาธิการด้านสไตล์ มีประสบการณ์การทำงานกับสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง Grazia, Town & Country และ Vogue Thailand อีกทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างหลากหลาย