เปลี่ยนวันว่างของคุณให้มีสีสันไปกับ community space ดีๆ รอบกรุง ที่พร้อมให้คุณได้ออกไปพบเจอกับเพื่อนๆ
Community space เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ได้รับความนิยม และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองด้วยพื้นที่ที่เปิดกว้างให้คุณได้ใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นวันชิลๆ สังสรรค์กับเพื่อน หรือแม้แต่นั่งทำงานนอกสถานที่ โดย community space นับว่าเป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้เวลาว่างอย่างมีคุณภาพ ซึ่งในกรุงเทพฯ มี community space หลายแห่งที่น่าสนใจ โดยแต่ละแห่งมีความโดดเด่นเฉพาะตัว ทั้งบรรยากาศสบายๆ สไตล์การตกแต่งที่มีเอกลักษณ์ หรือบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน
ในลิสต์นี้ Tatler อยากแนะนำ community space ที่น่าสนใจรอบกรุง เพื่อเป็นตัวเลือกให้คุณได้ออกไปสัมผัสบรรยากาศใหม่ๆ ที่จะช่วยเติมเต็มชีวิตประจำวันของคุณให้มีสีสันมากยิ่งขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: 7 เวิร์กช็อปและกิจกรรมในกรุงเทพฯ ที่คุณสามารถใช้เวลาสนุกๆ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
1. Bearwolf Space

Above โซนม้าหมุนสำหรับถ่ายภาพภายใน Bearwolf Space ในซอยสุขุมวิท 39 (ภาพ: Facebook / Bearwolf Space - สุขุมวิท 39)

Above โซนนั่งพักผ่อนพร้อมรับประทานอาหารและชมภาพยนตร์ภายใน Bearwolf Space ในซอยสุขุมวิท 39 (ภาพ: Facebook / Bearwolf Space - สุขุมวิท 39)
ถ้าคุณรู้สึกเบื่อๆ กับการใช้ชีวิตแบบคนเมืองอยู่ตลอดเวลา ลองพักเบรกแล้วออกไปใช้เวลาชิลๆ ที่ Bearwolf Space เพราะที่นี่คือ community space ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า เดินทางสะดวก แต่กลับมอบไวป์การออกไปแคมป์ปิ้งในป่า
นอกจากจะมีพื้นที่ให้นั่งชิลๆ ทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์แล้ว ที่นี่ก็ยังมีโซนหนังกลางแปลงที่พร้อมฉายภาพยนตร์ให้คุณได้ใช้เวลาแฮงเอาท์กับเพื่อนๆ อีกทั้งยังมีโซนม้าหมุนสุดไอคอนิกสำหรับถ่ายรูป พร้อมด้วยอาหารให้เลือกรับประทานจำนวนมาก ทั้งก๋วยเตี๋ยวโบราณ อาหารอีสาน สเต็ก และอาหารเม็กซิกัน นอกจากนี้ยังมีโซนปิ้งย่างที่คุณสามารถมีส่วนร่วมในการย่างบาร์บีคิวของตัวเองได้อีกด้วย
รับรองได้เลยว่าไม่ว่าจะแฮงเอาท์กับเพื่อน หรือนั่งปล่อยใจสบายๆ ก็คุ้มค่ากับการไปลองทั้งสิ้น
Bearwolf Space
ที่อยู่: 7/2 ซอยพร้อมมิตร แขวงคลองตัวเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
2. EKM6
'Plant-based community space' คือคำจัดกัดความของพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งคุณจะมาจับจ่ายสินค้าสุขภาพ หรือมานั่งเล่น นั่งทำงานในบรรยากาศสบายๆ พร้อมอาหาร plant-based ที่น่าสนใจ นอกจากนี้คุณยังสามารถพาเจ้าสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณมาวิ่งเล่น หรือมาเที่ยวเล่นก็ได้เช่นกัน เพราะภายในอาคารทรงโมเดิร์นหลังนี้ มีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร plant-based ร้านสะดวกซื้อ สตูดิโอโยคะ และพื้นที่นั่งเล่นรับลม!
ในวันว่างของคุณ ลองชวนเพื่อนๆ มาทำกิจกรรมหลากหลาย ให้คุณได้ใส่ใจสุขภาพของตัวเองกันมากขึ้นอีกสักนิดที่ EKM6 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย
EKM6
ที่อยู่: 26 ซอยเอกมัย 6 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
อ่านเพิ่มเติม: 5 คาเฟ่ pet-friendly ในกรุงเทพฯ เพื่อช่วงเวลาแสนพิเศษสำหรับทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง
3. Slowcombo
ใครที่สนใจเรื่อง mindfulness และศาสตร์ด้าน spiritual กิจกรรมที่ Slowcombo อาจเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณ เพราะที่นี่รวมรวบกิจกรรมด้านเวลเนส ร้านอาหารรสชาติดี และพื้นที่สร้างสรรค์ให้คุณได้ใช้เวลาอย่างมีคุณภาพแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นร้านดอกไม้ที่มีแนวคิด eco-florist พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับจัดงานศิลปะ สนาม Pickleball ร้านขนมปัง และเครื่องดื่มสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีสตูดิโอโยคะ และสตูดิโอสำหรับเวลเนสเซสชั่นอีกด้วย
Slowcombo
ที่อยู่: 126 ซอยจุฬาลงกรณ์ 50 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
อ่านเพิ่มเติม: 7 กิจกรรม wellness น่าลอง สัมผัสความผ่อนคลายและเชื่อมต่อร่างกายกับจิตใจของคุณอีกครั้ง
4. The Salil Hotel Riverside
คุณอาจสงสัยว่าทำไมถึงมีรายชื่อของโรงแรมมาอยู่ในลิสต์นี้ เราขอแนะนำให้คุณรู้จักกับ Salil Hotel Riverside โรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาในซอยเจริญกรุง 72/1 ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ชนิดที่เรียกได้ว่านี่คือ พื้นที่แห่งไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ด้วยสปาหรูอย่าง Harn Heritage Spa คาเฟ่ขนมหวานจากร้าน Brix คราฟต์ช็อกโกแลตจาก Kanvela ร้านไอศกรีม Rintaro เจ้าดัง ร้านอาหาร Jumbo Lobster ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมและพื้นที่แฮงเอาท์อีกมากมาย รวมถึงบาร์ลับ และซิก้าร์บาร์อีกด้วย ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมโรงแรมริมแม่น้ำแห่งนี้ถึงเป็น community space ที่เราแนะนำ
The Salil Hotel Riverside
ที่อยู่: 2052/7-9 ซอยเจริญกรุง 72/1 แขวงพระยาจักรี เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ 10120
5. P.Sherman The Enjoyable Ground
P.Sherman The Enjoyable Ground คือโครงการที่นำโรงงานเก่ามารีโนเวทเป็นไลฟ์สไตล์สเปซที่รวบรวมกิจกรรม ร้านอาหาร และร้านกาแฟที่น่าสนใจเข้าไว้ด้วยกัน โดยไฮไลต์โครงการนี้คงหนีไม่พ้นลานสำหรับเล่นเซิร์ฟสเก็ตสีสันสดใส พร้อมด้วยร้านไก่อบเจ้าดังอย่าง Minami ให้บริการ
นอกจากนี้ถ้าใครสนใจอยากจัดแสดงผลงานศิลปะที่ P.Sherman แห่งนี้ก็เป็น venue ที่ดีในการจัดแสดงผลงานเช่นกัน ส่วนใครที่มีเวลาว่าง หรืออยากทำงานนอกสถานที่ ที่นี่ก็มีพื้นที่ให้นั่งแฮงเอาท์ พร้อมด้วยกาแฟคุณภาพเยี่ยมจากร้าน Charlies Caffeine ให้บริการ
P.Sherman The Enjoyable Ground
ที่อยู่: 37 ซอยอรุณอมรินทร์ 39 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
6. Warehouse 30
อีกหนึ่ง community space ที่แปลงโฉมโกดังเก่าให้กลายเป็นพื้นที่คอมเพล็กซ์สำหรับทุกคน ถ้าคุณยังไม่เคยไปใช้เวลาทำกิจกรรมที่นี่ เราแนะนำให้คุณลองไปสักครั้ง เพราะนอกจากจะมีร้านค้าให้เลือกเดินช้อปปิ้งแล้วก็ยังมี a Coffee Roaster by li-bra-ry ร้านกาแฟคุณภาพดีที่พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มหอมกรุ่นให้คุณได้นั่งชิล หรือจะทำงานไปด้วยก็ยังได้ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับจัดแสดงงานศิลปะที่มีนิทรรศการต่างๆ หมุนเวียนมาจัดแสดงให้คุณได้เดินชมอย่างไม่รู้จักเบื่อเลยทีเดียว
Warehouse 30
ที่อยู่: ซอยเจริญกรุง 30 แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
7. Charoen43 Art & Eatery
จากตึกแถวเก่า 10 คูหา ถูกแปลงโฉมใหม่ให้กลายเป็น community space สำหรับคนทุกไลฟ์สไตล์ เพราะที่นี่มีพร้อมสรรพ ทั้งร้านคาเฟ่อย่าง Chutie is baking และ Madi Café ร้านอาหารไทย SDC (Small Dinner Club) บาร์สุดเก๋อย่าง Bangkok MOJO ไปจนถึงคอมมูนิตี้ของคนรักจักรยานและเสื้อผ้าวินเทจ
ลองมาใช้เวลาวันว่างๆ ของคุณและเพื่อนที่นี่ รับรองได้เลยว่าคุณจะมีกิจกรรมให้ทำทั้งวัน จนเวลาถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าที่สุด
Charoen43 Art & Eatery
ที่อยู่: 1115 ถนนเจริญกรุง แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
8. GalileOasis
ใครจะไปคิดว่าชีวิตในเมืองจะต้องการโอเอซิส จนกระทั่งได้พบกับ 'GalileOasis' พื้นที่ไลฟ์สไตล์ที่เรียกได้ว่าเป็นโอเอซิสแห่งศิลปะ เพราะในพื้นที่แห่งนี้มีทั้งโรงละคร สำหรับแสดงละครเวทีโรงเล็ก พื้นที่จัดนิทรรศการศิลปะ ร้านกาแฟ และโรงแรม ครบครันทุกความต้องการด้านไลฟ์สไตล์ตั้งแต่ตื่นนอนยันหลับเลยทีเดียว
หากคิดว่าอยากหนีความเป็นเมืองออกไป staycation ในโอเอซิสที่แสนสงบ community space แห่งนี้ ก็นับว่าตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้เป็นอย่างดี
GalileOasis
ที่อยู่: 323 ถนนบรรทัดทอง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
9. The Corner House
The Corner House คืออีกหนึ่ง community space ที่นำพื้นที่อาคารเก่ามาสร้างประโยชน์ใหม่ได้อย่างโดดเด่นและน่าจับตามอง กับการแปลงโฉมอาคารชัยพัฒนสินจากยุค 1910 จนกลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่มีทั้ง co-working space อย่าง Small World ไปจนถึงร้านกิจการจากศิลปินโลคัลต่างๆ และกิจกรรมเวิร์กช็อปศิลปะ ที่คุณสามารถเข้าไปนั่งทำงานได้จนหมดวันแล้วยังมีกิจกรรมให้คุณทำต่อได้ หรือจะคลายเครียดระหว่างวันก็ยังได้อีกเช่นกัน
The Corner House
ที่อยู่: 951 อาคารชัยพัฒนสิน ซอยเจริญกรุง 35 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100
อ่านเพิ่มเติม: The Corner House แลนด์มาร์กของคนรุ่นใหม่ที่ชุมชนตลาดน้อย
10. Baan Trok Tua Ngork (บ้านตรอกถั่วงอก)
บ้านตรอกถั่วงอกเป็นอีกหนึ่ง community space ที่แปลงโฉมตึกเก่าอายุ 100 ปี ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์ ซึ่งที่นี่มักถูกใช้เป็นพื้นที่ให้เหล่าศิลปินได้มาโชว์เคสผลงาน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ของสตาร์ทอัพที่นำแบรนด์ไลฟ์สไตล์มาจัดคอลเล็กชั่นวางขายสินค้าที่นี่ด้วย และสำหรับใครที่ชอบงานคราฟต์ก็ไม่ควรพลาดพื้นที่ที่รวบรวมแบรนด์คราฟต์และสินค้าที่น่าสนใจ ที่คุณกับเพื่อนๆ สามารถมาใช้เวลาเดินชมงานศิลปะ นั่งเล่นชิลๆ พบปะพูดคุยกับคนในคอมมูนิตี้สร้างสรรค์นี้ และยังสามารถช้อปปิ้งฆ่าเวลาได้อีกด้วย
Baan Trok Tua Ngork
ที่อยู่: 306 ถนนสันติภาพ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100



































































