ในปี 2024 นี้ เป็นปีที่เทรนด์เรื่อง wellness ยังคงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และมีหลากหลายกิจกรรม wellness ที่เราอยากแนะนำให้คุณได้ลอง
ท่ามกลางโลกที่ทุกอย่างเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว ความเครียดต่างๆ สามารถเกิดได้ง่ายขึ้น การให้ความสำคัญกับเรื่อง wellness และ mindfulness จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละคนมีวิธีคลายเครียดในรูปแบบของตัวเอง แต่บางครั้งการใช้วิธีเดิมๆ อาจน่าเบื่อเกินไป ลองเปิดใจวิธีใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมโยงร่างกายและจิตวิญญาณก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ผ่อนคลายได้ดีไม่แพ้กัน Tatler จึงอยากชวนให้คุณออกไปค้นพบวิธีการใหม่ๆ ที่จะช่วยเปิดโลกแห่ง wellness ให้คุณด้วยกิจกรรมดีๆ เหล่านี้
นอกจากการบำบัดด้วยหินและคริสตัลหรือการถ่ายทอดพลังงาน ที่สาย wellness น่าจะคุ้นเคยแล้ว ยังมีอีกหลายวิธีที่ช่วยเปิดประสาทสัมผัสความผ่อนคลายให้คุณ ตั้งแต่การเชื่อมโยงจิตวิญญาณผ่านโกโก้ การเต้นรำกับจิตวิญญาณ ไปจนถึงการบำบัดด้วยสายน้ำ ต่อไปนี้คือสารพัดวิธีที่เราอยากให้คุณได้ลองออกไปค้นพบในปี 2024
อ่านเพิ่มเติม: เช็คเทรนด์สุขภาพมาแรง พร้อมรู้จักศาสตร์บำบัดแบบครบวงจรที่ Rakxa wellness
Cacao Ceremony
เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะคุ้นเคยกับผลโกโก้ หรือการดื่มโกโก้กันบ้างอยู่แล้ว แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วมีหนึ่งศาสตร์ด้าน wellness ที่ใช้โกโก้เพื่อเป็นสื่อในการบำบัดจิตใจ และเชื่อมต่อจิตวิญญาณเข้ากับร่างกาย ที่เรียกว่า Cacao Ceremony
Cacao Ceremony คือศาสตร์การบำบัดจิตใจที่มีจุดเริ่มต้นจากเผ่ามายา ซึ่งทำพิธีรอบๆ Mandala ที่ประกอบด้วยสื่อของการสร้างพลังงานบวก และล้างพลังงานลบอย่าง คริสตัล ใบเสจ เทียนหอม น้ำ และสมุนไพรอื่นๆ ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ โกโก้
การทำ Cacao Ceremony นั้นมักจะทำเป็นกลุ่ม โดยล้อมวงรอบ Mandala เพื่อให้มีสติ สมาธิ พร้อมดื่มโกโก้ ตามความเชื่อว่า โกโก้เป็นพืชที่รักษาสมดุลธาตุทั้งสี่ รวมถึงเป็นสื่อที่ทำให้เราเชื่อมโยงเข้ากับจิตวิญญาณของตัวเองได้ นอกจากนี้ทางวิทยาศาสตร์ โกโก้ก็ยังมีสารธีโอโบรมีน (Theobromine) ที่ช่วยในเรื่องการสูบฉีดเลือด ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย พร้อมรับส่งพลังงานกับผู้อื่น โดยการทำ Cacao Ceremony ยังสามารถจัดเซสชั่นควบคู่ไปกับการทำ sound healing แบบต่างๆ ได้อีกด้วย
Fire Ceremony

Above เซสชั่น Fire Ceremony ที่มีผู้นำการบูชาไฟตามความเชื่อแบบชาวบาหลีว่า ไฟคือธาตุที่จะช่วยปัดเป่าและชำระล้างพลังงานด้านลบ (ภาพ: Instagram / hariharalaya)

Above Fire Ceremony ศาสตร์ wellness ที่เชื่อมโยงจิตใจและพลังงานเข้ากับธาตุทั้งสี่ โดยใช้เปลวไฟช่วยชำระล้างพลังงานเชิงลบ (ภาพ: Instagram / hariharalaya)
หากใครที่กำลังสนใจเรื่องพลังจากธาตุทั้งสี่ เราขอแนะนำให้คุณได้รู้จักกับศาสตร์ wellness ของการบูชาไฟแบบบาหลี พิธีกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อการเยียวยาด้วยเปลวไฟ โดยเชื่อว่าการทำพิธีรอบกองไฟนี้จะเปิดโอกาสให้เปลวไฟ และไอร้อนได้ชำระล้างพลังงานและความคิดเชิงลบออกไปจากทั้งผู้เข้าร่วม รวมถึงสถานที่โดยรอบพิธีที่เราใช้ชีวิตด้วย
โดยในพิธีนี้ ผู้นำพิธีจะบูชาเปลวไฟด้วยเนยกีและธัญพืช ก่อนจะให้ทุกคนบูชาเปลวไฟด้วยเมล็ดข้าว พร้อมด้วยเสียงสวดมนต์และกระดิ่งแบบบาหลี เพื่อปลุกพลังงานที่ดีอีกด้วย
Hydrotherapy

Above เซสชั่น Hydrotherapy ที่ Devasom Khaolak ที่ใช้น้ำพยุงร่างกายของคุณไปพร้อมกับการเชื่อมต่อจิตใจผ่าน Sound bath (ภาพ: Instagram / devasom_resorts)

Above เซสชั่น Hydrotherapy ที่ Chiva-Som Hau Hin กับการทำกิจกรรมบำบัดในน้ำ เพื่อให้น้ำพยุงร่างกายและผ่อนคลายตามแบบของกิจกรรม wellness (ภาพ: Facebook / Chiva-Som Hua Hin)
อีกหนึ่งธาตุสำคัญที่เป็นเหมือนขั้วตรงข้ามกับเปลวไฟก็คือธาตุน้ำ ศาสตร์ด้าน wellness นี้คือศาสตร์ที่เรามักจะใช้บำบัดร่างกายและจิตใจเพื่อรักษาสมดุลตามธรรมชาติของเรา ด้วยคุณสมบัติหนึ่งของน้ำคือการพยุงและโอบรับร่างกายของเรา น้ำจึงถูกนำมาใช้ทั้งในด้านการออกกำลังกายและการบำบัดจิตวิญญาณ เพราะแรงต้านของน้ำ ทำให้เราสามารถออกแรงได้มากขึ้น และสนุกขึ้น แต่ก็ยังช่วยซัพพอร์ตร่างกายของเราไม่ให้บาดเจ็บ นอกจากนี้ การพักเหนื่อยด้วยการลอยตัวในน้ำก็ทำให้เราได้เชื่อมโยงกับจิตใจหลังการออกกำลังกายด้วยเช่นกัน
บางครั้งการใช้สายน้ำบำบัดยังถูกใช้ร่วมกับ sound healing หรือ singing bowl เพื่อให้ร่างกายของเรารู้สึกเบาที่สุด และได้มีสมาธิกับการเดินทางไปในจิตใจของเรานั่นเอง
Ice Bath

Above กิจกรรม Ice Bath ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า (ภาพ: Instagram / breath_inspired)

Above หลายๆ ครั้งการทำ Ice Bath ถูกยึดโยงกับแนวคิดของการบำบัดร่างกายจากการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย เป็นอีกเซสชั่นด้าน wellness ที่น่าสนใจ (ภาพ: Instagram / breath_inspired)
เมื่อการนอนทอดกายลอยตัวในน้ำอุณหภูมิปกติอาจฟังดูธรรมดาไป เราขอแนะนำ Ice Bath ศาสตร์การฟื้นฟูร่างกายด้วยน้ำแข็ง ซึ่งอาจไม่ใช่ศาสตร์ใหม่ในวงการกีฬา แต่ตอนนี้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนทั่วไป โดยวิธีการทำก็คือการแช่ร่างกายลงในน้ำเย็นจัด หรือน้ำที่ใส่น้ำแข็งในอุณหภูมิประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส ในระยะเวลาประมาณ 8-15 นาที
ศาสตร์การเยียวยาร่างกายนี้ช่วยต่อต้านการอักเสบของกล้ามเนื้อ เนื่องจากอุณภูมิเย็นจัดทำให้หลอดเลือดหดตัว ลดการไหลเวียนของเลือดไปยังกล้ามเนื้อซึ่งเป็นสาเหตุที่ร่างกายปวดและเมื่อยล้า หลังจากนั้นพอกลับมาสู่อุณหภูมิปกติ เลือดจะไหลเวียนดีขึ้น สารอาหารเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น แต่การบำบัดนี้อาจเหมาะกับคนที่ออกกำลังกาย หรือใช้งานกล้ามเนื้อมากๆ นอกจากนี้ การที่ร่างกายเจอกับอุณหภูมิต่ำมากๆ อาจเกิดผลข้างเคียงขึ้นได้ จึงเป็นข้อที่อาจต้องระวังสำหรับการใช้เซสชั่นนี้
Forest Bathing

Above การอาบป่า หรือ forest bathing ศาสตร์การบำบัดด้าน wellness ที่มีจุดเริ่มต้นจากญี่ปุ่น (ภาพ: RunPhoto / Getty Images)
มาถึงศาสตร์การบำบัดจิตใจแบบญี่ปุ่นกันบ้าง ต้นกำเนิดของศาสตร์นี้มาจากศาสตร์การบำบัดที่เรียกว่า Shinrin-yoku เป็นภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า อาบป่า เป็นการปลดปล่อยใจให้รับรู้ความเป็นไปของธรรมชาติ ผ่านประสาทสัมผัสต่างๆ
การได้รับรู้บรรยากาศธรรมชาติรอบๆ ตัวนี้ ก็เหมือนเป็นการเชื่อมโยงตัวเราเข้าหาธรรมชาติ ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งศาสตร์ที่น่าสนใจในการปลดปล่อยตัวเองออกจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ได้เชื่อมโยงความคิดของตัวเองอีกครั้ง ที่สำคัญศาสตร์นี้ยังเป็นศาสตร์ที่ทำได้ง่ายๆ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า แล้วหยุดพักสัมผัสกับธรรมชาติ หรือการพายเรือในเส้นทางธรรมชาติและโอบล้อมตัวเราด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด
นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรม wellness ที่ทำได้ในวันหยุดสั้นๆ ซึ่งน่าสนใจเลยทีเดียว
อ่านเพิ่มเติม: พักเบรคชีวิตที่เร่งรีบกับการ "อาบป่า" เพื่อเยียวยาจิตใจ
Drum Circle

Above เซสชั่น Drum Circle Session โดย Ampper Drum Circle Thailand กิจกรรมเวลเนสที่ให้คุณปลดปล่อยจังหวะในตัวเองออกมา (ภาพ: Facebook / Ampper Drum Circle Thailand)
หลายๆ กิจกรรมที่ผ่านมาอาจเป็นกิจกรรมที่สงบและผ่อนคลาย เราขอแนะนำให้คุณได้รู้จัก Drum Circle ซึ่งเป็นกิจกรรม wellness ที่ให้คุณได้สำรวจตัวเองผ่านจังหวะกลอง
กิจกรรมนี้จะทำเป็นกลุ่มโดยเริ่มจากการล้อมวงกัน และสำรวจอารมณ์และจิตใจของตัวเองก่อนว่ามีอะไรอยู่ข้างในตัวเราบ้าง สิ่งที่ทำให้เราไม่สบายใจ สิ่งที่ทำให้เราอึดอัด สิ่งที่ต้องเก็บไว้ หลังจากนั้นให้จังหวะของการตีกลองนำตัวของคุณไปหาสิ่งที่คุณต้องการ และทางออกของความไม่สบายใจ กิจกรรมนี้คือสิ่งที่จะเชื่อมโยงให้คุณสัมผัสได้ว่าในการใช้ชีวิตของเรามีจังหวะต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ ทั้งการหายใจ การเต้นของหัวใจ การทำงานของสมอง การเดิน การวิ่ง และอื่นๆ แทบจะทุกอย่างในชีวิตเรามักจะขยับไปเป็นจังหวะ ซึ่งนี่คืออีกหนึ่งวิธีบำบัดที่จะช่วยปลดปล่อยคุณจากความเครียดทั้งหลายได้
Ecstatic Dance

Above บรรยากาศ Ecstatic Dance Festival ที่ผู้คนเต้นรำไปตามเสียงเพลงและความรู้สึกภายใน (ภาพ: Facebook / Kareem Raïhani Music)
เซสชั่นการบำบัดหลายแบบมักมีการใช้ศาสตร์ของเสียงเพลงประกอบการบำบัด แต่คงมีเพียงไม่กี่ศาสตร์เท่านั้นที่อนุญาตให้เราปลดปล่อยร่างกายจากสภาวะสงบนิ่งแล้วเต้น หรือร่ายรำออกมา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Ecstatic Dance ศาสตร์ด้าน wellness ที่ไม่ซับซ้อนและทำได้ง่ายเพียงแค่คุณปล่อยตัวเองให้เต้นและถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่อยู่ในตัวของคุณออกมาอย่างไร้ข้อจำกัด
ปล่อยให้ร่างกายของคุณเคลื่อนไหวไปพร้อมๆ กับจิตใจ และเข้าไปสำรวจอารมณ์และสิ่งที่อยู่ลึกๆ ในตัวคุณ ซึ่งคุณสามารถปลดปล่อยออกมาได้ทั้งการเต้น หัวเราะ ร้องไห้ ร้องเพลง กระโดด หรือจะตีลังกา ก็ทำได้อย่างเต็มที่ หากนั่นคือสิ่งที่เสียงเพลง และสิ่งที่อยู่ข้างในตัวคุณกำลังพาคุณไป นับเป็นอีกหนึ่งเซสชั่น wellness ที่น่าลองในปี 2024 นี้
อ่านเพิ่มเติม:
4 สถานที่ Digital Detox ที่ชวนให้ลองถอดปลั๊ก แล้วพาตัวเองออกไปสัมผัสกับธรรมชาติอีกครั้ง







