ชวนรู้จักปราสาทแห่งประวัติศาสตร์ที่งดงามที่สุดในยุโรป ที่กำลังเปิดขายอยู่ในขณะนี้ พร้อมมอบโอกาสให้ผู้ที่มองหาคฤหาสน์หรูได้ครอบครองที่ดินอายุนับศตวรรษ โดยแต่ละหลังมาพร้อมหอคอย สวนขนาดใหญ่ และมรดกตกทอดของชนชั้นสูง
เมื่อซีรีส์ Downton Abbey: The Grand Finale ลงจอเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา เหล่าผู้ชมได้โบกมือลาเรื่องราวสุดเข้มข้นในคฤหาสน์หรูที่ดำเนินมาถึง 6 ซีซั่น แต่ในขณะที่ซีรีส์ปิดฉากลงไป โอกาสในการครอบครองปราสาทเก่าแก่ในยุโรปที่ยิ่งใหญ่และสำคัญทางประวัติศาสตร์ไม่แพ้คฤหาสน์ Highclere Castle ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
ปราสาทประวัติศาสตร์เหล่านี้เป็นทรัพย์สินที่ถูกขึ้นทะเบียนผ่าน Christie’s International Real Estate และสะท้อนมรดกอันยาวนานของราชวงศ์และชนชั้นสูงในยุโรป แต่ต่างจากซีรีส์ตรงที่คฤหาสน์เหล่านี้ไม่มีภาระการสืบทอดแบบโบราณ หรือการต้องแต่งงานกับทายาทเศรษฐีชาวอเมริกันเพื่อรักษาสมบัติไว้ ผู้ซื้อในยุคปัจจุบันจึงไม่ได้เป็นแค่เจ้าของสถาปัตยกรรมอันงดงามเท่านั้น แต่ยังได้ครอบครองที่ดินซึ่งมาพร้อมไร่องุ่น สวนอันกว้างขวาง และอาคารที่เคยเป็นที่พำนักของกลุ่มคนหลากหลาย ตั้งแต่พระนักบวชของสำนักสงฆ์ Benedictine ไปจนถึงเชลยศึกในสงครามโลกครั้งที่ 2
อ่านเพิ่มเติม: เปิดบ้าน Carrie Bradshaw: จากอัปเปอร์อีสต์ไซด์สู่ Gramercy Park ในซีรีส์ ‘And Just Like That...’
ปราสาท Normandy Chateau, Pacy-sur-Eure, นอร์มังดี
ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงปารีสไปทางตะวันตกเพียง 1 ชั่วโมง สร้างขึ้นระหว่างปี 1620 ถึง 1627 บนพื้นที่ของสำนักสงฆ์เบเนดิกตินเก่าแก่ ช่วงเวลาการก่อสร้างใกล้เคียงกับบ้านพักตากอากาศของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นพระราชวังแวร์ซาย ทำให้สถาปัตยกรรมของที่นี่โดดเด่นในแบบ French classical ยุคแรก ซึ่งได้รับอิทธิพลจากนวัตกรรมสถาปัตยกรรมยุคเรอเนซองส์ของ Philibert de l’Orme
Philibert de l’Orme เป็นหนึ่งในสถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคเรอเนซองส์ของฝรั่งเศส ผลงานของเขามักใช้รูปทรงเรขาคณิตและการจัดองค์ประกอบที่สมมาตรอย่างโดดเด่น ซึ่งปราสาทแห่งนี้ก็สะท้อนถึงอิทธิพลดังกล่าวอย่างชัดเจน
คฤหาสน์ 17 ห้องนอนแห่งนี้ได้รับการบูรณะตั้งแต่ปี 2004 จนถึงปัจจุบัน ภายใต้การดูแลของ Architectes des Bâtiments de France และกระทรวงวัฒนธรรมของฝรั่งเศส สวนแบบ French formal อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยการจัดสวนพุ่ม (box hedge) รูปทรงเรขาคณิต น้ำพุ และรูปปั้นโบราณ ขณะที่บริเวณซึ่งได้รับอิทธิพลจากสไตล์อิตาเลียนก็มีการใช้รูปทรงเรขาคณิตและน้ำพุหลากหลายรูปแบบ แม่น้ำ Eure ไหลผ่านที่ดิน กลายเป็นทะเลสาบที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้เก่าแก่อายุนับร้อยปี
การบูรณะยึดตามเอกสารทางประวัติศาสตร์อย่างเคร่งครัด นั่นหมายความว่าองค์ประกอบการตกแต่งในห้องรับรองต่างๆ นั้นสะท้อนมาตรฐานของยุคศตวรรษที่ 17 อย่างแท้จริง ไม่ใช่การตีความใหม่แบบสมัยนิยม สำหรับผู้ซื้อที่อยากได้ปราสาทที่ตัวโครงสร้างมีความถูกต้องทางประวัติศาสตร์มากกว่าการอยู่อาศัยอย่างสะดวกสบาย แนวทางการบูรณะเช่นนี้จึงสอดคล้องกับอิทธิพลและศิลปะการก่อสร้างในยุคสมัยนั้นๆ ซึ่งต้องอาศัยการกำกับดูแลจากรัฐบาลอย่างเข้มงวด

Above ห้องนอนใหญ่โดดเด่นด้วยหน้าต่างสูงและรายละเอียดแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นหนึ่งใน 17 ห้องนอนภายในปราสาทเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณะอย่างพิถีพิถัน

Above ห้องรับรองที่มีหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน มองเห็นวิวที่ดินโดยรอบ สะท้อนให้เห็นถึงการตกแต่งภายในที่หรูหราตามที่ระบุไว้ในเอกสารการบูรณะ
ปราสาท Castello di Vincigliata, Fiesole, ฟลอเรนซ์
ประวัติศาสตร์ของปราสาท Castello di Vincigliata สามารถย้อนไปได้ถึงปี 1031 แม้ว่ารูปลักษณ์ปัจจุบันจะมาจากการบูรณะขนานใหญ่ในศตวรรษที่ 19 ก็ตาม
John Temple Leader ขุนนางชาวอังกฤษได้ซื้อซากปรักหักพังของปราสาทมาในปี 1855 และใช้เวลาทุ่มเทกว่าทศวรรษเพื่อบูรณะสิ่งที่สถาปนิก Giuseppe Fancelli ได้ออกแบบไว้ในสไตล์ Neo-Gothic ซึ่งเป็นการตีความใหม่จากป้อมปราการดั้งเดิม และปราสาทแห่งนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในปราสาทประวัติศาสตร์ที่น่าประทับใจที่สุดในยุโรปที่เปิดขายในขณะนี้
อ่านเพิ่มเติม: จากยนตรกรรมหรู สู่ที่สุดแห่งสถาปัตยกรรม: เมื่อ Porsche, Bentley และ Bugatti พลิกโฉมไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยระดับอัลตร้าลักซ์ชูรี
John Temple Leader เป็นผู้หลงใหลในศิลปะและประวัติศาสตร์อย่างมาก เขาได้แรงบันดาลใจจากความงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมฟลอเรนซ์ รวมถึงต้องการฟื้นฟูคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของปราสาทแห่งนี้ให้กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ที่สุด เขาจึงจ้างสถาปนิก Giuseppe Fancelli ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านงานบูรณะและสามารถออกแบบให้ปราสาทมีความสง่างามในแบบกอธิกใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง
ตัวปราสาทหลักมีพื้นที่กว่า 985 ตารางเมตร ประกอบด้วย 8 ห้องนอน 12 ห้องน้ำ โดยทั้งหมดจัดเรียงรอบลานภายในอาคาร (courtyard) ส่วนโครงสร้างอื่นๆ บนพื้นที่ 140 ไร่ (34.79 เอเคอร์) ประกอบด้วยบ้านไร่ 2 หลัง หอคอย และอาคารอื่นๆ ที่มีพื้นที่รวมกันกว่า 1,100 ตารางเมตร ที่ดินแห่งนี้ยังรวมถึงไร่องุ่นพันธุ์ Toscana IGT ที่ขึ้นทะเบียนไว้ขนาด 6.3 เฮกตาร์ และสวนมะกอกขนาด 4.2 เฮกตาร์

Above น้ำพุหินโบราณภายในบริเวณปราสาท Vincigliata โดดเด่นด้วยงานแกะสลักหินซึ่งเป็นแบบฉบับของงานช่างยุคกลางที่ถูกอนุรักษ์ไว้ทั่วพื้นที่ของปราสาท

Above ระเบียงคด (cloister) เก่าแก่ที่ Castello di Vincigliata โดดเด่นด้วยเสาหินแกะสลักและทางเดินโค้ง สะท้อนถึงความเชื่อมโยงของปราสาทกับต้นกำเนิดที่เคยเป็นที่ตั้งของชุมชนยุคกลาง

Above กำแพงเชิงเทินและสถาปัตยกรรมป้องกันที่ Castello di Vincigliata แสดงให้เห็นองค์ประกอบป้อมปราการยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ในปราสาท ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่รับรองสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียในปี 1893

Above กำแพงป้องกันและงานกระจกที่ Castello di Vincigliata สะท้อนว่าปราสาทแห่งนี้ปรับสถาปัตยกรรมยุคกลางเพื่อการใช้งานที่ทันสมัยได้อย่างไร ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาคุณค่าทางมรดกอายุนับพันปีไว้ด้วย
การบูรณะของ Temple Leader ดึงดูดผู้มาเยือนคนสำคัญมากมาย รวมถึงสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย ในปี 1893 และในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลอิตาลีได้เปลี่ยนปราสาทให้เป็นค่ายกักกันเชลยศึก เจ้าหน้าที่ทหารอังกฤษเชื้อสายเบลเยียม Adrian Carton de Wiart ซึ่งถูกจับกุมตัวในลิเบีย เคยหลบหนีออกจากปราสาทได้ในระยะเวลาสั้นๆ ในปี 1943 ก่อนจะถูกจับตัวได้ในอีก 4 วันต่อมา
ปัจจุบันการผลิตไวน์ที่นี่อยู่ที่ 25,000 ขวดต่อปี โดยมีบริษัทภายนอกเป็นผู้ดำเนินการให้ ส่วนห้องใต้ดินสำหรับผลิตไวน์ดั้งเดิมของปราสาทนั้นยังคงอยู่ แต่จำเป็นต้องได้รับการบูรณะจึงจะสามารถกลับมาใช้งานเพื่อผลิตไวน์ได้โดยตรง
ปราสาท Ripley Castle, Harrogate, อังกฤษ
ปราสาท Ripley เป็นสมบัติของตระกูลIngilby ตั้งแต่ปี 1308 โครงสร้างที่ขึ้นทะเบียนเป็น Grade I Listed นี้แสดงให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมจากสามยุคสมัย ได้แก่ หอคอยเก่าแก่ในศตวรรษที่ 14 ประตูทางเข้าในยุค 1450 และการก่อสร้างใหม่แบบ Georgian ที่แล้วเสร็จในปี 1786 การเข้าถึงปราสาทผ่านประตูทางเข้าแบบยุคกลางทำให้เห็นวิวัฒนาการของปราสาทจากป้อมปราการสู่คฤหาสน์ชนบท
ปราสาทแห่งนี้มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมายที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์และเหตุการณ์สำคัญของอังกฤษ
ส่วนที่สร้างขึ้นในยุค Georgian มีห้องรับรองพร้อมทิวทัศน์ที่มองเห็นทะเลสาบและเขตอนุรักษ์กวาง หอคอยเก่าแก่ ยังคงอนุรักษ์องค์ประกอบแบบ Tudor ไว้ รวมถึงห้อง Knight’s Chamber ที่มีงานแกะสลักไม้โอ๊กดั้งเดิม และเป็นหนึ่งในสามของเพดานแบบ “wagon roof” ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอังกฤษ นอกจากนี้ พื้นในห้อง Tower Room ยังทำจากไม้ที่มาจากเรือรบ HMS Rose ซึ่งเป็นเรือฟริเกตในศตวรรษที่ 18 อีกด้วย

Above โถงรับรองที่ปราสาท Ripley Castle โดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบโบราณและถ้วยรางวัลจากการล่าสัตว์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการก่อสร้างใหม่ในยุค Georgian ที่เสร็จสมบูรณ์ในปี 1786 ณ ปราสาทแห่งนี้ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสามยุคสมัยที่แตกต่างกัน

Above ห้องทรงกลมพร้อมภาพบุคคลแสดงมรดกของตระกูลที่จัดแสดงไว้ทั่วปราสาทซึ่งยังคงเป็นสมบัติของตระกูลเดียวกันมานานกว่าเจ็ดศตวรรษ
พื้นที่ 165.59 เอเคอร์ของที่ดินแห่งนี้ ประกอบด้วยสวนสาธารณะที่ขึ้นทะเบียน สวนไม้ประดับ และสวนกำแพงขนาดสี่เอเคอร์ พร้อมศาลาที่ถูกขึ้นทะเบียนไว้ ปัจจุบันธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ที่นี่ประกอบด้วย การจัดงานแต่งงานและงานอีเวนต์จากพื้นที่ปีกตะวันออกของปราสาท รวมถึงร้านค้าปลีกที่มีร้านกาแฟและร้านขายของที่ระลึก
This story was originally written in English by Jennifer Choo.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2025 โดย Jennifer Choo โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
ส่องตลาด Branded Residences อสังหาฯ หรูยุคใหม่ของเอเชีย ผ่านพลังสร้างสรรค์ของแบรนด์ระดับโลก
ส่อง 7 ย่านสุดหรูในโซลที่เหล่าคนดังเลือกใช้ชีวิต พร้อมเปิดมูลค่าอสังหาริมทรัพย์










































