Cover หนิง สิริน ภิญญาวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง Knuckle Olive แบรนด์ฮาร์ดแวร์สัญชาติไทย ผ่านปรัชญาความเชื่อที่ว่าอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ เปรียบเสมือนจิวเวลรีของบ้าน (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

การเดินทางกว่า 17 ปี ของ Knuckle Olive จากสัมผัสแรกบนมือจับประตูสู่ระบบฮาร์ดแวร์ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนประสบการณ์การอยู่อาศัยให้ประณีตและยั่งยืนกว่าที่เคย

ในย่านสร้างสรรค์อย่างเจริญกรุง ท่ามกลางบรรยากาศโกดังเก่าสุดคลาสสิกของ Warehouse 30 คือที่ตั้ง flagship store ของ Knuckle Olive แบรนด์ฮาร์ดแวร์สัญชาติไทยที่ หนิง สิริน ภิญญาวัฒน์ ปลุกปั้นมากับมือ ด้วยความเชื่อว่าอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ คือหัวใจสำคัญของบ้านที่จะขาดไปไม่ได้

“17 ปีที่แล้ว Knuckle Olive เริ่มจากความเชื่อที่เรียบง่ายมาก คือบ้านที่ดีไม่ได้ถูกกำหนดแค่ด้วยโครงสร้างหรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ แต่ถูกกำหนดด้วย ‘สิ่งที่มือสัมผัสทุกวัน’” คุณหนิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

จากจุดเริ่มต้นที่เชื่อในสัญชาตญาณและความใส่ใจในรายละเอียด คุณหนิงได้พาแบรนด์ Knuckle Olive ก้าวจากการเป็นผู้ผลิตมือจับประตูและฮาร์ดแวร์สู่ผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ให้งานดีไซน์ไทย วันนี้เธอยืนอยู่ท่ามกลางผลงานทองเหลืองที่ผ่านการคัดสรรและจัดวางราวกับงานศิลปะชั้นดีในพื้นที่ flagship store แห่งนี้ที่เธอนิยามว่าเป็น ‘living gallery’ กับบทพิสูจน์ที่สะท้อนว่า ความเชี่ยวชาญที่เริ่มต้นจากสิ่งเรียบง่าย สามารถเปล่งประกายและสร้างมาตรฐานสำคัญให้วงการสถาปัตยกรรมระดับสากลได้ หากวางอยู่บนพื้นฐานความใส่ใจที่เข้มข้นมากพอ

อ่านเพิ่มเติม: ก้าวใหม่ของยักษ์หลับวงการเฟอร์นิเจอร์ สู่ MüLLER Object ไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่ลุกขึ้นมาเล่นสนุกกับงานดีไซน์

Tatler Asia
Above คอลเล็กชั่นมือจับประตูของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 บรรยากาศภายในร้าน Knuckle Olive ที่ Warehouse 30 ย่านเจริญกรุง (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Photo 2 of 3 คอลเล็กชั่นมือจับประตูของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Photo 3 of 3 คอลเล็กชั่นมือจับประตูของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

“มือจับประตูเป็นจุดแรกที่เชื่อมต่อคุณกับพื้นที่ เป็น gesture แรกก่อนที่ประตูจะเปิด หนิงมองมันเหมือน jewellry ของสถาปัตยกรรม เป็นรายละเอียดที่สะท้อนตัวตนของเจ้าของบ้านโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย”

สำหรับคุณหนิง ความแตกต่างระหว่างบ้านที่ “แค่สวย” กับบ้านที่ “น่าอยู่ในระดับมาสเตอร์พีซ” ซ่อนอยู่ในรายละเอียดที่คนมักมองข้าม เช่น มือจับประตูหรือบานพับประตู ความจริงชิ้นส่วนเล็กๆ เหล่านี้คือสิ่งที่ต้องผ่านการคิดและคัดสรรมาแล้วอย่างประณีต เพื่อช่วยกำหนดความรู้สึกและรสนิยมของเจ้าของบ้าน

เธอยังเปรียบการเปิดประตูบ้านเป็นเหมือนการ ‘handshake’ หรือสัมผัสแรกที่บ้านใช้ทักทายผู้อยู่อาศัยและแขกผู้มาเยือนในทุกๆ วัน การออกแบบฮาร์ดแวร์เหล่านี้จึงเป็นอะไรมากกว่าแค่ความสวยงามทางสายตา แต่เป็นการคำนวณถึงการใช้งานจริงในระยะยาว ควบคู่ไปกับเรื่องสุนทรียภาพให้ตอบโจทย์สรีระเพื่อประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ทั้งสวยงาม พิถีพิถัน และยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน

Tatler Asia
Above คอลเล็กชั่นมือจับประตูของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above คอลเล็กชั่นมือจับประตูของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above คอลเล็กชั่นมือจับประตูของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

มือจับประตูเป็นจุดแรกที่เชื่อมต่อคุณกับพื้นที่ เป็น gesture แรกก่อนที่ประตูจะเปิด หนิงมองมันเหมือน jewellry ของสถาปัตยกรรม เป็นรายละเอียดที่สะท้อนตัวตนของเจ้าของบ้านโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย

- สิริน ภิญญาวัฒน์ -

The Alchemy of Material

Knuckle Olive คือแบรนด์ที่เชี่ยวชาญในวัสดุและผิวสัมผัส โดยมีไอเท็มชูโรงอย่างมือจับประตู บานพับประตู มือจับตู้และมือจับลิ้นชัก และปัจจุบันครอบคลุมไปถึงฮาร์ดแวร์และคอลเล็กชั่นอื่นๆ ในบ้าน เช่น ตู้เซฟในตู้เสื้อผ้า ระบบครัวและซักรีด สำหรับมือจับประตู แบรนด์เลือกใช้ ‘ทองเหลืองแท้’ (solid brass) มาเป็นวัสดุหลักเพราะมันให้ความรู้สึกอบอุ่น มั่นคง และมีชีวิต

ในขณะที่กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรมมักมองข้ามความละเอียดอ่อนของผิวสัมผัสของวัสดุที่ใช้ คุณหนิงอธิบายว่าผิวสัมผัสที่ละเอียดและสมดุลจะทำให้ท่วงท่าการเปิดประตูรู้สึกเป็นธรรมชาติ สร้างความประทับใจแรกที่บอกเล่าคาแร็กเตอร์ของบ้านหลังนั้นได้

“มือจับประตูคือสัมผัสที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ แต่มีพลังมากค่ะ เพราะร่างกายจะรับรู้ได้ก่อนที่สมองจะทันวิเคราะห์เสียอีก” คุณหนิงกล่าว

เธอยังลงลึกไปถึงเรื่องของน้ำหนักทองเหลืองที่พอดีและอุณหภูมิของโลหะที่เปลี่ยนไปตามการใช้งาน ความใส่ใจในสัมผัสเหล่านี้สะท้อนความตั้งใจที่จะสร้าง “ความไว้วางใจ” ตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรกที่ร่างกายได้เชื่อมต่อกับตัวบ้าน ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่วัสดุสังเคราะห์ไม่สามารถเลียนแบบได้

Tatler Asia
Above คอลเล็กชั่นมือจับประตูของแบรนด์ Knuckle Olive ที่สามารถเลือก customise ได้ตามต้องการ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above คอลเล็กชั่นมือจับประตูของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above หนิง สิริน ภิญญาวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ความเชื่อในคุณภาพเหล่านี้เองคือสิ่งที่พา Knuckle Olive ผ่านบทพิสูจน์สำคัญมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น เมื่อมีโอกาสได้ไปร่วมจัดแสดงคอลเล็กชั่นที่งานอีเวนต์งานหนึ่ง คุณหนิงเลือกที่จะทุ่มพลังงานลงไปในการสร้างแท่นโชว์ฮาร์ดแวร์ที่ ‘จริง’ ที่สุด แม้จะเป็นเพียงสเปซขนาดจิ๋วที่เธอยืนแจกใบปลิวด้วยตัวเองก็ตาม

“ตอนนั้นได้พื้นที่ออกงานมาประมาณ 30x30 เซนติเมตร หนิงบอกไม่เป็นไร เดี๋ยวจะเสกให้สวยเอง แต่เชื่อไหมว่าวันนั้นมีคนมาขอซื้อแบรนด์ทั้งที่แบรนด์ยังไม่ทันเกิดเลยด้วยซ้ำ เพราะเขาเห็นแท่นโชว์แล้วจำได้ว่ายี่ห้อนี้สวยจริง สุดจริง สิบปีต่อมาเขายังกลับมาพูดกับเราว่าเขาจำแคตตาล็อกเล่มแรกของเราได้ มันทำให้หนิงรู้เลยว่าเรามาถูกทางแล้ว”

Tatler Asia
Above แท่นโชว์คอลเล็กชั่นมือจับประตูชิ้นแรกของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above แท่นโชว์คอลเล็กชั่นมือจับประตูชิ้นแรกของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

นอกจากความแข็งแรงแล้ว ทองเหลืองยังเป็นวัสดุที่ยิ่งสวยงามเมื่อเจอปรากฏการณ์ ‘Patina’ หรือร่องรอยที่ผ่านการใช้งานตามกาลเวลา ซึ่งคุณหนิงมองว่าคือความสมบูรณ์แบบที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

“Patina คือสิ่งที่ทำให้วัสดุอย่างทองเหลืองและบรอนซ์มีชีวิต ต่างจากวัสดุสมัยใหม่ที่พยายามคงสภาพเดิมตลอดเวลา ในช่วง 5–10 ปีแรก พื้นผิวของทองเหลืองหรือบรอนซ์จะค่อยๆ เปลี่ยนจากความเงาเรียบ ไปสู่ผิวที่มีความลึกมากขึ้น สีจะอุ่นขึ้น นุ่มนวลขึ้น และมีมิติที่ไม่สามารถสร้างขึ้นด้วยการผลิตใหม่ได้ มันไม่ได้เป็นเพียงความเก่า แต่เป็นผลลัพธ์ของการใช้งานจริง การสัมผัสจริง และผ่านกาลเวลาจริง”

ร่องรอยความสวยงามเหล่านี้ทำให้ฮาร์ดแวร์ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบที่คงที่ แต่เป็นงานศิลปะที่เติบโตไปพร้อมกับบ้านและผู้ใช้งานที่อาจมองไม่เห็นด้วยสายตาในทันที แต่สามารถจดจำได้ผ่านความรู้สึก ปรัชญานี้ยังถูกสะท้อนผ่านการเติบโตของ Knuckle Olive จากยุคบุกเบิกกับโชว์รูมที่ 49 Terrace ซึ่งคุณหนิงตัดสินใจเลือกใช้ไม้สักแท้ในการทำ display ของโชว์รูมแทนวัสดุ MDF ยิ่งเน้นย้ำมาตรฐานของแบรนด์ว่า ฮาร์ดแวร์ที่มีคุณภาพระดับจิวเวลรีเช่นนี้ควรต้องถูกนำเสนอในบริบทที่ทรงคุณค่าเท่าเทียมกัน

สำหรับ Knuckle Olive กาลเวลาจึงไม่ใช่สิ่งที่ทำลายงานดีไซน์ แต่คือปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มให้งานทุกชิ้นมีจิตวิญญาณและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามการใช้งานจริง

อ่านเพิ่มเติม: Find the perfect match: ชวนเปลี่ยนบ้านให้เป็นอาร์ตสเปซส่วนตัว ด้วยศิลปะชิ้นที่ “ใช่” กับ ทราย ดมิสา วนาสวัสดิ์

Tatler Asia
Above บานพับประตู ไอเท็มที่เปรียบดั่งสัญลักษณ์และที่มาของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 บรรยากาศภายใน flagship store ของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Photo 2 of 3 คอลเล็กชั่นมือจับประตูของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Photo 3 of 3 คอลเล็กชั่นมือจับประตูของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

The Art of Invisible Detail

นอกจากมือจับประตู บานพับประตู มือจับตู้และมือจับลิ้นชัก Knuckle Olive ยังขยายขอบเขตจากฮาร์ดแวร์ชิ้นเล็กไปสู่ระบบการอยู่อาศัยที่ใหญ่ขึ้น ความใส่ใจในรายละเอียดและความช่างสังเกตของคุณหนิงถูกนำมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างแนบเนียน อย่างระบบ Finger Scan ที่แบรนด์เลือกพัฒนาระบบ Digital Core ร่วมกับพาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลี ซึ่งถูก re-engineer ใหม่

ความแตกต่างคือการออกแบบให้เป็น ‘Lock Core’ ที่แยกออกจากดีไซน์ภายนอก ทำให้สามารถจับคู่กับมือจับของ Knuckle Olive ได้ทุกรุ่น ลูกค้าจึงมีอิสระในการเลือกงานดีไซน์ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบของเทคโนโลยี และรักษารูปลักษณ์งานคราฟต์ที่ยังคงความคลาสสิกเอาไว้ได้เช่นกัน

“หนิงมองว่าบทบาทของเทคโนโลยีไม่ใช่เพื่อแทนที่งานคราฟต์ แต่เพื่อสนับสนุนให้เกิดประสบการณ์ที่ดีขึ้นและอย่างไร้รอยต่อที่สุด เทคโนโลยีที่ดีไม่ควรเรียกร้องความสนใจ แต่ควรทำให้ชีวิตง่ายขึ้น” คุณหนิงอธิบาย นี่คือปรัชญานวัตกรรมที่ Knuckle Olive ยึดถือ คือการมอบความปลอดภัยและฟังก์ชั่นที่ทันสมัยโดยไม่ลดทอนคุณค่าของวัสดุและงานฝีมือที่มองเห็นด้วยตา

เราไม่ประนีประนอมเรื่องคุณภาพ วัสดุ และประสบการณ์ลูกค้า ความไว้วางใจเป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่สุด ลูกค้ากลับมาและบอกต่อ ไม่ใช่เพราะทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เพราะเขารู้ว่าเราใส่ใจจริง

- สิริน ภิญญาวัฒน์ -

Tatler Asia
Above หนิง สิริน ภิญญาวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ความละเอียดระดับไมโครนี้ยังครอบคลุมไปถึงการแก้ pain point ภายในตู้เสื้อผ้าและห้องแต่งตัว ตั้งแต่การออกแบบตู้เซฟขนาดกะทัดรัดที่ติดตั้งกลมกลืนไปกับเฟอร์นิเจอร์ตู้เสื้อผ้าเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจัดเก็บเครื่องประดับและของมีค่าได้อย่างสวยงามและปลอดภัย ไปจนถึงการกล้าใช้โทนสีชมพูในการตกแต่งตู้เสื้อผ้าและห้องแต่งตัวมาเป็นอีกทางเลือกที่พิสูจน์ว่า หากเราเลือกใช้ฮาร์ดแวร์ที่มีสัดส่วนและวัสดุที่ถูกต้อง แม้แต่เฉดสีที่ดูอ่อนหวานก็สามารถแสดงออกถึงความหรูหราและมีรสนิยมได้ไม่ต่างกัน

“หนิงเป็นคนที่รายละเอียดเยอะมาก เพราะเราเป็นทั้งเจ้าของบ้าน เป็นแม่บ้าน และเป็นแม่ หนิงเข้าใจว่าพื้นที่เหล่านี้ไม่ใช่แค่ที่เก็บของ แต่เป็นพื้นที่ที่มี ritual หรือกิจวัตรที่เกิดขึ้นจริงในทุกวัน”

ความจุกจิกที่คุณหนิงเรียกตัวเอง จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้การออกแบบลิ้นชักและพื้นที่จัดเก็บทุกจุดตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลื่นไหล

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 การใช้โทนสีชมพูในการตกแต่งตู้เสื้อผ้าและห้องแต่งตัว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Photo 2 of 3 การใช้โทนสีชมพูในการตกแต่งตู้เสื้อผ้าและห้องแต่งตัว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Photo 3 of 3 ประตูสีสันจัดจ้านตัดกับมือจับประตูสีทองอย่างลงตัว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

และสิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือการยกระดับมาตรฐานพื้นที่ใช้งานอย่างครัวและห้องซักรีดผ่านหลักการ Ergonomics ที่คุณหนิงให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เธอออกแบบให้ประตูเครื่องซักผ้าอยู่ในระดับสายตา หรือประมาณ 100-110 เซนติเมตรจากพื้น เพื่อถนอมสุขภาพหลังและเข่าของผู้ใช้งานในระยะยาว รวมถึงการกำหนดความลึกของตู้และระดับมือจับให้อยู่ในระยะที่แขนสามารถเอื้อมถึงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

“หนิงเกิดมาจากบ้านที่พื้นที่น้อย ทุกตารางเมตรจึงมีความหมาย เราต้องใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสง่างามที่สุดในทุกช่วงวัย”

การขยับจาก ‘ชิ้นส่วน’ มาสู่ ‘ระบบ’ จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มขนาดงาน แต่คือการนำความตั้งใจในจุดสัมผัสเล็กๆ ไปดูแลภาพรวมของชีวิตให้สมบูรณ์แบบในทุกมิติ

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 หนิง สิริน ภิญญาวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Photo 2 of 2 หนิง สิริน ภิญญาวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above ท็อปเคาน์เตอร์ครัว อีกหนึ่งไลน์ผลิตภัณฑ์ของ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above หนิง สิริน ภิญญาวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above หนิง สิริน ภิญญาวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

The Global Language of Craftsmanship

บนความท้าทายตลอด 17 ปีที่ผ่านมา โจทย์ที่ยากที่สุดอาจไม่ใช่การสร้างสรรค์ผลงานที่สวยงาม แต่คือการรักษาสมดุลระหว่างความสมบูรณ์แบบที่ต้องการกับความเป็นจริงทางธุรกิจ ซึ่งคุณหนิงยอมรับว่าในบางโปรเจ็กต์ เธอเลือกที่จะยอมขาดทุนในเชิงตัวเลขเพื่อแลกกับความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า

“เมื่อเราทำไปถึงจุดหนึ่งแล้วรู้สึกว่าลูกค้ายังไม่แฮปปี้ หนิงจะเลือกแก้จนกว่าจะถึงจุดที่เขาพอใจจริงๆ เพราะสำหรับหนิงความเชื่อใจเป็นสิ่งที่สร้างยากที่สุด และมีคุณค่าระยะยาวมากกว่ากำไรในระยะสั้น” คุณหนิงเล่า

“การทำธุรกิจมา 17 ปีสอนให้หนิงรู้ว่าเมื่อไรเราควรให้มากกว่า และเมื่อไรควรรักษาสมดุล เราอาจยืดหยุ่นในเรื่องที่เป็น operational ได้ แต่เราจะไม่ประนีประนอมในเรื่องคุณภาพ วัสดุ และประสบการณ์ของลูกค้าเด็ดขาด ในระยะยาว ความไว้วางใจจึงกลายเป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่สุด ลูกค้ากลับมาและบอกต่อ ไม่ใช่เพราะทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เพราะเขารู้ว่าเราใส่ใจจริง”

Tatler Asia
Above คอลเล็กชั่นมือจับประตูของแบรนด์ Knuckle Olive ที่สามารถเลือก customise ได้ตามต้องการ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above คอลเล็กชั่นมือจับประตูของแบรนด์ Knuckle Olive ที่สามารถเลือก customise ได้ตามต้องการ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ความแข็งแกร่งของแบรนด์ Knuckle Olive ยังได้รับการทดสอบผ่านการขยายตัวสู่ตลาดสากล โดยเฉพาะการเปิดบริษัทในลอนดอนเมื่อปี 2014 ซึ่งเริ่มต้นจากเหตุผลเชิงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการโลจิสติกส์ แต่กลับกลายเป็นโอกาสสำคัญให้คุณหนิงได้เรียนรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมการออกแบบ

“คนอังกฤษมีความกล้าในการแสดงออกผ่านดีไซน์ พวกเขาไม่ได้ play safe แต่เปิดรับสีสันและ texture ที่จัดจ้าน ในขณะที่ลูกค้าไทยจะมีความ refined ให้ความสำคัญกับความสมดุลและ timeless”

บทเรียนจากลอนดอนและพาร์ทเนอร์ในอเมริกาไม่ได้ทำให้ Knuckle Olive พยายามเลียนแบบตะวันตก แต่กลับช่วยให้แบรนด์ยิ่งชัดเจนในตัวตนมากยิ่งขึ้น ผ่านการนำมุมมองระดับสากลกลับมาตีความใหม่ด้วยความละเอียดประณีตแบบฉบับแบรนด์ไทย

Tatler Asia
Above หนิง สิริน ภิญญาวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

“จุดแข็งของแบรนด์ไทยในสายตาต่างชาติ คือความเข้าใจในเรื่องวัสดุและผิวสัมผัสที่ไม่ใช่แค่ functional แต่มี emotional หรืออารมณ์ความรู้สึกอยู่ในนั้น” คุณหนิงกล่าว

ปัจจุบัน Knuckle Olive ได้พิสูจน์แล้วว่าภาษาของงานดีไซน์สามารถเชื่อมต่อกับผู้คนได้ทั่วโลก โดยเฉพาะก้าวต่อไปที่น่าจับตาของ Knuckle Olive ในตลาดตะวันออกกลาง ภูมิภาคที่มีการเติบโตทางสถาปัตยกรรมอย่างรวดเร็วและมีความเข้าใจลึกซึ้งในเรื่องวัสดุหรูหรา

งานหล่อทำมือหรือ hand-cast ที่เครื่องจักรไม่สามารถเลียนแบบได้ กลายเป็นหัวใจสำคัญที่พิสูจน์ให้โลกเห็นว่ารายละเอียดที่เล็กที่สุดสามารถสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ในการใช้ชีวิตได้จริง

Tatler Asia
Above คอลเล็กชั่นมือจับลิ้นชักของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above บานพับประตู ไอเท็มที่เปรียบดั่งสัญลักษณ์และที่มาของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above คอลเล็กชั่นมือจับลิ้นชักของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above คอลเล็กชั่นมือจับประตูของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

จุดแข็งของแบรนด์ไทยในสายตาต่างชาติ คือความเข้าใจในเรื่องวัสดุและผิวสัมผัสที่ไม่ใช่แค่ functional แต่มี emotional หรืออารมณ์ความรู้สึกอยู่ในนั้น

- สิริน ภิญญาวัฒน์ -

The New Beginning

ก้าวสำคัญของ Knuckle Olive คือการถ่ายทอด “จิ๊กซอว์แห่งความสุข” ในงาน ASA Expo 2026 พื้นที่ที่คุณหนิงตั้งใจสร้างระบบนิเวศแห่งการอยู่อาศัยที่ประณีตให้สถาปนิกและคนรักบ้านได้ลองสัมผัส สวมบทบาท และทดลองใช้งานระบบต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อพิสูจน์ว่ารายละเอียดที่ถูกคิดมาอย่างดีสามารถเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และชีวิตให้ดีขึ้นได้อย่างไร

ความสำเร็จของ Knuckle Olive ในวันนี้ไม่ใช่การเป็นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุด แต่คือการเป็นแบรนด์ที่มีจิตวิญญาณและได้รับความเชื่อใจมากที่สุด และการได้เห็นผลงานของแบรนด์ไทยไปเติบโตและสร้างรอยยิ้มในบ้านทุกระดับไซส์อย่างมีศักดิ์ศรี

“เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่เราทำ เราว่ามันค่อยๆ เปล่งแสงออกมาด้วยตัวมันเอง คนเริ่มรู้จักเรา ชอบเรา รักแบรนด์เรา แค่นั้นสำหรับหนิงชีวิตพอแล้ว… เพราะพอมันมาจากความรัก เราว่าทุกอย่างมันเลยออกมาดี เพราะเราใส่ใจกับทุกๆ บริบทของมัน”

Tatler Asia
Above คอลเล็กชั่นมือจับประตูของแบรนด์ Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above หนิง สิริน ภิญญาวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง Knuckle Olive (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Topics

Chutima Katepongchai
Assistant Editor, Homes & Lifestyle, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชุติมา เกตุพงษ์ชัย ผู้ช่วยบรรณาธิการประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาสถาปัตยกรรม งานออกแบบ และไลฟ์สไตล์ เธอเล่าเรื่องบ้านและพื้นที่รอบตัวในฐานะแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน ผ่านบริบทร่วมสมัย