จากผู้ผลิตเบื้องหลังเก้าอี้ VIP ระดับโลกกว่า 30 ปี สู่การแจ้งเกิดแบรนด์ดีไซน์สายขี้เล่น กับการเดิมพันครั้งใหม่ของช่างฝีมือรุ่นใหญ่และดีไซเนอร์รุ่นใหม่
เชื่อว่าหลายคนคงเคยนั่งชมหนังบนเก้าอี้ VIP ในโรงภาพยนตร์ชั้นนำ หรือสัมผัสความนุ่มสบายของโซฟาในล็อบบี้โรงแรมหรูและโรงพยาบาลระดับพรีเมี่ยมมาแล้ว แต่เราอาจยังไม่รู้ว่าแบรนด์ที่อยู่เบื้องหลังผลงานเฟอร์นิเจอร์ที่ใส่ใจดีเทลและสรีระของผู้บริโภคเหล่านี้ คือ Muller Design Solution
แบรนด์นี้เป็นแบรนด์สัญชาติไทยแท้ๆ ที่คุณภาพโด่งดังไปไกลระดับโลก และความเชี่ยวชาญของแบรนด์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การผลิตเฟอร์นิเจอร์ พวกเขายังเป็นผู้ผลิตเบื้องหลังความสบายของเก้าอี้ปรับนอน (recliner) ที่ส่งออกไปยังตลาดเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา
Tatler มีโอกาสพูดคุยกับ เอ้ก ธเนศ พิทักษ์ธีระธรรม Managing Director ของ MüLLER Object และ เซป กัญธนัช Brand Builder และ Design Director ของคอลเล็กชั่น ‘The Puffiction’ ถึงการปลุกยักษ์หลับแห่งวงการอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สู่การแตกไลน์เป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์สุดสนุกที่พร้อมบุกวงการดีไซน์ระดับโลก เริ่มต้นที่งาน Salone del Mobile.Milano ที่มิลาน ในเดือนเมษายนนี้
อ่านเพิ่มเติม: ส่องคอลเล็กชั่น ‘The Puffiction’ จาก MüLLER Object ที่ The Standard Hua Hin ก่อนเตรียมไปอวดโฉมที่มิลาน เมษายนนี้

Above เอ้ก ธเนศ พิทักษ์ธีระธรรม Managing Director ของ MüLLER Object (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
“จริงๆ Muller อยู่เมืองไทยมากว่า 30 ปีแล้วครับ เพียงแค่ก่อนหน้านี้ที่อาจไม่ค่อยมีใครรู้จัก เพราะเราเป็นโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ส่งออกกับ OEM (original equipment manufacturer) มากกว่า” เอ้กเล่าถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์
“เราทำให้หลายแบรนด์ทั้งในเมืองไทยแล้วก็ต่างประเทศ หลักๆ คือตลาดส่งออก จากนั้นก็เริ่มขยายเข้ามาทำตลาดในประเทศมากขึ้น ที่คนจะรู้จักหรือเคยสัมผัสสินค้าของเราก็คือกลุ่มโรงภาพยนตร์ เราทำตัวเก้าอี้ VIP ให้ทุกโรงหนังในเมืองไทย ทุกค่ายเลย เราทำ recliner ให้ทั้งหมด”
ความเชี่ยวชาญด้านการทำเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งสมมายาวนาน ถูกขยายต่อยอดสู่การผลิตงาน custom made ในโปรเจ็กต์อื่นๆ ตามมา ส่วนใหญ่เน้นตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้า ที่แบรนด์ทำได้อย่างแม่นยำ ยืดหยุ่น และยังคงคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ได้แก่ โรงแรม สถานศึกษา และโรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาล MedPark หรือโรงแรม Anantara ก่อนที่ต่อมาจะขยายไปยังกลุ่มโชว์ยูนิตหรือบ้านตัวอย่างให้กับแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำมากมาย
ที่คนจะรู้จักหรือเคยสัมผัสสินค้าของเราก็คือกลุ่มโรงภาพยนตร์ เราทำตัวเก้าอี้ VIP ให้ทุกโรงหนังในเมืองไทย ทุกค่ายเลย เราทำ recliner ให้ทั้งหมด

Above เอ้ก ธเนศ พิทักษ์ธีระธรรม Managing Director ของ MüLLER Object กับดีไซน์คอลเล็กชั่นเดย์เบดสีแดงสด Pumba (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ Muller Design Solution กลายเป็น "ยักษ์" ที่ทรงพลัง คือศักยภาพในการควบคุมกระบวนการผลิตได้ครบวงจร ตั้งแต่การคัดเลือกวัสดุ การออกแบบโครงสร้างไม้และเหล็ก ไปจนถึงขั้นตอนการประกอบเฟอร์นิเจอร์และงานหุ้มที่ประณีต พร้อมทีม R&D ที่รวมผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมและงานออกแบบเข้าด้วยกัน ทำให้แบรนด์สามารถผลักดันดีไซน์ที่ยากและซับซ้อนให้เกิดขึ้นจริงได้เสมอ
“เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อพัฒนาผลงานที่ตอบสนองทั้งมิติด้านฟังก์ชั่น ความงาม และการใช้งานจริง... ประสบการณ์มากกว่า 30 ปีในด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำให้เราให้ความสำคัญกับงานออกแบบที่มีแนวคิดชัดเจน ควบคู่กับบริการที่ได้มาตรฐานสากลครับ” เอ้กกล่าว
ประสบการณ์ในโครงการอสังหาริมทรัพย์และฮอสพิทาลิตี้ชั้นนำมากมาย กลายเป็นการสะสมฐานข้อมูลความชอบ พฤติกรรม และสรีระของผู้ใช้งานไปในตัว และเป็นช่องทางให้ Muller Design Solution มองเห็นโอกาสการเติบโต โดยเฉพาะการแตกไลน์สู่ "ไลฟ์สไตล์แบรนด์" ที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ ความพร้อมในเชิงเทคนิคนี่เองที่เป็นเสมือนสปริงบอร์ดชั้นดี ที่เมื่อเสริมด้วยแรงบันดาลใจใหม่ๆ ก็สามารถจุดประกายให้แบรนด์ก้าวสู่บทต่อไปที่สนุกและท้าทายยิ่งกว่าเดิม
The Synergy: เมื่อ "ผู้ผลิตเก๋าประสบการณ์" พบ "ดีไซเนอร์มีของ" ที่ฝรั่งเศส
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2024 ณ งาน Maison & Objet ประเทศฝรั่งเศส เอ้กได้พบกับ เซป กัญธนัช ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์และแพชชั่นในการสร้างงาน โดยเฉพาะลายเซ็นของเธอที่สะท้อนอยู่ในชิ้นงานรูปทรงแปลกตาและโดดเด่นด้วยสีสันสดใส ผลงานของเซปจุดประกายความสนใจของเอ้กในทันที การพบกันครั้งนั้นไม่ใช่แค่การทำความรู้จัก แต่คือการมองเห็น "แสงสว่าง" บางอย่างในตัวดีไซเนอร์คนนี้ที่ทางแบรนด์ควานหามานาน จนนำไปสู่การเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ MüLLER Object ที่เปิดพื้นที่ให้เซปได้ฉายแสงอย่างเต็มที่ โดยมีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคของ Muller Design Solution เป็นแรงสนับสนุน
เอ้กย้อนเล่าถึงวินาทีที่ตัดสินใจดึงตัวเซปมาร่วมทีมว่า “ผมมองเห็นศักยภาพในตัวเขา... เอ็นเนอร์จี้ดี เทสก็ดี คือหลายๆ อย่างในตัวเขา ผมเห็นว่าเด็กคนนี้มีของ แต่เหมือนว่ายังไม่มีคนเปิดเวทีให้เขา... เราหามานานมากแต่เราไม่เจอสักที จนมาเจอน้องเซปก็เลยรีบจีบเลย... ปล่อยให้เขาได้ฉายแสงเต็มที่แบบที่เราเห็น ว่าเขามีแสงในตัว เราแค่เตรียมพื้นที่ให้เขา เตรียมซัพพอร์ตเขาหมดทุกอย่าง ที่เหลือเขาจัดการเองหมดเลย”
อ่านเพิ่มเติม: Scene Stealers: 6 เทรนด์การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่งาน Salone del Mobile 2025

Above เซป กัญธนัช Brand Builder และ Design Director ของดีไซน์คอลเล็กชั่น ‘The Puffiction’ ของ MüLLER Object (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ทางด้านของเซปเอง เธอเล่าถึงความประทับใจและจุดตัดสินใจเข้ามารับตำแหน่ง Brand Builder และ Design Director ให้กับ MüLLER Object ว่าเปรียบเสมือนได้พบกับ “จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย” ที่เธอตามหามาตลอด ในฐานะดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่มีภาพในหัวชัดเจนและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์แบบขบถ สิ่งที่เธอมองหาไม่ใช่เพียงแค่โรงงานที่รับจ้างผลิต แต่คือ ‘พาร์ตเนอร์’ ที่มีความเข้าคู่กันอย่างลงตัว
“เซปรู้สึกว่าพาร์ตเนอร์ที่เก่งและรู้ใจคือสิ่งสำคัญที่สุด... ซึ่ง Muller มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งมาก ทั้งเรื่องงานโครงสร้างไม้ เหล็ก และงานหุ้มที่เนี้ยบระดับส่งออก สิ่งนี้ทำให้เซฟกล้าที่จะ ‘เล่น’ กับดีไซน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด เพราะเรารู้ว่าไม่ว่าไอเดียจะหลุดกรอบแค่ไหน ทีมช่างและวิศวกรของที่นี่ก็มี know-how ที่จะซัพพอร์ตให้มันออกมานั่งสบายและมีคุณภาพดีที่สุด”
การร่วมงานของเซปกับ MüLLER Object ออกมาเป็นคอลเล็กชั่นแรกอย่าง ‘The Puffiction’ ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่โรงแรม The Standard Hua Hin คอลเล็กชั่นแรกนี้เป็นการหลอมรวมเอาความสดใหม่ของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ เข้ากับความเก๋าเกมของช่างฝีมือรุ่นใหญ่ จนเกิดเป็นเคมีที่ลงตัว
“มันคือความสนุกที่ได้เห็นงานศิลปะของเราขยายสเกลจากภาพสเก็ตช์ สู่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่คนสามารถเข้าไปใช้ชีวิตร่วมกับมันได้จริงๆ ” เซปกล่าวถึงความตื่นเต้นที่เป็นจุดเริ่มต้นของคอลเล็กชั่น ‘The Puffiction’
เซปรู้สึกว่าพาร์ตเนอร์ที่เก่งและรู้ใจคือสิ่งสำคัญที่สุด... ซึ่ง Muller มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งมาก ทั้งเรื่องงานโครงสร้างไม้ เหล็ก และงานหุ้มที่เนี้ยบระดับส่งออก สิ่งนี้ทำให้เซฟกล้าที่จะ ‘เล่น’ กับดีไซน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด

Above ความนุ่มสบายที่สัมผัสได้ผ่านงานดีไซน์ของ MüLLER Object (ภาพ: MüLLER Object)
Hero Product: ILENE Recliner การรีแบรนด์ความสบายครั้งใหญ่
Above ILENE Recliner งานดีไซน์เก้าอี้ปรับนอนของ MüLLER Object (ภาพ: MüLLER Object)

Above ไฮไลต์สำคัญในงานดีไซน์ของ MüLLER Object คือการเล่นกับสีสันที่ดูสดใสและสนุกสนาน (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ในคอลเล็กชั่น ‘The Puffiction’ ไอเท็มไฮไลต์อย่าง ILENE Recliner เป็นการหยิบเอา "อาวุธลับ" ของ Muller Design Solution อย่างเก้าอี้ปรับนอนมาปัดฝุ่นและเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่ recliner มักถูกมองว่าเป็นเก้าอี้ที่ผู้สูงวัยชื่นชอบ MüLLER Object ได้ทำลายกำแพงนั้นด้วยดีไซน์เก้าอี้ปรับนอนที่ดูนุ่มฟู ทันสมัย และมีลูกเล่นของรูปทรงที่จัดวางอย่างไม่สมดุล แต่ยังคงซัพพอร์ตสรีระได้อย่างยอดเยี่ยมตามมาตรฐานเก้าอี้โรงหนัง VIP
เซปเล่าถึงแนวคิดเบื้องหลังฮีโร่โปรดักต์ชิ้นนี้ว่า “สำหรับตัว ILENE Recliner ถ้าพูดถึง positioning ของเก้าอี้ปรับนอนทั่วไป คนจะนึกถึงคุณแม่ที่ให้นมลูก หรือเก้าอี้พักผ่อนของคนสูงอายุ แต่เราอยากจะ re-position ไอเท็มอันนี้ขึ้นมาใหม่เพื่อเข้าถึงคนยุคใหม่มากขึ้น เราอยากได้ recliner ที่มันน่ารักกว่านี้... แล้วทุกคนอยากนั่ง อยากจับ”
ทักษะงานฝีมือเนี่ย มันเกิดขึ้นได้จากการที่เราลองผิดลองถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วแก้ไขปรับปรุงพัฒนาไปเรื่อยๆ

Above เอ้ก ธเนศ พิทักษ์ธีระธรรม (ขวา) Managing Director ของ MüLLER Object และ เซป กัญธนัช (ซ้าย) Brand Builder และ Design Director สองผู้อยู่เบื้องหลังดีไซน์คอลเล็กชั่น ‘The Puffiction’ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Craftsmanship: เมื่อดีไซน์ขบถ เขย่าวงการช่างรุ่นใหญ่
เบื้องหลังความนุ่มฟูของเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นในคอลเล็กชั่น ‘The Puffiction’ คือการทำงานร่วมกันอย่างหนักระหว่างดีไซเนอร์รุ่นใหม่กับช่างฝีมือชั้นครูที่บางคนทำงานกับ Muller Design Solution มาตั้งแต่อายุ 18 ปี จนตอนนี้ถึงวัยเกษียณ ดีไซน์ที่ดู "ขบถ" และแปลกตาของ MüLLER Object กลายเป็นการอัปสกิลให้กับช่างรุ่นใหญ่ที่คุ้นเคยกับงานแพตเทิร์นแบบเดิมมาตลอด โจทย์ความท้าทายคือการทำให้รูปทรงเรขาคณิตที่ดูเหมือนงานประติมากรรมสามารถใช้งานได้จริงและนั่งสบายที่สุด
“ทักษะงานฝีมือเนี่ย มันเกิดขึ้นได้จากการที่เราลองผิดลองถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วแก้ไขปรับปรุงพัฒนาไปเรื่อยๆ ช่างของเราบางคนอายุ 60 กว่าแล้ว แต่เรายังให้เขาทำงานอยู่ ให้เขารู้สึกถึงคุณค่าในผลงานของเขา วันนี้เขาเป็นทั้งช่างและเป็นคุณครู เป็นทุกอย่าง ที่ถ่ายทอดความรู้ให้กับคนรุ่นใหม่ครับ” เอ้กเล่า พร้อมเสริมว่าการลองผิดลองถูกครั้งใหม่นี้ทำให้คนทั้งโรงงานตื่นตัวและสนใจในดีไซน์ที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน

Above ILENE Recliner และ MAGI Armchair งานดีไซน์คอลเล็กชั่น ‘The Puffiction’ ที่บริเวณล็อบบี้ของ The Standard Hua Hin (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
สิ่งที่เราชอบมันไม่เท่ากับลูกค้าชอบ... คือเขาแฮปปี้ เขามีความสุขกับไอเท็มชิ้นนี้ แล้วมันอยู่ในสเปซของเขาที่เป็นตัวตนของเขา
Customisation: เพราะ "ไลฟ์สไตล์" คือจังหวะชีวิตที่แตกต่าง
เสน่ห์อีกอย่างของ MüLLER Object คือการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ "เลือก" ในสิ่งที่สะท้อนตัวตนได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสีหรือวัสดุของไอเท็มแต่ละชิ้นตามเหมาะสมได้ หรือแม้กระทั่งการสั่งทำชิ้นงานใหม่ (custom-made) ที่ยังไม่เคยมีในคอลเล็กชั่นมาก่อน ด้วยต้นทุนจากการเป็นโรงงานที่ทำทั้งงานเหล็ก งานไม้ และงานหุ้มเองแบบครบวงจร ทำให้แบรนด์ไม่มีข้อจำกัดในการสร้างสรรค์ผลงานตามจินตนาการของลูกค้า
“สิ่งที่เราชอบมันไม่เท่ากับลูกค้าชอบ... คือเขาแฮปปี้ เขามีความสุขกับไอเท็มชิ้นนี้ แล้วมันอยู่ในสเปซของเขาที่เป็นตัวตนของเขา” เอ้กกล่าวถึงหัวใจสำคัญในการให้บริการ เพราะสำหรับ MüLLER Object แล้ว เฟอร์นิเจอร์ไม่ได้เป็นแค่ของใช้ แต่คือ "ตัวโน้ต" ที่ลูกค้าแต่ละคนสามารถนำไปจัดเรียงให้เกิดเป็น "rhythm" หรือจังหวะชีวิตในแบบของตัวเองได้อย่างสนุกสนานและไร้ขีดจำกัด เช่น คอลเล็กชั่น ‘The Puffiction’ ที่นำ ‘soul’ และประสบการณ์ความสบายจากทักษะฝีมือการสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์ที่ใส่ใจดีเทล มาทำให้จับต้องได้จริงในชีวิตประจำวัน





