Cover Mokuren คอลเล็กชั่นโคมไฟ ผลงานความร่วมมือครั้งแรกระหว่าง Lladró กับ Naoto Fukasawa ที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกแมกโนเลียสีขาว ถูกถ่ายทอดเป็นศิลปะแห่งแสงในรูปทรงพอร์ซเลน (ภาพ: Lladró)

ประสบการณ์แห่งแสงโดย Lladró และ Crystal Symphony ที่สำรวจจุดตัดระหว่างรูปทรง หัตถศิลป์และดีไซน์ร่วมสมัย

เราอาจคุ้นชินกับบรรยากาศที่ “แสงไฟ” มักถูกมองเป็นเพียงองค์ประกอบเชิงฟังก์ชั่น ขอแค่สว่างมากพอก็พร้อมใช้งาน แต่ Lladró แบรนด์ประติมากรรมและโคมไฟพอร์ซเลนระดับตำนานจากบาเลนเซีย ประเทศสเปน กลับชวนให้เรามองแสงในมุมใหม่ เมื่อแสงทำได้มากกว่าแค่ให้ความสว่าง แต่สามารถถูกหล่อหลอม มีน้ำหนัก และสะท้อนตัวตน ผ่านงานจัดแสดงล่าสุดที่ Lladró จับมือร่วมกับ Crystal Symphony เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

Santhep Gambir รองประธานบริษัท Crystal Symphony ตัวแทนจำหน่าย Lladró อย่างเป็นทางการเพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้ให้เกียรติต้อนรับสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติสู่พื้นที่บูติก Crystal Symphony ย่านทองหล่อ ที่ถูกเนรมิตสู่บรรยากาศกึ่งพิพิธภัณฑ์ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านของแสงผ่านวัสดุพอร์ซเลน สะท้อนถึงความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดของรูปทรงและเฉดสีในคอลเล็กชั่นโคมไฟจาก Lladró

อ่านเพิ่มเติม: เมื่องานดีไซน์ไอคอนิกจาก Fritz Hansen กว่า 100 ชิ้น รวมอยู่ที่ The NORM Bangkok รูฟท็อปบาร์แห่งใหม่

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 (จากซ้าย) Roberto Lozano Marcote, Senior Trade Marketing Manager ของ Lladró, Santhep Gambir รองประธานบริษัท Crystal Symphony ตัวแทนจำหน่าย Lladró ในประเทศไทย, Reena Gambir ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด Crystal Symphony และ Silvia Pérez Nebot ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านการรังสรรค์ดอกไม้
Photo 2 of 3 Santhep Gambir รองประธานบริษัท Crystal Symphony
Photo 3 of 3 Reena Gambir ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด Crystal Symphony

Cascade: จังหวะแห่งความโปร่งแสง

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 Cascade คอลเล็กชั่นโคมไฟระดับรางวัลที่ออกแบบร่วมกับ Lee Broom ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ
Photo 2 of 4 Cascade คอลเล็กชั่นโคมไฟที่ออกแบบร่วมกับ Lee Broom ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ
Photo 3 of 4 Cascade คอลเล็กชั่นโคมไฟที่ออกแบบร่วมกับ Lee Broom ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ
Photo 4 of 4 Cascade คอลเล็กชั่นโคมไฟที่ออกแบบร่วมกับ Lee Broom ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ

ไฮไลต์ของงานคือ Cascade คอลเล็กชั่นโคมไฟระดับรางวัลที่นำมาเปิดตัวในไทยเป็นครั้งแรก เป็นผลงานการออกแบบร่วมกับ Lee Broom ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ ที่หลอมรวมงานช่างศิลป์พอร์ซเลนเข้ากับวิสัยทัศน์สมัยใหม่ โดยหยิบแรงบันดาลใจจากโคมกระดาษมาถ่ายทอดสู่เส้นสายที่เรียบสะอาดและรูปทรงเรขาคณิต เผยให้เห็นการเล่นกับความหมายของ “ความโปร่งแสง” และ “ความสมดุล” ผ่านรูปทรงที่ดูเบาแต่มีโครงสร้าง

ความน่าสนใจของ Cascade ไม่ได้อยู่เพียงรูปลักษณ์ แต่คือจังหวะที่มันสร้างให้กับพื้นที่ ระหว่างความทึบและความโปร่ง ระหว่างงานคราฟต์และความแม่นยำ และระหว่างอดีตและปัจจุบัน จนกลายเป็นชุดโคมไฟระย้าและโคมไฟตั้งโต๊ะแบบไร้สายที่โดดเด่นราวกับชิ้นงานประติมากรรมในตัวเอง

Tatler Asia
Above Cascade คอลเล็กชั่นโคมไฟระดับรางวัลที่ออกแบบร่วมกับ Lee Broom ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ
Tatler Asia
Above Cascade คอลเล็กชั่นโคมไฟระดับรางวัลที่ออกแบบร่วมกับ Lee Broom ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ

Nightbloom: มิติแสงที่ราวกับมีลมหายใจ

Tatler Asia
Above Nightbloom โดย Marcel Wanders ดีไซเนอร์ชาวดัตช์ที่บรรจงเรียงร้อยกลีบดอกพอร์ซเลนออกมาเป็นโคมไฟอย่างประณีต

รายล้อม Cascade คือผลงานอีกหลายชิ้นที่สะท้อนบทสนทนาระหว่าง Lladró กับโลกของดีไซน์ร่วมสมัย เช่น Nightbloom โดย Marcel Wanders ดีไซเนอร์ชาวดัตช์ที่ดึงศักยภาพเทคโนโลยี LED ออกมา และบรรจงเรียงร้อยกลีบดอกพอร์ซเลนอย่างประณีต สร้างการไล่ระดับแสงที่นุ่มนวลจากภายใน เกิดเป็นมิติแสงที่นุ่มนวลราวกับหายใจ ขณะที่คอลเล็กชั่นรางวัลอย่าง Seasons นำแรงบันดาลใจจากสไตล์ Art Deco และวัฏจักรธรรมชาติมาแปรเป็นสีสันสดใสและรูปทรงแห่งฤดูกาลมาสู่พื้นที่ภายในอาคาร คุณ Santhep ได้กล่าวถึงความพิเศษของโคมไฟชิ้นนี้ไว้ว่า

"โคมไฟนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดอกไม้ที่เบ่งบานในยามค่ำคืนครับ หากคุณมองในเวลากลางคืน โคมไฟนี้จะดูราวกับกำลังเคลื่อนไหวและมีชีวิตจริงๆ แต่นั่นไม่ใช่กลไกครับ มันคือเอฟเฟ็กต์อันน่าทึ่งของการทำพอร์ซเลน"

Tatler Asia
Above Nightbloom โดย Marcel Wanders ดีไซเนอร์ชาวดัตช์ที่บรรจงเรียงร้อยกลีบดอกพอร์ซเลนอย่างประณีต
Tatler Asia
Above Nightbloom โดย Marcel Wanders ดีไซเนอร์ชาวดัตช์ที่บรรจงเรียงร้อยกลีบดอกพอร์ซเลนอย่างประณีต

ในอีกมุมหนึ่ง Belle de Nuit คือผลงานจากการตีความโคมไฟแชนเดอเลียร์ใหม่ผ่านเฉดสี สเกลที่หลากหลายและดีไซน์ที่ตระการตา ส่วน Soft Blown โดย Nichetto และ A Bright Idea โดย Marcantonio ต่างเป็นคอลเล็กชั่นที่ทดลองขยายขอบเขตของพอร์ซเลนให้ก้าวไปสู่ภาษาการออกแบบที่ร่วมสมัยและมีมิติทางความคิดที่ลึกซึ้งมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม: คัด 16 ไอเท็มแต่งบ้านดีไซน์หรู แรงบันดาลใจจากม้าหรืออาชาสง่างาม ต้อนรับปีมะเมียธาตุไฟ

Tatler Asia
Above Belle de Nuit ตีความโคมไฟแชนเดอเลียร์ใหม่ผ่านเฉดสี สเกลที่หลากหลายและดีไซน์ที่ตระการตา
Tatler Asia
Above A Bright Idea โดย Marcantonio ขยายขอบเขตของพอร์ซเลนให้ก้าวไปสู่ภาษาการออกแบบที่ร่วมสมัย

Mokuren: หัตถศิลป์ที่จับต้องได้

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 Mokuren ผลงานความร่วมมือครั้งแรกกับ Naoto Fukasawa ดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากดอกแมกโนเลียสีขาว
Photo 2 of 3 Mokuren ผลงานความร่วมมือครั้งแรกกับ Naoto Fukasawa ดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากดอกแมกโนเลียสีขาว
Photo 3 of 3 Mokuren ผลงานความร่วมมือครั้งแรกกับ Naoto Fukasawa ดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากดอกแมกโนเลียสีขาว

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดอาจไม่ใช่แค่ตัวชิ้นงานสำเร็จ แต่ยังรวมถึง “กระบวนการ” เบื้องหลัง Mokuren ผลงานความร่วมมือครั้งแรกกับ Naoto Fukasawa ดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากดอกแมกโนเลียสีขาว ความงามที่อ่อนโยนและความเปราะบางถูกถ่ายทอดผ่านพอร์ซเลนอย่างประณีตบรรจง โดยคุณ Santhep ย้ำว่า "ความพิเศษที่ทำให้แชนเดอเลียร์ชิ้นนี้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร คือกลีบดอกไม้ทุกกลีบล้วนถูกปั้นและทำขึ้นด้วยมือทั้งหมด"

ภายในงาน Silvia Pérez Nebot ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านการรังสรรค์ดอกไม้ของแบรนด์ ได้บินตรงมาสาธิตการปั้นดอกไม้แบบสดๆ เผยให้เห็นทุกขั้นตอนของงานคราฟต์ที่อาศัยทั้งทักษะ ความละเอียด และจังหวะของมือ ในระหว่างการสาธิต เธอบรรจงหยิบก้อนดินพอร์ซเลนขึ้นมานวดอย่างคุ้นเคย ก่อนใช้ส้นมือและปลายนิ้วค่อยๆ กดและขึ้นรูปกลีบดอกไม้แต่ละกลีบอย่างแผ่วเบาและแม่นยำ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยทั้งน้ำหนักมือที่พอดีและความชำนาญขั้นสูง

Tatler Asia
Above Mokuren คอลเล็กชั่นโคมไฟ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากดอกแมกโนเลียสีขาว
Tatler Asia
Above Mokuren คอลเล็กชั่นโคมไฟ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากดอกแมกโนเลียสีขาว

Tatler ยังมีโอกาสได้พูดคุยกับ Silvia แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งช่วยเปิดมุมมองไปยังแนวคิดเบื้องหลังของคอลเล็กชั่น Mokuren สะท้อนให้เห็นว่าธรรมชาติ งานออกแบบ และหัตถศิลป์ ไม่ได้แยกออกจากกัน แต่หลอมรวมเป็นกระบวนการเดียวอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเราถามถึงเหตุผลที่เธอหลงใหลในการปั้นดอกไม้ เธอตอบว่า “สำหรับฉัน ดอกไม้คือความสมบูรณ์แบบค่ะ ความงดงามของมันอยู่ที่ความละเอียดอ่อนขั้นสุด ความประณีตของกลีบดอกไม้และความบางเฉียบของมัน เป็นความบอบบางที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งการจะปั้นพอร์ซเลนให้ถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านั้นออกมาได้ เป็นเรื่องที่ท้าทายและทำได้ยากมาก”

นอกจากเทคนิคการปั้นและการประกอบชิ้นส่วนพอร์ซเลนเข้ากับโครงสร้างของโคมไฟอย่างประณีตแล้ว เธอยังเผยให้เห็นถึงความใส่ใจในความหมายที่ซ่อนอยู่ของพรรณไม้ต่างๆ ที่ Lladró เลือกใช้ ซึ่งไม่ได้มีแค่เรื่องของความสวยงามเพียงมิติเดียว

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 Silvia Pérez Nebot ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านการรังสรรค์ดอกไม้ของ Lladró
Photo 2 of 4 Silvia Pérez Nebot ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านการรังสรรค์ดอกไม้ของ Lladró
Photo 3 of 4 Silvia Pérez Nebot ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านการรังสรรค์ดอกไม้ของแบรนด์ สาธิตการปั้นดอกไม้แบบสดๆ
Photo 4 of 4 Silvia Pérez Nebot ประกอบชิ้นส่วนพอร์ซเลนเข้ากับโครงสร้างของโคมไฟอย่างประณีต

ความประณีตและความบางเฉียบของกลีบดอกไม้เป็นความบอบบางที่เป็นธรรมชาติ การปั้นพอร์ซเลนให้ถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านั้นออกมาได้เป็นเรื่องที่ท้าทายและทำได้ยากมาก

- Silvia Pérez Nebot -

“ทุกอย่างล้วนมีความหมายซ่อนอยู่ค่ะ อย่างเช่นในผลงานเทวดาผู้พิทักษ์ (Protective Angel) ที่มีรายละเอียดของสร้อยข้อมือดอกไม้ป่าชิ้นเล็กๆ ดอกไม้เหล่านั้นไม่ได้ถูกใส่มาแค่เพื่อความสวยงาม แต่ถูกเลือกมาเพื่อสื่อความหมายเฉพาะตัวที่สอดคล้องกับชิ้นงาน"

แก่นของประสบการณ์ครั้งนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำความเข้าใจ “เวลา” และ “ความตั้งใจ” ที่ซ่อนอยู่ในทุกชิ้นงาน Lladró ซึ่งก่อตั้งขึ้นในเมืองบาเลนเซียตั้งแต่ปี 1953 ยังคงยึดมั่นในงานฝีมือแบบดั้งเดิม ขณะเดียวกันก็เปิดรับการตีความใหม่ผ่านความร่วมมือกับนักออกแบบร่วมสมัยจากทั่วโลก เพื่อรังสรรค์แสงสว่างที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ส่องทาง แต่ยังส่องสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งศิลปะอย่างแท้จริง

Topics

Chutima Katepongchai
Assistant Editor, Homes & Lifestyle, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชุติมา เกตุพงษ์ชัย ผู้ช่วยบรรณาธิการประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาสถาปัตยกรรม งานออกแบบ และไลฟ์สไตล์ เธอเล่าเรื่องบ้านและพื้นที่รอบตัวในฐานะแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน ผ่านบริบทร่วมสมัย