การชุบชีวิตบ้านหลังนี้ขึ้นใหม่ของ DIN Studio เสมือนเป็นจุดบรรจบระหว่างเสน่ห์แบบ mid-century modern และบรรยากาศผ่อนคลายสไตล์รีสอร์ต
ท่ามกลางความสงบเงียบของย่านเย็นอากาศ บ้านหลังนี้ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านพิเศษที่มีสมาชิกเพียงไม่กี่ครัวเรือน ความโดดเด่นของที่นี่ไม่ใช่แค่ความเป็นส่วนตัวที่หาได้ยาก แต่คือบ้านที่เป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมของ Robert G. Boughey สถาปนิกปรมาจารย์ผู้อยู่เบื้องหลังแลนด์มาร์กของไทยอย่างหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และสยามดิสคัฟเวอรี่ การชุบชีวิตวิมานหลังนี้ขึ้นใหม่ของ DIN Studio จึงไม่ใช่การทำลายโครงสร้างเดิม แต่เป็นการนิยามพื้นที่ภายในขึ้นใหม่ ให้กลายเป็นจุดบรรจบระหว่างเสน่ห์แบบ mid-century modern และบรรยากาศผ่อนคลายเหมือนรีสอร์ต ตามอย่างที่เจ้าของบ้านปรารถนา
อ่านเพิ่มเติม: Home Tour: เปิดบ้านอินทีเรียดีไซเนอร์ Patricia Ho Douven ที่ถอดบทเรียนจากการออกแบบโรงแรมหรู

Above ความโดดเด่นของบ้าน คือมีลักษณะเป็น split level ทุกชั้น (ภาพ: DIN Studio)
เสน่ห์ของบ้านหลังนี้คือโครงสร้างแบบ split-level ที่แบ่งความสูงออกเป็นทีละครึ่งชั้น รวมทั้งหมดห้าชั้น ซึ่ง ปิติกร ยศวัฒน และวรรวณิชย์ จิรรังสีรัตน์ พร้อมทีมออกแบบ จาก DIN Studio ปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์และความต้องการเจ้าของบ้าน
เมื่อก้าวเข้าสู่โถงต้อนรับ สายตาจะถูกดึงดูดด้วยพื้นที่นั่งเล่นลดระดับที่มาพร้อมโซฟาหนังสีดำขรึม สะท้อนกลิ่นอายพื้นที่ “Conversation Pit” ในงานออกแบบสไตล์ mid-century modern การลดระดับพื้นไม่เพียงสร้างความรู้สึกโอบล้อมและเป็นส่วนตัว แต่ยังช่วยเปลี่ยนห้องกะทัดรัดให้ดูสูงโปร่งได้อย่างถนัดตา ด้านข้างคือมินิบาร์ดีไซน์เฉพาะตัวที่มีท็อปหินเทอราซโซสีแดงมารูนที่ไปด้วยกันอย่างดีกับวัสดุไม้โทนเข้ม ดีไซน์ของขาทำจากวัสดุทองเหลืองรมดำดัดเป็นระนาบโค้งที่ทำให้มินิบาร์มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

Above มินิบาร์ที่มาพร้อมขาตั้งทองเหลือง ดัดระนาบโค้งอันเป็นเอกลักษณ์ (ภาพ: DIN Studio)

Above บันไดบริเวณห้องนั่งเล่นมีการกรุผนังด้วยกระเบื้องเซรามิกสีดําสอดรับกับโซฟาเบาะหนัง (ภาพ: DIN Studio)
หลังโซฟาเป็นบันไดทอดไปยังพื้นที่ชั้นสอง ซึ่งถูกสร้างและออกแบบขึ้นมาใหม่ เนื่องจากเจ้าของบ้านต้องการรื้อถอนบันไดเดิม เพื่อเปิดสเปซให้ดูโอ่โถงยิ่งขึ้น โดยตำแหน่งใหม่ของบันไดเป็นโครงสร้างที่เชื่อมกับผนังที่กรุด้วยกระเบื้องเซรามิกแฮนด์เมดสีดำ ดีไซน์บันไดใหม่ถูกออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากกราฟฟิกของยุค mid-century modern โดยบันไดสามขั้นแรกเป็นเทอราซโซสีแดงต่อเนื่องจากเคาน์เตอน์ท็อปของมินิบาร์ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว
ถัดขึ้นไปอีกระดับคือโซน pantry และ dining space ที่มีบรรยากาศอ่อนโยนขึ้น โต๊ะรับประทานอาหารถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกิจกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การดื่มด่ำกับมื้ออาหารอย่างเป็นทางการไปจนถึงการเอนกายพักผ่อน มุมอ่างล้างมือที่ซ่อนตัวอยู่ในผนังคือเซอร์ไพรส์ที่ DIN Studio ใส่เข้ามา โดยการกรุด้วยสเตนเลสเงาวาวสะท้อนแสง ตัดกับความอบอุ่นของงานไม้และวัสดุเฟอร์นิเจอร์คราฟต์ของพื้นที่

Above ส่วน pantry ตกแต่งในบรรยากาศผ่อนคลายด้วยวัสดุคราฟต์และเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ (ภาพ: DIN Studio)
สำหรับ study room ห้องทำงานขนาดกะทัดรัดนี้ถูกเนรมิตให้สดชื่น กะปรี้กะเปร่า ด้วยบานหน้าต่างที่เปิดรับวิวต้นไม้ใหญ่ภายนอก และต้อนรับแสงธรรมชาติเข้ามาอาบไล้ห้อง โต๊ะและเก้าอี้โทนสีเขียวสดใสช่วยปลุกพลังความสร้างสรรค์ได้อย่างดี ชั้นบน study room คือห้อง walk-in closet ที่โดดเด่นด้วยบานตู้ไม้วีเนียร์พันธุ์ Burl wood ลายริ้วโค้งแปลกตาย้อมสีขาวดำ ที่ถักทอลวดลายอย่างมีจังหวะ เสริมความหรูหราด้วยท็อปเคาน์เตอร์หินธรรมชาติสีเขียวมรกตที่กลายเป็นจุดนำสายตาอันน่าจดจำ

Above ห้องทํางานเปิดมุมมองรับความชุ่มชื่นต้นไม้ภายนอก พร้อมด้วยโต๊ะและเก้าอี้สีเขียวที่ช่วยสูบฉีดความสดชื่นเพิ่มเติม (ภาพ: DIN Studio)
สองชั้นบนสุดคืออาณาจักรส่วนตัวที่สะท้อนนิยามความผ่อนคลายอย่างรีสอร์ตได้ชัดเจน พื้นที่ห้องนอนและพื้นที่อาบน้ำแม้จะอยู่คนละชั้น แต่ถูกเชื่อมโยงกันด้วยช่องเปิดโล่งแบบไร้กำแพงหรือกระจกกั้นกลาง ทั้งสองบริเวณสามารถมองเห็นกันได้ มีเพียงม่าน roller blind ที่ทำหน้าที่สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับสองพื้นที่ ไฮไลต์อยู่ที่อ่างอาบน้ำที่กรุด้วยหินธรรมชาติสีเขียวซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับท็อปในห้องแต่งตัว ปลายห้องคือพื้นที่ส่วน shower ที่กรุด้วยกระเบื้องสีขาวและดำเป็นลายทาง ปลุกความสนุกสนานและสร้างคาแร็กเตอร์ให้พื้นที่ได้เป็นอย่างดี

Above หัวเตียงของห้องนอนโดดเด่นด้วยไม้อัดย้อมสีดํา ที่คงบรรยากาศผ่อนคลายแต่สร้างลูกเล่นน่าสนใจในเวลาเดียวกัน (ภาพ: DIN Studio)
ห้องนอนสร้างสรรค์บรรยากาศให้มีความผ่อนคลาย บริเวณหัวเตียงเป็นไม้วีเนียร์พันธุ์ Burl wood สีขาวดำเหมือนกับที่กรุบานตู้เสื้อผ้าห้อง walk-in closet ปลายเตียงคือเดย์เบดที่เปิดมุมมองไปสู่ห้องน้ำโดยไม่มีผนังกระจกกั้น วัสดุไม้ที่เป็นสีธรรมชาติและตู้มินิบาร์ที่ทำจากไม้ย้อมสีเขียว เชิญชวนให้นอนเอนกายพร้อมความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน

Above บานกระจกและโคมไฟของ powder room มีเส้นสายอิสระขับเน้นบรรยากาศผ่อนคลายและสะท้อนความใส่ใจของงานคราฟต์ในงานออกแบบนี้ (ภาพ: DIN Studio)

Above กระเบื้องเซรามิกสีแดงอยู่ร่วมกันอย่างลงตัวกับวัสดุไม้สีเข้มอันอบอุ่น (ภาพ: DIN Studio)
แม้แต่ละพื้นที่มีคาแร็กเตอร์โดดเด่นเป็นของตัวเอง แต่ทุกส่วนกลับร้อยเรียงกันได้เป็นเนื้อเรื่องเดียวกัน เคล็ดลับคือการเลือกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่สอดประสานกันอย่างมีจังหวะ แม้บ้านหลังนี้จะมีหลากสีสัน หลายพื้นผิว ตั้งแต่ความเงาวาวของสเตนเลส ความดิบของกระเบื้องคราฟต์ ไปจนถึงหินสีเขียวมรกตและเทอราซโซสีแดง แต่ทุกอย่างถูกคิดออกแบบมาอย่างถี่ถ้วนจนเกิดเป็นความสมดุลที่ลงตัว การหยิบจับวัสดุจากชั้นหนึ่งไปปรากฏในอีกชั้นหนึ่งอย่างแนบเนียน ช่วยสร้างบรรยากาศที่ผสมผสานความเท่แบบ mid-century modern และความอบอุ่นแบบรีสอร์ทเข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์แบบตามโจทย์ที่เจ้าของบ้านต้องการ

Above ลายกระเบื้องขาวดํา แต่งเติมความสนุกสนานให้กับห้องน้ําของบ้านได้เป็นอย่างดี (ภาพ: DIN Studio)
ถึงจะเป็นการเล่นกับวัสดุหลากหลายและการตกแต่งที่ท้าทายขีดจำกัด แต่บ้านหลังนี้คือเครื่องพิสูจน์ว่าหากผ่านการออกแบบเจียระไนอย่างเฉียบคม เข้าใจเสน่ห์ของพื้นที่และความต้องการผู้อยู่อาศัยอย่างชัดแจ้ง ผลลัพธ์คืองานออกแบบที่ผสานความโก้หรูแบบ mid-century modern และความสุนทรีย์อย่างรีสอร์ตเข้าด้วยกัน เป็นบ้านที่สะท้อนตัวตนของเจ้าของได้อย่างงดงาม




