บ้านพักในสิงคโปร์หลังนี้ออกแบบโดย Super Assembly ที่ใช้แสง อากาศ และภูมิทัศน์มาสร้างมิติและเติมชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ว่างตรงกลางได้อย่างน่าประทับใจ
การสร้างสรรค์ที่พักอาศัยเพื่ออนาคตเป็นทั้งความท้าทายและความน่าตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน เพราะต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ความยืดหยุ่น และความเฉลียวฉลาดทางสถาปัตยกรรม และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับบ้านขนาด 650 ตารางเมตรหลังนี้ของ Super Assembly ซึ่งออกแบบให้กับชายโสดที่ต้องการบ้าน 6 ห้องนอนสำหรับคนหลายช่วงวัย ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่ไม่ง่ายเลยสำหรับที่ดินทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกะทัดรัดในย่านที่มีแต่บ้านสองชั้น บ้านหลังใหม่นี้ถูกขนานนามว่า In-Between House ใช้เวลาสร้างประมาณสองปี ตั้งอยู่บนที่ดินซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านเดี่ยวของครอบครัวมาหลายชั่วอายุคน บ้านหลังนี้ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงอนาคต เพื่อเป็นพื้นที่ให้เจ้าของและครอบครัวในอนาคตได้กลับมารวมตัวกันในวัยเกษียณ

Above พื้นที่ชั้นลอยด้านหลังถูกออกแบบให้เป็นห้องนอนเพิ่มเติม ในขณะเดียวกันก็สร้างความรู้สึกที่สลับสับเปลี่ยนระหว่างความอบอุ่นและเปิดโล่งได้อย่างน่าสนใจ (ภาพ: Finbarr Fallon)
ผลลัพธ์ที่ได้คือที่พักอาศัยที่จัดวางพื้นที่อย่างชาญฉลาด ซึ่งเผยให้เห็นการแบ่งพื้นที่เป็นหลายส่วน โดยมีรอยตัดทางสถาปัตยกรรมที่ช่วยให้แสงและอากาศธรรมชาติไหลเวียนเข้ามา มีพื้นที่สีเขียวที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างภายในและภายนอกเลือนหายไป และมุมมองในแนวทแยงที่ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างชั้น

Above มุมมองจากห้องอาหารที่ให้บรรยากาศอบอุ่น ตกแต่งด้วยไม้โทนสีอบอุ่น (ภาพ: Finbarr Fallon)
STRATEGIC PLANNING
โครงการนี้นำโดยบริษัทสถาปัตยกรรม Super Assembly ซึ่งเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งระหว่างสถาปนิกหลัก อิสกันดาร์ อิดริส (Iskandar Idris) กับอาจารย์สมัยมหาวิทยาลัยของเขา ตัน เต็ก เคียม (Tan Teck Kiam) ซึ่งคำแนะนำของอาจารย์ในช่วงเวลาสำคัญนั้นได้ช่วยหล่อหลอมแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมของเขา
“หนึ่งในคำถามแรกที่ผมถามลูกค้าคือ คุณชอบต้นไม้ใบหญ้าไหม” อิสกันดาร์เล่า “เขาตอบว่าชอบ แต่ก็อยากอยู่ในห้องแอร์ด้วย นั่นทำให้เราเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะนำภายนอกเข้ามาในบ้านและทำให้เส้นแบ่งเหล่านั้นเลือนหายไปตั้งแต่เริ่มต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัด”
คำตอบคือการแบ่งมวลของบ้านออกเป็นสี่ส่วน และมีช่องว่างคั่นอยู่ระหว่างแต่ละส่วน พื้นที่ระหว่างกลางเหล่านี้มีประโยชน์สองเท่า ทั้งนำแสงและอากาศธรรมชาติเข้ามายังพื้นที่ด้านในได้ลึกขึ้น และยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวในบ้านที่ติดกับบ้านข้างเคียงได้ด้วย ไม่มีหน้าต่างบานใดที่หันเข้าหากำแพงของเพื่อนบ้าน แต่มุมมองจะถูกกำหนดให้มองข้ามคอร์ทยาร์ด และมองในแนวทแยงระหว่างพื้นที่แต่ละส่วน ทำให้เกิดจังหวะเชิงพื้นที่ที่ซ้อนทับกัน “หากมองจากถนน บ้านยังคงดูเหมือนบ้านสองชั้น” อิสกันดาร์กล่าว “แต่ที่ด้านหลัง เราได้เพิ่มชั้นลอยเข้าไปเพื่อสร้างห้องนอนสำรองอย่างที่เราต้องการ โดยไม่กระทบต่อพื้นที่หลัก”

Above ทางเดินชั้นลอยแห่งนี้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นมุมสำหรับอ่านหนังสือพร้อมวิวที่มองเห็นห้องนั่งเล่นและต้นไม้ด้านนอก (ภาพ: Finbarr Fallon)
ต้นหนวดปลาหมึกที่ดูราวกับงานประติมากรรมตั้งอยู่ใจกลางโถงทางเข้า ลำต้นเรียวของมันทอดยาวขึ้นไปสามชั้นของตัวบ้านใต้ช่องรับแสงจากหลังคาที่ดึงแสงแดดเข้ามาลึกถึงใจกลางบ้าน ส่วนกระบะต้นไม้ถูกแขวนลอยอยู่ด้านบน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของห้องสวีทหลักในชั้นใต้หลังคา และยังเสริมแนวคิดการเป็นสวนแนวตั้งของบ้านด้วย “ถ้าคุณดูการจัดวางพื้นที่” อิสกันดาร์กล่าว “คุณจะเห็นว่ามันสลับกันไปมาระหว่างกระบะต้นไม้และช่องรับแสงจากหลังคา ซึ่งออกแบบมาเพื่อกรองทั้งแสงและต้นไม้ให้กระจายไปทั่วทั้งบ้าน”
ในส่วนอื่นๆ ต้นไม้ก็แทรกตัวขึ้นมาจากพื้นที่จอดรถและพื้นภายใน ขณะที่การจัดสวนก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไปตามแต่ละส่วนของบ้าน ตั้งแต่สวนที่ถูกจัดแต่งอย่างพิถีพิถันไปจนถึงพื้นที่ต้นไม้เล็กๆ ที่ใกล้บันไดและระเบียงชั้นบน ภาษาทางสถาปัตยกรรมยังสะท้อนถึงการจัดวางพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ ด้วยการใช้วัสดุหุ้มผนังสีดินเผาที่อบอุ่นต่อเนื่องจากด้านหน้าอาคารไปสู่ภายใน รวมถึงแผ่นไม้แนวตั้งและวอลเปเปอร์ทอที่เลียนแบบลำต้นของต้นไม้บนผนังภายใน ภาพรวมที่ออกมาจึงไม่ใช่แค่บ้านที่มีสวน แต่เป็นบ้านที่เปรียบเสมือนสวนนั่นเอง
การเลือกพันธุ์ไม้ก็ตั้งใจไม่แพ้กัน ต้นหนวดปลาหมึกถูกเลือกเพราะสัดส่วนที่ดูสง่า และความทนทานต่อการเจริญเติบโตภายในอาคาร การมีลำต้นที่เรียวบางและทรงพุ่มช่วยให้แสงส่องผ่านได้ ส่วนกระบะต้นไม้บนดาดฟ้าที่ลึกประมาณ 50 เซนติเมตร มีระบบรดน้ำอัตโนมัติ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการดูแลรักษาง่าย

Above ห้องนอนนี้มีหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นห้องนั่งเล่นแบบดับเบิลวอลุ่ม (ภาพ: Finbarr Fallon)
ROOM TO GROW
แม้โจทย์ที่ได้รับจะเข้มข้น แต่ประสบการณ์ในการใช้ชีวิตภายในบ้านกลับไร้ข้อจำกัด เจ้าของบ้านซึ่งเป็นผู้ที่ชื่นชอบเครื่องเสียง ปัจจุบันใช้พื้นที่เล็กๆ ของบ้านทำเป็นห้องพักส่วนตัวของเขา เชื่อมต่อกับห้องฟังเพลงที่เก็บแผ่นเสียงและซีดี ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนแขกได้ในภายหลัง อิสกันดาร์กล่าวว่า “เราออกแบบเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตเสมอ”
บ้านหลังนี้สร้างสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวและการอยู่ร่วมกัน ด้วยการใช้ภาษาเชิงพื้นที่ที่เล่นกับความรู้สึกของพื้นที่ที่แคบและกว้างสลับกัน “เรามักจะชอบขนาดของพื้นที่ที่มีการเล่นระดับที่แตกต่างกัน” อิสกันดาร์กล่าว “สมมติว่าถ้าผมออกแบบทุกพื้นที่ให้สูง 5 เมตร คุณอาจจะรู้สึกว่ามันไม่สูงพอ เพราะประสบการณ์ที่ได้รับมันดูราบเรียบไปหมด” ห้องนอนมีความอบอุ่นและสบาย บางส่วนมีเพดานสูงเพียง 2.45 เมตร ขณะที่โถงทางเข้ากลางบ้านมีเพดานสูงกว่า 7 เมตร
Super Assembly หลีกเลี่ยงการใช้ดาวน์ไลท์ แต่เลือกใช้ไฟหลืบไฟซ่อน ซึ่งติดตั้งโดย Sol Luminaire การตัดสินใจใช้ไฟประเภทนี้ช่วยให้สถาปัตยกรรมดูโล่งโปร่ง เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวซึ่งส่วนใหญ่มาจาก King Living ถูกจัดวางเพื่อส่งเสริมมากกว่าที่จะแข่งขันกับงานสถาปัตยกรรม มุมมองในแนวทแยงระหว่างชั้นต่างๆ เช่นจากหน้าต่างในห้องนอนไปยังพื้นที่ส่วนกลางด้านล่าง สร้างโอกาสในการเชื่อมต่อถึงกัน

Above ช่องรับแสงขนาดใหญ่บนเพดานและช่องเปิดทรงกลมบนพื้นถูกเจาะเพื่อรองรับต้นไม้สูง ทำให้พื้นที่พักบันไดกลายเป็นภาพที่น่ารื่นรมย์ (ภาพ: Finbarr Fallon)

Above การดัดแปลงจากสองชั้นเป็นสี่ชั้นค่อยๆ เผยให้เห็นพื้นที่ใช้สอยที่เล่นระดับ (ภาพ: Finbarr Fallon)
ทางเดินรอบบ้านถูกพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อรองรับทั้งการพักผ่อนส่วนตัวและการใช้ชีวิตร่วมกัน “เมื่อคุณอยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง คุณจะมองลงไปเห็นว่าคนในครอบครัวกำลังทำอะไรอยู่” อิสกันดาร์กล่าว “มันมีการซ้อนทับกันของสิ่งที่คุณสามารถมองเห็นได้เกินกว่าพื้นที่นั้นเสมอ ตัวอย่างเช่น หน้าต่างเบย์วินโดว์ในห้องเก็บแผ่นเสียง ให้ช่วงเวลาที่สงบเงียบ ขณะที่ห้องทำงานบนชั้นลอยก็มองเห็นห้องนั่งเล่น”
ท้ายที่สุด สิ่งที่น่าจะกลายเป็นบ้านที่แออัดและสร้างเกินความจำเป็น กลับได้รับการแก้ไขอย่างชาญฉลาดจนกลายเป็นผลงานที่งดงามราวกับการจัดวางองค์ประกอบของปริมาตร ช่องว่าง และพืชพรรณ ที่ซึ่งความเป็นส่วนตัว ความโปร่ง และความเป็นไปได้อยู่ร่วมกัน
ในบ้านหลังนี้ พื้นที่ระหว่างกลางมีความสำคัญไม่แพ้ห้องทั่วไปที่มีผนังทึบ “จริงอยู่ที่เราต้องการเติมเต็มแต่ละส่วนของบ้านให้น่าสนใจ แต่ในรูปแบบที่ยังคงให้ความรู้สึกกว้างขวาง และช่องว่างเหล่านั้นทำให้เราได้สิ่งนั้น” อิสกันดาร์กล่าว พื้นที่ว่างเหล่านี้มีความสำคัญยิ่งนัก

Above หินอ่อนสีเขียวช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับห้องน้ำ พร้อมด้วยกระจกเงาบานใหญ่ที่ช่วยให้พื้นที่ดูกว้างขึ้นเป็นเท่าตัว (ภาพ: Finbarr Fallon)
This story was originally written in English by Asih Jenie.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2025 โดย Asih Jenie โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ





