จาก Benjamin Paulin ไปจนถึง David Kohler แบรนด์ดีไซน์เหล่านี้ได้สร้างสรรค์งานสุดล้ำเพื่อตอบโจทย์พื้นที่บ้านโดยยังคงหัวใจของธุรกิจครอบครัวไว้
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ท่ามกลางเทรนด์และรสนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป แบรนด์ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านที่เป็นธุรกิจครอบครัวเหล่านี้ยังคงให้ความสำคัญกับงานฝีมืออันประณีตโดยไม่ลดทอนฟังก์ชั่นการใช้งาน การสานต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่นทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเป็นมากกว่าแค่วัตถุชิ้นหนึ่ง พวกมันไม่ได้เป็นเพียงเครื่องใช้ที่มีประโยชน์ แต่ยังเป็นตัวแทนของความทุ่มเทและการทำงานหนักนับทศวรรษเพื่อผลักดันขอบเขตของดีไซน์ให้ก้าวไกล
เพื่อเฉลิมฉลองให้กับประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของแบรนด์เหล่านี้ Tatler จึงได้รวบรวมเรื่องราวที่น่าสนใจของเหล่าทายาทผู้รับช่วงต่อจากดีไซเนอร์รุ่นก่อน ซึ่งรวมถึงบทสัมภาษณ์สุดพิเศษกับ David Kohler และ Benjamin Paulin
อ่านเพิ่มเติม: ไอเดียของขวัญวันแม่ กับลิสต์เครื่องครัวพรีเมี่ยมที่จะเปลี่ยนทุกมื้อให้กลายเป็นช่วงเวลาพิเศษ
David Kohler
Kohler ก่อตั้งขึ้นในปี 1873 โดย John Michael Kohler และ Charles Sliberzahn สองผู้อพยพชาวออสเตรีย เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่โดดเด่นด้านสุขภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ห้องน้ำสุดหรู ในปี 1883 Kohler ได้เคลือบสารอีนาเมลบนรางใส่อาหารม้าเหล็กหล่อ จนกลายเป็นอ่างอาบน้ำชิ้นแรกของบริษัท การบริหารงานได้ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และในปัจจุบัน David Kohler คือผู้กุมบังเหียนธุรกิจของครอบครัวนี้
“ผมรักกระบวนการสร้างสรรค์มากที่สุด” Kohler กล่าวในการสัมภาษณ์กับ Tatler “ห้องน้ำเป็นเพียงพื้นที่พื้นฐานธรรมดาๆ เป็นจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของวันที่มีความเป็นส่วนตัวสูง แต่เราต้องการทำให้พื้นที่นั้นพิเศษสำหรับคุณ เป็นพื้นที่ที่สะท้อนรสนิยมการออกแบบส่วนตัวของคุณ เราเชื่อในการสร้างช่วงเวลาในทุกวันให้มีความหมายและพิเศษ”
แม้ว่าบริษัทจะมีอายุถึง 151 ปี แต่ Kohler ยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น สุขภัณฑ์อัจฉริยะและฝักบัวระบบดิจิทัล เพื่อผลักดันเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนเป็นอันดับแรก
Roberto และ Christian Molon
ตั้งแต่อายุสิบเอ็ดปี Francesco Molon ใช้เวลาอย่างน้อย 12 ชั่วโมงต่อวันไปกับการทำงานไม้ เขาหลงใหลในกระบวนการแกะสลักไม้เป็นชิ้นงานวิจิตร เมื่อเติบโตขึ้นและก่อตั้งบริษัทของตัวเอง เขาก็ได้ทำงานร่วมกับช่างฝีมือผู้สร้างสรรค์ที่สุดเท่าที่จะหาได้ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาบริษัทก็ได้ขยายตัวไปสู่ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบัน Roberto Molon และ Christian Molon ได้เดินตามรอยเท้าของผู้เป็นพ่อ เพื่อสืบสานงานศิลปะการทำเฟอร์นิเจอร์อันสลับซับซ้อนที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ตอนนี้พวกเขาได้สร้างสรรค์ผลงานเก้าอี้, ตู้, โต๊ะทำงาน และเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆ ที่จะเข้ากันได้อย่างลงตัวกับสุนทรียภาพที่หรูหรา ขณะเดียวกันก็ยังสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นร่วมสมัยที่ผสมผสานประเพณีอันสง่างามเข้ากับรสนิยมยุคใหม่
Alberto Alessi

Above Alberto Alessi (ภาพ: Design Institute of Australia)

Above เครื่องคั้นมะนาว Alessi (ภาพ: Un Progetto)
ในปี 1921 Giovanni Alessi และพี่ชายได้ก่อตั้งเวิร์กช็อปชื่อ Fratelli Alessi Omegna ขึ้น ซึ่งพวกเขาได้สร้างสรรค์ผลงานจากทองแดง ทองเหลือง และนิกเกิลเงิน ต่อมา Carlo Alessi ลูกชายของ Giovanni ได้เข้าร่วมบริษัทและสร้างสรรค์ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ ตลอดเกือบ 100 ปีที่ผ่านมา ทายาทของพวกเขายังคงปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง
Alberto Alessi หลานชายของ Giovanni ได้เข้าร่วมบริษัทในปี 1970 เขาพัฒนาดีไซน์ใหม่ๆ อย่างถาด ตะกร้า และระบบโต๊ะอาหารแบบโมดูลาร์ จนเปลี่ยนบริษัทให้กลายเป็น 'โรงงานแห่งดีไซน์' ในปัจจุบัน Alessi ยังคงสนับสนุนให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการวิจัยที่ก้าวล้ำ เพื่อสำรวจรูปแบบการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร และผลักดันขอบเขตของการแสดงออกถึงตัวตน
อ่านเพิ่มเติม: สำรวจเทรนด์และความหมายของ ‘บ้าน’ ปี 2025 พร้อมไอเดียออกแบบบ้านให้เป็น Wellness Sanctuary ในฝัน
Pierre Paulin และ Benjamin Paulin
หนึ่งในนักออกแบบที่โดดเด่นที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 คือ Pierre Paulin ซึ่งผลงานของเขาเป็นดั่งทั้งนวัตกรรมและความงาม ในทศวรรษที่ 1960 Paulin ได้สร้างสรรค์ผลงานออร์แกนิกที่น่าทึ่ง อย่าง Mushroom Chair, Ribbon Chair และ Tongue Chair โดยเฟอร์นิเจอร์ของเขาให้ความสำคัญกับความสบายตามหลักสรีรศาสตร์โดยไม่ลดทอนสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ อีกหนึ่งผลงานสร้างสรรค์ที่โดดเด่นของเขาคือ Dune Sofa ที่มีรูปทรงโค้งเว้าชวนให้นึกถึงภูมิทัศน์ทะเลทราย
ปัจจุบัน Benjamin Paulin ลูกชายของ Paulin ได้เข้ามาดูแลบริษัทและมุ่งมั่นสานต่อวิสัยทัศน์ “ผมเติบโตมากับงานดีไซน์ที่ถูกปฏิเสธอยู่เต็มบ้าน” เขาเล่าให้ Tatler ฟัง “ต้นแบบที่ไม่ได้ไปต่อ ความฝันที่ไม่เป็นจริง... ชิ้นงานเหล่านั้นคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผมในวัยเด็ก”
โปรเจ็กต์ที่ร่างขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1960 ถึง 1980 เหล่านี้กำลังจะกลายเป็นจริงภายใต้การดูแลของ Paulin ซึ่งปัจจุบันเหล่าคนดังอย่าง Kanye West และ Frank Ocean ต่างก็ภาคภูมิใจที่ได้มีชิ้นงานของ Paulin ไว้ในครอบครอง “ผมไม่ได้มองว่าสิ่งที่เรากำลังทำคือแบรนด์” เขาเน้นย้ำ “ผมมองว่ามันเหมือนการเป็นสมาชิกในคลับมากกว่า”
Paolo Orlandini และ Folco Orlandini

Above ทีมออกแบบที่อยู่เบื้องหลัง Orlandini พรีเซนต์ชิ้นงานให้ Paolo และ Folco Orlandini (ภาพ: Orlandini Design)

Above โต๊ะทำงานแบบโมโนลิธ (ภาพถ่าย: Orlandini Design)
Paolo Orlandini สถาปนิกและนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ชาวอิตาเลียน เริ่มทำงานกับดีไซเนอร์ Roberto Lucci ในปี 1968 โดยร่วมกันสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลให้กับบริษัทใหญ่ๆ อย่าง Velca และ Knoll ทีมงานได้สร้างสรรค์ราวแขวนเสื้อและที่ตั้งร่ม VIP ในปี 1970 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่ยาวนานถึงสี่ทศวรรษ ในปี 2009 Orlandini ได้ร่วมก่อตั้ง Orlandini Design Studio กับ Folco Orlandini ลูกชายของเขา และ Gianno Martelli
ที่ Orlandini Design Studio ทีมงานให้ความสำคัญกับเฟอร์นิเจอร์ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกที่จับต้องได้ต่อชีวิตของผู้คน ด้วยการผสมผสานระหว่างการใช้งานจริงและเข้าถึงได้ง่าย ทีมงานออกแบบของ Orlandini ยังคงสร้างสรรค์ชิ้นงานรูปทรงเรขาคณิตด้วยสีสันที่ดูสนุกสนาน เหมาะสำหรับทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ทำงาน
Piero Lissoni และ Francesco Lissoni
Piero Lissoni คือหนึ่งในดีไซเนอร์ร่วมสมัยที่โดดเด่นที่สุดในปัจจุบัน โดยมีอาชีพในด้านสถาปัตยกรรมระดับโลก, ภูมิสถาปัตยกรรม และการออกแบบภายในที่ยาวนานถึงสามทศวรรษ เขายังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของบริษัทต่างๆ เช่น Boffi และ Porro รวมถึงออกแบบให้กับแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ อย่าง Alessi, B&B Italia, Fendi Casa และ Kartell อีกด้วย
Francesco Lissoni ลูกชายของเขา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ร่วมบริหารแผนกออกแบบของ Lissoni and Partners และเป็นหุ้นส่วนของบริษัทมาตั้งแต่ปี 2019 เขาสนใจในด้านหุ่นยนต์และการออกแบบเกมเป็นพิเศษ รวมถึงพัฒนาโปรเจ็กต์ศิลปะในเวลาว่าง
Maurizio Riva

Above Maurizio Riva

Above ตู้เปิด Revo (ภาพ: Riva 1920)
ที่เวิร์กช็อปของครอบครัวในเมือง Cantù ซึ่งเป็นเมืองในแคว้น Como ของอิตาลี Nino Romano ได้เริ่มผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้จริงแบบคลาสสิก หลังจากสงคราม Mario Riva ได้รับช่วงต่อจากพ่อของเขา และเรียนรู้ความซับซ้อนของการสร้างตู้แบบสั่งทำพิเศษในสไตล์ Brianza
ในที่สุด Maurizio และ Davide Riva สองพี่น้องก็ได้เข้ารับช่วงต่อจากพ่อเพื่อบริหาร Riva 1920 Maurizio Riva ได้เดินทางไปนิวยอร์กและรู้สึกทึ่งกับการใช้ไม้ที่ปลูกทดแทน จึงได้สร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์ไม้เชอร์รี่จริงของตัวเอง
“ผมมองว่าตัวเองเป็นแค่ช่างไม้ที่ทำงานมา 55 ปี” Maurizio Riva กล่าวหลังจากได้รับรางวัล Compasso d’Oro อันทรงเกียรติสำหรับความสำเร็จตลอดชีวิตจากการอุทิศตนให้กับงานไม้ของอิตาลี ปัจจุบัน Riva 1920 ได้ร่วมมือกับดีไซเนอร์ชื่อดังระดับนานาชาติเพื่อสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์ที่ยั่งยืนแต่ยังคงฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างครบถ้วน
This story was originally written in English by Celine Dabao.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2024 โดย Celine Dabao โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
เมื่อความงามหลอมรวมกับดีไซน์ ผลิตภัณฑ์บิวตี้จึงกลายเป็นทั้งไอเท็มเสริมลุคและชิ้นงานเติมเต็มบ้าน
เจาะลึกหัวใจแห่งวัสดุ กับงานออกแบบ Hermès Home collection ในงาน Milan Design Week 2025

















