สะท้อนนิยาม ‘บ้าน’ ของคนยุคใหม่ที่มองบ้านเป็นพื้นที่ที่ผสานทั้งความงามและฟังก์ชั่น เติมเต็มตัวตนและพักใจในวันที่โลกหมุนเร็วเกินไป คำถามคือจะออกแบบบ้านอย่างไรให้ตอบโจทย์ทั้งรสนิยมและสมดุลชีวิตที่เราตามหา
รายงาน The Wealth Report 2024 โดย Knight Frank เผยว่าความต้องการที่อยู่อาศัยระดับอัลตร้าพรีเมี่ยมยังคงเติบโตต่อเนื่องทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของกลุ่ม Ultra-High-Net-Worth Individuals หรือ UHNWIs ที่ให้ความสำคัญกับการอยู่อาศัยระยะยาวมากกว่าการลงทุนเพื่อเก็งกำไร
Knight Frank ยังชี้ว่า แนวโน้มการซื้อบ้านของกลุ่ม UHNWIs กำลังเปลี่ยนไปสู่การให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิตภายในบ้าน” มากขึ้น ทั้งในด้านการออกแบบที่ยืดหยุ่น วัสดุที่มีคุณภาพและยั่งยืน ไปจนถึงฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงๆ เช่น พื้นที่ทำงานแบบไฮบริด การออกแบบเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี และความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น
“บ้านในอุดมคติของคนยุคใหม่ไม่ได้วัดกันแค่ขนาดหรือมูลค่า แต่มันคือพื้นที่ที่ผสานความผ่อนคลาย รสนิยมส่วนตัว และการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพในทุกวัน” Antoine Besseyre des Horts หัวหน้าทีม LIXIL Global Design ประจำภูมิภาคเอเชีย นักออกแบบชาวฝรั่งเศสผู้เคยผ่านงานระดับโลกกล่าวกับ Tatler พร้อมชวนเราพูดคุยถึงเทรนด์การออกแบบบ้านปี 2025 ที่จะช่วยเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็น “พื้นที่แห่งความเป็นอยู่ที่ดี” อย่างแท้จริง
อ่านเพิ่มเติม: Affectionate Intelligence ปัญญาประดิษฐ์ที่เรียนรู้ชีวิตและอารมณ์ เพื่อปรับประสบการณ์ในบ้านอย่างชาญฉลาด

Above Antoine Besseyre des Horts หัวหน้าทีม LIXIL Global Design ประจำภูมิภาคเอเชีย
เทรนด์บ้านปี 2025: พักใจ-ตัวตน-ปรับเปลี่ยน-ใส่ใจ
Antoine เล่าให้ฟังว่า ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โลกเผชิญความเปลี่ยนแปลงหลากหลาย ทั้งโรคระบาด โครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่พลิกผัน รวมถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ล้อมรอบบ้านเรา การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นตัวเร่งให้ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับ “บ้านในฐานะพื้นที่ฟื้นฟูสุขภาพกายและใจ” (Home as a wellness space) มากขึ้น
“บ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่ แต่มันคือ ‘ที่หลบภัย’ ที่เราสามารถชะลอจังหวะชีวิต ชาร์จพลังและฟื้นคืนสมดุลจากความเร่งรีบและการเชื่อมต่อดิจิทัลตลอดเวลา” Antoine กล่าว

Above Grohe The Atrio Collection ดีไซน์ที่ให้ผู้ใช้งานกำหนดได้เอง ทั้งขนาดและฟินิช ครอบคลุมทุกความต้องการและคาแร็กเตอร์ของพื้นที่ (ภาพ: Grohe)
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและพลวัต Antoine ชี้ว่าเทรนด์บ้านมี 4 มิติที่โดดเด่น ได้แก่
บ้านเป็นพื้นที่หลบพักใจ (Sanctuary): ผู้คนแสวงหาบ้านที่ช่วยผ่อนคลายและเติมพลังจากความเหนื่อยล้าในแต่ละวัน “บ้านกลายเป็นพื้นที่สำคัญในชีวิตที่ช่วยเยียวยาจิตใจและร่างกายคนเราในยุคนี้” Antoine กล่าว
บ้านที่สะท้อนตัวตน (Personalisation): โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับโลกออนไลน์และสื่อโซเชียล พวกเขาต้องการให้บ้านของพวกเขาบอกเล่าเรื่องราวและรสนิยมที่แตกต่าง
“คนรุ่นใหม่กล้าที่จะทดลองมากกว่ารุ่นก่อนๆ เพราะพวกเขาเข้าถึงแรงบันดาลใจจาก Instagram, TikTok, Pinterest ได้ง่าย และอยากให้บ้านเป็นพื้นที่บอกเล่าตัวตนได้อย่างชัดเจน” Antoine เสริม


พื้นที่ที่ปรับเปลี่ยนได้ (Multi-purpose Space): จากรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดและการอยู่ร่วมหลายเจเนอเรชั่นในบ้านเดียวกัน ทำให้เกิดความต้องการพื้นที่ที่ปรับเปลี่ยนตามกิจกรรมได้หลากหลาย "เราเริ่มเห็นขอบเขตระหว่างพื้นที่ต่างๆ เบลอลง การทำกำแพงที่ปรับเปลี่ยน ฟังก์ชั่นบ้านที่ยืดหยุ่นตามกิจกรรมและเวลา ซึ่งช่วยให้บ้านตอบโจทย์ทุกบทบาทของชีวิต"
ความยั่งยืนและ ‘ใส่ใจโลก’ (Sustainability): ผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และมองหาวัสดุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ เช่น กระเบื้องจาก INAX ที่ดูดซับความชื้นและฟอกอากาศได้ หรือวัสดุก่อสร้างอย่างไม้แปรรูปขนาดใหญ่ที่ผ่านกระบวนการยั่งยืน "ผู้คนมีความต้องการวัสดุที่ยั่งยืนมากขึ้น เช่น ไม้แปรรูปขนาดใหญ่ หรือคอนกรีต/ซีเมนต์ชนิดใหม่ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง"

Above บ้านกลายเป็นพื้นที่สำคัญในชีวิตที่ช่วยเยียวยาจิตใจและร่างกาย (ภาพ: Grohe Spa)
พลิกโฉมบ้านสู่ ‘ระบบนิเวศแห่งความเป็นอยู่ที่ดี’
เพื่อเปลี่ยนบ้านให้เป็นพื้นที่สมดุลอย่างแท้จริง Antoine แนะนำให้ “มองจากภายในสู่ภายนอก” (Look from Within) นั่นคือเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้งว่าเราต้องการชีวิตแบบไหน แล้วจึงเลือกวัสดุ สี และของตกแต่งที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง
“บ้านคือกระจกสะท้อนตัวตนและความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย” Antoine กล่าว และเสริมว่าอีกหนึ่งแนวคิดที่สำคัญคือการมองบ้านเป็น “ระบบนิเวศแห่งการพักผ่อน” (Wellness Ecosystem) โดยแต่ละห้องมีบทบาทสำคัญที่สร้างสมดุลชีวิต เช่น ห้องครัวที่เชื่อมสัมพันธ์ครอบครัว ห้องนั่งเล่นที่เป็นพื้นที่เชื่อมต่อ และห้องนอนที่ช่วยพักผ่อนเต็มที่
“ห้องน้ำกลายเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับความเป็นส่วนตัว มันคือที่เดียวในบ้านที่คุณได้มี ‘เวลาส่วนตัว’ จริงๆ” Antoine ย้ำ
อ่านเพิ่มเติม: เคล็ดฮวงจุ้ยเพื่อสัตว์เลี้ยงแสนรัก เสริมพลังความสุขและโชคลาภให้พื้นที่ ‘บ้าน’

Above ในมุมมองของ Antoine ห้องน้ำกลายเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับความเป็นส่วนตัว มันคือที่เดียวในบ้านที่เราได้มี ‘เวลาส่วนตัว’ จริงๆ (ภาพ: Grohe)
3 วิธีง่ายๆ เพิ่มคุณภาพชีวิตในบ้าน
Antoine แนะนำ 3 สิ่งที่ทำได้ทันที เพื่อเพิ่มความสุขในการอยู่อาศัย
แสงธรรมชาติ (Natural Lighting): แสงไม่ใช่แค่เรื่องฟังก์ชั่น แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ส่งผลต่อความรู้สึกและพลังงานภายในบ้าน การเปิดรับแสงธรรมชาติ หรือใช้เทคโนโลยีจำลองแสงธรรมชาติ ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและเติมชีวิตชีวา
“แสงมีผลต่ออารมณ์ในบ้านมากกว่าที่เราคิด” Antoine กล่าว
สีและพื้นผิว (Color and Finishes): การเลือกสีอย่างชาญฉลาดอาจช่วยขยายหรือจำกัดพื้นที่ เช่น สีโทนอ่อนทำให้ห้องเล็กดูกว้างขึ้น โทนสีธรรมชาติสร้างบรรยากาศสงบ ส่วนสีสดใสในจุดที่เน้นช่วยเติมพลังชีวิต “สีและพื้นผิวเปลี่ยนอารมณ์บ้านได้อย่างน่าทึ่ง”
ธรรมชาติในบ้าน (Greenery): การนำต้นไม้ น้ำ หรือองค์ประกอบธรรมชาติเข้ามาเชื่อมโยงกับโลกภายนอกสร้างความสงบและผ่อนคลาย “องค์ประกอบสีเขียวช่วยเพิ่มชีวิตชีวาและความรู้สึกเชื่อมต่อกับธรรมชาติ” Antoine เสริม

Above ออกแบบช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลาย เติมพลัง และคืนสมดุลให้จิตใจ (ภาพ: Grohe Spa)

Above โทนสีสว่างและธรรมชาติ ทำให้บ้านดูสดชื่น เย็นสบาย และชวนรู้สึกสงบ (ภาพ: Grohe Spa)
สำหรับฤดูร้อนนี้ Antoine แนะนำโทนสีสว่างและธรรมชาติ (Bright, natural healthy tones) ที่ทำให้บ้านดูสดชื่น เย็นสบาย และสร้างความรู้สึกสงบได้แบบยั่งยืน
เพราะบ้านที่ดีไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ควรเติมเต็มความสมดุลทั้งกายและใจ เทรนด์เหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของการออกแบบพื้นที่ส่วนตัวที่คุณจะรักและอยากกลับมาบ้านในทุกเวลา
อ่านเพิ่มเติม:
ส่องตลาด Branded Residences อสังหาฯ หรูยุคใหม่ของเอเชีย ผ่านพลังสร้างสรรค์ของแบรนด์ระดับโลก
เจาะลึกหัวใจแห่งวัสดุ กับงานออกแบบ Hermès Home collection ในงาน Milan Design Week 2025





