ซินแสชื่อดัง Joey Yap เผยเหตุผลที่หลักการฮวงจุ้ยต้องมีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ในปี 2026 ซึ่งตรงกับปีมะเมียธาตุไฟ พร้อมสิ่งที่เจ้าของบ้านควรรู้เกี่ยวกับ "ยุค 9" วงจรพลังงาน 20 ปีที่กำลังเริ่มต้นขึ้น
แม้ปีมะเมียธาตุไฟ (Fire Horse) จะเวียนมาบรรจบในทุก 6 ทศวรรษ แต่ก็ไม่ได้เหมือนกันทุกครั้ง โดยปี 2026 นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เพราะเป็นการย่างก้าวเข้าสู่ "ยุค 9" (Period 9) อย่างเต็มตัว ซึ่งเป็นวงจรพลังงาน 20 ปี (ค.ศ. 2024 - 2043) ที่จะทวีความรุนแรงของ "ธาตุไฟ" ให้ส่งผลต่อพื้นที่อยู่อาศัยทุกประเภท
"ปีนักษัตรมะเมียมีพลังไฟหยินซ่อนอยู่ภายในตัวมันเองอยู่แล้ว แต่ในปีนี้มันกลับมาพร้อมกับพลังไฟหยางที่ขี่ทับลงมาอีกชั้น เพื่อประกาศการมาถึงของยุค 9" Joey Yap ปรมาจารย์ด้านภูมิพยากรณ์ชาวมาเลเซีย ผู้มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นที่ปรึกษาให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชูรีทั่วเอเชียกล่าว
สำหรับเจ้าของบ้าน การเรียงตัวของพลังงานจากฟากฟ้านี้เปรียบเสมือนทั้ง "โอกาส" และ "ภารกิจ" โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังออกแบบบ้าน หรือแม้แต่คนที่กำลังพิจารณาว่าบ้านหลังเดิมทำงานสอดประสานกับพลังงานยุคใหม่นี้อย่างไร
อ่านเพิ่มเติม: คัด 16 ไอเท็มแต่งบ้านดีไซน์หรู แรงบันดาลใจจากม้าหรืออาชาสง่างาม ต้อนรับปีมะเมียธาตุไฟ

Above Joey Yap นำหลักฮวงจุ้ยดั้งเดิมมาปรับใช้กับงานออกแบบยุคใหม่ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการที่พักอาศัยและโปรเจ็กต์โรงแรมระดับหรูทั่วภูมิภาคเอเชีย
นิยามของ "ธาตุไฟ" ในบริบทใหม่

Above บ้านพักอาศัยในแวนคูเวอร์โดย BLA Design Group แสดงให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมร่วมสมัยสามารถสอดคล้องกับหลักฮวงจุ้ยได้อย่างไร ผ่านการใช้ช่องแสงขนาดใหญ่และการจัดวางทิศทางเพื่อรับพลังงานจากแสงธรรมชาติในแต่ละช่วงวัน (ภาพ: Ema Peter Photography)
Joey Yap อธิบายว่าธาตุที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนี้ ไม่ได้หมายถึงเปลวไฟที่ลุกโชนเพียงอย่างเดียว แต่ให้มองว่าเป็น "พลังงานแสงอาทิตย์"
"ลองนึกถึงแสงอาทิตย์ที่ขับเคลื่อนทุกชีวิตบนโลก" เขากล่าว "ทุกอย่างจะถูกทำให้สว่างไสว สิ่งที่เคยอยู่ในเงามืดจะถูกเปิดเผยออกมา" ในแง่ของพื้นที่พักอาศัย สิ่งนี้จะสะท้อนออกมาผ่านการให้ความสำคัญกับทิศทางแสงธรรมชาติและนาฬิกาชีวิต (circadian rhythms) รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวบ้านกับสิ่งแวดล้อมภายนอก
การเปรียบเปรยนี้ยังครอบคลุมไปถึงเรื่องของ "เวลา" Joey Yap แนะนำให้เจ้าของบ้านพิจารณาว่าพื้นที่ไหนในบ้านที่รับแสงยามเช้า ดูดซับความร้อนยามเที่ยง หรือระบายความร้อนในช่วงโพล้เพล้ แล้วจึงจัดสรรกิจกรรมให้เหมาะสมกับพลังงานในแต่ละโซนตลอดระยะเวลา 20 ปีของยุค 9
อย่างไรก็ตาม ความร้อนแรงของธาตุไฟย่อมต้องการ "พลังงานปรับสมดุล" "หากยุค 8 คือยุคของธาตุดินที่เคลื่อนไหวช้าและมั่นคง ยุค 9 ของธาตุไฟก็จะทำให้ชีวิตมีความเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงเร็ว และอาจถึงขั้นผันผวน" Joey Yap ตั้งข้อสังเกต โดยเขาแนะนำว่าบ้านควรจะรักษาสมดุลของ "หยินและหยาง" อย่างเหมาะสม มีทั้งโซนที่เปี่ยมด้วยกิจกรรม (activity) ควบคู่ไปกับพื้นที่แห่งความสงบนิ่ง (stillness)
การปรับใช้สำหรับบ้านใหม่และบ้านเดิม

Above ทาวน์เฮาส์ในย่าน Serangoon Garden โดย Summerhaus D’zign สะท้อนถึงสมดุลหยิน-หยางที่ Joey Yap แนะนำ โดยมีการแบ่งโซนสำหรับกิจกรรมและการพักผ่อนที่ชัดเจน สอดคล้องกับหลักฮวงจุ้ยในการจับคู่ฟังก์ชั่นการใช้งานให้เข้ากับพลังงานประจำทิศ (ภาพโดย: Aaron Poon)
สำหรับใครที่กำลังจะสร้างบ้านใหม่ คำแนะนำของ Joey Yap นั้นตรงไปตรงมา นั่นคือให้รีบสรุปแบบและเริ่มก่อสร้างทันที โดยคำนึงถึงกรอบเวลา 20 ปีของยุค 9 เป็นหลัก บ้านใหม่สามารถออกแบบให้รับกับคุณสมบัติของธาตุไฟได้ตั้งแต่เริ่มต้น โดยจัดวางตำแหน่งห้องต่างๆ ให้สอดคล้องกับทิศทางที่เอื้อต่อการใช้งาน
ส่วนบ้านเดิมที่สร้างก่อนปี 2025 จำเป็นต้องมีวิธีรับมือที่ต่างออกไป ควรมีการประเมินฮวงจุ้ยใหม่ เนื่องจากตำแหน่งทิศทางต่างๆ อาจมีความเหมาะสมในการใช้งานที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา "แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องรื้อบ้านรีโนเวทครั้งใหญ่เสมอไป" Joey Yap กล่าวเสริม
สำหรับผู้ที่วางแผนจะต่อเติมบ้าน Joey Yap เตือนว่าไม่ควรใช้สูตรสำเร็จแบบเหมารวม เพราะทิศทางที่ดีและช่วงเวลาที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับสิ่งที่เขาเรียกว่า "แผนผังฮวงจุ้ยกำเนิด" (Natal Feng Shui Chart) ซึ่งดูจากวันที่สร้างบ้าน วันที่ผู้อยู่อาศัยคนแรกย้ายเข้า และความสัมพันธ์ของเหตุการณ์เหล่านั้นกับพลังงานยุค 9 ซึ่งต้องนำมาวิเคราะห์ร่วมกับภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมภายนอกอย่างละเอียด

Above โครงการบูรณะใน Brentwood โดย Jordan Bakva แสดงให้เห็นว่าแสงธรรมชาติและการเชื่อมต่อกับสภาพแวดล้อมภายนอกช่วยยกระดับคุณภาพของพื้นที่ได้อย่างไร ซึ่งสอดคล้องกับหลักฮวงจุ้ยที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างตัวอาคารและบริบทโดยรอบ (ภาพ: Evan Ramzi)
"มันค่อนข้างซับซ้อน" Joey Yap ยอมรับ แต่ก็ได้ให้แนวทางกว้างๆ ไว้ว่า ทิศที่มักจะเหมาะแก่การกระตุ้นพลังงาน ได้แก่ ทิศตะวันออก, ตะวันออกเฉียงใต้, ตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศเหนือ การกระตุ้นในที่นี้อาจหมายถึงการใช้งานพื้นที่เป็นประจำ การเริ่มลงเสาเข็ม หรือการจัดวางน้ำพุ/กองไฟ ตามหลักการ He Tu (เหอถู) หรือวิญญาณทางตรง-ทางอ้อม ซึ่งว่าด้วยเรื่องความสมดุลของหยิน-หยาง การเคลื่อนไหวและการพักผ่อน
อย่างไรก็ตาม ทิศใต้ เป็นทิศที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในปีนี้เนื่องจากอิทธิพลของ "ดาว 5 เหลือง" ในขณะที่ทิศเหนือยังพอใช้งานได้อย่างสงบเนื่องจากพลัง "สามอสูร" (Three Killings) ยังคงนิ่งอยู่ ส่วนคำถามที่ว่าควรเริ่มรีโนเวทหรือย้ายเข้าบ้านใหม่เมื่อไหร่ Joey Yap มักจะเลือกช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เพราะคุณภาพของแสงและพลังงาน "ฉี" (Qi) ในช่วงการเติบโตของฤดูกาลนั้นมีความเป็นสิริมงคลมากกว่า
สีมงคลมีจริงหรือไม่?

Above บ้านพักตากอากาศใน Teton Village โดย CLB Architects พิสูจน์ให้เห็นว่าหลักฮวงจุ้ยไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเลือกวัสดุหรือโทนสี โดย Joey Yap ระบุว่าในตำราโบราณแทบไม่มีการกล่าวถึงเรื่องสี ทำให้เจ้าของบ้านมีอิสระในการเลือกสไตล์ที่ตัวเองชอบได้เต็มที่ (ภาพ: Matthew Millman)
สิ่งที่น่าสนใจคือคำแนะนำของ Joey Yap ไม่มีการพูดถึงเรื่องโทนสีหรือวัสดุตกแต่งเลย "ในตำราฮวงจุ้ยคลาสสิกแทบไม่มีการเอ่ยถึงเรื่องสี" เขากล่าว "ฮวงจุ้ยคือวิทยาศาสตร์ว่าด้วยสิ่งแวดล้อม ดังนั้นผมจึงโฟกัสไปที่ลักษณะภูมิประเทศและวงจรฤดูกาล เจ้าของบ้านควรมีอิสระในการเลือกโทนสีที่ตัวเองชอบได้เลย"
หลักการนี้ใช้กับวัสดุพื้นผิวเช่นกัน เมื่อซินแสพูดถึงพลังธาตุ พวกเขามักหมายถึง "คุณสมบัติที่สังเกตได้" มากกว่าตัววัสดุจริงๆ เช่น ธาตุไม้หมายถึงการเติบโตและการขยายเครือข่าย ไม่ได้แปลว่าคุณต้องใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เสมอไป
"เราพิจารณาพลังฉีที่อยู่รายรอบและภายในแต่ละทิศของบ้านด้วยมุมมองนี้" เขากล่าว โดยปล่อยให้หน้าที่การเลือกความสวยงามเป็นเรื่องของมัณฑนากรและเจ้าของบ้าน
อ่านเพิ่มเติม: ส่องสีมงคลต้อนรับ ‘ปีม้าไฟ’ 2026 เสริมฮวงจุ้ยบ้านตามปีนักษัตร
การปรับเปลี่ยนที่ทำได้ง่ายๆ

Above Meigetsu Aki Niseko ชาเลต์หรูโดย Nomura คือตัวอย่างของอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีที่มีพลังฉี (Qi) สูง ซึ่งการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ลักษณะนี้มักจะมาพร้อมกับการยกระดับประสบการณ์ชีวิตและสุขภาวะ
สำหรับเจ้าของบ้านที่ยังไม่พร้อมจะรีโนเวทใหญ่ ยับเสนอ 3 วิธีง่ายๆ ในการปรับพลังงาน:
- ทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Spring Cleaning): ควรทำก่อนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ในวันที่ฤกษ์ดี (Remove Day) เพื่อขจัดพลังงานเก่า
- ใช้สอยพื้นที่ให้ถูกทิศ: เลือกใช้งานพื้นที่ในทิศที่ดีสำหรับการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
- ต้อนรับปีใหม่อย่างตั้งใจ: เปิดประตูบ้านให้โล่งสะอาด เพื่อรับพลังงานฉีที่พัดพามาพร้อมกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ
สำหรับใครที่มองหาบ้านพักตากอากาศหรือการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เขาแนะนำสถานที่ที่ส่งเสริมเรื่องการฟื้นฟูสุขภาพ (Wellness) เช่น นิเซโกะ (Niseko) สำหรับการเล่นสกี หรือนากาโนะและไซตามะที่มีน้ำแร่บริสุทธิ์ "ในยุคที่การไปอวกาศเริ่มเป็นไปได้ สุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์คือความมั่งคั่งอย่างแท้จริงของเหล่าเศรษฐีในยุคนี้" เขาตั้งข้อสังเกต
สุดท้ายนี้ Joey Yap เน้นย้ำว่าหลักการฮวงจุ้ยคลาสสิกนั้นไม่เคยเปลี่ยนไปตามปี พลังของมันอยู่ที่ความยืดหยุ่นและปรับตัวเข้ากับยุคสมัยได้เสมอ สิ่งที่เปลี่ยนไปมีเพียง "เลนส์ของเวลา" ที่เราใช้มองพื้นที่ เพื่อให้เราจัดวางชีวิตให้ลื่นไหลไปกับพลังงานฉี และในอีก 20 ปีข้างหน้าของยุค 9 พลังงานที่ว่านั้นจะส่องสว่างโชติช่วงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
This story was originally written in English by Jennifer Choo.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 โดย Jennifer Choo โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
ถอดรหัสความรู้สึก สู่ดีไซน์ที่สะท้อนตัวตนของ กีฟ วรากร เติมวัฒนาภักดี แห่ง Gratitude Design
มะกอกโอลีฟ… สินทรัพย์แห่งกาลเวลาของ ปลาย ณัฐธิดา อิงคะวัต
PDM Brand กับจุดเริ่มต้นความตั้งใจที่ ‘อยากให้คนไทยบ้านสวย’ สู่แบรนด์ดีไซน์ที่คิดนอกกรอบวัสดุ
Topics





