เผยเอกลักษณ์การออกแบบและสถาปัตยกรรมร้านค้าของ Aesop จากลอสแอนเจลิสสู่ลอนดอน
Aesop ก่อตั้งขึ้นที่เมืองเมลเบิร์น ในปี 1987 และกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ความงามที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก นอกจากนี้แบรนด์ยังสร้างความโดดเด่นด้วยการออกแบบร้านค้าด้วยแนวคิดเฉพาะตัว คือแต่ละสาขาจะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร
การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมท้องถิ่นทำให้ร้านค้ากลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมรอบด้านอย่างลงตัว สร้างความเป็นหนึ่งเดียวของประเพณีดั้งเดิมและความทันสมัย ณ ที่แห่งนี้ อิฐทุกก้อนที่ก่อขึ้นบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับงานฝีมือ ความเป็นต้นแบบที่ถูกต้อง และการเคารพต่อความงาม
จากความงามชายฝั่งทะเลที่ปูซาน สู่เสน่ห์เชิงศิลปะที่เมลเบิร์น พบกับการออกแบบ 7 ร้านสาขาของ Aesop ซึ่งเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์จากทุกมุมโลก
1. Aesop สาขาซองซู โซล (Seongsu, Seoul)
Aesop สาขาซองซู ตั้งอยู่ในย่านซองซู (Seongsu-dong) เปิดให้บริการเมื่อปลายปี 2021 ร้านต้นแบบนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้ย่านนี้กลายเป็นสวรรค์ที่ยั่งยืนในอนาคต ทีมออกแบบสร้างภาพต้นแบบของร้านโดยรับแนวคิดจากสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นดั้งเดิมของเกาหลีใต้ และเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นการผลักดันขอบเขตของแนวคิดเรื่องความยั่งยืนภายในกำแพงแห่งนี้
ไม้จากท้องถิ่นที่นำมาใช้เป็นไม้เก่าจากโครงสร้างที่ถูกรื้อถอน และนำมาใช้ใหม่เป็นคานไม้ตามแบบฉบับของบ้านโบราณฮานก (Hanok houses) ที่พบได้ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะที่อิฐประดับด้านหน้าร้านก็เป็นอิฐที่ถูกนำมาใช้ซ้ำ

Above Aesop สาขาซองซู โซล (Seongsu, Seoul)
สวนที่เปิดโล่งเผยให้เห็นระบบระบายน้ำแบบธรรมชาติที่กักเก็บน้ำฝนมาบำรุงดิน ใช้ฉนวนที่ทำจากกระดาษและผ้าเดนิมเก่า เป็นการปฏิบัติตามแนวคิดเรื่องความยั่งยืน
Aesop ร่วมมือกับช่างฝีมือท้องถิ่นผู้เชี่ยวชาญการก่อสร้างบ้านฮานก (Hanok houses) แบบดั้งเดิม โดยใช้ดินเหนียวธรรมชาติ ข้าวที่ด้มแล้ว ฟาง และน้ำ ผสมผสานกันเพื่อสร้างกำแพงที่แข็งแรงทนทานต่อกาลเวลา
2. Aesop สาขาแฟชั่นวอล์ก ฮ่องกง (Fashion Walk, Hong Kong)
ร้าน Aesop สาขาแฟชั่นวอล์ก (Fashion Walk) เป็นความร่วมมือกับสตูดิโอ MLKK (MLKK Studio) เป็นการทดลองที่น่าสนใจในค้นหาศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในกระดานไม้อัดลายเมฆหมอก ซึ่งเป็นวัสดุใช้ทำเครื่องเรือนที่แพร่หลายในฮ่องกงช่วงปีทศวรรษที่ 1970 และ 1980 ที่มักจะถูกมองข้ามไป แต่มีค่าที่ความทนทานและราคาที่เข้าถึงได้
กระดานไม้อัดที่มีลวดลายสลับซับซ้อนเหล่านี้เป็นวัสดุที่ถูกหลงลืมอยู่ในคลังของโรงงานเก่าและแหล่งกระจายสินค้า นักออกแบบรับความท้าทายในการแปรรูปวัสดุให้เป็นพื้นร้าน โดยการรื้อแผ่นไม้อัดมาเปลี่ยนให้เป็นชิ้นขนาดเล็กอย่างพิถีพิถัน และจัดเรียงเป็นพื้นโมเสกอย่างมีศิลปะ

Above Aesop สาขาแฟชั่นวอล์ก ฮ่องกง (Fashion Walk, Hong Kong)
สีฟ้าอ่อนจากพื้นโมเสกสะท้อนถึงเพดานโค้งเป็นการไล้สีอย่างนุ่มนวล ทำให้รอยต่อระหว่างผนังและเพดานกลืนกันไป เกิดพื้นที่เป็นเวิ้งซึ่งให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว
ตัวแท่นอ่างล้างมือครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ สะท้อนรูปทรงโค้งมนของสถาปัตยกรรม กลายเป็นจุดที่ขับเน้นการรวมตัวและการเชื่อมโยง
3. Aesop สาขาดุค ออฟ ยอร์คสแควร์ ลอนดอน (Duke of York Square, London)

Above Aesop สาขาดุค ออฟ ยอร์คสแควร์ ลอนดอน (Duke of York Square, London)
Aesop สาขาดุค ออฟ ยอร์คสแควร์ (Duke of York Square) ในเมืองเชลซีได้รับแรงบรรดาลใจจากฉากเปิดตัวที่ตราตรึงใจของภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ (James Bond) เป็นการออกแบบร่วมกับสตูดิโอสัญชาตินอร์เวย์ชื่อดัง สโนเฮ็ตตา (Snøhetta) ร้านสาขาแห่งนี้ใช้ความกว้างขวางของพื้นที่ในการสร้างรูปทรงที่น่าตื่นตาและเปรียบเทียบการใช้วัสดุที่แตกต่างกัน
ผนังร้านทำจากดินฟอกเป็นสีชมพูกุหลาบอ่อน แสดงกรรมวิธีก่ออิฐแบบท้องถิ่นที่เปลี่ยนจากพื้นผิวขรุขระเป็นผิวเรียบ โครงสร้างแกนกลางประกอบด้วยส่วนโค้ง 12 อันซึ่งพาดผ่านเพดานร้านอย่างสง่างาม สร้างรูปลักษณ์ที่โดดเด่น

Above Aesop สาขาดุค ออฟ ยอร์คสแควร์ ลอนดอน (Duke of York Square, London)
โครงสร้างที่ครอบคลุมทั่วถึงนี้สร้างเขตพื้นที่เป็นส่วนตัวรอบแท่นอ่างแสดงสินค้าโค้งมนที่ล้อมกรอบอยู่ และเสริมแต่งด้วยอ่างล้างมือที่สะท้อนเห็นเงา
ในเวลากลางคืน ผนังจะเป็นประกายจากแสงที่สะท้อนผิวน้ำ เส้นโลหะเนื้อดีซึ่งฝังอยู่ในพื้นคอนกรีตฉายเงาของส่วนที่โค้งเว้า แบ่งแยกพื้นเป็นสัดส่วน และผสมผสานส่วนโลหะที่ใช้ประโยชน์กับผิวซีเมนต์ขรุขระได้อย่างไร้รอยต่อ
4. Aesop สาขาถนนคอลลินส์ เมลเบิร์น (Collins Street, Melbourne)
ร้าน Aesop สาขาที่สองบนถนนคอลลินส์ในเมลเบิร์น เป็นการออกแบบร่วมกับ แคลร์ เคาซินส์ สถาปนิกจากเขตวูรุนด์เจรี (Wurundjeri Country) สร้างด้วยองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมชุมชนที่สอดรับกับหอสมุดแห่งรัฐวิคตอเรียซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน พื้นที่แห่งนี้ให้ความรู้สึกสง่างามแบบคลาสสิค โดยเน้นวัสดุที่แข็งแรงและงานฝีมือที่พิถีพิถัน
เมื่อเข้าใปในร้านจะพบกับเพดานโค้งสูงที่สร้างบรรยากาศเงียบสงบ พื้นผิวบนผนังสร้างขึ้นจากขวดผลิตภัณฑ์ Aesop ที่ถูกเก็บมาบดผสมกับปูนซีเมนต์ ไม้แบล็กบัตต์ (Blackbutt timber) ของออสเตรเลียห่อหุ้มผนังโค้ง ตกแต่งด้วยชั้นวางสินค้าที่กว้างขวาง ประดับด้วยภาชนะสีเหลืองอำพันที่ชวนให้นึกถึงหนังสือ และอ่างซึ่งหุ้มด้วยไม้กับแสงไฟสีนวลชวนให้นึกถึงโต๊ะเขียนหนังสือ

Above Aesop สาขาถนนคอลลินส์ เมลเบิร์น (Collins Street, Melbourne)
ตรงกลางห้องมีแท่นหินอ่อนทราเวอร์ทีน (travertine) สองแท่นแสดงสูตรผลิตภัณฑ์ Aesop ที่ค้นคว้าอย่างพิถีพิถันสำหรับบำรุงผิว เส้นผม ร่างกาย และใช้ในบ้าน ส่วนพื้นร้านเป็นหินอ่อนทราเวอร์ทีนตัดแต่งทำเป็นพื้นหินขัด (Palladiana terrazzo) เป็นพื้นผิวที่แสดงแรวคิดความยั่งยืนและดูโดดเด่น
5. Aesop สาขาปูซาน (Busan)

Above Aesop สาขาปูซาน (Busan)
ร้าน Aesop สาขานี้ตั้งอยู่ในเขตแฮอุนแด (Haeundae-gu district) เมืองปูซาน 'เมืองหลวงแห่งฤดูร้อน' ("summer capital") ที่แสนสดใสของเกาหลีใต้ Aesop สาขานี้เป็นเสมือนงานศิลปะที่เกิดขึ้นจากองค์ประกอบของทัศนียภาพของเมืองนี้ที่มักถูกมองข้าม
เพื่อเป็นการอนุรักษ์พื้นที่เดิมด้วยความสมดุล ทีมออกแบบของ Aesop พยายามรักษาสภาพผนังและเพดานภายในร้านไว้อย่างเดิม และประกอบโครงสร้างไม้เสริมเข้ามา ร้านสาขาแห่งนี้มีทางเชื่อมกับร้านหนังสือข้างเคียง กั้นด้วยฉากเรซินโปร่งแสงที่สร้างทิวทัศน์เหมือนฝันและการเข้าถึงร่วมกันให้ทั้งสองร้าน
ทั่วทั้งร้านสามารถมองเห็นความงามเหนือกาลเวลาของกระเบื้องหลังคากีวา (Giwa tiling) ซึ่งนิยมใช้ในการประกอบเป็นหลังคาบ้านเกาหลีแบบดั้งเดิม และฟื้นคืนสู่ชีวิตผ่านกรรมวิธีรีไซเคิลต่าง ๆ กระเบื้องที่ถูกเก็บมาทำความสะอาดและเคลือบใหม่ราวกับเป็นการจัดแสดงวัตถุตามแนวผนังอย่างน่าหลงไหล
กระเบื้องเคลือบสีฟ้า-เขียวทำให้นึกถึงชายฝั่งทะเลที่อยู่ใกล้เคียง และโทนสีชวนมองนี้พบได้เมื่อเดินผ่านตรอกของหมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอนของปูซาน (Busan’s Gamcheon Culture Village) อีกหนึ่งข้อพิสูจน์การออกแบบที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ คือเศษกระเบื้องกีวา (Giwa tile) ที่ถูกบดและใช้ประโยชน์ใหม่อีกครั้งโดยผสมเป็นหินขัดที่สั่งผลิตเฉพาะ นำมาตกแต่งเคาท์เตอร์และอ่างที่มีขนาดใหญ่อย่างน่าทึ่ง
6. Aesop สาขาฟรองซ์ บูชัวส์ ปารีส (Francs Bourgeois, Paris)

Above Aesop สาขาฟรองซ์ บูชัวส์ ปารีส (Francs Bourgeois, Paris)
จินตภาพของร้าน Aesop สาขาถนนรู เดอ ฟรองซ์ บูชัวส์ (Rue des Francs-Bourgeois) ในย่านเลอ มาเรส์ (Le Marais) เป็นผลงานออกแบบร่วมกับขาประจำอย่าง วาลองแตง โลลมานน์ (Valentin Loellmann) โดยมีจุดเริ่มต้นจากภาพร่างสีน้ำของวาลองแตง เส้นโค้งของภาพจิตรกรรมแสดงถึงโครงร่างโดยรอบของห้อง และเม็ดสีที่เคลื่อนไหวสื่อแทนไม้คดเคี้ยวที่ขึ้นรูปด้วยมือ ทำให้พื้นที่นี้มีความงามเหนือคำบรรยาย
นอกจากนี้วาลองแตง ยังได้รับแรงบันดาลใจจากจตุรัสโวชส์ (Place des Vosges) หนึ่งในจตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดของปารีสซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล โดยคำนึงถึงวิธีการที่ผู้มาเยือนอาจจะมารวมตัวและผลัดเวียนชมผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ที่มีความหลากหลายอย่างตื่นตาตื่นใจ
วาลองแตงใช้กรรมวิธีแบบดั้งเดิมในการก่อสร้างโดยขึ้นรูปไม้โอ๊คเนื้อแข็งด้วยมือและประดับด้วยทองเหลืองเชื่อมอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ทุกรายละเอียดมีเอกลักษณ์เป็นหนึ่งเดียวจากการเกิดคราบตกตะกอนตามกาลเวลา ออกมาเป็นลวดลายที่แตกต่างกันไป อ่างน้ำประดิษฐ์อย่างปราณีตจากหินก้อนเดียว ผสมผสานระหว่างองค์ประกอบที่ขัดเกลาอย่างเรียบเนียนและหยาบเข้าด้วยกัน
ผนังทำจากปูนปลาสเตอร์สีขาวหนาทาด้วยมือทำให้ดูราวกับมีเคลื่อนไหวไปสู่เพดาน เกิดเงาสะท้อนรายละเอียดการฝังเลี่ยมบนพื้นที่เป็นประกาย พื้นที่ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันนี้จัดเตรียมมาเป็นพิเศษให้ลูกค้าสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อค้นหาสูตรผลิตภัณฑ์ที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะตัว ส่งเสริมให้มีปฏิสัมพันธ์กับสังคมได้อย่างสบายใจ
7. Aesop สาขาเซนจูรี่ ซิตี้ ลอสแอนเจลิส (Century City, Los Angeles)

Above Aesop สาขาเซนจูรี่ ซิตี้ ลอสแอนเจลิส (Century City, Los Angeles)
Aesop สาขาเซนจูรี่ ซิตี้ (Century City) ตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์กลางร้านค้าปลีกที่คึกคัก ฝ่ายออกแบบของบริษัท Aesop นำเสนอภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของสระว่ายน้ำในสวนหลังบ้านอันเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของลอสแอนเจลิสที่มีมาเนิ่นนาน ศิลปินอย่าง เดวิด ฮอกนีย์ (David Hockney) และ เอ็ดเวิร์ด รุสชา (Edward Ruscha) เองก็มีส่วนในการสร้างอัตลักษณ์ของเมืองให้เป็นรูปร่างด้วยภาพศิลปะที่แสดงเสน่ห์ของสระว่ายน้ำนี้ให้คงอยู่เป็นอมตะ
ร้านแห่งนี้ปูผนังด้วยกระเบื้องเซรามิกสีฟ้าเหมือนสระว่ายน้ำที่ผสมขึ้นเป็นพิเศษจำนวน 3,942 ชิ้น แผ่นกระเบื้องโค้งไปตามมุมอย่างไร้รอยต่อ ครอบคลุมพื้น ผนัง เคาท์เตอร์ และชั้นวางสินค้าทั้งหมด การออกแบบอย่างเป็นเอกภาพสร้างปรากฎการณ์ภาพลอยตัวที่ทำให้นึกถึงพื้นผิวของสระว่ายน้ำที่ว่างเปล่าในเมือง สื่อในเชิงสัญญะถึงการเสื่อมโทรมของภูมิทัศน์ย่านชานเมือง และโอกาสที่กลายเป็นของนักเล่นสเก็ตบอร์ด
การออกแบบหน้าร้านดูเคลื่อนไหวมีพลัง ประกอบด้วยบานกระจกที่เลื่อนเปิดปิดได้ นำเสนอการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างที่ตั้งของร้านซึ่งอยู่หัวมุมและบริเวณโดยรอบอย่างน่าสนใจ
การจัดวางหน้าร้านอย่างยืดหยุ่นเช่นนี้ ทำให้ปรับเปลี่ยนไปตามกระแสผู้มาใช้บริการในย่านการค้าได้ เน้นย้ำการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างร้านกับสิ่งแวดล้อม
This story was originally written in English by Jennifer Choo.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2566 โดย Jennifer Choo โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
Kyoto Calling: 9 คาเฟ่สุดเก๋ที่น่าไปเยือนที่เกียวโต ญี่ปุ่น
Credits
ช่างภาพ: courtesy of Aesop















