ยามค่ำคืนที่ฝนตกที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: Steven Greaves / Getty Images)
Cover ยามค่ำคืนหลังฝนตก ที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: Steven Greaves / Getty Images)
ยามค่ำคืนที่ฝนตกที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: Steven Greaves / Getty Images)

ออกไปสัมผัสความงดงามของเมืองน่าเที่ยวทั่วเอเชีย ที่ซึ่งความงามของสถาปัตยกรรมทั้งเก่าและใหม่จะยิ่งเผยเสน่ห์โดดเด่นเป็นพิเศษในยามสายฝนโปรยปราย พร้อมเติมเต็มแรงบันดาลใจใหม่ๆ ด้านดีไซน์และการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร

บ่อยครั้งที่เสน่ห์อันน่าดึงดูดของสถาปัตยกรรมสวยๆ ในหลากหลายเมืองทั่วเอเชีย กลายเป็นแรงบันดาลใจทำให้เราอยากเก็บประเป๋าออกเดินทาง ไม่ใช่แค่เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ แต่ยังเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางสายตา ได้รูปถ่ายสวยๆ โดยมีงานดีไซน์เก๋ๆ เหล่านี้เป็นฉากหลัง พร้อมทำความรู้จักเรื่องราวความเป็นมาของพื้นที่ไปพร้อมกัน การเที่ยวตามรอยสถานที่ที่โดดเด่นด้านดีไซน์และประวัติศาสตร์จึงเป็นทริปที่น่าสนใจไม่น้อย

ยิ่งเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝนที่หลายคนอาจมองว่าเป็นอุปสรรคของการเดินทาง แท้จริงแล้วสายฝนที่ตกลงมาอาจไม่ใช่แค่เรื่องของฤดูกาล หากแต่ยังเป็นเหมือนม่านธรรมชาติที่ช่วยขับเน้นความงามของสถาปัตยกรรมเหล่านี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น สร้างบรรยากาศโรแมนติกและสวยงามน่าค้นหา

สำหรับใครที่หลงใหลในงานดีไซน์และสถาปัตยกรรม นี่คือ 6 เมืองในเอเชียที่พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างในช่วงฤดูฝน พร้อมชวนให้คุณออกเดินทางไปสัมผัสความงดงามในอีกมิติ

อ่านเพิ่มเติม: ชวนเที่ยว 9 อุทยานแห่งชาติให้คุณได้สัมผัสความงามของธรรมชาติในฤดูฝน

เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 บรรยากาศเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ในวันฝนพรำ (ภาพ: AI-generated image)
Photo 2 of 2 บรรยากาศเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: xavierarnau/Getty Images)
บรรยากาศเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ในวันฝนพรำ (ภาพ: AI-generated image)
บรรยากาศเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: xavierarnau/Getty Images)

อีกหนึ่งเมืองสวยของเอเชียที่อยู่ใน bucket list ของนักเดินทางทั่วโลก เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นแห่งนี้มีความงามเหนือกาลเวลาซ่อนอยู่ในสายฝนและสถาปัตยกรรมไม้โบราณ ภูมิประเทศที่โอบล้อมด้วยภูเขาของเกียวโตไม่เพียงสร้างทัศนียภาพที่งดงามราวภาพวาด แต่ยังช่วยกักเก็บความชื้น ทำให้เมืองนี้มีอากาศที่ชุ่มฉ่ำอยู่เสมอโดยเฉพาะในช่วงเวลาฝนตก ป่าไม้ใบหญ้าและภูเขาจะยิ่งเขียวขจี ขับเน้นความโดดเด่นของศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ยังคงความสง่างามตามสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม 

นอกจากวัดและศาลเจ้าแล้ว เกียวโตยังมีแม่น้ำคาโมะไหลผ่านใจกลางเมือง เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตและวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ การเดินเลียบแม่น้ำคาโมะในวันฝนพรำ ชมบ้านเรือนเก่าแก่ริมน้ำ และสะพานหินที่เปียกชื้น จะให้ความรู้สึกราวกับเราได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต ผสมผสานไปกับบรรยากาศความเงียบสงบที่หาได้ยากในเมืองใหญ่ ทำให้เกียวโตเป็นเมืองที่มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมที่ลึกซึ้ง

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 วัดคินคาคุจิ - วัดทอง เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: carstay.jp)
Photo 2 of 2 วัดคินคาคุจิ - วัดทอง เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: flickr.com)
วัดคินคาคุจิ - วัดทอง เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: carstay.jp)
วัดคินคาคุจิ - วัดทอง เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: flickr.com)

สถานที่เที่ยวแนะนำ

  • Kinkaku-ji (วัดคินคาคุจิ - วัดทอง): วัดพุทธนิกายเซนที่มีศาลาทองอันงดงามตั้งตระหง่านอยู่ริมสระน้ำ Kyōkochi สร้างขึ้นในปี 1397 เดิมเป็นเรือนพักผ่อนของโชกุน อะชิคางะ โยชิมิตซึ (Ashikaga Yoshimitsu) ก่อนจะเปลี่ยนเป็นวัดตามพินัยกรรม ภายหลังได้มีการสร้างขึ้นใหม่ในปี 1955 หลังจากถูกเผา ภาพความยิ่งใหญ่ของศาลาทองที่สะท้อนกับผิวน้ำที่นิ่งสงบแม้ในวันฝนโปรย ถือเป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจราวภาพวาดในฝันเลยทีเดียว
  • Arashiyama Bamboo Grove (ป่าไผ่อาราชิยามะ): แม้ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้าง แต่ป่าไผ่แห่งนี้ก็ถือเป็นสถาปัตยกรรมธรรมชาติที่น่าทึ่ง ทางเดินที่ขนาบข้างด้วยต้นไผ่สูงเสียดฟ้าทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดไปอีกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันฝนตก เสียงลมพัดผ่านกอไผ่และกลิ่นดินที่ชุ่มชื้นจะยิ่งเพิ่มความรู้สึกสงบและชวนให้เรารู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้นกว่าที่เคย
  • Fushimi Inari Taisha (ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ): ศาลเจ้าชินโตที่แสนโด่งดังจากทางเดินซุ้มประตูโทริอิสีแดงนับหมื่นที่ทอดยาวไปตามเนินเขา ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าแห่งข้าวและพืชผล ซุ้มประตูแต่ละอันมาจากจิตผู้ศรัทธาบริจาค ในวันฝนตก สีแดงสดของซุ้มประตูโทริอิจะตัดกับความเขียวชอุ่มของป่าเขียวโดยรอบ ทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 ป่าอาราชิยามะ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: xavierarnau/Getty Images)
Photo 2 of 3 ป่าอาราชิยามะ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: Haitong Yu/Getty Images)
Photo 3 of 3 ป่าอาราชิยามะ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: Jonathan W. Cohen/Getty Images)
ป่าอาราชิยามะ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: xavierarnau/Getty Images)
ป่าอาราชิยามะ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: Haitong Yu/Getty Images)
ป่าอาราชิยามะ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: Jonathan W. Cohen/Getty Images)
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ศาลเจ้าชินโตที่แสนโด่งดังจากทางเดินซุ้มประตูโทริอิสีแดงนับหมื่นที่ทอดยาวไปตามเนินเขา (ภาพ: Getty Images)
Photo 2 of 2 ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ศาลเจ้าชินโตที่แสนโด่งดังจากทางเดินซุ้มประตูโทริอิสีแดงนับหมื่นที่ทอดยาวไปตามเนินเขา (ภาพ: Getty Images)
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ศาลเจ้าชินโตที่แสนโด่งดังจากทางเดินซุ้มประตูโทริอิสีแดงนับหมื่นที่ทอดยาวไปตามเนินเขา (ภาพ: Getty Images)
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ศาลเจ้าชินโตที่แสนโด่งดังจากทางเดินซุ้มประตูโทริอิสีแดงนับหมื่นที่ทอดยาวไปตามเนินเขา (ภาพ: Getty Images)

เมื่อมาเยือนเกียวโต ลองเข้าพักในเรียวกังสุดหรูสไตล์ญี่ปุ่นที่มีสวนส่วนตัวให้คุณได้พักผ่อนท่ามกลางความเงียบสงบ หากมีเวลาเพิ่มเติม อย่าลืมร่วมกิจกรรมพิธีชงชาแบบส่วนตัวในบ้านสไตล์มาชิยะเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมอันลึกซึ้งในแบบฉบับเกียวโตอย่างแท้จริง

อ่านเพิ่มเติม: สำรวจเสน่ห์บ้านมาชิยะ พิพิธภัณฑ์ และร้านศิลปะงานคราฟต์ในเกียวโต ที่คนรักดีไซน์ต้องไปเยือน

เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

Tatler Asia
ย่านถนน Nanjing ในเซี่ยงไฮ้ หลังฝนตก (ภาพ: guowei ying/Getty Images)
Above ย่านถนน Nanjing ในเซี่ยงไฮ้ หลังฝนตก (ภาพ: guowei ying/Getty Images)
ย่านถนน Nanjing ในเซี่ยงไฮ้ หลังฝนตก (ภาพ: guowei ying/Getty Images)

ที่นี่ไม่ใช่ยุโรป แต่เป็นมหานครแห่งอนาคตของจีนที่ยังคงร่องรอยประวัติศาสตร์ไว้ในสถาปัตยกรรมสไตล์อาร์ตเดโคและนีโอคลาสสิก ด้วยอิทธิพลจากการเป็นเมืองท่าตามสนธิสัญญา (Treaty Port) และเขตเช่าต่างชาติ (Foreign Concessions) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ทำให้เซี่ยงไฮ้ได้รับฉายาว่า ‘ปารีสแห่งตะวันออก’ และกลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญของเอเชียนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เซี่ยงไฮ้คือเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และในวันที่ฝนโปรยปราย สายฝนก็ยิ่งช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่น่าหลงใหลให้กับเมืองนี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ อาคารเก่าแก่สไตล์โคโลเนียลที่ดูขลังและมีเสน่ห์ยามฝนพรำ ตัดกับแสงไฟระยิบระยับของย่านผู่ตง (Pudong) ที่ถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกอย่างลึกลับ สร้างภาพที่ชวนฝันราวกับหลุดเข้าไปในภาพยนตร์คลาสสิก

Tatler Asia
The Bund อาคารสไตล์อาร์ตเดโคและนีโอคลาสสิกจากช่วงต้นศตวรรษที่ 20 มรดกจากยุคสัมปทานต่างชาติริมแม่น้ำหวงผู่ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน (ภาพ: CJFAN/Getty Images)
Above The Bund อาคารสไตล์อาร์ตเดโคและนีโอคลาสสิกจากช่วงต้นศตวรรษที่ 20 มรดกจากยุคสัมปทานต่างชาติริมแม่น้ำหวงผู่ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน (ภาพ: CJFAN/Getty Images)
The Bund อาคารสไตล์อาร์ตเดโคและนีโอคลาสสิกจากช่วงต้นศตวรรษที่ 20 มรดกจากยุคสัมปทานต่างชาติริมแม่น้ำหวงผู่ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน (ภาพ: CJFAN/Getty Images)
Tatler Asia
Shanghai Tower ตึกระฟ้าสูง 632 เมตร โดดเด่นด้วยรูปทรงเกลียวหมุน 120 องศาขึ้นไปด้านบน ซึ่งไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ยังเป็นนวัตกรรมทางสถาปัตยกรรมที่ช่วยลดแรงลมและประหยัดพลังงาน (ภาพ: Tony Shi Photography/Getty Images)
Above Shanghai Tower ตึกระฟ้าสูง 632 เมตร โดดเด่นด้วยรูปทรงเกลียวหมุน 120 องศาขึ้นไปด้านบน ซึ่งไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ยังเป็นนวัตกรรมทางสถาปัตยกรรมที่ช่วยลดแรงลมและประหยัดพลังงาน (ภาพ: Tony Shi Photography/Getty Images)
Shanghai Tower ตึกระฟ้าสูง 632 เมตร โดดเด่นด้วยรูปทรงเกลียวหมุน 120 องศาขึ้นไปด้านบน ซึ่งไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ยังเป็นนวัตกรรมทางสถาปัตยกรรมที่ช่วยลดแรงลมและประหยัดพลังงาน (ภาพ: Tony Shi Photography/Getty Images)

สถานที่เที่ยวแนะนำ

  • The Bund (เดอะบันด์): พื้นที่ประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำหวงผู่ที่เรียงรายไปด้วยอาคารสไตล์อาร์ตเดโคและนีโอคลาสสิกที่ดูโอ่อ่าจากช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นมรดกจากยุคสัมปทานต่างชาติ อาคารเหล่านี้สร้างขึ้นโดยสถาปนิกจากหลากหลายประเทศ ทำให้เกิดความหลากหลายทางสถาปัตยกรรมที่สวยงาม
  • Shanghai Tower (เซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์): ตึกระฟ้าสูง 632 เมตร ออกแบบโดยบริษัท Gensler โดดเด่นด้วยรูปทรงเกลียวหมุน 120 องศาขึ้นไปด้านบน ซึ่งไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ยังเป็นนวัตกรรมทางสถาปัตยกรรมที่ช่วยลดแรงลมและประหยัดพลังงาน การมองลงมาจากจุดชมวิวที่สูงที่สุดบนยอดตึกในวันฝนตก จะเห็นกลุ่มเมฆที่เคลื่อนผ่านอาคาร หรือภาพเมืองที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกและสายฝน
  • Expo Cultural Park Greenhouse Garden: ผลงานการออกแบบของ Delugan Meissl Associated Architects (DMAA) สถาปนิกชาวออสเตรีย ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อปี 2022 โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย โครงสร้างเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่ผสานเส้นสายโค้งมนเข้ากับความโปร่งแสง สร้างพื้นที่จัดแสดงพืชพรรณและกิจกรรมทางวัฒนธรรม
  • Shanghai Astronomy Museum: พิพิธภัณฑ์ดาราศาสตร์แห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างเสร็จในปี 2021 ออกแบบโดย Ennead Architects จากนิวยอร์ก โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมเชิงแนวคิดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวงโคจรของดาวเคราะห์และรูปทรงเรขาคณิตของจักรวาล ภายในมีนิทรรศการที่น่าสนใจมากมาย และรูปทรงอาคารที่ล้ำสมัยนี้จะยิ่งดูน่าค้นหาและลึกลับเมื่อถูกโอบล้อมด้วยเมฆหมอกและม่านฝน
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 Expo Cultural Park Greenhouse Garden ที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อปี 2022 โดดเด่นด้วยโครงสร้างเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่ผสานเส้นสายโค้งมนเข้ากับความโปร่งแสง สร้างพื้นที่จัดแสดงพืชพรรณและกิจกรรมทางวัฒนธรรม (ภาพ: archdaily.com)
Photo 2 of 3 Expo Cultural Park Greenhouse Garden ที่เซี่ยงไฮ้ โดดเด่นด้วยโครงสร้างเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่ผสานเส้นสายโค้งมนเข้ากับความโปร่งแสง (ภาพ: archdaily.com)
Photo 3 of 3 ภายใน Expo Cultural Park Greenhouse Garden ที่เซี่ยงไฮ้ สร้างพื้นที่จัดแสดงพืชพรรณและกิจกรรมทางวัฒนธรรม (ภาพ: archdaily.com)
Expo Cultural Park Greenhouse Garden ที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อปี 2022 โดดเด่นด้วยโครงสร้างเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่ผสานเส้นสายโค้งมนเข้ากับความโปร่งแสง สร้างพื้นที่จัดแสดงพืชพรรณและกิจกรรมทางวัฒนธรรม (ภาพ: archdaily.com)
Expo Cultural Park Greenhouse Garden ที่เซี่ยงไฮ้ โดดเด่นด้วยโครงสร้างเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่ผสานเส้นสายโค้งมนเข้ากับความโปร่งแสง (ภาพ: archdaily.com)
ภายใน Expo Cultural Park Greenhouse Garden ที่เซี่ยงไฮ้ สร้างพื้นที่จัดแสดงพืชพรรณและกิจกรรมทางวัฒนธรรม (ภาพ: archdaily.com)
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 Shanghai Astronomy Museum พิพิธภัณฑ์ดาราศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างเสร็จในปี 2021 ออกแบบโดย Ennead Architects จากนิวยอร์ก (ภาพ: archdaily.com)
Photo 2 of 4 Shanghai Astronomy Museum พิพิธภัณฑ์ดาราศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างเสร็จในปี 2021 ออกแบบโดย Ennead Architects จากนิวยอร์ก (ภาพ: archdaily.com)
Photo 3 of 4 Shanghai Astronomy Museum พิพิธภัณฑ์ดาราศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างเสร็จในปี 2021 ออกแบบโดย Ennead Architects จากนิวยอร์ก (ภาพ: archdaily.com)
Photo 4 of 4 Shanghai Astronomy Museum พิพิธภัณฑ์ดาราศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างเสร็จในปี 2021 ออกแบบโดย Ennead Architects จากนิวยอร์ก (ภาพ: archdaily.com)
Shanghai Astronomy Museum พิพิธภัณฑ์ดาราศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างเสร็จในปี 2021 ออกแบบโดย Ennead Architects จากนิวยอร์ก (ภาพ: archdaily.com)
Shanghai Astronomy Museum พิพิธภัณฑ์ดาราศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างเสร็จในปี 2021 ออกแบบโดย Ennead Architects จากนิวยอร์ก (ภาพ: archdaily.com)
Shanghai Astronomy Museum พิพิธภัณฑ์ดาราศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างเสร็จในปี 2021 ออกแบบโดย Ennead Architects จากนิวยอร์ก (ภาพ: archdaily.com)
Shanghai Astronomy Museum พิพิธภัณฑ์ดาราศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างเสร็จในปี 2021 ออกแบบโดย Ennead Architects จากนิวยอร์ก (ภาพ: archdaily.com)

Tatler Tip: ลองไปดินเนอร์สุดหรูที่ร้านอาหารริมแม่น้ำ The Bund พร้อมชมวิวสองฝั่งน้ำ และพักที่โรงแรม The Peninsula Shanghai หรือ Waldorf Astoria Shanghai on the Bund ซึ่งเป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่ได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางหรูหราแบบคลาสสิกที่หาไม่ได้ที่ไหน

อ่านเพิ่มเติม: ส่องบ้านสีดำสไตล์โมเดิร์นในกรุงปักกิ่ง มืดแต่ไม่คับแคบ เชื่อมต่อกับธรรมชาติ

สิงคโปร์

Tatler Asia
น้ำตกภายใน Jewal สนามบินชางงี สิงคโปร์ (ภาพ: pigphoto / Getty Images)
Above น้ำตกภายใน Jewal สนามบินชางงี สิงคโปร์ (ภาพ: pigphoto / Getty Images)
น้ำตกภายใน Jewal สนามบินชางงี สิงคโปร์ (ภาพ: pigphoto / Getty Images)

เมืองแห่งดีไซน์และสถาปัตยกรรมล้ำยุคของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ตอบรับทุกสภาพอากาศด้วยสมาร์ตโซลูชั่นโดยไม่ลดทอนความสวยงาม สิงคโปร์เป็นเมืองที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีเพื่อรับมือกับสภาพอากาศเขตร้อนชื้น สวนในร่มขนาดใหญ่ยังกลายเป็นที่หลบฝนชั้นเยี่ยม ให้เราได้ดื่มด่ำความงามทางสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ที่น่าทึ่ง สะท้อนถึงดีไซน์การออกแบบที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัวและชาญฉลาด

ด้วยความโดดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย การบริหารจัดการเมืองที่มีประสิทธิภาพ และการสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ทำให้สิงคโปร์ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการจัดงานระดับโลกที่สำคัญในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมบันเทิง ศิลปินระดับโลกมากมาย อาทิ Taylor Swift, Coldplay, Ed Sheeran ต่างเลือกสิงคโปร์เป็นจุดหมายหลักในการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น แลนด์มาร์กสำคัญของสิงคโปร์หลายแห่งยังได้รับเลือกให้เป็นฉากหลังในผลงานสร้างสรรค์ระดับโลก อย่างเช่นล่าสุด Jin สมาชิกวง BTS ที่เพิ่งมาถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลง ‘Don't Say You Love Me’ ที่ Gardens by the Bay, National Gallery Singapore และ Marina Bay Sands ซึ่งล้วนเป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น สะท้อนถึงการยอมรับในความงามและศักยภาพของสิงคโปร์ในเวทีโลก

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 Gardens by the Bay โดดเด่นด้วย Supertrees ยักษ์และโดมเรือนกระจกขนาดใหญ่อย่าง Cloud Forest และ Flower Dome ที่เป็นสถาปัตยกรรมแห่งอนาคต (ภาพ: Getty Images)
Photo 2 of 4 Gardens by the Bay โดดเด่นด้วย Supertrees ยักษ์และโดมเรือนกระจกขนาดใหญ่อย่าง Cloud Forest และ Flower Dome ที่เป็นสถาปัตยกรรมแห่งอนาคต (ภาพ: Getty Images)
Photo 3 of 4 Jin สมาชิกวง BTS ถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลง ‘Don't Say You Love Me’ ที่ Gardens by the Bay
Photo 4 of 4 Jin สมาชิกวง BTS ถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลง ‘Don't Say You Love Me’ ที่ Gardens by the Bay
Gardens by the Bay โดดเด่นด้วย Supertrees ยักษ์และโดมเรือนกระจกขนาดใหญ่อย่าง Cloud Forest และ Flower Dome ที่เป็นสถาปัตยกรรมแห่งอนาคต (ภาพ: Getty Images)
Gardens by the Bay โดดเด่นด้วย Supertrees ยักษ์และโดมเรือนกระจกขนาดใหญ่อย่าง Cloud Forest และ Flower Dome ที่เป็นสถาปัตยกรรมแห่งอนาคต (ภาพ: Getty Images)
Jin สมาชิกวง BTS ถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลง ‘Don't Say You Love Me’ ที่ Gardens by the Bay
Jin สมาชิกวง BTS ถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลง ‘Don't Say You Love Me’ ที่ Gardens by the Bay

สถานที่เที่ยวแนะนำ

  • Gardens by the Bay (การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์): ที่นี่โดดเด่นด้วย Supertrees ยักษ์และโดมเรือนกระจกขนาดใหญ่อย่าง Cloud Forest และ Flower Dome ที่เป็นสถาปัตยกรรมแห่งอนาคต Cloud Forest มีน้ำตกจำลองขนาดใหญ่และพันธุ์ไม้เขตร้อนที่ปกคลุมด้วยหมอก ซึ่งยิ่งสวยงามและสมจริงในวันฝนตก ที่นี่สร้างขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ของสิงคโปร์ที่จะเป็น ‘เมืองในสวน’ ซึ่งเปลี่ยนความคิดเรื่องพื้นที่สีเขียวในเมืองไปอย่างสิ้นเชิง
  • Marina Bay Sands (มารีน่า เบย์ แซนด์ส): สถาปัตยกรรมสุดไอคอนิกของสิงคโปร์ที่ออกแบบโดย Moshe Safdie โดดเด่นด้วย 3 ตึกที่เชื่อมต่อกันด้วย Sands Skypark บนยอดตึก ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำลอยฟ้าที่ยาวที่สุดในโลก ภายใน Marina Bay Sands ยังมีโรงละคร Sands Theatre ที่จัดแสดงละครเพลงบรอดเวย์ระดับโลกที่ได้รับรางวัลหลายเรื่อง เช่น The Lion King, Wicked, The Phantom of the Opera นอกจากนี้ ยังมี Spectra โชว์การแสดงแสงสีเสียงและสายน้ำ ณ อ่าว Marina Bay ซึ่งผสานรวมเทคโนโลยีการฉายเลเซอร์ ระบบไฟ และเทคนิคการปล่อยน้ำพุ พร้อมด้วยเสียงเพลงประกอบที่เข้าบรรยากาศซึ่งสร้างสรรค์โดย Kenn C. นักแต่งเพลงที่ได้รับรางวัล
  • ArtScience Museum (พิพิธภัณฑ์ศิลปะวิทยาศาสตร์): อาคารรูปดอกบัวที่ออกแบบโดย Moshe Safdie เช่นกัน เป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์ มีแนวคิดการออกแบบที่รวมศิลปะและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน ภายในมีการจัดแสดงที่น่าสนใจผสมผสานศิลปะและวิทยาศาสตร์ เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการหลบฝนและค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ๆ
  • National Gallery Singapore (หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์): หอศิลป์ขนาดใหญ่แห่งนี้เป็นการรวมอาคารเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์สองแห่งเข้าด้วยกัน นั่นคือ ศาลฎีกาเก่า (Former Supreme Court) และศาลาว่าการเก่า (Former City Hall) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลคลาสสิกช่วงทศวรรษ 1920-1930s การออกแบบเชื่อมต่ออาคารเก่าโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส Jean-François Milou (studioMilou) ได้สร้างทางเชื่อมกระจกและเหล็กที่ทันสมัยอย่างลงตัว ทำให้เกิดเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก การเดินชมภายในอาคารที่สวยงามโอ่อ่าในวันฝนตก ให้ความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปพร้อมกับดื่มด่ำงานศิลป์ระดับโลก
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 ArtScience Museum อาคารรูปดอกบัวที่ออกแบบโดย Moshe Safdie ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับ Marina Bay Sands เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวิทยาศาสตร์แห่งแรกของโลก (ภาพ: Getty Images)
Photo 2 of 3 ArtScience Museum อาคารรูปดอกบัวที่ออกแบบโดย Moshe Safdie ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับ Marina Bay Sands เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวิทยาศาสตร์แห่งแรกของโลก (ภาพ: Getty Images)
Photo 3 of 3 วิวยามค่ำคืนของ Singapore ArtScience Museum กับภาพศิลปะอินสตอลเลชั่น ‘Glacier Dreams’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาล ‘i Light Singapore’ เมื่อปี 2023 (ภาพ: Getty Images)
ArtScience Museum อาคารรูปดอกบัวที่ออกแบบโดย Moshe Safdie ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับ Marina Bay Sands เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวิทยาศาสตร์แห่งแรกของโลก (ภาพ: Getty Images)
ArtScience Museum อาคารรูปดอกบัวที่ออกแบบโดย Moshe Safdie ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับ Marina Bay Sands เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวิทยาศาสตร์แห่งแรกของโลก (ภาพ: Getty Images)
วิวยามค่ำคืนของ Singapore ArtScience Museum กับภาพศิลปะอินสตอลเลชั่น ‘Glacier Dreams’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาล ‘i Light Singapore’ เมื่อปี 2023 (ภาพ: Getty Images)
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 7 National Gallery Singapore หรือ หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลคลาสสิกช่วงทศวรรษ 1920-1930s เป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ภาพ: National Gallery Singapore)
Photo 2 of 7 ภายใน National Gallery Singapore พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ภาพ: National Gallery Singapore)
Photo 3 of 7 ภายใน National Gallery Singapore พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ภาพ: National Gallery Singapore)
Photo 4 of 7 ภายใน National Gallery Singapore พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ภาพ: National Gallery Singapore)
Photo 5 of 7 ภายใน National Gallery Singapore พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ภาพ: National Gallery Singapore)
Photo 6 of 7 ภายใน National Gallery Singapore พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ภาพ: National Gallery Singapore)
Photo 7 of 7 ภายใน National Gallery Singapore พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ภาพ: National Gallery Singapore)
National Gallery Singapore หรือ หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลคลาสสิกช่วงทศวรรษ 1920-1930s เป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ภาพ: National Gallery Singapore)
ภายใน National Gallery Singapore พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ภาพ: National Gallery Singapore)
ภายใน National Gallery Singapore พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ภาพ: National Gallery Singapore)
ภายใน National Gallery Singapore พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ภาพ: National Gallery Singapore)
ภายใน National Gallery Singapore พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ภาพ: National Gallery Singapore)
ภายใน National Gallery Singapore พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ภาพ: National Gallery Singapore)
ภายใน National Gallery Singapore พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ภาพ: National Gallery Singapore)

เชียงใหม่ ประเทศไทย

Tatler Asia
AI-generated image
Above AI-generated image
AI-generated image

อดีตนครแห่งอาณาจักรล้านนาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 700 ปี ที่สถาปัตยกรรมไม้เก่าแก่และวัดวาอารามจะงดงามยิ่งขึ้นท่ามกลางป่าเขียวที่ชุ่มฉ่ำ เชียงใหม่ในฤดูฝนเรียกได้ว่าถ่ายรูปสวยทุกมุม เพราะเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง บรรยากาศของวัดโบราณสไตล์ล้านนาที่มีหลังคาซ้อนชั้นและไม้แกะสลักอันวิจิตร เมื่อมีฝนพรำจะสร้างความรู้สึกที่เงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ สีเขียวของมอสส์ที่เกาะตามกำแพงเก่าแก่และต้นไม้ที่ชุ่มฉ่ำจะยิ่งขับเน้นความงามและความขลังของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

ภูมิทัศน์ของเมืองเชียงใหม่โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างธรรมชาติที่สวยงามที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาดอยสุเทพ-ปุย และพื้นที่สีเขียวอันอุดมสมบูรณ์ กับโครงสร้างเมืองเก่าที่ยังคงรักษากำแพงและคูเมืองโบราณไว้ ทำให้เห็นถึงการวางผังเมืองในอดีตที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ เชียงใหม่ยังได้รับการประกาศให้เป็น ‘เมืองสร้างสรรค์’ (Creative City) ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านจาก Unesco ในปี 2017 ตอกย้ำถึงความโดดเด่นของงานฝีมือ ศิลปะ และการออกแบบที่เป็นรากฐานทางวัฒนธรรมของเมือง ปัจจุบัน ยังมีการผลักดันเมืองเชียงใหม่สู่การเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมของ Unesco ซึ่งยิ่งทำให้เมืองนี้เป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และงานดีไซน์ทั่วโลก

Tatler Asia
วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร วัดศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่ที่ตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1929 (ค.ศ. 1386) โดดเด่นด้วยเจดีย์ทรงเชียงแส สีทองอร่ามที่เปล่งประกายแม้ในวันฝนตก
Above วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร วัดศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่ที่ตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1929 (ค.ศ. 1386) โดดเด่นด้วยเจดีย์ทรงเชียงแสนสีทองอร่ามที่เปล่งประกายแม้ในวันฝนตก
วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร วัดศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่ที่ตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1929 (ค.ศ. 1386) โดดเด่นด้วยเจดีย์ทรงเชียงแส สีทองอร่ามที่เปล่งประกายแม้ในวันฝนตก
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 ‘วัดสกทาคามี’ หรือวัดผาลาด สร้างขึ้นในสมัยพระครูบาศรีวิชัย (ประมาณ พ.ศ. 2465) โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านนาผสมพม่า ในฤดูฝน วัดแห่งนี้จะยิ่งดูมีชีวิตชีวาและงดงามราวกับดินแดนลับแล (ภาพ: Getty Images)
Photo 2 of 3 ‘วัดสกทาคามี’ หรือวัดผาลาด สร้างขึ้นในสมัยพระครูบาศรีวิชัย (ประมาณ พ.ศ. 2465) โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านนาผสมพม่า ในฤดูฝน วัดแห่งนี้จะยิ่งดูมีชีวิตชีวาและงดงามราวกับดินแดนลับแล (ภาพ: sutiporn somnam / Getty Images)
Photo 3 of 3 ‘วัดสกทาคามี’ หรือวัดผาลาด โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านนาผสมพม่า ในฤดูฝน วัดแห่งนี้จะยิ่งดูมีชีวิตชีวาและงดงามราวกับดินแดนลับแล
The Beautiful ancient building in the Wat Pha Lat. This famous buddhist forest temple is located in Chiang Mai, Thailand.
‘วัดสกทาคามี’ หรือวัดผาลาด สร้างขึ้นในสมัยพระครูบาศรีวิชัย (ประมาณ พ.ศ. 2465) โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านนาผสมพม่า ในฤดูฝน วัดแห่งนี้จะยิ่งดูมีชีวิตชีวาและงดงามราวกับดินแดนลับแล (ภาพ: sutiporn somnam / Getty Images)
‘วัดสกทาคามี’ หรือวัดผาลาด โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านนาผสมพม่า ในฤดูฝน วัดแห่งนี้จะยิ่งดูมีชีวิตชีวาและงดงามราวกับดินแดนลับแล

สถานที่เที่ยวแนะนำ

  • วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร: วัดคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1888 (ค.ศ. 1345) ในสมัยพญาผายู โดดเด่นด้วย วิหารลายคำ ที่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ และ พระอุโบสถศิลปะล้านนา ที่งดงาม หลังคาที่ซ้อนชั้นและงานไม้แกะสลักอันวิจิตรบรรจงจะดูเข้มขลังขึ้นในวันฝนโปรย
  • วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร: วัดศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่ที่ตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1929 (ค.ศ. 1386) โดดเด่นด้วย เจดีย์ทรงเชียงแสน สีทองอร่ามที่เปล่งประกายแม้ในวันฝนตก ทิวทัศน์ของเมืองเชียงใหม่ที่มองลงมาจากวัดจะถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกจางๆ สร้างบรรยากาศที่ลึกลับและเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
  • วัดผาลาด: หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘วัดสกทาคามี’ เป็นวัดป่าที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าเขาบนเส้นทางขึ้นดอยสุเทพ สร้างขึ้นในสมัยพระครูบาศรีวิชัย (ประมาณ พ.ศ. 2465) โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านนาผสมพม่าที่กลมกลืนกับธรรมชาติ มีทั้งศาลา เจดีย์ และรูปปั้นที่ปกคลุมด้วยต้นมอสและเถาวัลย์ ในฤดูฝน วัดแห่งนี้จะยิ่งดูมีชีวิตชีวาและงดงามราวกับดินแดนลับแล ความชุ่มฉ่ำของป่าไม้และเสียงน้ำตกเล็กๆ ยิ่งเพิ่มความรู้สึกสงบและร่มเย็น เหมาะกับการนั่งสมาธิและผ่อนคลายจิตใจ
  • 137 Pillars House Chiang Mai: โรงแรมบูติกสุดหรูที่สร้างขึ้นจากบ้านไม้สักเก่าแก่สไตล์โคโลเนียลในยุค 1880s ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทป่าไม้ของชาวอังกฤษ ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันโดยสถาปนิกชาวไทยที่คงความงดงามของสถาปัตยกรรมดั้งเดิมผสมผสานกับความหรูหราสมัยใหม่ การพักผ่อนในบ้านไม้เก่าแก่ที่โอบล้อมด้วยสวนเขียวชอุ่มเป็นประสบการณ์ที่ควรสัมผัสสักครั้ง
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 137 Pillars House Chiang Mai โรงแรมบูติกสุดหรูที่สร้างขึ้นจากบ้านไม้สักเก่าแก่สไตล์โคโลเนียลในยุค 1880s ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทป่าไม้ของชาวอังกฤษ
Photo 2 of 3 ห้องอาหาร Palette ภายในโรงแรม 137 Pillars House Chiang Mai
Photo 3 of 3 เลานจ์สุดพิเศษของโรงแรม 137 Pillars House Chiang Mai
137 Pillars House Chiang Mai โรงแรมบูติกสุดหรูที่สร้างขึ้นจากบ้านไม้สักเก่าแก่สไตล์โคโลเนียลในยุค 1880s ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทป่าไม้ของชาวอังกฤษ
ห้องอาหาร Palette ภายในโรงแรม 137 Pillars House Chiang Mai
เลานจ์สุดพิเศษของโรงแรม 137 Pillars House Chiang Mai

บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

Tatler Asia
วัดโบราณที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย (ภาพ: Getty Images)
Above วัดโบราณที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย (ภาพ: Getty Images)
วัดโบราณที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย (ภาพ: Getty Images)

บาหลีได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘เกาะแห่งเทพเจ้า’ ด้วยความงดงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมฮินดูที่เป็นเอกลักษณ์ เมืองนี้โดดเด่นด้วยภูมิทัศน์ที่หลากหลาย ตั้งแต่นาข้าวขั้นบันไดสีเขียวขจี (Terraced Rice Fields) อย่าง Tegallalang Rice Terrace ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย Unesco ไปจนถึง ภูเขาไฟที่สูงตระหง่านอย่าง Mount Batur ชายหาดทรายขาวและดำที่ทอดยาว และป่าฝนเขตร้อนอันอุดมสมบูรณ์ 

บาหลีในฤดูฝนคือช่วงเวลาที่ธรรมชาติเผยความงดงามอย่างเต็มที่ ป่าฝนจะเขียวขจีชุ่มฉ่ำ น้ำตกไหลแรงเต็มที่ วัดโบราณที่ปกคลุมด้วยมอสส์และต้นไม้เขตร้อนดูมีมนต์ขลังยิ่งขึ้น สถาปัตยกรรมของบาหลีมีความโดดเด่นจากการผสมผสานระหว่างความเชื่อทางศาสนา วัฒนธรรม และธรรมชาติ วัดในบาหลีมักสร้างด้วยหินทรายและไม้แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง มีประตูทางเข้าแบบบาหลี (Candi Bentar) และเจดีย์หลายชั้น (Meru) นอกจากนี้ บาหลียังเป็นผู้นำด้านการออกแบบรีสอร์ตที่กลมกลืนกับธรรมชาติ โดยมักใช้วัสดุพื้นถิ่น เช่น ไม้ หิน หลังคาหญ้าแฝก และการออกแบบพื้นที่เปิดโล่ง (Open-air) เพื่อเชื่อมโยงผู้เข้าพักกับสิ่งแวดล้อม การออกแบบเหล่านี้ทำให้ที่พักไม่เพียงเป็นที่พักผ่อน แต่ยังเป็นงานศิลปะทางสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งในตัวเอง

Tatler Asia
Tirta Empul Temple บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 962 เป็นสถาปัตยกรรมบาหลีโบราณที่งดงาม โดดเด่นด้วยบ่อน้ำพุที่เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ (ภาพ: Getty Images)
Above Tirta Empul Temple บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถาปัตยกรรมบาหลีโบราณที่งดงาม (ภาพ: Getty Images)
Tatler Asia
Tirta Empul Temple วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย (ภาพ: Getty Images)
Above Tirta Empul Temple วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย (ภาพ: Getty Images)
Tirta Empul Temple บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 962 เป็นสถาปัตยกรรมบาหลีโบราณที่งดงาม โดดเด่นด้วยบ่อน้ำพุที่เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ (ภาพ: Getty Images)
Tirta Empul Temple วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย (ภาพ: Getty Images)

สถานที่เที่ยวแนะนำ

  • Tirta Empul Temple (วัดเตียร์ตาเอ็มปุล): วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 962 เป็นสถาปัตยกรรมบาหลีโบราณที่งดงาม โดดเด่นด้วยบ่อน้ำพุที่เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ การเยี่ยมชมวัดในวันฝนตกจะสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและเข้าถึงจิตวิญญาณได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ท่ามกลางความเขียวขจีที่ชุ่มฉ่ำ
  • Tegallalang Rice Terrace (นาข้าวขั้นบันไดเตกาลาลัง): เปรียบเสมือนสถาปัตยกรรมภูมิทัศน์อันงดงามและโดดเด่นของบาหลี นาข้าวขั้นบันไดเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบชลประทาน Subak ซึ่งเป็นมรดกโลกของ Unesco ที่สร้างขึ้นโดยภูมิปัญญาชาวบ้านมานานนับศตวรรษ ในช่วงฤดูฝน นาข้าวจะยิ่งเขียวขจีสดชื่น ทอดยาวเป็นชั้นๆ สลับซับซ้อนไปตามไหล่เขา สร้างทัศนียภาพที่สวยงามจับใจและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของบาหลี
  • Ubud (อูบุด): ศูนย์กลางทางศิลปะและวัฒนธรรมของบาหลีที่เต็มไปด้วยแกลเลอรีศิลปะ สตูดิโอโยคะ ร้านอาหารออร์แกนิก และที่พักบูติกดีไซน์สวยงามซ่อนตัวอยู่ในป่าเขาและนาข้าว การสำรวจอูบุดในวันฝนตกจะพาคุณไปพบกับร้านคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น พิพิธภัณฑ์ศิลปะ หรือเวิร์กช็อปในร่ม ที่เผยให้เห็นถึงความงามของการออกแบบและวิถีชีวิตที่ลึกซึ้งของบาหลี
  • Capella Ubud: รีสอร์ตสุดหรูในรูปแบบเต็นท์แกลมปิ้งดีไซน์แปลกตา ออกแบบโดย Bill Bensley สถาปนิกชื่อดัง ตั้งอยู่ในป่าฝนอันเงียบสงบใกล้เมืองอูบุด แต่ละเต็นท์มีสไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สถาปัตยกรรมที่กลมกลืนกับธรรมชาติแห่งนี้จะยิ่งน่าตื่นตาเมื่อฝนตก สร้างความรู้สึกเหมือนได้พักผ่อนอย่างหรูหราท่ามกลางป่าฝนที่ยังมีชีวิตชีวาและเสียงธรรมชาติอันร่มรื่น
Tatler Asia
Tegallalang Rice Terrace นาข้าวขั้นบันไดเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบชลประทาน Subak ซึ่งเป็นมรดกโลกของ Unesco ที่สร้างขึ้นโดยภูมิปัญญาชาวบ้านมานานนับศตวรรษ (ภาพ: Getty Images)
Above Tegallalang Rice Terrace นาข้าวขั้นบันไดเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบชลประทาน Subak ซึ่งเป็นมรดกโลกของ Unesco ที่สร้างขึ้นโดยภูมิปัญญาชาวบ้านมานานนับศตวรรษ (ภาพ: Getty Images)
Tegallalang Rice Terrace นาข้าวขั้นบันไดเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบชลประทาน Subak ซึ่งเป็นมรดกโลกของ Unesco ที่สร้างขึ้นโดยภูมิปัญญาชาวบ้านมานานนับศตวรรษ (ภาพ: Getty Images)
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 ห้องพักแบบเต็นท์ Keliki Valley ของโรงแรม Capella Ubud พร้อมสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามของบาหลี (ภาพ: Capella Ubud)
Photo 2 of 3 ห้องพักแบบเต็นท์ Rainforest มีสระว่ายน้ำส่วนตัว พร้อมวิวป่าเขียวชอุ่มของบาหลี (ภาพ: Capella Ubud)
Photo 3 of 3 ห้องพัก The Lodge มาพร้อมดีไซน์การตกแต่งแบบโอเรียนทัลไชนีส (ภาพ: Capella Ubud)
ห้องพักแบบเต็นท์ Keliki Valley ของโรงแรม Capella Ubud พร้อมสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามของบาหลี (ภาพ: Capella Ubud)
ห้องพักแบบเต็นท์ Rainforest มีสระว่ายน้ำส่วนตัว พร้อมวิวป่าเขียวชอุ่มของบาหลี (ภาพ: Capella Ubud)
ห้องพัก The Lodge มาพร้อมดีไซน์การตกแต่งแบบโอเรียนทัลไชนีส (ภาพ: Capella Ubud)

ฮานอย ประเทศเวียดนาม

Tatler Asia
โรงละคร Hanoi Opera House (ภาพ: Getty Images)
Above โรงละคร Hanoi Opera House (ภาพ: Getty Images)
โรงละคร Hanoi Opera House (ภาพ: Getty Images)

ฮานอยคือเมืองที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งอดีต โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียลที่ได้รับการดูแลอย่างดี ในฐานะเมืองหลวงเก่าแก่นับพันปีของเวียดนาม ฮานอยเปรียบดั่งศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1010 โดยจักรพรรดิ Ly Thai To ซึ่งทรงเรียกชื่อเมืองว่า Thang Long (มังกรเหิน) สะท้อนถึงความรุ่งเรืองและพลังอำนาจ เมืองนี้โดดเด่นด้วยภูมิทัศน์จากการผสมผสานระหว่างความงดงามตามธรรมชาติของทะเลสาบและต้นไม้อายุนับร้อยปี เข้ากับสถาปัตยกรรมแบบเวียดนามดั้งเดิมและอิทธิพลสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสในยุคอาณานิคมที่เห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะในเขตเมืองเก่า (Old Quarter) และย่านฝรั่งเศส (French Quarter) 

เมื่อสายฝนโปรยปรายลงมา สถาปัตยกรรมโคโลเนียลฝรั่งเศส เช่น อาคารสีเหลืองนวล จะสะท้อนสีสันและเงาทาบทอลงบนพื้นถนนที่เปียกปอน ชวนให้หวนรำลึกถึงอดีตที่รุ่งเรืองของฮานอย และคาเฟ่ริมถนนก็สร้างบรรยากาศความโรแมนติกแบบวินเทจที่หาไม่ได้จากเมืองไหนในเอเชีย

Tatler Asia
St. Joseph's Cathedral หรือมหาวิหารเซนต์โจเซฟ โบสถ์สไตล์ Gothic Revival ที่สร้างขึ้นในปี 1886 โดยชาวฝรั่งเศส ที่ฮานอย (ภาพ: Getty Images)
Above St. Joseph's Cathedral หรือมหาวิหารเซนต์โจเซฟ โบสถ์สไตล์ Gothic Revival ที่สร้างขึ้นในปี 1886 โดยชาวฝรั่งเศส ที่ฮานอย (ภาพ: Getty Images)
St. Joseph's Cathedral หรือมหาวิหารเซนต์โจเซฟ โบสถ์สไตล์ Gothic Revival ที่สร้างขึ้นในปี 1886 โดยชาวฝรั่งเศส ที่ฮานอย (ภาพ: Getty Images)

สถานที่เที่ยวแนะนำ

  • St. Joseph's Cathedral (มหาวิหารเซนต์โจเซฟ): โบสถ์สไตล์ Gothic Revival ที่สร้างขึ้นในปี 1886 โดยชาวฝรั่งเศส มีความคล้ายคลึงกับมหาวิหารน็อทร์-ดามในปารีส อาคารหินเก่าดูเข้มขลังและน่าค้นหา ชวนให้รู้สึกเหมือนหลุดไปในยุโรปเลยทีเดียว
  • Grand Opera House (โรงละครโอเปร่าฮานอย): อาคารสไตล์ French Colonial ที่สร้างขึ้นในปี 1911 โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นแบบ Neo-Baroque และ Neo-Renaissance เป็นศูนย์รวมศิลปะและวัฒนธรรมที่งดงาม การยืนอยู่หน้าโรงละครในวันฝนตกจะให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในฉากภาพยนตร์คลาสสิก
  • Long Bien Bridge (สะพานลองเบียน): สะพานเหล็กเก่าแก่ที่สร้างโดยวิศวกรชาวฝรั่งเศส Gustave Eiffel (ผู้ออกแบบหอไอเฟล) ในช่วงปี 1899-1902 เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้และความอดทนของชาวเวียดนาม การยืนอยู่บนสะพานและมองไปยังแม่น้ำแดง เราจะได้เห็นวิถีชีวิตริมน้ำที่ยังคงดำเนินไปท่ามกลางสายฝน
Tatler Asia
สะพาน Long Bien ยามพระอาทิตย์ขึ้นที่ฮานอย (ภาพ: Getty Images)
Above สะพาน Long Bien ยามพระอาทิตย์ขึ้นที่ฮานอย (ภาพ: Getty Images)
สะพาน Long Bien ยามพระอาทิตย์ขึ้นที่ฮานอย (ภาพ: Getty Images)

Tatler Tip: จิบกาแฟเวียดนามหอมกรุ่นในคาเฟ่สไตล์โคโลเนียลที่ตกแต่งอย่างมีรสนิยม พักในโรงแรมประวัติศาสตร์ อย่าง Sofitel Legend Metropole Hanoi ที่ผสมผสานความหรูหราแบบฝรั่งเศสกับเสน่ห์แบบเวียดนาม และชมการแสดงหุ่นกระบอกน้ำในโรงละครเก่าแก่ที่เปี่ยมด้วยศิลปะและวัฒนธรรม หรือจัด private tour ชมงานสถาปัตยกรรมโคโลเนียลสำคัญๆ ทั่วเมือง พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และดีไซน์

Tatler Asia
สีสันสถาปัตยกรรมแบบเวียดนามดั้งเดิมและอิทธิพลสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสในยุคอาณานิคมในย่านฝรั่งเศส (French Quarter) (ภาพ: Getty Images)
Above สีสันสถาปัตยกรรมแบบเวียดนามดั้งเดิมและอิทธิพลสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสในยุคอาณานิคมในย่านฝรั่งเศส (French Quarter) (ภาพ: Getty Images)
สีสันสถาปัตยกรรมแบบเวียดนามดั้งเดิมและอิทธิพลสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสในยุคอาณานิคมในย่านฝรั่งเศส (French Quarter) (ภาพ: Getty Images)

Topics

Chutima Katepongchai
Assistant Editor, Homes & Lifestyle, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชุติมา เกตุพงษ์ชัย ผู้ช่วยบรรณาธิการประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาสถาปัตยกรรม งานออกแบบ และไลฟ์สไตล์ เธอเล่าเรื่องบ้านและพื้นที่รอบตัวในฐานะแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน ผ่านบริบทร่วมสมัย