Tatler ชวนคุณออกไปเที่ยวในหลายอุทยานแห่งชาติรับหน้าฝนแสนชุ่มฉ่ำ ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นและเขียวขจี
ฤดูฝนปีนี้ดูจะเริ่มต้นช้ากว่าที่คิดไปสักหน่อย แต่เมื่อสายฝนเริ่มซัดสาดในประเทศไทยแบบนี้แล้ว หลายคนคงมีความคิดอยากหาสถานที่ท่องเที่ยวหนีฝน หรือไม่ก็กิจกรรมอื่นใดที่ไม่ต้องโดนฝน Tatler อยากชวนทุกคนออกไปสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวหน้าฝน หรือที่เรียกว่าหน้า 'Green Season' เพราะเมื่อยามฝนพรำ ต้นไม้ใบหญ้าของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติต่างๆ ก็จะเริ่มแตกใบสีเขียวสดให้คุณได้ไปพบกับความสดชื่นอีกครั้ง
ประเทศไทยก็มีอุทยานแห่งชาติหลากหลายแห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ พร้อมความสวยงามโดดเด่นมากมาย ลองจินตนาการถึงทะเลหมอกยามเช้าที่อุทยานแห่งชาติในภาคเหนือ พันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นอย่างดอกกระเจียวในจังหวัดชัยภูมิ หรืออุทยานแห่งชาติในผืนป่ามรดกโลกของไทย ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเอกลักษณ์ความงามเฉพาะตัวของพื้นที่เหล่านี้ที่ต่างมีเสน่ห์ให้คุณออกไปค้นหา พร้อมแง่มุมใหม่ๆ ที่จะทำให้คุณไม่อยากหลบฝนอีกต่อไป
อ่านเพิ่มเติม: 9 ที่เที่ยวสุดสวยในเอเชีย สำหรับคนรักธรรมชาติ
ลิสต์ด้านล่างนี้คือ 9 อุทยานแห่งชาติทั่วไทยที่คุณอาจไม่คุ้นเคยนัก แต่เรารับรองได้เลยว่าสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้จะเป็นปลายทางในฤดูฝนที่น่าสนใจอย่างแน่นอน
1. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม, ชัยภูมิ

Above ทางเดินไม้ที่โอบล้อมด้วยทุ่งดอกกระเจียวสีสดของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม (ภาพ: naramit / Getty Images)
'ดอกกระเจียว' พืชพื้นถิ่นในแถบภาคอีสาน ดอกไม้ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งในช่วงฤดูฝนของประเทศไทย (ประมาณช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม) เป็นช่วงที่ดอกกระเจียวบานสวยงามพร้อมให้ชม อุทยานแห่งชาติป่าหินงามคือหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดและขึ้นชื่อที่สุดสำหรับการชมดอกกระเจียว
นอกจากทุ่งดอกกระเจียวแล้ว อุทยานแห่งชาตินี้ยังมีอีกหนึ่งจุดชมความงามธรรมชาติอย่าง 'ลานหินงาม' ลานหินที่เต็มไปด้วยเสาหินทรายรูปร่างแปลกตา เกิดจากการกัดกร่อนของลมและน้ำผ่านช่วงเวลานับล้านปี จนเกิดเป็นเสาหินที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล อุทยานแห่งชาติแห่งนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวฤดูฝนที่คุณไม่ควรพลาด ลองจินตนาการว่าคุณได้เดินชมทุ่งดอกกระเจียวยามเช้าหลังฝนตก น้ำค้างเย็นๆ ท่ามกลางทะเลหมอกสวยๆ คงเป็นภาพที่น่าประทับใจไม่น้อยเลยทีเดียว
2. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว, อุตรดิตถ์

Above น้ำตกสายทิพย์ หนึ่งในจุดธรรมชาติที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว (ภาพ: subinpumsom / Getty Images)
ถ้าคุณคือนักเดินทางที่รักการเดินป่า อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวคือปลายทางสำหรับการเดินป่าหน้าฝนที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ด้วยภูมิประเทศที่เป็นป่าสน ทำให้อุทยานแห่งนี้เหมาะสมมากๆ ที่จะไปเที่ยวในหน้าฝน ลองจินตนาการถึงการเดินป่าในวันฝนโปรยเพื่อพิชิตลานกางเต็นท์บนยอดเขาท่ีเป็นป่าสนสามใบ ก่อนตื่นเช้ามาสัมผัสบรรยากาศชวนฝันของทะเลหมอก
อีกหนึ่งไฮไลต์ของภูสอยดาวคือ 'ดอกหงอนนาค' พืชล้มลุกที่ออกดอกบานสวย ซึ่งในเดือนสิงหาคมของทุกปี คุณจะได้เห็นเจ้าดอกไม้นี้งามเบ่งบานจนทั่วทุ่ง มอบเสน่ห์ความงดงามให้กับภูเขาลูกนี้ได้เป็นอย่างดี
น้ำตกสายทิพย์ อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวที่ในช่วงหน้าฝน จะมีน้ำสมบูรณ์สวยงาม และสองข้างทางตามโขดหินจะมีมอสสีเขียวสดจับเป็นกลุ่มหนา ยิ่งเพิ่มสีสันให้ผืนป่าในหน้าฝนสดชื่นขึ้นไปอีกขั้น
Tatler Tip: อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนกรกฎาคมไปจนถึงเดือนมกราคม ซึ่งจำเป็นต้องจองล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ทางการก่อน เนื่องจากทางอุทยานจำกัดจำนวนผู้เข้าชม
3. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า, พิษณุโลก

Above จุดชมวิวลานหินปุ่ม จุดชมทิวทัศน์แสนแปลกตา และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า (ภาพ: Pakin Songmor / Getty Images)
พื้นที่อุทยานภูหินร่องกล้า ครั้งหนึ่งเคยถูกใช้เป็นฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในช่วงที่เกิดความขัดแย้งระหว่างสองขั้วความคิดทางการเมืองในช่วงปีพ.ศ. 2511 - 2525 ก่อนที่จะถูกจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ
นอกเหนือจากเรื่องราวเบื้องหลังเชิงประวัติศาสตร์แล้ว อุทยานแห่งชาตินี้ยังเต็มไปด้วยความงามแปลกตาของธรรมชาติ เช่น จุดชมวิวสุดไอคอนิกอย่าง 'ลานหินปุ่ม' ลานหินที่มีเนินหินตะปุ่มตะป่ำทั่วบริเวณ ที่นอกจากจะเป็นสถานที่ชมวิวทะเลหมอกยามเช้าแล้ว อีกหนึ่งเหตุผลที่เราอยากชวนคุณไปสัมผัสความงามของสถานที่แห่งนี้ในช่วงฤดูฝนเป็นเพราะ ในช่วงเดือนสิงหาคมไปจนถึงตุลาคม จะมีดอกไม้ป่าหน้าตาไม่คุ้นเคยเบ่งบานอยู่ทั่วบริเวณลานหิน ทั้งดอกเปราะภู, ลิ้นมังกร, ตาเหินไหว และดอกหงส์เหิน นอกจากนั้นในช่วงฤดูที่ฟ้าโปร่ง ที่นี่ก็เป็นจุดดูดาวที่สวยงามอีกที่หนึ่งเลยทีเดียว
4. อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย, อุบลราชธานี

Above น้ำตกห้วยหลวงในอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย (ภาพ: Khunkay)
อีกหนึ่งอุทยานแห่งชาติที่เราอยากแนะนำให้คุณไปสัมผัสความงามในช่วงหน้าฝนคือ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย จังหวัดอุบลราชธานี โดยคำว่า 'ภูจอง' มาจากปริมาณต้นจองหรือต้นสำรองที่มีจำนวนมากในแถบนั้น และ 'นายอย' ที่แปลว่าน้ำย้อย เนื่องจากผืนป่าแห่งนี้มีลำน้ำและน้ำตกหลายแห่งซุกซ่อนอยู่
ในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปริมาณน้ำในลำธารและน้ำตกจะเพิ่มมากขึ้น ทำให้เหมาะกับการเที่ยวชมความงาม โดยน้ำตกยอดนิยมของอุทยานแห่งนี้คือ น้ำตกห้วยหลวง ที่ไหลจากหน้าผาสูง 45 เมตร เป็นจุดที่คนนิยมมาชมวิวและเล่นน้ำ ถัดขึ้นไปเหนือน้ำตกห้วยหลวงคือแก่งกะเลา ลานหินที่ในหน้าน้ำจะกลายเป็นธารน้ำ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมานั่งแช่น้ำในหลุมแอ่งบนลานหิน นอกจากนี้ยังมีลานดอกหญ้าที่แม้ดอกหญ้าอาจยังไม่ขึ้นมากนักในช่วงต้นฤดูฝน แต่ก็จะมีดอกไม้ป่าหน้าตาสวยงามขึ้นอยู่ทั่วทั้งลาน
5. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, เพชรบุรี

Above ช้างป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (ภาพ: สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของกลุ่มป่าแก่งกระจาน พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ซึ่งมีพื้นที่ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติสวยงาม อุดมสมบูรณ์และมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งดูนก ดูผีเสื้อ ส่องสัตว์ หรือเล่นน้ำในแม่น้ำ ล่องเรือในทะเลสาบ ไปจนถึงชมวิวบนยอดเขาและหน้าผาสูง
แก่งกระจานเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนรักธรรมชาติ เพราะเราสามารถตื่นเช้าไปชมทะเลหมอกบนเขาพะเนิงทุ่ง ก่อนจะไปชมความงามของน้ำตกต่างๆ ทั้งน้ำตกทอทิพย์ น้ำตกป่าละอู หรือจะเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมนก ชมผีเสื้อ ก็ได้เช่นกัน ในเดือนสิงหาคมเป็นต้นไปก็เป็นเวลาที่เหมาะสมกับการล่องแก่งเรือยาง หรือทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์อย่างการขับรถ ATV ส่วนใครที่เป็นนักท่องเที่ยวสายชิลล์ ลองไปล่องเรือชมความงามและไหว้พระในเขื่อนแก่งกระจานก็เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจไม่น้อย
6. อุทยานแห่งชาติดอยภูคา, น่าน

Above น้ำตกขุนน้ำปัว แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา (ภาพ: Facebook.com / @Beautiful National Park)
เราขอพาคุณแอ่วเมืองเหนือกันสักหน่อยกับอุทยานแห่งชาติในอำเภอปัว จังหวัดน่าน อย่างอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ใครไปเที่ยวจังหวัดน่านจะต้องไม่พลาด
อุทยานแห่งนี้เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย หนึ่งในนั้นคือแม่น้ำสายสำคัญอย่างแม่น้ำน่าน และด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าทำให้คุณสามารถพบเห็นพันธุ์ไม้พื้นถิ่นหายากอย่าง 'ต้นชมพูภูคา' ซึ่งเป็นต้นไม้หายากใกล้สูญพันธุ์ เป็นไม้เฉพาะถิ่นที่จะพบเพียงที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคาเท่านั้น ทั้งยังมีต้นเต่าร้างยักษ์ อีกหนึ่งไม้เฉพาะถิ่นของอุทยาน รวมถึงต้นเมเปิ้ลใบห้าแฉก (ต่างจากปกติที่จะมี 3 แฉก) และต้นกระโถนพระฤาษีอีกด้วย
หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการชมนก อุทยานแห่งนี้มีนกสายพันธุ์หายากให้คุณได้ลองตั้งแคมป์รอชม ทั้งนกมุ่นรกตาแดง นกพญาไฟใหญ่ และนกพงใหญ่สายพันธุ์อินเดีย
Fun Fact: ดอยภูคาเป็นส่วนหนึ่งของปลายเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งยอดภูคาเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดน่าน
7. อุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย, ตาก

Above ดอยสอยมาลัย จุดชมวิวในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย (ภาพ: Facebook.com / @DoiSoiMaLaiTak)
แวะกันอีกสักหนึ่งจังหวัดในภาคเหนือกับอุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย อุทยานสวยๆ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น จังหวัดตาก
ที่นี่คือพื้นที่ป่าเต็งรังที่มีการขุดพบฟอสซิลไม้ที่กลายเป็นหินหลายสิบท่อนจากหลุมขุดค้นจำนวน 7 หลุม มีสองดอยอยู่คู่กันคือ ดอยสอยมาลัย และดอยสอยดาว ซึ่งเป็นเสมือนหลังคาสีเขียวของจังหวัดตาก
เมื่อขึ้นถึงยอดดอย คุณจะสามารถใช้เส้นทางเดินเท้าขึ้นไปชมวิวทะเลหมอกได้ ซึ่งต้องบอกเลยว่าบรรยากาศทะเลหมอกยามเช้าของที่นี่สวยงามราวกับได้ย่างเหยียบบนก้อนเมฆขาวเลยทีเดียว ใครที่ชื่นชอบการเทรกกิ้งหรือเดินเทรล ต้องลองไปสัมผัสดู
นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัยยังเป็นพื้นที่ที่พบ 'กะท่าง' หรือสลาแมนเดอร์สายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทยเมื่อปี 2020 รวมถึงเป็นอีกหนึ่งอุทยานที่คนนิยมจัดทริปดูดาวและถ่ายภาพทางช้างเผือกอีกด้วย
8. อุทยานแห่งชาติพุเตย, สุพรรณบุรี

Above วิวพระอาทิตย์ขึ้นบนจุดชมวิวเขาเทวดา ในอุทยานแห่งชาติพุเตย (ภาพ: 27Tula)
กลับมาที่อีกหนึ่งจังหวัดไม่ไกลจากรุงเทพฯ อย่าง สุพรรณบุรี ที่นี่ก็มีหนึ่งอุทยานแห่งชาติที่สวยงามและน่าสนใจที่ควรลองไปสัมผัสสักครั้งหากคุณคือคนที่รักธรรมชาติและไม่ได้มีเวลามากนักในการเดินทางไปจังหวัดไกลๆ รวมถึงคนรักการเดินเทรลหรือชอบกิจกรรมแอดเวนเจอร์ ก็น่าจะชอบที่นี่เช่นกัน
เริ่มต้นกันที่จุดชมวิวเขาเทวดา จุดชมวิวบนยอดเขาที่คุณสามารถเดินผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติขึ้นไปชมทัศนียภาพและความงามของทะเลหมอก ยิ่งช่วงหน้าฝนแบบนี้จะมีทะเลหมอกจับตัวหนาตัดกับทิวทัศน์สีเขียวขจีเป็นภาพที่สวยงาม ก่อนจะเดินต่อไปอีกสักนิด เพื่อแวะชมถ้ำตะเพินทอง บริเวณหมู่บ้านกะเหรี่ยง ที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานให้สักการะอยู่ด้วย
ใครที่ชอบน้ำตก น่าจะชอบน้ำตก 'ตะเพินคี่ใหญ่' น้ำตกสวยที่ซ่อนตัวอยู่ในเขตอุทยาน หากคุณแวะไปเที่ยวในช่วงฤดูฝน คุณจะได้พบว่าบางช่วงของเส้นทางกลายเป็นลำน้ำเล็กๆ ที่คุณต้องลุยเข้าไป หากการผจญภัยคือสไตล์การท่องเที่ยวในแบบคุณ คุณจะสนุกสนานกับจุดหมายปลายทางแห่งนี้แน่นอน
9. อุทยานแห่งชาติเขาสก, สุราษฎร์ธานี

Above ถ้ำประกายเพชร แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติเขาสก (ภาพ: Supanut Arunoprayote)
แวะไปล่องใต้กันสักนิดกับอุทยานยอดฮิตในสุราษฎร์ธานีอย่างอุทยานแห่งชาติเขาสก ซึ่งที่เที่ยวสำคัญและเป็นไฮไลต์ที่นักเดินทางต่างแวะไปเยี่ยมเยือนคือ เขื่อนรัชชประภา หรือที่รู้จักกันในช่ือเขื่อนเชี่ยวหลาน ที่คุณจะได้พบบรรยากาศอันเวิ้งว้างของทะเลสาบสีฟ้าสวย พร้อมเขาหินปูนเรียงรายสวยงาม ลองไปล่องแพชมทัศนียภาพและแวะชมความงามของถ้ำประกายเพชรดูสักครั้ง ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีและน่าประทับใจที่ชวนให้คุณอยากกลับไปเยือนที่นี่อีกครั้ง
แต่ก็ใช่ว่าจะมีแค่กิจกรรมในน้ำเท่านั้นที่คุณสามารถทำได้ เพราะกิจกรรมทางบกของที่นี่เองก็ดีและสวยงามไม่แพ้กัน ที่นี่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ท้องถิ่นหายากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น บัวผุด ปาล์มเจ้าเมืองถลางหรือปาล์มหลังขาว และปาล์มพระราหู แถมคุณอาจได้พบเห็นสัตว์ป่าสงวนอย่าง เก้งหม้อ เลียงผา สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อนอีกด้วย ที่นี่ยังมีทั้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติ น้ำตกและธารน้ำหลากหลายแห่งให้คุณได้ลองไปเยี่ยมเยือน




