การท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นกระแสที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เมื่อนักท่องเที่ยวสนใจความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
นอกจากความหลากหลายของปลายทาง ราคา และระยะทาง คนรุ่นใหม่ยังใส่ใจต่อการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและมีความยั่งยืนมากขึ้นถึง 84% และนักท่องเที่ยว 8 ใน 10 คน ยังระบุว่าพวกเขาเต็มใจที่จะเลือกตัวเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเมื่อออกเดินทาง ตัวเลขจากการสำรวจบนแพลตฟอร์มดิจิทัลของอโกด้านี้ ทำให้เรารู้ว่าการเดินทางที่มีจุดหมายปลายทางธรรมชาตินั้นยังคงได้รับความนิยมอย่างสม่ำเสมอ และมีแนวโน้มที่จะเป็นที่นิยมมากขึ้นในภาวะโลกรวนที่ผู้คนเริ่มหันมาสนใจสิ่งแวดล้อม
สำหรับคนที่กำลังหาที่ท่องเที่ยวในทริปหน้า สามารถเพิ่ม 9 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในเอเชียต่อไปนี้ ลงไปใน bucket list ได้
อ่านเพิ่มเติม: 8 เซิร์ฟบีชในไทย ที่ชวนให้ออกไปโต้คลื่นในช่วงวันหยุดต่อไปของคุณ
1. เขาใหญ่ ประเทศไทย

Above เขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทยที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโก ในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ (ภาพ: Agoda)
อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทยที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโก มีความสำคัญในระดับโลกและระดับภูมิภาคอาเซียน คือ เป็นหนึ่งในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ (World Heritage Site) และอุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Park) พื้นที่ครอบคลุม 4 จังหวัดของประเทศไทย กินเนื้อที่กว้างเกือบ 2,206 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะเป็นป่าฝน
ภายในอุทยานมีน้ำตกเหวนรก และน้ำตกเหวสุวัตที่สวยงาม ที่นี่ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นบ้านหลังใหญ่ของสิ่งมีชีวิตที่หายาก และใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด รวมถึงนกมากกว่า 280 ชนิด จึงทำให้ที่นี่เป็นที่นิยมของนักดูนกจากทั่วโลก
2. อูตี้ ประเทศอินเดีย

Above เมืองอูตี้ เมืองที่ได้รับการขนานนามจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งอินเดียใต้ (ภาพ: Agoda)
เมืองที่ตั้งในหุบเขานิลคีรี ได้รับการขนานนามว่าสวิตเซอร์แลนด์แห่งอินเดียใต้ เพราะมีอากาศหนาวตลอดปี วิวทิวทัศน์ที่เป็นภูเขา ทะเลสาบ สวนกุหลาบที่เดินชมได้ เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบกิจกรรมพายเรือ ซาฟารี และเดินป่า ที่อยากมีประสบการณ์เที่ยวธรรมชาติในอินเดีย
นอกจากนี้อาคารสถาปัตยกรรมในเมืองยังเป็นสไตล์ตะวันตก เพราะเคยเป็นที่พักของผู้แทนพระองค์ประจำมณฑลมัทราส (Madras Province) เมื่อครั้งที่อังกฤษยังปกครองอินเดีย
3. ลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย

Above ภูเขาไฟรินจานี เกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติและการผจญภัย (ภาพ: Agoda)
เกาะแห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก ลอมบอกมีภูมิประเทศที่หลากหลายเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟรินจานี ภูเขาไฟที่ยังไม่ดับและสูงอันดับสองของอินโดนีเซีย ที่ปากปล่องมีแอ่งยุบตัวทำให้เกิดทะเลสาบสีฟ้าขนาดใหญ่ ใครที่รักธรรมชาติและการผจญภัยต้องไม่พลาดที่นี่ เพราะมีทั้งป่า ทะเล ภูเขา และทะเลสาบให้สำรวจ
อ่านเพิ่มเติม: 5 สถานที่ท่องเที่ยวสุดเซ็กซี่ในเอเชีย แฝงแนวคิดเรื่องเพศในแต่ละวัฒนธรรม
4. ฮาโกเน่ ประเทศญี่ปุ่น

Above เมืองฮาโกเน่ ญี่ปุ่น อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเที่ยวได้ทั้งปี (ภาพ: Agoda)
เมืองที่ตั้งไม่ห่างจากโตเกียวและภูเขาไฟฟูจิ สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู เพราะมีความสวยงามทางธรรมชาติให้ชมทั้งปี เช่น ที่ราบสูงเซ็งโกคุ ที่หญ้าซูซูกิบนที่ราบสูงจะกลายเป็นสีเหลืองทอง ภูเขาไฟโอวาคุดานิ ทะเลสาบอาชิ น้ำพุร้อน และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอื่นๆ
5. มิริ ประเทศมาเลเซีย

Above ซาราวัก แซมเบอร์ ถ้ำขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับคนชอบท่องเที่ยวธรรมชาติและสำรวจถ้ำ (ภาพ: Getty Images)
มิริ เป็นเมืองชายฝั่งทะเลของรัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย นอกจากนี้ยังเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู ที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโก เป็นที่ตั้งของป่าฝนอุดมสมบูรณ์ บ้านของสัตว์ป่าหลายชนิด รวมถึงถ้ำมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ซาราวัก แชมเบอร์ ถ้ำขนาดใหญ่ที่สุดในอุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู ภายในมีการก่อตัวของหินปูน ที่ก่อให้เกิดหินงอกหินย้อย นักท่องเที่ยวสามารถเดินป่าและชมถ้ำ พร้อมทั้งล่องเรือในเมืองนี้
6. เกาะซีคีฮอร์ ประเทศฟิลิปปินส์

Above เกาะซีคีฮอร์ หนึ่งในที่ท่องเที่ยวที่ยังคงมีทรัพยากรทางทะเลอุดมสมบูรณ์(ภาพ: Getty Images)
เกาะซีคีฮอร์ เป็นเกาะที่เล็กอันดับสามของฟิลิปปินส์ มีธรรมชาติแบบประเทศในเขตร้อน คือมีน้ำทะเลใส เหมาะกับคนรักการดำน้ำ เพราะทรัพยากรทางทะเลยังอุดมสมบูรณ์ทั้งปลาทะเล ปะการัง และสัตว์ทะเลชนิดอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีน้ำตก ภูเขา พืชพรรณธรรมชาติ และผีเสื้อกว่า 100 สายพันธุ์
7. จองซอน กุน ประเทศเกาหลีใต้

Above จองซอน กุน สถานที่ท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมครบครันทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม (ภาพ: Getty Images)
จองซอน กุน เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดคังวอน เกาหลีใต้ เป็นเมืองในหุบเขาที่สวย สงบ มีกิจกรรมกลางแจ้งตามฤดูกาลให้ทำมากมาย เช่น การเดินป่าบนภูเขาฮัมบักซานในฤดูหนาว การสำรวจภูเขาการิวานซานในฤดูใบไม้ร่วง เที่ยวชมทะเลสาบอุลลาจิ ล่องแก่งสัมผัสธรรมชาติแบบสบายๆ
ตลาดในเมืองนี้ยังมีของโฮมเมดอาหารสดให้จับจ่าย ส่วนใครที่ชอบดูบรรยากาศอดีตแนะนำให้ไปชมหมู่บ้านอารารี ซึ่งเป็นสถานที่จำลองชุมชนชนบทที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนสมัยก่อน
8. ฮวาเหลียน ประเทศไต้หวัน

Above ฮวาเหลียน เมืองท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวทิวทัศน์ที่สวยจับใจ (ภาพ: Getty Images)
เมืองริมทะเลที่อยู่ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกยาวตลอดเหนือจรดใต้ และมีภูเขาทอดตัวขนาบเมือง ทำให้ฮวาเหลียนเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวทิวทัศน์ที่สวยจับใจ สถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นคืออุทยานแห่งชาติทาโรโกะที่ภูมิประเทศเป็นภูเขา มีแคนยอน หน้าผาสูงชัน หุบเขา ระหว่างเขามีลำธารที่กัดเซาะชื่อแม่น้ำลี่อู๋ ที่ปลายน้ำไหลลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก อุทยานแห่งนี้ยังเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาพันธุ์ เหมาะสำหรับคนชอบผจญภัย
9. ดาลัด ประเทศเวียดนาม

Above ดาลัด เมืองท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเวียดนามที่มีอากาศเย็นสบายตลอดปี (ภาพ: Getty Images)
เมืองทางตอนใต้ของเวียดนามที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร ดาลัดจึงมีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีธรรมชาติสวยงามและกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวทำมากมาย ทั้งเล่นน้ำตกดาตันลา ขึ้นภูเขาลังเบียง ชมสวนดอกไม้เมืองหนาว หุบเขาแห่งความรักที่เป็นป่าสนและมีทะเลสาบดาเทียน




