จะมีสักกี่จังหวัด ที่เราสามารถเอ่ยชื่อได้ เพียงแค่พูดถึงวัตถุดิบที่มีในจังหวัดขึ้นมาเพียงอย่างเดียว หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นสุราษฎร์ธานี และเกาะสมุย
จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้นขึ้นชื่อในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติบนพื้นที่ภูมิศาสตร์ที่หนาแน่นไปด้วยป่าไม้ ภูเขา มาจนถึงชายฝั่งทะเล ที่กระจายตัวออกไปเป็นเกาะแก่งอีกนับไม่ถ้วน
หลักฐานความร่ำรวยทางธรรมชาติและเรื่องอาหารการกินของสุราษฎร์ฯ ถูกฉายชัดผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมรวมทั้งการกินและความเป็นอยู่ จากการเป็นหัวเมืองใหญ่ทางการค้าของอาณาจักรศรีวิชัยในอดีตที่ได้รวมเอาผู้คนจากต่างถิ่น ต่างแดนเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นคนพื้นถิ่น อินเดีย มลายู จีน ที่หลั่งไหลเข้าไปเพื่อทำการค้า
โดยมีหลักฐานที่ยังตกค้างถึงในปัจจุบัน เห็นจะเป็นชื่อเรียกสถานที่ๆ ถูกเพี้ยนคำให้เข้าปากคนไทยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเกาะสมุย ที่เสมือนด่านแรกของคนจีนที่เข้ามาขณะนั้น มีที่มาจากคำว่า “ซามุย” นั่นคือซาแปลว่าสาม มุยแปลว่าประตู เมื่อรวมความแล้วหมายถึงประตูที่สามคือประตูสวรรค์ หรือเกาะสมุยก็คือเกาะแห่งประตูสวรรค์นั่นเอง
ส่วนเรื่องอาหารของสุราษฎร์ธานีนับเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางของการผสมผสานทางการกิน ไม่ว่าจะเป็นการปรุงรสด้วยเครื่องเทศในแบบอินเดียใต้ การใช้เครื่องแกงรสจัดในแบบดั้งเดิม หรือแม้แต่การกินแป้งแบบเส้นที่มาจากจีน เรียกได้ว่าเป็นหม้อหลอมทางวัฒนธรรมสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย
อ่านเพิ่มเติม: The Great White: วิธีใช้ 50 เฉดสีขาวที่ใช่ในบ้านของคุณ

Above Santiburi Koh Samui (ภาพ: Santiburi Koh Samui)
แม้จะล่วงมาจนถึงทุกวันนี้ ความอุดมสมบูรณ์ทางวัตถุดิบของสุราษฎร์ธานีก็ไม่ได้น้อยหน้า หรือมีท่าทีจะลดลงเลย ล่าสุดเพิ่งขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) ทางอาหารมากถึง 6 รายการ ได้แก่ หอยนางรมสุราษฎร์ธานี ไข่เค็มไชยา มะพร้าวเกาะพะงัน เงาะโรงเรียนนาสาร ขมิ้นชันสุราษฎร์ธานี และปลาเม็งสุราษฎร์ธานี นับว่ามากที่สุดในภาคใต้
ความเฟื่องฟูในวัฒนธรรมด้านอาหารของสุราษฎร์ธานี ได้รับการตอกย้ำอีกครั้งเมื่อต้นปี 2023 โดย ‘มิชลิน ไกด์’ ได้ระบุให้สุราษฎร์ธานีและเกาะสมุย เป็นพื้นที่ในเขตการคัดสรรและจัดอันดับร้านอาหาร เพิ่มเติมจากจังหวัดภูเก็ตและพังงาที่มีมาตั้งแต่ปี 2019 เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะผลักดันให้สุราษฎร์ธานีและเกาะสมุยกลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายใหม่ในการเดินทางของนักชิมทั่วโลก

Above Koh Thai โรงแรม Four Seasons Resort Koh Samui
อีกหนึ่งสิ่งที่น่าจับตามองคือ อะไรทำให้สุราษฎร์ธานีและเกาะสมุยเข้าสายตาผู้ตรวจสอบของมิชลินไกด์จนได้รับการทดสอบ พิจารณา และตัดสินให้กลายเป็นเดสติเนชั่นใหม่
“ต้องย้อนกลับไปว่า เมื่อก่อนเกาะสมุยเป็นเกาะเล็กๆ ที่เป็นเกาะทางผ่านสำหรับต่างชาติวัยรุ่นที่จะไปเกาะพะงัน แต่ช่วงหลังมานี้ เราจะเห็นเกาะสมุยกลายเป็นที่พักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มากันแบบเป็นครอบครัวมากขึ้น ด้วยความสงบ การพักผ่อนที่ได้พักแบบจริงๆ บวกกับการท่องเที่ยวในแบบ wellness คือทุกอย่างมันเป็นไปตามการไหลของนักท่องเที่ยว พอมีครอบครัวเข้ามา มีนักท่องเที่ยวที่อยากมาพักผ่อนกับธรรมชาติและความสงบ จึงทำให้เรื่องของความเป็นอยู่พลอยเติบโตตามไปด้วย"
"อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือการเข้ามาของเครือโรงแรมและแบรนด์ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Four Seasons, W Hotel, Conrad, The Ritz-Carlton, Banyan Tree, InterContinental หรือล่าสุด Kimpton Kitalay โรงแรมระดับลักซ์ชูรีเหล่านี้ ได้สร้างแลนด์สเคปใหม่ของการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยว ความคาดหวังของนักท่องเที่ยวจึงสูงขึ้น เราจึงได้เห็นการบริการที่ดีขึ้น มาตรฐานของอาหารสูงขึ้น ได้เห็นมุม dinner ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่นหรือแบรนด์ดังต่างถูกยกระดับขึ้น หรือแม้แต่ร้านอาหารที่เป็นแบบตะวันตก ก็มีการหาความแตกต่าง หาจุดเด่น จุดแข็งให้กับตัวเอง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า” จีโน่ General Manager ของสันติบุรี เกาะสมุย เล่าให้ Tatler ฟัง
“นอกจาก chef table ที่มีอยู่ทั่วไปบนเกาะสมุยแล้ว ด้วยการแข่งขันที่สูงมาก จึงเกิดเป็นการนำเสนออาหารในหลากหลายรูปแบบ ด้วยประสบการณ์การกินอย่างเกินกว่าที่คุณจะจิตนาการได้ เพราะจีโน่เชื่อว่านักท่องเที่ยวในสมุยมีความพร้อม เรื่องของค่าใช้จ่ายไม่ใช่ปัญหา เขามาเพื่อมองหาประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร มองหาการพักผ่อนที่ได้รีชาร์จอย่างเต็มที่ แขกที่มาพักส่วนใหญ่เป็นการพักยาวแบบ 20-30 วัน ดินเนอร์ที่เขามองหาไม่ใช่แค่ริมหาด แต่เป็นกลางทะเล เพราะฉะนั้น ที่เกาะสมุยยังมีพื้นที่สำหรับการสร้างประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟอีกเยอะมาก” จีโน่เสริม
ด้วยประสบการณ์และวิสัยทัศน์ ทำให้ผู้บริหารสันติบุรี เกาะสมุยประเมินได้ว่า การเป็นโรงแรมหรูหราระดับโลก หรือมีทิวทัศน์สวยงามตราตรึงใจอย่างไรก็ตาม ยังต้องอาศัยองค์ประกอบอื่นเพื่อสร้างประสบการณ์และความประทับใจแก่แขก ซึ่งต้องอาศัยความหลากหลายและ “อาหาร” ก็เป็นหนึ่งในนั้น
อ่านเพิ่มเติม: GEN.T INTERVIEW: 'อูน’ ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ กับการก้าวผ่านความกลัว และการลดทอนตัวเองจนเหลือแค่ความต้องการของลูกค้า

Above เชฟชุมพล แจ้งไพร แห่งร้าน R-Haan
เชฟชุมพล แจ้งไพร เป็นอีกหนึ่งหัวหอกคนสำคัญของวงการเชฟไทย ที่ในวันนี้เขามีงาน ‘From Michelin Stars to Samui Skies’ ในคอนเซ็ปต์ ‘The Legend of Thai Cuisine in Samui’ ที่โรงแรมสันติบุรี เกาะสมุย (Santiburi Koh Samui) เพื่อฉลองให้กับการเดินทางมาถึงปีที่ 31 ของโรงแรม แน่นอนว่าเจ้าของรางวัลมิชลินสตาร์ 2 ดาว ต่อเนื่องกัน 5 ปีอย่างเขา ต้องมองเห็นศักยภาพในโลเคชั่นแห่งนี้ “เมนูในคอร์สต้องมาจากวัตถุดิบท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นหอยเจาะ หมี่ไชยา ปูม้า ไข่เค็มไชยา และที่ขาดไม่ได้เลยคือมะพร้าวกะทิของสมุยที่เป็น GI ของท้องถิ่น จะเห็นว่าวัตถุดิบของที่นี่มีความหลากหลายมาก ยิ่งทำให้ผมสามารถขยายขอบเขตการทำอาหารได้กว้างขึ้น"
"อีกหนึ่งสิ่งที่ผมและทีมจะไม่ลืมนำไปใช้กับทุกครัวที่เราเข้าไปทำคือ เรื่องของ zero waste ในครัวซึ่งผมพอจะได้ยินมาเหมือนกันว่า ร้านอาหารในเกาะสมุยหลายๆ ร้าน ก็ตระหนักถึงเรื่องนี้เช่นกันทั้งที่มิใช่เป็นร้านอาหาร fine fining หรือในโรงแรม 5 ดาวด้วยซ้ำ ซึ่งเรื่องนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งของการยกระดับร้านอาหารในเกาะสมุยด้วย"
"หรือแม้แต่เรื่อง fair trade ที่ผมลงไปสำรวจตลาด ก็เจอกับสิ่งที่เรียกว่าหอยเจาะ กว่าจะมาอยู่ในครัวได้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องไปอยู่ในจานเลย (หัวเราะ) มันต้องผ่านหลายกระบวนการมาก ตั้งแต่คนหา คนเจาะ คนแงะหอยออกจากเปลือก และขนส่ง ทุกมือที่ผ่านมา ผมต้องทำให้พวกคุณที่กำลังนั่งกินอาหารอยู่ เห็นให้ได้ว่าเม็ดเงินมันกระจายออกไปถึงชุมชนได้อย่างไร และการที่คุณมานั่งกินอาหารในวันนี้ คุณได้สนับสนุนท้องถิ่นหรือชุมชนได้อย่างไรบ้าง ผมว่าเรื่องนี้สำคัญ และยิ่งเราทำงานกับท้องถิ่นก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญมากๆ” เชฟชุมพลกล่าว
ในครั้งนี้ก็ใช่ว่าเชฟชุมพลจะทิ้งลายและตัวตนจากร้าน R-haan กับเมนู Welcome to Samui ที่เขาได้จำลองแผนที่ของเกาะสมุยมาเป็นลวดลายของจาน พร้อมใส่เมนูต่างๆ ลงไปบนแผนที่ ถ้าใครเคยได้เยี่ยมเยียนเขาที่กรุงเทพฯ คงจะคุ้นชินกับแผนที่ประเทศไทยที่จัดวางอาหารในคอนเซ็ปต์เดียวกัน ครั้งนี้เขาหยิบเอาเส้นทางการเดินทางบนเกาะสมุย ขึ้นมาประกอบการนำเสนออาหารคำเล็กๆ ในจานที่รวมเอาเอกลักษณ์ของอาหารใต้ไว้ ไม่ว่าจะเป็นไก่เบตง หมี่ไชยา หอยเจาะ แกงปู หรือปลาฉิ้งฉ้าง"
ส่วนของโครงสร้างเมนู 5 courses นั้น วัตถุดิบยังคงวนเวียนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเกาะสมุยมากนักอย่างเช่น หอยนางรมตัวใหญ่ และหมึกหอมจากสุราษฎร์ธานี กุ้งมังกรอ่าวไทย ไก่บ้านและไข่พะโล้หมูฮ้อง เมนูจีนที่ถูกแทรกเข้ามาแบบได้แบบไม่เคอะเขิน ตัดรสด้วยซอร์เบตามธรรมเนียม เข้าสู่ main courses ที่ในน้ำมีปลา เพราะในทะเลก็มีปลาให้เชฟชุมพลหยิบมาเป็นเมนูในคอร์สนี้เช่นกัน อาทิ ปลาเก๋ารับประทานพร้อมซอสตะไคร้ และอีกจานคือเนื้อไทยแองกัสที่เขายังคงเอกลักษณ์ของเนื้อเอาไว้ได้เป็นอย่างดี รับประทานคู่กับข้าวอบปลากุเล ปิดด้วยขนมหวานจากมะพร้าว GI ของเกาะสมุยตามแบบฉบับเชฟชุมพล
นับเป็นอีกหนึ่งการสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับมิชลินที่เสมือนได้นำร้าน R-haan จากทองหล่อ กรุงเทพฯ ไปไว้ที่เกาะสมุย ช่วยกรุยทางให้กับเชฟรายอื่นๆ และร้านอาหารร้านอื่นๆ ได้มองหาโอกาสในการสร้างประสบการณ์เช่นเดียวกันต่อไปในอนาคต
นับได้ว่าประสบการณ์ dining เป็นตัวต่อชิ้นสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะสถานที่ใด และเมื่อเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความพร้อมอย่างเกาะสมุย ทั้งทางด้านวัตถุดิบ ทางการบริการ ที่จะยกระดับเรื่องของอาหารให้เป็นมากกว่ามื้อที่ทำให้อิ่มท้อง ทำให้มองเห็นไปถึงความพิถีพิถันในการจัดแต่ง ได้พบกับวัตถุดิบเฉพาะถิ่น ได้ลิ้มรสชาติที่หาไม่ได้จากที่ไหน สิ่งต่างๆเหล่านี้จะยกระดับมื้ออาหารให้กลายเป็นความทรงจำ ที่จะทำให้เกาะสมุยกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่รู้ลืม
Topics







