Tatler ต้อนรับฤดูฝนด้วยกลิ่นน้ำหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสายฝนแสนชื่นฉ่ำ ถ้าคุณชื่นชอบกลิ่นอายของสายฝน นี่คือน้ำหอมที่ใช่สำหรับคุณ
กลิ่นอายของฝนสำหรับคุณเป็นอย่างไร แล้ว กลิ่นหอมของฝนในแบบที่คุณชอบเป็นแบบไหน กลิ่นของฝนที่ตกกระทบยอดหญ้า หรือจะเป็นกลิ่นหอมของสวนดอกไม้หลังฝนตก แม้ว่าช่วงฤดูฝนแบบนี้จะกลิ่นอายของสายฝน ไอดิน และกลิ่นของต้นไม้แสนสดชื่นหลังฝนตก
แต่ก็ใช่ว่าคุณต้องออกไปสัมผัสละอองฝน เพราะวันนี้ Tatler อยากชวนคุณไปสำรวจโลกของกลิ่นหอม กับหลากหลายแบรนด์น้ำหอมที่รังสรรค์กลิ่นหอมที่ได้แรงบันดาลใจจากสายฝนชุ่มฉ่ำ ลองนึกถึงกลิ่นไอฝน ที่ผสมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไลแลค หรือจะเป็นกลิ่นของมวลดอกไม้ ฝักวานิลลา และซิตรัส ที่บอกเล่าความสดชื่นของบรรยากาศหลังฝนตก เพียงเท่านี้ก็ช่วงปลุกความรู้สึกสดชื่น และความทรงจำของสายฝน ให้เป็นตัวเลือกสำหรับวันที่สดชื่นของคุณ
อ่านเพิ่มเติม: 7 น้ำหอมที่ได้แรงบันดาลใจจากสถานที่ท่องเที่ยวสุดพิเศษในเอเชีย
Baie 19 Eau de Parfum Natural Spray – Le Labo

Above Baie 19 ถ่ายทอดกลิ่นของผลจูนิเปอร์แห้ง พิมเสนใบเขียวที่ให้อารมณ์ของสายฝนที่งดงาม

Above Le Labo มีบริการ Refill Program สำหรับขวดที่ใช้หมดแล้วในกลุ่ม Classic Collection ที่ร้านสาขาอารีย์ด้วย
ความจริงคือ Baie 19 ควรถูกขนานนามว่า Water 19 ไม่ใช่เพราะกลิ่นของมันไม่มีตัวตน ตรงกันข้าม กลับเป็นกลิ่นที่ “ไม่เหมือนอะไรเลย” อย่างน่าหลงใหล แต่เพราะ Baie 19 ถ่ายทอดความรู้สึกเปียกชุ่ม และเย็นฉ่ำ ราวกับผืนดินที่ได้สัมผัสหยาดฝนเป็นครั้งแรกหลังความแห้งแล้งอันยาวนาน กลิ่นของลูกจูนิเปอร์แห้ง ใบเขียวสด และพิมเสน คลี่คลออยู่ในม่านฝนอันบางเบา หลอมรวมกันเป็นกลิ่นหอมที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาและความหวัง ราวกับธรรมชาติกำลังเริ่มต้นบทใหม่ที่งดงามที่สุดอีกครั้ง
A Drop d'Issey Eau de Parfum Fraîche – Issey Miyake

Above A Drop d'Issey Eau de Parfum Fraîche น้ำหอมที่ได้แรงบันดาลใจจากสายฝนในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

Above A Drop d'Issey Eau de Parfum Fraîche กลิ่นน้ำหอมที่ได้แรงบันดาลใจจากสายฝน เล่าผ่านกลิ่นของฝน ดอกไลแลค และไม้จันทน์
หนึ่งในไลน์น้ำหอมสุดไอคอนิกของ Issey Miyake ที่นำมาเล่าใหม่ผ่านคอลเล็กชั่น A Drop d'Issey โดยกลิ่น A Drop d'Issey Eau de Parfum Fraîche เป็นกลิ่นหอมในคอลเล็กชั่นนี้ที่ถ่ายทอดกลิ่นของฝนในฤดูใบไม้ผลิ โดยเปิดด้วยกลิ่นของฝน เคล้ากับดอกไวโอเลต และไม้หอม ที่ราวกับพาคุณเดินเข้าไปในป่าขณะที่ฝนกำลังรินลงมา ให้ความสดชื่นแต่ขณะเดียวกันก็ละมุนละไม นับเป็นหนึ่งในน้ำหอมที่ถ่ายทอดความทรงจำของฤดูฝนออกมาได้ดีเลยทีเดียว
When the Rain Stops – Maison Margiela

Above When the Rain Stops น้ำหอมที่ได้แรงบันดาลใจจากบรรยากาศหลังฝนตก ในไลน์น้ำหอม Replica โดย Maison Margiela

Above น้ำหอมกลิ่น When the Rain Stops จาก Maison Margiela
When the Rain Stops จาก Maison Martin Margiela กลิ่นน้ำหอมที่มอบสัมผัสโทนอโรมาติก อควาติก กับการตีความบรรยากาศหลังฝนตกยามมองออกไปนอกหน้าต่าง ทั้งสายรุ้ง แดดอ่อนๆ และน้ำค้างบนยอดใบไม้ เปิดขึ้นมาด้วยกลิ่นโทนเขียวๆ ที่อัปดีกรีความสดชื่นด้วยมะกรูด เสริมความอบอุ่นด้วยโทนสไปซี่ของพริกไทยสีชมพู ก่อนจะตามมาด้วยกลิ่นโทนวอเทอรี่ และกลิ่นของฝน ผสานกับดอกมะลิและกุหลาบ ปิดด้วยกลิ่นโทนเขียวๆ และเอิร์ธตี้ของต้นสน มอส และใบพิมเสน
อ่านเพิ่มเติม: 15 แบรนด์น้ำหอม refillable ที่คุณไม่ควรพลาด กับความหอมที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม
Rain [Reserve Blend] – Clean Beauty

Above น้ำหอมกลิ่น Rain [Reserve Blend] โดย Clean Reserve ที่ได้แรงบันดาลใจจากสายฝน

Above น้ำหอมกลิ่น Rain [Reserve Blend] โดย Clean Reserve
ลองจินตนาการถึงกลิ่นของบรรยากาศหลังฝนตกที่อบอวลในอากาศ นี่คือกลิ่นที่ Clean Beauty พยายามบอกเล่าออกมา ด้วยกลิ่นที่ชุ่มฉ่ำของแตงกวา ที่เติมความสดชื่นให้กับน้ำหอมขวดนี้ ไปผสมเข้ากับกลิ่นโทนมัสก์ฟุ้งๆ ละมุนละไม ตัดด้วยกลิ่นของหญ้าแฝกและใบพิมเสนที่เสริมให้เกิดเป็นมวลบรรยากาศสงบๆ หลังจากฝนตกออกมาได้เป็นอย่างดี
Erémia – Aesop

Above บรรยากาศป่ารกร้างที่ชุ่มฉ่ำหลังฝนตก แรงบันดาลใจของน้ำหอมกลิ่น Erémia จาก Aesop

Above น้ำหอมกลิ่น Erémia จาก Aesop เป็นน้ำหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศหลังฝนตกพร้อม accord กลิ่นคอนกรีตหลังฝนตกอีกด้วย
Aesop มักรังสรรค์น้ำหอมที่มีกลิ่นแนวอโรมาติกออกมาอยู่เสมอ Eremia ก็เช่นกัน นี่คือกลิ่นหอมที่เปิดด้วยความสดชื่นจากซิตรัส เสริมกับกลิ่นดอกไม้ และมัสก์ที่ให้โทนกลิ่นแป้งๆ และกลิ่นพื้นคอนกรีตหลังฝนตก นี่คือการจินตนาการภาพของป่ารกร้างในวันฝนตก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลิ่นที่สดชื่น น่าค้นหา และมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
อ่านเพิ่มเติม: Aesop Thonglor ซิกเนเจอร์สโตร์แห่งแรกในไทยที่ชูอัตลักษณ์แคว้นถิ่นของภาคเหนือให้โดดเด่น
Rain – Demeter

Above น้ำหอมกลิ่น Rain จาก Demeter กลิ่นหอมที่ถ่ายทอดความสดชื่นของสายฝน

Above น้ำหอมกลิ่น Rain จาก Demeter
หนึ่งในกลิ่นน้ำหอมที่เบาที่สุด บริสุทธิ์ที่สุด แต่ก็เป็นกลิ่นที่ซับซ้อนที่สุดของ Demeter เช่นกัน แค่อ่านชื่อกลิ่นก็รู้แล้วว่า นี่คือกลิ่นน้ำหอมที่ถ่ายทอดกลิ่นของน้ำฝน โดยเป็นการตีความฝนในฤดูใบไม้ผลิออกมาใหม่ เนื่องจากแบรนด์อยากสื่อสารถึงกลิ่นของฝนในแบบที่เราได้กลิ่นจริงๆ ซึ่ง 75% ของกลิ่นฝนไม่ได้มาจากอากาศ แต่มาจากดิน ทำให้น้ำหอมขวดนี้ผสมกลิ่นในโทน earthy และต้นไม้ พร้อมด้วยกลิ่นสดชื่นของน้ำ บอกเล่าบรรยากาศในช่วงฝนตกได้เป็นอย่างดี ดังนั้นใครที่ชอบกลิ่นของฝน นี่คือกลิ่นที่ใช่สำหรับคุณ
Apres l’Ondee – Guerlain

Above Apres l’Onde กลิ่นน้ำหอมสุดคลาสสิกของ Guerlain กับแรงบันดาลใจของสวนดอกไม้หลังฝนตก
Apres l’Ondee หนึ่งในกลิ่นหอมสุดคลาสสิกระดับตำนานของ Guerlain ที่รังสรรค์เมื่อปี 1906 กับกลิ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฟ้าที่สดใสหลังฝนตก ความหอมละมุนจากดอกส้ม และไวโอเลต ตัดความสไปซี่ของกระวาน เติมด้วยความสดชื่นของหญ้าแฝก เสริมความนุ่มนวลด้วยฝักวานิลลา สร้างบรรยากาศของการเดินในสวนที่ชุ่มฉ่ำ ใต้แสงแดดอุ่น พร้อมมวลดอกไม้และใบไม้ที่ถูกชะด้วยน้ำฝน
Un Jardin Après la Mousson – Hermès

Above Un Jardin Après la Mousson กลิ่นหอมที่เล่าถึงบรรยากาศในสวนช่วงเดือนมรสุม จาก Hermès

Above น้ำหอมกลิ่น Un Jardin Après la Mousson จาก Hermès
เพียงแค่อ่านชื่อก็สามารถเข้าใจได้แล้วว่ากลิ่นน้ำหอมจาก Hermès ที่วางขายครั้งแรกเมื่อปี 2008 กลิ่นนี้กำลังถ่ายทอดกลิ่นของไอฝน เพราะ Un Jardin Après la Mousson เป็นภาษาฝรั่งเศสที่แปลออกมาได้ว่า 'สวนหลังมรสุม' แรงบันดาลใจมาจากช่วงมรสุมในรัฐเกรละของอินเดีย ที่พายุมรสุมได้พัดพาสายฝนเข้ามาพรากความแห้งแล้งและไอแดดออกไป กลิ่นที่ออกมาจึงมีโน้ตของเครื่องเทศและไม้อยู่ค่อนข้างเยอะ แต่ยังคงมีความสดชื่นของกลิ่นน้ำและดอกไม้สีขาวให้ได้สัมผัสอยู่ นับว่าเป็นอีกการตีความกลิ่นอายของฝนที่น่าสนใจทีเดียว
Credits
ภาพ: โดยแบรนด์ที่ปรากฏในบทความ




