จาก Maison Margeila ไปจนถึง Dior ตลอดจน Hermès นี่คือน้ำหอมที่นำเสนอความยั่งยืนด้วยการเพิ่มตัวเลือกให้คุณสามารถรีฟิลน้ำหอมขวดโปรดของคุณได้
หนึ่งในไอเท็มสำคัญในชีวิตประจำวันของหลายๆ คนจะต้องมีน้ำหอมอยู่แน่นอน เพราะเป็นของใช้ชิ้นหนึ่งที่ช่วยสะท้อนรสนิยม คาแร็กเตอร์ และเสริมเสน่ห์ในตัวของแต่ละบุคคล แต่ภายใต้แพ็กเกจจิ้งหรูหราของวัฒนธรรมการใช้น้ำหอมก็สามารถสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่ได้ไม่น้อย และคงจะดีกว่าถ้าเราสามารถเสริมเสน่ห์ด้วยกลิ่นหอมได้ แต่ยังคงมีตัวเลือกให้เรารักโลกได้ด้วยเช่นกัน
หลากหลายแบรนด์น้ำหอมหรูในปัจจุบันเริ่มนำเสนอตัวเลือกที่รักษ์โลกให้กับเหล่าผู้บริโภคอย่างเรามากขึ้น ซึ่งตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจและเริ่มมีหลายๆ แบรนด์ทำกันมากขึ้นก็คือ การนำเสนอน้ำหอมที่ “รีฟิล” ได้ ไม่ว่าจะเป็น Maison Margeila, Dior, Le Labo ไปจนถึง Hermès เหล่านี้คือแบรนด์น้ำหอมที่สามารถรีฟิลได้ซึ่ง Tatler รวบรวมมาเป็นตัวเลือกให้คุณได้ลอง
อ่านเพิ่มเติม: 7 น้ำหอมที่ได้แรงบันดาลใจจากสถานที่ท่องเที่ยวสุดพิเศษในเอเชีย
1. Maison Margiela

Above เซ็ตน้ำหอมรีฟิลจาก Maison Mariela Replica (ภาพ: Maison Margiela)

Above เซ็ตน้ำหอมรีฟิลจาก Maison Mariela Replica ที่ประกอบด้วยน้ำหอมขนาด 30 มล. และน้ำหอมสำหรับรีฟิลขนาด 100 มล. (ภาพ: Maison Margiela)
Maison Margiela แฟชั่นเฮาส์จากฝรั่งเศสที่สร้างประสบการณ์น้ำหอมยอดฮิต กับไลน์น้ำหอม Replica ที่พร้อมปลุกให้ความทรงจำของคุณกลับมาโลดแล่นอีกครั้งผ่านกลิ่นน้ำหอม ซึ่งนอกจากจะมีแนวคิดที่น่าสนใจแล้ว Maison Margiela ยังออกเซ็ตน้ำหอมรีฟิลสำหรับ 4 กลิ่นฮิตของไลน์ Replica อย่าง Beach Walk, By the Fireplace, Jazz Club และ Lazy Sunday Morning ที่ในเซ็ตจะประกอบด้วยน้ำหอมขนาด 30 มล. และน้ำรีฟิลขนาด 100 มล. ซึ่งเทียบเท่ากับการซื้อน้ำหอมถึง 4 ขวด แต่สามารถลดการใช้แพ็กเกจจิ้งลงได้ถึง 32% อีกด้วย
2. Le Labo
Above โปรแกรมรีฟิลน้ำหอมที่แล็บของ Le Labo (ภาพ: Le Labo)
Le Labo คือแบรนด์น้ำหอมที่มีเอกลักษณ์ทั้งในเรื่องของความคราฟต์ และการเป็น Slow Perfumery ที่พิถีพิถันในการผลิตคิดค้นน้ำหอมแต่ละกลิ่นออกมา อีกทั้งลูกค้าทุกคนที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ยังได้รับประสบการณ์สุดพิเศษด้วยการ personalize ดีเทลบนฉลาก ไม่ว่าจะเป็นชื่อ วันที่ซื้อ สาขาที่ซื้อ หรือแม้แต่โน้ตข้อความที่ชอบลงไป เพื่อเก็บความทรงจำผ่านน้ำหอมขวดโปรด
นอกจากนี้ Le Labo ยังมีแนวคิดรักษ์โลกด้วยการใช้ส่วนผสมวีแกน และบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ แต่เท่านั้นอาจยังไม่พอ เพราะน้ำหอมแบรนด์นี้ยังมีบริการรีฟิลน้ำหอมด้วยการนำขวดน้ำหอมที่หมดแล้ว ไม่ว่าจะขนาดใดก็ตาม ไปเติมน้ำหอมที่แล็บสาขาใดก็ได้ในโลกนี้ ซึ่งคุณจะได้รับส่วนลดค่าน้ำหอม พร้อมทั้งฉลากที่พิมพ์ขึ้นใหม่ราวกับว่าได้น้ำหอมขวดใหม่กลับไปอีกครั้ง
3. Yves Saint Laurent
Yves Saint Laurent แฟชั่นเฮาส์หรูสัญชาติฝรั่งเศส ออกน้ำหอมผู้ชายกลิ่นล่าสุดในชื่อ MYSLF ด้วยแนวคิดการสะท้อนตัวตนของผู้ชายแต่ละคนออกมาในรูปแบบของตัวเอง ที่โดดเด่นด้วยมุมมองการดีไซน์แบบ New Masculinity ด้วยกลิ่นสไตล์ Woody Floral ที่คอนทราสต์กันอย่างมีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังรักโลกด้วยการออกน้ำหอมชนิดรีฟิลสำหรับรุ่นนี้ออกมาอีกด้วย
น้ำหอมรีฟิลนี้จะสามารถลดปริมาณการใช้ขวดแก้วได้ถึง 43% นอกจากนี้ยังลดการใช้โลหะลง 67%, พลาสติก 21% และกระดาษ 16% ซึ่งเปรียบเทียบระหว่างการใช้น้ำหอม 100 มล. หนึ่งขวดร่วมกับน้ำหอมรีฟิลขนาด 150 มล. 2 ขวด และการใช้น้ำหอม 100 มล. จำนวน 4 ขวด นอกจากนี้สองกลิ่นที่ออกมาก่อนหน้าอย่าง Y และ Libre ก็มีน้ำหอมขวดรีฟิลด้วยเช่นกัน
4. Burberry

Above น้ำหอม Burberry Goddess (ภาพ: Burberry)

Above น้ำหอมรีฟิล Burberry Goddess (ภาพ: Burberry)
แบรนด์แฟชั่นหรูจากอังกฤษอย่าง Burberry มีน้ำหอมสุดไอคอนิกหลากหลายกลิ่น ซึ่งล่าสุดทางแบรนด์ได้ออกน้ำหอมผู้หญิงกลิ่นใหม่ในชื่อ Burberry Goddess ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการค้นพบตัวเองผ่านความมั่นใจ ความแข่งแกร่ง และควาเมตตา ผ่านกลิ่นหอมหวานสไตล์ gourmand ผสมผสานระหว่างวานิลลาสามชนิดที่เก็บด้วยมือ และดอกลาเวนเดอร์ ซึ่งนี่คือน้ำหอมกลิ่นแรกของแบรนด์ที่สามารถรีฟิลได้อีกด้วย
5. Dior

Above น้ำหอมในไลน์ Sauvage ของ Dior ซึ่งเป็นน้ำหอมที่สามารถรีฟิลได้ (ภาพ: Dior)

Above น้ำหอมในไลน์ Sauvage ของ Dior ซึ่งเป็นน้ำหอมที่สามารถรีฟิลได้ (ภาพ: Dior)
Sauvage เป็นไลน์น้ำหอมผู้ชายยอดนิยมจากแฟชั่นเฮาส์หรูอย่าง Dior ที่ขึ้นแท่นน้ำหอมไอคอนิกแห่งยุคสำหรับผู้ชาย ซึ่ง Dior ก็นำแนวคิดรักษ์โลกมาใช้กับน้ำหอมไลน์นี้ด้วยการนำเสนอน้ำหอมรีฟิล ผ่านงานดีไซน์แบบอีโค่ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
หนึ่งความพิเศษคือ ขวดน้ำหอมสำหรับรีฟิลมีระบบหยุดเติมอัตโนมัติเมื่อน้ำหอมในขวดหลักถูกเติมจนเต็มแล้ว ซึ่งขวดน้ำหอมสำหรับรีฟิลทำจากวัสดุอลูมิเนียมรีไซเคิล ที่ช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 60% ลดการใช้น้ำลงได้ 53% ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขั้นตอนการผลิตได้ถึง 60% และลดขยะได้ 62% นับว่าเป็นอีกหนึ่งน้ำหอมที่ทั้งไอคอนิกและรักษ์โลก
6. Prada

Above Paradoxe Eau de Parfum น้ำหอมรีฟิลจาก Prada (ภาพ: Prada Beauty)

Above Paradoxe Eau de Parfum น้ำหอมรีฟิลจาก Prada (ภาพ: Prada Beauty)
Paradoxe Eau de Parfum คือน้ำหอมกลิ่นใหม่จาก Prada ที่บอกเล่ามิติที่หลากหลายในความเป็นผู้หญิง ด้วยกลิ่นของแอมเบอร์ ผสมกับดอกไม้ ซึ่งถูกใส่มาในขวดทรงสามเหลี่ยมสุดโดดเด่นของแบรนด์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจำกัดน้ำหนักและการใช้แก้วในการผลิต โดยการใช้น้ำหอมขนาด 50 มล. ร่วมกับน้ำหอมรีฟิลขนาด 100 มล. จะสามารถลดการใช้วัสดุในการผิตขวดน้ำหอมลงได้ถึง 40% เมื่อเทียบกับการใช้น้ำหอมสามขวด ซึ่งเทียบเป็นการลดการใช้แก้วลง 29% โลหะ 67% พลาสติก 46% และกระดาษ 39%
อ่านเพิ่มเติม: 9 น้ำหอมรับหน้าหนาว 2023 ที่ขาดไม่ได้
7. Kenzo

Above น้ำหอม Flower by Kenzo Eau De Parfum (ภาพ: Kenzo)

Above น้ำหอมรีฟิล Flower by Kenzo Eau De Parfum (ภาพ: Kenzo)
หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับน้ำหอมสุดไอคอนิกขวดนี้อยู่บ้างแล้วกับน้ำหอมกลิ่นดอกไม้จาก Kenzo อย่าง Flower Eau de Parfum ที่แบรนด์ตั้งใจสร้างน้ำหอมที่บอกเล่ากลิ่นตามธรรมชาติของดอกป๊อปปี้ “ไร้กลิ่น” ผ่านกลิ่นดอกไม้สไตล์แป้งๆ สุดแสนมีเอกลักษณ์ จนเกิดเป็นน้ำหอมที่อยู่เหนือกาลเวลา ก่อนที่ Kenzo จะออกน้ำหอมรีฟิลในชื่อ La Ressource ขนาด 200 มล. ที่สามารถเติมน้ำหอมขวดหลักขนาด 15 มล. และ 100 มล. ได้ ซึ่งน้ำหอมรีฟิลจะหยุดเติมอัตโนมัติเมื่อน้ำหอมขวดหลักเต็ม
8. Giorgio Armani
Giorgio Armani เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีน้ำหอมไอคอนิกอยู่หลากหลายกลิ่น ซึ่งในปัจจุบันแบรนด์นี้ก็ได้ส่งเสริมแนวคิดรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากอุตสาหกรรมความงาม พร้อมเพิ่มความยั่งยืน โดยผลิตภัณฑ์น้ำหอมของ Armani เองก็มีการพัฒนาให้สามารถรีฟิลได้ โดยเริ่มจากสามไลน์น้ำหอมสุดไอคอนิกอย่าง My Way, Armani Code และ Acqua Di Gio ให้คุณได้ explore น้ำหอมกลิ่นโปรดในมุมที่รักษ์โลกมากขึ้นอีกด้วย
9. Guerlain

Above น้ำหอม Guerlain คอลเล็กชั่น Aqua Allegoria (ภาพ: Guerlain)

Above น้ำหอมรีฟิลจาก Guerlain ในคอลเล็กชั่น Aqua Allegoria (ภาพ: Guerlain)
Guerlain คือแบรนด์ความงามที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเมซงนี้มีการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและประวัติศาสตร์ ซึ่งน้ำหอมในคอลเล็กชั่น The Aqua Allegoria เป็นคอลเล็กชั่นน้ำหอมของเมซงที่สามารถรีฟิลได้ โดยคอลเล็กชั่นนี้ความงามของธรรมชาติผ่านความดิบของวัตถุดิบและกลิ่นหอมต่างๆ ที่มาพร้อมกับดีไซน์ขวดแบบรังผึ้งสุดไอคอนิกของแบรนด์ที่มีมาตั้งแต่ปี 1853
10. Hermès
อีกหนึ่งเมซงหรูจากฝรั่งเศสอย่าง Hermès ออกน้ำหอมมาหลากหลายคอลเล็กชั่น ซึ่งในปัจจุบันมีน้ำหอมสำหรับรีฟิลออกมาเพื่อตอบรับแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งออกมาในหลากหลายคอลเล็กชั่น ไม่ว่าจะเป็น Terre d'Hermes น้ำหอมที่เชื่อมโยงความเป็นผู้ชายและผืนดิน, H24 ที่บอกเล่าความหอมสดชื่นของธรรมชาติหลังฝนตก ไปจนถึง Voyage d'Hermès และคอลเล็กชั่น The Hermessence
อ่านเพิ่มเติม: Tutti Twilly D'Hermès: Christine Nagel คริสทีน นาเจล บอกเล่าถึงความสำคัญของน้ำหอมเวอร์ชั่นล่าสุด
11. Killian
Killian เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ความงามจากปารีสที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม โดยนำมาใช้เป็นคอนเซ็ปต์หลักของน้ำหอมหรูจากแบรนด์ โดยที่คุณสามารถซื้อน้ำหอมขวดโปรดของคุณเพียงหนึ่งครั้ง แล้วรีฟิลไปได้เรื่อยๆ ตลอดชีวิตของคุณ เพราะน้ำหอมทุกกลิ่นของ Killian สามารถรีฟิลได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอมไซส์พกพา 30 มล. น้ำหอมไซส์ปกติ 50 มล. ไปจนถึงขนาดใหญ่ 250 มล. เลยทีเดียว
12. Moncler
Moncler Pour Homme และ Moncler Pour Femme คือสองกลิ่นหอมที่เป็นเครื่องย้ำเตือนของน้ำหอมกลิ่นแรกของแบรนด์ ที่ในครั้งนี้มาพร้อมความโดดเด่นด้วยขวดความจุ 150 มล. ในเคสสีเงินที่มาพร้อมหน้าจอ LED แบบชาร์จไฟได้ และสามารถปรับแต่งตัวหนังสือสีแดงที่แสดงบนจอได้ผ่านแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ตโฟน นอกจากนี้ ขวดน้ำหอมสามารถถอดออกจากเคสและเปลี่ยนเป็นขวดรีฟิลได้ ซึ่งเหมาะกับการเป็นของขวัญ และลดการใช้แพ็กเกจจิ้งที่มากเกินจำเป็น
13. Rabanne
Fame และ Phantom คือ น้ำหอมใหม่จากแบรนด์ Rabanne ที่โดดเด่นด้วยงานดีไซน์แบบฟิวเจอริสติก ในรูปแบบของหุ่นยนต์ที่สะท้อนภาพของการมาเจอกันระหว่างงานคราฟต์ และเทคโนโลยีของน้ำหอมสองรุ่นนี้ ซึ่งมีขวดน้ำหอมรีฟิลที่มาพร้อมระบบหยุดเติมอัตโนมัติเมื่อขวดน้ำหอมหลักเต็มแล้ว โดยมีจำหน่ายทั้งรุ่นปกติ และรุ่น Parfum ชนิดเข้มข้น
14. Jean Paul Gaultier
อีกหนึ่งแบรนด์ไอคอนิกจากฝรั่งเศสอย่าง Jean Paul Gaultier ไม่เพียงแต่โดดเด่นเรื่องแฟชั่นเท่านั้น เพราะน้ำหอมจากแบรนด์นี้ก็ไอคอนิกไม่แพ้กัน ทั้งเรื่องกลิ่นหอม และดีไซน์แพ็กเกจจิ้ง ซึ่ง Gaultier Divine และ Scandal Pour Homme คือสองไลน์น้ำหอมล่าสุดจากแบรนด์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีรีฟิลแบบ eco-friendly ด้วยการหมุนขวดรีฟิลเข้ากับเกลียวที่ขวดน้ำหอมหลัก เพื่อเริ่มเติมน้ำหอม โดยที่น้ำหอมจะหยุดเติมโดยอัตโนมัติเมื่อขวดถูกเติมจนเต็มแล้ว หรือเมื่อหมุนขวดรีฟิลออก ซึ่งทำให้คุณไม่เสียน้ำหอมกลิ่นโปรดไปแม้แต่หยดเดียว
15. Mugler

Above Mugler Fountain สเตชั่นเติมน้ำหอมที่สโตร์ของ Mugler (ภาพ: Mugler)

Above น้ำหอมสำหรับรีฟิลของ Mugler (ภาพ: Mugler)
Mugler เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มอบความรู้สึกพิเศษผ่านน้ำหอม ด้วยการนำแนวคิดรักษ์โลกมาใช้ตั้งแต่ปี 1992 ซึ่งทำให้น้ำหอมทุกไลน์ของแบรนด์มาพร้อมขวดน้ำหอมแบบรีฟิลได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Angel, Alien, Aura, A Men และ Womanity ซึ่งในทุกๆ กลิ่นสามารถหาซื้อขวดน้ำหอมสำหรับรีฟิลเติมได้ที่บ้าน แต่ยิ่งไปกว่านั้น Mugler สานต่อแนวคิดเรื่องสิ่งแวดด้วย “Mugler Fountain” สเตชั่นเติมน้ำหอมในหลายสโตร์ของแบรนด์ที่เพียงแค่พกขวดน้ำหอมเปล่าไปเติม โดยไม่ต้องซื้อขวดน้ำหอมรีฟิลอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม:
10 เทรนด์ความงามที่น่าจับตามองตลอดปี 2024
6 แบรนด์เครื่องประดับ ที่หันสนใจสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างสรรค์โลกที่ดีขึ้น
Topics































