Cover เมนู “Whispers of the Land” ของห้องอาหาร Sra Bua by Kiin Kiin โดยหัวใจของเมนูนี้คือการยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นจากทั่วทุกภูมิภาคของไทยมาชูโรงในทุกจาน (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ออกเดินทางเพื่อฟังเสียงกระซิบความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินไทย กับคอร์สเมนูล่าสุด “Whispers of the Land” จากห้องอาหาร Sra Bua by Kiin Kiin

หากเอ่ยถึงวงการอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งร่วมสมัย ชื่อของห้องอาหาร Sra Bua by Kiin Kiin ที่อยู่คู่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ มายาวนาน คือหนึ่งในไม่กี่ชื่อที่สร้างความประทับใจและนิยามใหม่ๆ ได้เสมอ ตลอดเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ห้องอาหารแห่งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นเสน่ห์อาหารไทยในรูปแบบ "Modern Thai Cooking" ที่ผสมผสานเทคนิคสมัยใหม่ และถ่ายทอดผ่านเรื่องราวสนุกๆ และลูกเล่นการนำเสนอที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

สำหรับปีนี้ เชฟ Henrik Yde Andersen เชฟชาวเดนมาร์กผู้ก่อตั้งห้องอาหาร Sra Bua by Kiin Kiin และเชฟเบิ้ม ชยวีร์ สุจริตจันทร์ เชฟใหญ่ผู้ดูแลครัว ได้ร่วมกันรังสรรค์คอร์สเมนูล่าสุด “Whispers of the Land” ที่จะพาเราไปสัมผัสนิยามใหม่ของอาหารไทยที่ทั้งลึกซึ้ง ครบเครื่องถึงรส และมีความหมาย การร่วมมือกันของสองเชฟต่างสัญชาติแต่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน ทำให้เมนูนี้กลายเป็นบทสนทนาระหว่างโลกตะวันตกกับรากเหง้าความเป็นไทยได้อย่างน่าสนใจ

อ่านเพิ่มเติม: เชฟ Henrik Yde-Andersen กับเส้นทางสู่ร้านอาหารไทยชื่อก้องโลก

Tatler Asia
Above เชฟเบิ้ม ชยวีร์ สุจริตจันทร์ เชฟใหญ่ผู้ดูแลครัวของห้องอาหาร Sra Bua by Kiin Kiin (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ความยั่งยืนที่ฝังรากลึกในทุกจาน

ปรัชญาสำคัญที่ขับเคลื่อน Sra Bua by Kiin Kiin คือเรื่องความยั่งยืน ที่สะท้อนผ่านการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทยที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด ตั้งแต่ผักออร์แกนิกในสวนของร้านไปจนถึงวัตถุดิบคัดสรรจากเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ ทุกอย่างล้วนมีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจและพิถีพิถันในการเลี้ยงดูและเก็บเกี่ยว

การเดินทางของวัตถุดิบต่างๆ ถูกถ่ายทอดอย่างมีศิลปะผ่านภาพวาดเมนู “From the Birth to the Plate” โดยนักวาดภาพประกอบชาวไทยอย่าง กานต์ชนก อินทร์ปรุง เปรียบเสมือนแผนที่การเดินทางให้เราได้ตามรอยส่วนประกอบต่างๆ ในอาหาร จากจุดเริ่มต้นในธรรมชาติ เช่น ผืนดินหรือผืนน้ำ ไปจนถึงการปรุงและพรีเซนเทชั่นการจัดวางในจานอาหารตรงหน้าอย่างประณีต เป็นการร้อยเรียงเรื่องราวให้เรารู้สึกผูกพันกับอาหารในทุกคำที่ลิ้มลอง

เชฟเบิ้ม ชยวีร์ กล่าวย้ำถึงประสบการณ์ที่อยากให้นักชิมได้สัมผัสว่า “ด้วยความที่เราเป็นร้านอาหารสไตล์ Modern Cooking เราจึงอยากนำเสนอวิธีการเสิร์ฟอาหารไทยในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม แต่ขณะเดียวกัน ประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับก็คือรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทยที่เราคุ้นเคยกันดีครับ”

อ่านเพิ่มเติม: หลากหลายวัตถุดิบอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งของไทยที่คุณควรรู้จัก

Tatler Asia
การเดินทางของวัตถุดิบต่างๆ ของอาหารไทย ถูกถ่ายทอดอย่างมีศิลปะผ่านภาพวาดเมนู “From the Birth to the Plate” โดยนักวาดภาพประกอบชาวไทย กานต์ชนก อินทร์ปรุง
Above การเดินทางของวัตถุดิบต่างๆ ของอาหารไทย ถูกถ่ายทอดอย่างมีศิลปะผ่านภาพวาดเมนู “From the Birth to the Plate” โดยนักวาดภาพประกอบชาวไทย กานต์ชนก อินทร์ปรุง
การเดินทางของวัตถุดิบต่างๆ ของอาหารไทย ถูกถ่ายทอดอย่างมีศิลปะผ่านภาพวาดเมนู “From the Birth to the Plate” โดยนักวาดภาพประกอบชาวไทย กานต์ชนก อินทร์ปรุง

เปิดฉากด้วยความสนุกและความทรงจำที่คุ้นเคย

ประสบการณ์เริ่มต้นอย่างน่าประทับใจด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย amuse-bouche ที่เต็มไปด้วยความสนุกและเรื่องราว โดยพนักงานจะทำหน้าที่เป็นผู้เล่าเรื่อง (storyteller) ที่พาเราย้อนกลับไปสู่ความทรงจำของเชฟผ่านวัตถุดิบและรสชาติที่เราคุ้นเคยดี เมนูเหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสตรีทฟู้ดหรืออาหารริมทางของบ้านเราที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ถูกนำมาตีความใหม่ในแบบฉบับที่ไม่ธรรมดา

เราได้ลอง Soy-salted Meringue Rayong Wasabi ที่เชฟนำวาซาบิสดจากโครงการ 'มิราเคิล' ที่ระยอง มาขูดให้ดูตรงหน้า กลิ่นวาซาบิสดนั้นไม่ฉุน แต่ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลอย่างน่าประหลาด เข้ากันได้ดีกับเมอแรงก์งาดำที่เสิร์ฟมาในกล่องไม้เล็กๆ ถัดมาคือ Pork Cracklings Vegetable Puff ที่เซอร์ไพรส์เราด้วยรสชาติของแคบหมูน้ำพริกหนุ่มในเวอร์ชั่นที่อัดแน่นอยู่ในลูกกลมๆ พอดีคำ และที่ขาดไม่ได้คือ Curry Tasting ที่รวมเอาแกงสามชนิดมานำเสนอในแต่ละคำ ตั้งแต่แกงเขียวหวานในรูปแบบมูส ไปจนถึงมัสมั่นแกะที่เสิร์ฟพร้อมครีมมันแกว ให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยแต่ก็แปลกใหม่ในคราวเดียวกัน

Tatler Asia
เมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง Pork Cracklings Vegetable Puff แคบหมูน้ำพริกหนุ่มในเวอร์ชั่นที่อัดแน่นอยู่ในลูกกลมๆ และ Curry Tasting ที่รวมเอาแกงสามชนิดมานำเสนอในแต่ละคำ ตั้งแต่แกงเขียวหวานในรูปแบบมูส ไปจนถึงมัสมั่นแกะที่เสิร์ฟพร้อมครีมมันแกว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above เมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง Pork Cracklings Vegetable Puff แคบหมูน้ำพริกหนุ่มในเวอร์ชั่นที่อัดแน่นอยู่ในลูกกลมๆ และ Curry Tasting ที่รวมเอาแกงสามชนิดมานำเสนอในแต่ละคำ ตั้งแต่แกงเขียวหวานในรูปแบบมูส ไปจนถึงมัสมั่นแกะที่เสิร์ฟพร้อมครีมมันแกว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
เมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง Pork Cracklings Vegetable Puff แคบหมูน้ำพริกหนุ่มในเวอร์ชั่นที่อัดแน่นอยู่ในลูกกลมๆ และ Curry Tasting ที่รวมเอาแกงสามชนิดมานำเสนอในแต่ละคำ ตั้งแต่แกงเขียวหวานในรูปแบบมูส ไปจนถึงมัสมั่นแกะที่เสิร์ฟพร้อมครีมมันแกว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

นอกจากนี้ ยังมีเมนูเมี่ยงคำที่คงความเป็นไทยแท้ด้วยเครื่องเคียงครบครัน ไม่ว่าจะเป็นมะพร้าวคั่ว กุ้งแห้ง ถั่วลิสง สับปะรด หอมแดง พริกสด เสาวรส และมะนาวที่สามารถรับประทานได้ในคำเดียว ปิดท้ายด้วยเมนูที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นอย่าง Misty Lotus ซึ่งด้านในจะเป็นเจลลี่ที่ทำจากน้ำลิ้นจี่ น้ำมังคุด และน้ำเก๊กฮวย ส่วนเส้นสีขาวที่อยู่ด้านบนจะเป็นรากบัวที่นำไปดองจนมีความกรอบและรสชาติเปรี้ยวเล็กน้อย

ก่อนเริ่มคอร์สหลัก เราได้รับโอกาสพิเศษในการเข้าชมครัวที่เต็มไปด้วยความคึกคักในการเตรียมแต่ละเมนูของเชฟ ได้เห็นถึงความตั้งใจในทุกขั้นตอน และได้สัมผัสกับวัตถุดิบหลักจากตลาดจำลองที่เรียกว่า Market Display ทำให้เราเห็นกับตาว่าวัตถุดิบที่นำมาใช้ในจานนั้นมาจากที่ไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นผักโอซุลจากเชียงราย คาเวียร์จากหัวหิน หรือแม้แต่วานิลลาจากเชียงใหม่ รวมถึงกะปิที่มาจากบ้านเกิดของเชฟเบิ้มที่ระนองเองก็ตาม

Tatler Asia
Above เมนูเมี่ยงคำที่มีเครื่องเคียงครบครัน ทั้งมะพร้าวคั่ว กุ้งแห้ง ถั่วลิสง สับปะรด หอมแดง พริกสด เสาวรส และมะนาว ที่สามารถรับประทานได้ในคำเดียว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above เมนู Misty Lotus ที่ด้านในเป็นเจลลี่จากน้ำลิ้นจี่ น้ำมังคุด และน้ำเก๊กฮวย (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

รสชาติที่เคารพในรากเหง้า

เมนู “Whispers of the Land” มีให้เลือกทั้งแบบ 5 คอร์ส และ 7 คอร์ส โดยหัวใจของเมนูนี้คือการยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นจากทั่วทุกภูมิภาคของไทยในทุกๆ จาน โดยเชฟได้นำเสนอความหลากหลายนี้อย่างชัดเจน เราประทับใจกับคอร์สแรกอย่างซุปที่ใช้เครื่อง 'ไซฟอน' (Syphon Machine) ที่เชฟนำมาปรับใช้เพื่อให้ได้กลิ่นและเพิ่มอรรถรสในการนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นแกงเห็ดใบย่านาง (Kaeng Hed Wild Mushroom) ที่หอมกรุ่นและเข้มข้น เป็นซุปเห็ดรวมที่มีส่วนผสมของเห็ดหลายชนิด ตอนรับประทานเราสามารถตีให้กะทิแตกตัวเพื่อเพิ่มความครีมมี่ให้กับตัวซุปได้ หรือ ต้มยำกุ้ง (Tom Yum Kung Shellfish Essence) ที่ได้กุ้งจากกระบี่นำมาทำเป็นน้ำซุปต้มยำ ให้กลิ่นหอมและรสชาติที่ลุ่มลึก

ประสบการณ์ครั้งนี้ยิ่งพิเศษมากขึ้นด้วยการจับคู่กับเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็น Wine Pairing ที่ทางห้องอาหารได้คัดสรรไวน์ชั้นเลิศเพื่อมาจิบคู่และช่วยยกระดับรสชาติอาหารแต่ละจาน หรือ Zero-Proof Pairing สำหรับเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ ซึ่งครั้งนี้ทางร้านได้รังสรรค์เมนูเครื่องดื่มที่ทำจากชมพู่ทับทิมจากจันทบุรีให้เราได้สัมผัสรสชาติและกลิ่นหอมที่เข้ากันได้ดีกับเมนูอาหาร

Tatler Asia
Above เมนูแกงเห็ดใบย่านาง (Kaeng Hed Wild Mushroom) ที่หอมกรุ่นและเข้มข้น (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above Zero-Proof Pairing สำหรับเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ทำจากชมพู่ทับทิมจากจันทบุรี ให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่เข้ากันกับเมนูอาหาร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
เมนูต้มยำกุ้ง (Tom Yum Kung Shellfish Essence) ที่ได้กุ้งจากกระบี่นำมาทำเป็นน้ำซุปต้มยำ (ภาพ: Sra Bua by Kiin Kiin)
Above เมนูต้มยำกุ้ง (Tom Yum Kung Shellfish Essence) ที่ได้กุ้งจากกระบี่นำมาทำเป็นน้ำซุปต้มยำ (ภาพ: Sra Bua by Kiin Kiin)
เมนูต้มยำกุ้ง (Tom Yum Kung Shellfish Essence) ที่ได้กุ้งจากกระบี่นำมาทำเป็นน้ำซุปต้มยำ (ภาพ: Sra Bua by Kiin Kiin)

ก่อนจะต่อด้วยคอร์สที่สองอย่างยำมะเขือเนื้อเตาย่างถ่าน (Beef ‘Yum’ Baked Tomato) ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยการใช้เนื้อ 'จัสมินวากิว' จากขอนแก่นที่เลี้ยงวัวด้วยรำและหัวข้าวหอมมะลิ เชฟแนะนำให้เนื้อสุกระดับ medium ทำให้เนื้อมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและรสชาติที่กลมกล่อม มีมะเขือเทศสามสีจากเชียงใหม่เสิร์ฟเคียงกับเซลลารี่เชอร์เบต และด้านล่างเป็นมะม่วงหิมพานต์เพื่อเพิ่มความกรุบกรอบ

Tatler Asia
Above เมนูยำมะเขือเนื้อเตาย่างถ่าน (Beef ‘Yum’ Baked Tomato) ที่ใช้เนื้อ 'จัสมินวากิว' จากขอนแก่นที่เลี้ยงวัวด้วยรำและหัวข้าวหอมมะลิ ทำให้เนื้อมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและรสชาติที่กลมกล่อม (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ส่วนเมนูปลากะพงสามรส (Seabass Sam Ros) เชฟใช้วิธีราดน้ำมันร้อนๆ ลงบนตัวปลาจนเกล็ดกรอบและรับประทานได้ทั้งชิ้น สำหรับซอสสามรส รสเปรี้ยวมาจากมะขามจากกาญจนบุรี ความหวานมาจากน้ำตาลมะพร้าว และความเผ็ดเล็กน้อยของซอสจากพริก นอกจากนี้ยังมีผักกูดจากเพชรบุรีที่เสิร์ฟมาเคียงกัน โดยทำผักกูด 2 แบบ แบบแรกคือเทมปุระ และแบบที่สองคือการนำไปสะดุ้งในน้ำร้อน แล้วนำมาคลุกกับน้ำมันที่เป็นเลม่อนกราสและน้ำมันหอมระเหยจากใบมะกรูด เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ใช้เทคนิคที่ไม่ธรรมดา แต่รสชาติซอสสามรสยังคงเป็นรสชาติที่เราคุ้นเคย

Tatler Asia
Above เมนูปลากะพงสามรส (Seabass Sam Ros) ที่เชฟใช้วิธีราดน้ำมันร้อนๆ ลงบนตัวปลาจนเกล็ดกรอบและรับประทานได้ทั้งชิ้น สำหรับซอสสามรส รสเปรี้ยวมาจากมะขามจากกาญจนบุรี ความหวานมาจากน้ำตาลมะพร้าว และความเผ็ดเล็กน้อยของซอสจากพริก (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ต่อด้วยห่อหมกกุ้งล็อบสเตอร์ (Phuket Lobster Hor Mok) และเป็ดพะโล้รมควัน (Pa Lo Smoked Duck) แต่ละจานบอกเล่าเรื่องราวของทั้งสองเชฟในช่วงเวลาที่แตกต่าง อาทิ วันวานที่เชฟ Henrik ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย หรือเมนูจากโปรดของเชฟเบิ้ม ชยวีร์ ที่ทั้งสองต่างร่วมกันสร้างสรรค์ออกมาให้ได้ดีที่สุดผ่านกรรมวิธีและรสชาติที่เข้มข้นจัดจ้านถึงเครื่องสไตล์อาหารไทย 

จากนั้นถึงคราวของอาหารหวานอย่างไอศกรีมกะทิจากอัมพวาท็อปด้วยคาเวียร์จากหัวหิน และ “เดอะ ไวท์ โลตัส” (The White Lotus) หรือ Baked Alaska สไตล์ไทย ที่เชฟทั้งสองเลือกวานิลลาจากเชียงใหม่ และปั้นเป็นรูปดอกบัวสีขาวอย่างวิจิตรบรรจง

Tatler Asia
Above เมนูห่อหมกกุ้งล็อบสเตอร์ (Phuket Lobster Hor Mok) แพริ่งกับเครื่องดิ่ม zero-proof ขมิ้น ชาหอมหมื่นลี้ และน้ำผึ้ง infused (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above เมนูเป็ดพะโล้รมควัน (Pa Lo Smoked Duck) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 เมนู Flowers of Thailand (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Photo 2 of 2 เมนูไอศกรีมกะทิจากอัมพวาท็อปด้วยคาเวียร์จากหัวหิน (ภาพ: Sra Bua by Kiin Kiin)
เมนูไอศกรีมกะทิจากอัมพวาท็อปด้วยคาเวียร์จากหัวหิน (ภาพ: Sra Bua by Kiin Kiin)

บทสรุปที่ทั้งหอมหวานและยั่งยืน

ปิดท้ายคอร์สอย่างสมบูรณ์แบบด้วย Petite Four หรือ ‘Rum on the Rock’ 4 ชนิด ที่มีตั้งแต่ช็อกโกแลตรัม ช็อกโกแลตรสพริกกะเหรี่ยง โป๊ยกั๊กช็อกโกแลต ไปจนถึงไข่มุกกาแฟไทย เป็นการปิดท้ายมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์และความใส่ใจในทุกรายละเอียด

“Whispers of the Land” คือประสบการณ์ที่ห้องอาหาร Sra Bua by Kiin Kiin ตั้งใจนำเสนอและพิสูจน์ให้เราเห็นว่าอาหารไทยไม่จำเป็นต้อง 'ตะโกน' ว่าดี แต่เพียงแค่ 'กระซิบ' ก็สามารถทำให้คนรับรู้ได้ถึงคุณภาพความรุ่มรวยของวัตถุดิบ ไปจนถึงภูมิปัญญาศิลปะอาหารบ้านเรา ที่ช่างอุดมสมบูรณ์ดั่งสำนวน ‘ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว’ ที่สำคัญคือการที่เราได้เดินทางกลับไปสู่รากเหง้าตัวตนผ่านรสชาติและสัมผัสของอาหารไทยที่ลึกซึ้ง เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความจริงใจที่น่าจดจำ

Tatler Asia
เมนู “เดอะ ไวท์ โลตัส” (The White Lotus) หรือ Baked Alaska สไตล์ไทย ที่เชฟทั้งสองเลือกวานิลลาจากเชียงใหม่ และปั้นเป็นรูปดอกบัวสีขาวอย่างวิจิตรบรรจง (ภาพ: Sra Bua by Kiin Kiin)
Above เมนู “เดอะ ไวท์ โลตัส” (The White Lotus) หรือ Baked Alaska สไตล์ไทย ที่เชฟทั้งสองเลือกวานิลลาจากเชียงใหม่ และปั้นเป็นรูปดอกบัวสีขาวอย่างวิจิตรบรรจง (ภาพ: Sra Bua by Kiin Kiin)
เมนู “เดอะ ไวท์ โลตัส” (The White Lotus) หรือ Baked Alaska สไตล์ไทย ที่เชฟทั้งสองเลือกวานิลลาจากเชียงใหม่ และปั้นเป็นรูปดอกบัวสีขาวอย่างวิจิตรบรรจง (ภาพ: Sra Bua by Kiin Kiin)
Sra Bua by Kiin Kiin

Siam Kempinski Hotel Bangkok, 991/9 ถนนพระรามที่หนึ่ง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

Website Website
Call Call
Reserve Book

Topics

Chutima Katepongchai
Assistant Editor, Homes & Lifestyle, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชุติมา เกตุพงษ์ชัย ผู้ช่วยบรรณาธิการประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาสถาปัตยกรรม งานออกแบบ และไลฟ์สไตล์ เธอเล่าเรื่องบ้านและพื้นที่รอบตัวในฐานะแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน ผ่านบริบทร่วมสมัย