Cover เปิดประสบการณ์รับประทานอาหารสไตล์ตะวันตก ตั้งแต่ฝรั่งเศส สเปน และอิตาเลียน ในหกร้านแนะนำทั่วกรุงเทพฯ

เปิดประสบการณ์รับประทานอาหารสไตล์ตะวันตกที่หลากหลาย ตั้งแต่ฝรั่งเศส สเปน และอิตาเลียน ในร้านแนะนำทั่วกรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านอาหารที่น่าตื่นเต้นที่สุดของโลก เมืองหลวงแห่งนี้ไม่เพียงแต่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารไทยรสจัดจ้าน หากยังโอบรับรสชาติจากทุกมุมโลกอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ครัวตะวันตกต้นตำรับที่เสิร์ฟด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูง ไปจนถึงอาหารเอเชียสมัยใหม่ที่ผสานวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ กรุงเทพฯ คือเมืองที่นักชิมสามารถออกเดินทางรอบโลกได้ในทุกมื้อ ไม่ว่าจะเป็นสเต็กและไวน์จากยุโรป ทาปาสและไวน์จากสเปน ไปจนถึงฟิวชั่นเมนูที่บ่งบอกถึงความเป็นสากลอย่างแท้จริง

บรรยากาศของร้านอาหารหรูใจกลางเมืองยังเสริมให้ทุกมื้อเต็มไปด้วยความทรงจำอันล้ำค่า กรุงเทพฯ จึงเป็นปลายทางที่ทั้งหรูหรา นานาชาติ และเปิดกว้างสำหรับทุกคนที่รักในรสชาติอาหารและวัฒนธรรมการกินอย่างแท้จริง หากคุณกำลังมองหารสชาติแบบตะวันตก นี่คือลิสต์ร้านแนะนำที่ห้ามพลาด

อ่านเพิ่มเติม: ปักหมุดโอมากาเสะระดับพรีเมียมที่นักชิมห้ามพลาด

Caper by Dan Bark

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 6 ร้าน Caper by Dan Bark ผสานเสน่ห์ความสบายสไตล์อเมริกันเข้ากับแรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก
Photo 2 of 6 ร้าน Caper by Dan Bark ผสานเสน่ห์ความสบายสไตล์อเมริกันเข้ากับแรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก
Photo 3 of 6 ร้าน Caper by Dan Bark ผสานเสน่ห์ความสบายสไตล์อเมริกันเข้ากับแรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก
Photo 4 of 6 ร้าน Caper by Dan Bark ผสานเสน่ห์ความสบายสไตล์อเมริกันเข้ากับแรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก
Photo 5 of 6 ร้าน Caper by Dan Bark ผสานเสน่ห์ความสบายสไตล์อเมริกันเข้ากับแรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก
Photo 6 of 6 ร้าน Caper by Dan Bark ผสานเสน่ห์ความสบายสไตล์อเมริกันเข้ากับแรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก
ร้าน Caper by Dan Bark ผสานเสน่ห์ความสบายสไตล์อเมริกันเข้ากับแรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก
ร้าน Caper by Dan Bark ผสานเสน่ห์ความสบายสไตล์อเมริกันเข้ากับแรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก
ร้าน Caper by Dan Bark ผสานเสน่ห์ความสบายสไตล์อเมริกันเข้ากับแรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก
ร้าน Caper by Dan Bark ผสานเสน่ห์ความสบายสไตล์อเมริกันเข้ากับแรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก
ร้าน Caper by Dan Bark ผสานเสน่ห์ความสบายสไตล์อเมริกันเข้ากับแรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก

ร้านอาหารที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศกลิ่นอายคลาสสิก ผสานเสน่ห์ความสบายสไตล์อเมริกันเข้ากับแรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก ห้องอาหารและบาร์ถูกออกแบบให้เสมือนอยู่ในโบกี้รถไฟหรูหรา สร้างความรู้สึกทั้งสนุกสนานและสง่างาม เหมาะทั้งสำหรับการสังสรรค์กับเพื่อนหรือการฉลองสุดพิเศษ เชฟ Dan Bark ผู้เติบโตในเกาหลีใต้และชิคาโก ได้นำประสบการณ์การทำอาหารที่ผสมผสานทั้งเอเชียและตะวันตกมารังสรรค์เมนูที่ไม่ซ้ำใคร เช่น Truffle Toast จานซิกเนเจอร์ ไปจนถึงเมนูพิเศษตามฤดูกาลที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ให้ผู้มาเยือนสัมผัสประสบการณ์ใหม่ทุกครั้ง พร้อมเครื่องดื่มที่ออกแบบมาให้เข้ากันกับทุกคำที่ลิ้มลอง

Caper by Dan Bark
ที่อยู่: 225 ซอยปรีดีพนมยงค์ 25 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ, 083-783-4867

ผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี รับฟรี post-dinner เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ มูลค่า 300 บาท เมื่อรับประทานครบ 3,000 บาทขึ้นไป/ เซลส์สลิป (จำกัด 1 แก้ว/ บัตร/ โต๊ะ/ เซลส์สลิป และสำหรับรับประทานที่ร้านเท่านั้น) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 ถึง 31 ธันวาคม 2025

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

Isola by Signor Sassi

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 7 ภาพบรรยากาศร้าน Isola by Signor Sassi ที่โดดเด่นด้วยประตูสีเหลืองสดใสตัดกับผนังสีน้ำเงิน
Photo 2 of 7 Isola by Signor Sassi คือร้านอาหารอิตาเลียนที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งศิลปะแห่งอาหารและไวน์อิตาเลียนอย่างแท้จริง
Photo 3 of 7 Isola by Signor Sassi คือร้านอาหารอิตาเลียนที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งศิลปะแห่งอาหารและไวน์อิตาเลียนอย่างแท้จริง
Photo 4 of 7 Isola by Signor Sassi คือร้านอาหารอิตาเลียนที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งศิลปะแห่งอาหารและไวน์อิตาเลียนอย่างแท้จริง
Photo 5 of 7 Isola by Signor Sassi คือร้านอาหารอิตาเลียนที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งศิลปะแห่งอาหารและไวน์อิตาเลียนอย่างแท้จริง
Photo 6 of 7 Isola by Signor Sassi คือร้านอาหารอิตาเลียนที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งศิลปะแห่งอาหารและไวน์อิตาเลียนอย่างแท้จริง
Photo 7 of 7 ภาพบรรยากาศภายในร้าน Isola by Signor Sassi
Isola by Signor Sassi คือร้านอาหารอิตาเลียนที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งศิลปะแห่งอาหารและไวน์อิตาเลียนอย่างแท้จริง
Isola by Signor Sassi คือร้านอาหารอิตาเลียนที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งศิลปะแห่งอาหารและไวน์อิตาเลียนอย่างแท้จริง
Isola by Signor Sassi คือร้านอาหารอิตาเลียนที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งศิลปะแห่งอาหารและไวน์อิตาเลียนอย่างแท้จริง
Isola by Signor Sassi คือร้านอาหารอิตาเลียนที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งศิลปะแห่งอาหารและไวน์อิตาเลียนอย่างแท้จริง

ร้านอาหารอิตาเลียนที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งศิลปะแห่งอาหารและไวน์อิตาเลียนอย่างแท้จริง เกิดจากการผสานสองแบรนด์ดังของ San Carlo Group เข้าด้วยกัน พร้อมนำเสนอเมนูคลาสสิกขวัญใจคนทั่วโลก เช่น Spaghetti Lobster จากร้านใน Knightsbridge ทุกจานรังสรรค์ด้วยความประณีตและคงไว้ซึ่งความเป็นต้นตำรับ เสิร์ฟในสไตล์ที่ออกแบบมาเพื่อแบ่งปันกับครอบครัวและเพื่อนฝูง ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนานและอบอุ่น

ภายในร้านแบ่งออกเป็นห้อง Blue Room ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว และ Lemon Room ที่งดงามสดใสด้วยการประดับเลมอน เน้นวัตถุดิบสดใหม่คุณภาพสูง ถ่ายทอดรสชาติแห่งความสุขแบบริเวียร่าสู่ทุกจานที่เสิร์ฟ ไม่ว่าจะเป็น Avocado Bernardo, Raviolone Isola, Risotto Porcini e Tartufo, Grigliata Reale di Carne หรือของหวานคลาสสิกอย่าง Tiramisu และ Mille-feuille

Isola by Signor Sassi
ที่อยู่: Gaysorn Village, 999 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, 064-532-6424

ผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี รับฟรี special dessert มูลค่า 350 บาท เมื่อรับประทานครบ 6,000 บาทขึ้นไป/ เซลส์สลิป เฉพาะค่าอาหาร (จำกัด 1 จาน/ บัตร/ โต๊ะ/ เซลส์สลิป, สำหรับรับประทานที่ร้านเท่านั้น, ไม่สามารถใช้ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ไม่รวม VAT และเซอร์วิสชาร์จ) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2025 ถึง 31 มีนาคม 2026

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

Vaso

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 6 ภาพหน้าร้าน Vaso ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาคารแถบเมดิเตอร์เรเนียน
Photo 2 of 6 ร้าน Vaso คือจุดนัดพบของทาปาสรสเลิศและไวน์คุณภาพดี
Photo 3 of 6 ร้าน Vaso คือจุดนัดพบของทาปาสรสเลิศและไวน์คุณภาพดี
Photo 4 of 6 ร้าน Vaso คือจุดนัดพบของทาปาสรสเลิศและไวน์คุณภาพดี
Photo 5 of 6 ร้าน Vaso คือจุดนัดพบของทาปาสรสเลิศและไวน์คุณภาพดี
Photo 6 of 6 ภาพบรรยากาศภายในร้าน Vaso ซึ่งออกแบบเป็นครัวเปิด ทำให้เห็นเหล่าเชฟกำลังเตรียมอาหาร สร้างบรรยากาศคึกคักได้เป็นอย่างดี
ร้าน Vaso คือจุดนัดพบของทาปาสรสเลิศและไวน์คุณภาพดี
ร้าน Vaso คือจุดนัดพบของทาปาสรสเลิศและไวน์คุณภาพดี
ร้าน Vaso คือจุดนัดพบของทาปาสรสเลิศและไวน์คุณภาพดี
ร้าน Vaso คือจุดนัดพบของทาปาสรสเลิศและไวน์คุณภาพดี

Vaso ชื่อที่มาจากภาษาสเปนแปลว่า “แก้ว” คือจุดนัดพบของทาปาสรสเลิศและไวน์คุณภาพดี พร้อมบรรยากาศอบอุ่นและการสนับสนุนจากลูกค้าที่เหนียวแน่นตั้งแต่วันแรกจนมักมีรายชื่อรอจองยาวนานเป็นเดือน ภายในร้านนำเสนอเมนูสเปนโมเดิร์นผ่านครัวเปิด ที่แขกสามารถชมเชฟกำลังสร้างสรรค์ทาปาสด้วยฝีมือและความใส่ใจในวัตถุดิบสดใหม่ ทุกห้องอาหารออกแบบให้แขกมีส่วนร่วมในประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นห้อง Blanco ที่คึกคักสนุกสนาน หรือห้อง Negro ที่อบอุ่นเป็นกันเอง

นอกจากจานซิกเนเจอร์อย่าง El Vaso Trufado ทรัฟเฟิลโทสต์และแซงเกรีย หรือ El Arroz Caldoso de Mariscos ข้าวซีฟู้ดสไตล์สเปน แต่ยังรวมถึงกิจกรรมสนุกๆ อย่างการสั่นกระดิ่งเพื่อเลี้ยงเครื่องดื่มแขกทั้งร้าน พร้อมเสียงเพลง Macarena ที่เติมสีสันให้ค่ำคืนสนุกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะนั่งรับลมบนเทอเรส จองห้องส่วนตัว หรือดื่มด่ำบรรยากาศครัวเคาน์เตอร์ ทุกช่วงเวลาที่ Vaso คือการเฉลิมฉลองความสุขแบบสเปนอย่างแท้จริง

Vaso
ที่อยู่: Velaa Sindhorn Village, 87 ถนนหลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, 098-914-4664

ผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี รับฟรี special dessert มูลค่า 320 บาท เมื่อรับประทานครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ เซลส์สลิป เฉพาะค่าอาหาร (จำกัด 1 จาน/บัตร/ โต๊ะ/ เซลส์สลิป, สำหรับรับประทานที่ร้านเท่านั้น, ไม่สามารถใช้ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ไม่รวม VAT และเซอร์วิสชาร์จ) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2025 ถึง 31 มีนาคม 2026

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

Burger & Lobster

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 7 ภาพบรรยากาศหน้าร้าน Burger & Lobster
Photo 2 of 7 เนื้อวัวแองกัสจากครอบครัวฟาร์มในเนบราสกา และล็อบสเตอร์สดจากมหาสมุทรแอตแลนติกกลายมาเป็นเมนูโดนใจนักชิมที่ร้าน Burger & Lobster
Photo 3 of 7 รสชาติที่พิถีพิถันจากวัตถุดิบพรีเมียมทุกคำ เติมเต็มประสบการณ์อาหารสุดพิเศษที่ Burger & Lobster
Photo 4 of 7 รสชาติที่พิถีพิถันจากวัตถุดิบพรีเมียมทุกคำ เติมเต็มประสบการณ์อาหารสุดพิเศษที่ Burger & Lobster
Photo 5 of 7 รสชาติที่พิถีพิถันจากวัตถุดิบพรีเมียมทุกคำ เติมเต็มประสบการณ์อาหารสุดพิเศษที่ Burger & Lobster
Photo 6 of 7 รสชาติที่พิถีพิถันจากวัตถุดิบพรีเมียมทุกคำ เติมเต็มประสบการณ์อาหารสุดพิเศษที่ Burger & Lobster
Photo 7 of 7 ภาพบรรยากาศภายในร้าน Burger & Lobster
รสชาติที่พิถีพิถันจากวัตถุดิบพรีเมียมทุกคำ เติมเต็มประสบการณ์อาหารสุดพิเศษที่ Burger & Lobster
รสชาติที่พิถีพิถันจากวัตถุดิบพรีเมียมทุกคำ เติมเต็มประสบการณ์อาหารสุดพิเศษที่ Burger & Lobster
รสชาติที่พิถีพิถันจากวัตถุดิบพรีเมียมทุกคำ เติมเต็มประสบการณ์อาหารสุดพิเศษที่ Burger & Lobster
รสชาติที่พิถีพิถันจากวัตถุดิบพรีเมียมทุกคำ เติมเต็มประสบการณ์อาหารสุดพิเศษที่ Burger & Lobster

จุดหมายปลายทางของนักชิมที่อยากสัมผัสสมดุลของความเรียบง่ายแต่ไร้ที่ติ เรื่องราวของร้านเริ่มต้นขึ้นเมื่อสิบปีก่อนบนดาดฟ้าในลอนดอน จากไอเดียของเพื่อนสี่คนที่ตั้งใจทำเพียงสองสิ่งให้ออกมาดีที่สุดคือเบอร์เกอร์และล็อบสเตอร์ วันนี้ความตั้งใจนั้นยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ทุกเมนูใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ทั้งเนื้อวัวแองกัสจากครอบครัวฟาร์มในเนบราสกา และล็อบสเตอร์สดจากมหาสมุทรแอตแลนติก เสิร์ฟคู่กับค็อกเทลที่ผสมผสานด้วยสปิริตพรีเมียม เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองคือ Lobster Roll ที่หอมมันด้วยเลมอนมายองเนสและชิฟวิสสด Classic Burger กับรสชาติกลมกล่อมลงตัว และ Classic Whole Lobster ที่เสิร์ฟทั้งตัวแบบนึ่งหรือย่างตามใจชอบ ไฮไลต์พิเศษยังมี B&L Thermidor ล็อบสเตอร์ในซอสเห็ดสมุนไพรอบชีสเยิ้ม, B&L Lobster Tom Yum ที่นำล็อบสเตอร์สดมาปรุงในสไตล์ไทยเผ็ดจัดจ้าน และ Lobster Pad Thai ที่ผสานความเป็นไทยกับซีฟู้ดระดับโลกอย่างลงตัว

Burger & Lobster
ที่อยู่: Gaysorn Village, 999 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, 092-982-4246, 02-656-1111

ผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี รับฟรีของหวานพิเศษ มูลค่า 250 บาท เมื่อรับประทานครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ เซลส์สลิป เฉพาะค่าอาหาร (จำกัด 1 จาน/บัตร/ โต๊ะ/ เซลส์สลิป, ไม่สามารถใช้ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ไม่รวม VAT และเซอร์วิสชาร์จ) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2025 ถึง 31 มีนาคม 2026

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

Petits Plats French Mediterranean Cuisine

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 6 Petits Plats คือร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของแกลเลอรีศิลป์
Photo 2 of 6 Petits Plats คือร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของแกลเลอรีศิลป์
Photo 3 of 6 Petits Plats คือร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของแกลเลอรีศิลป์
Photo 4 of 6 Petits Plats คือร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของแกลเลอรีศิลป์
Photo 5 of 6 Petits Plats คือร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของแกลเลอรีศิลป์
Photo 6 of 6 Petits Plats คือร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของแกลเลอรีศิลป์
Petits Plats คือร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของแกลเลอรีศิลป์
Petits Plats คือร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของแกลเลอรีศิลป์
Petits Plats คือร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของแกลเลอรีศิลป์
Petits Plats คือร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของแกลเลอรีศิลป์
Petits Plats คือร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของแกลเลอรีศิลป์
Petits Plats คือร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของแกลเลอรีศิลป์

เดินทางสู่เสน่ห์แห่งฝรั่งเศสและเมดิเตอร์เรเนียนผ่านบรรยากาศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของแกลเลอรีศิลป์ ทุกดีเทลถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ทั้งหรูหราและอบอุ่น ทีมเชฟเลือกใช้วัตถุดิบสดใหม่ทุกวัน มารังสรรค์เมนูที่เต็มไปด้วยรสชาติอันประณีต เช่น Creme Brûlée Au Foie Gras ที่หอมละมุน Escargots de Bourgogne หอยทากอบเนยกระเทียม ไปจนถึง Petit Plat de Fromages ที่คัดสรรชีสคุณภาพเยี่ยม

เมนูแนะนำอย่าง Oursin Meringue อูนิและเมอแรงก์ดำ Rigatoni à la Truffe หรือ Café de Paris Steak ล้วนสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ที่ผสานเข้ากับรสชาติแบบต้นตำรับอย่างลงตัว พร้อมด้วยไวน์ฝรั่งเศสและค็อกเทลซิกเนเจอร์อย่าง Petits Rosé และ Pink Mimosa ที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Petits Plats French Mediterranean Cuisine
ที่อยู่: Velaa Sindhorn Village, 87 ถนนหลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, 062-244-4666

ผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี รับฟรี special dessert มูลค่า 390 บาท เมื่อรับประทานครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ เซลส์สลิป เฉพาะค่าอาหาร (จำกัด 1 จาน/บัตร/ โต๊ะ/ เซลส์สลิป, สำหรับรับประทานที่ร้านเท่านั้น, ไม่สามารถใช้ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ไม่รวม VAT และเซอร์วิสชาร์จ) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2025 ถึง 31 มีนาคม 2026

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

Sorrento

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 7 Sorrento คือการกลับมาของตำนานร้านอาหารอิตาเลียนเก่าแก่คู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ยุค 80
Photo 2 of 7 Sorrento คือการกลับมาของตำนานร้านอาหารอิตาเลียนเก่าแก่คู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ยุค 80
Photo 3 of 7 Sorrento คือการกลับมาของตำนานร้านอาหารอิตาเลียนเก่าแก่คู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ยุค 80
Photo 4 of 7 Sorrento คือการกลับมาของตำนานร้านอาหารอิตาเลียนเก่าแก่คู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ยุค 80
Photo 5 of 7 Sorrento คือการกลับมาของตำนานร้านอาหารอิตาเลียนเก่าแก่คู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ยุค 80
Photo 6 of 7 Sorrento คือการกลับมาของตำนานร้านอาหารอิตาเลียนเก่าแก่คู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ยุค 80
Photo 7 of 7 ภาพบรรยากาศร้าน Sorrento

Sorrento คือการกลับมาของตำนานร้านอาหารอิตาเลียนเก่าแก่คู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ยุค 80 ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่และย้ายสู่ทำเลใหม่ใจกลางสาทร นำเสนออาหารอิตาเลียนแท้จากวัตถุดิบชั้นเลิศ ผสานมรดกทางอาหารเข้ากับความทันสมัย ภายใต้การดูแลของทีมบริหารและบาร์เทนเดอร์ระดับโลกอย่างต้น พงศ์ภัค สุทธิพงศ์ ผู้ชนะ Diageo World Class 2015 ที่สร้างสรรค์ High Street Cocktail Series พลิกโฉมค็อกเทลคลาสสิกให้งดงามและสนุกกับการดื่ม พร้อมไวน์ลิสต์คัดสรรจากทั่วโลก ภายในตกแต่งสไตล์โมเดิร์นยุโรป อบอุ่นและหรูหราในคราวเดียว รองรับทั้งดินเนอร์สุดโรแมนติก การสังสรรค์กับเพื่อน การเลี้ยงส่วนตัว หรือการพบปะทางธุรกิจ ทำให้ Sorrento เป็นนิยามใหม่แห่งศิลปะการกินอิตาเลียนใจกลางสาทร

Sorrento
ที่อยู่: 127 อาคารปัญจภูมิ ชั้น 1, ถนนสาทร แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ, 02-234-9841

ผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี รับส่วนลด 10% เฉพาะค่าอาหาร เมื่อรับประทานครบ 3,800 บาทขึ้นไป/ เซลส์สลิป (ไม่สามารถใช้ร่วมกับเซ็ตเมนู) ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2025 ถึง 16 มิถุนายน 2026

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี


อ่านเพิ่มเติม:

ลิ้มรสเมนูอาหารจีนไฟน์ไดนิ่งพร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่ Silver Waves by Boon

10 วิสกี้ค็อกเทลที่นักดื่มควรลองสักครั้งในชีวิต

จิบค็อกเทลที่สร้างสรรค์จากแนวคิดยั่งยืนที่ wasteland

Topics

Manta Klangboonkrong
Dining & City Guide Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

Manta Klangboonkrong has a passion for uncovering exceptional dining destinations and distinctive travel experiences - a trusted voice in Thailand’s luxury lifestyle space.

Reach her at manta.klangboonkrong@tatlerasia.com.