ลองเปิดใจกับค็อกเทลที่ทำจากวิสกี้คลาสสิกเหนือกาลเวลาและมาพร้อมกับเรื่องเล่าขานข้ามยุค
หลายคนมองว่าวิสกี้เป็นสปิริตแบบ “ฮาร์ด” ที่แข็งกระด้าง ไม่ค่อยนุ่มนวล ทั้งยังแรงและมีกลิ่นของแอลกอฮอล์ที่ชัดเจน วิสกี้หลายแบบที่คอวิสกี้ชื่นชอบยังมีกลิ่นของพีทและกลิ่นควันจากการเผาถังบ่มด้วยไฟแรง (การชาร์) เพิ่มเข้าไปอีก ทำให้รู้สึกว่าดื่มยาก บาดคอ แต่เมื่อนำวิสกี้มาเป็นเบสหรือสปิริตหลักของค็อกเทล กลิ่น รส และสัมผัส ที่รุนแรงนั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่เสริมส่วนผสมอื่นๆ จนออกมาเป็นเครื่องดื่มรสละมุนและสมดุล แต่ยังไม่ทิ้งลายเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของวิสกี้ และด้วยความที่วิสกี้เป็นสปิริตเก่าแก่ ค็อกเทลที่สร้างจากวิสกี้จึงเป็นการสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวไปด้วย
ตั้งแต่ค็อกเทลที่เสิร์ฟในคลับหรูหราช่วงยุคทองของนิวยอร์ก ไปจนถึงสูตรร่วมสมัยที่ถือกำเนิดจากบาร์โมเดิร์นในลอนดอน ทุกแก้วล้วนมีจุดกำเนิด เรื่องเล่า และเอกลักษณ์ที่ทำให้งามสง่าเหนือกาลเวลา
อ่านเพิ่มเติม: ทำไมวิสกี้ที่ดีที่สุดในโลกถึงมาจากสกอตแลนด์
1. Old Fashioned

Above Old Fashioned ที่ใช้เบอร์เบินวิสกี้เป็นเบส
ต้นตำรับแห่งความเรียบง่ายที่อยู่เหนือกาลเวลาถือเป็นหนึ่งในค็อกเทลเก่าแก่ที่สุดของโลก โดยมีหลักฐานการปรากฏตัวครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ The Balance and Columbian Repository ปี 1806 ที่ระบุว่าเป็น cocktail แรกๆ ของอเมริกาในนิวยอร์ก คำว่า Old Fashioned เริ่มใช้กันในปลายศตวรรษที่ 19 โดยนักดื่มยุคหลังเรียกร้อง “วิธีดั้งเดิม” แทนการทำค็อกเทลที่เริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ความงดงามของ Old Fashioned อยู่ที่การเน้นวิสกี้ น้ำตาล และบิทเทอร์เท่านั้น มอบรสหวานนิดๆ ติดขมและความหอมของเปลือกส้มโดยไม่ต้องมีการ์นิชเกินความจำเป็น
Old Fashioned คือเครื่องดื่มโปรดของ Don Draper ตัวละครหลักในซีรีส์ Mad Men ซึ่งช่วยปลุกกระแสความนิยมกลับมาอีกครั้งในยุค 2000
2. Sazerac

Above Sazerac แทนคอนยักด้วยวิสกี้
Sazerac เป็นหนึ่งในค็อกเทลที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน มีจุดกำเนิดในนิวออร์ลีนส์ราวปี 1830 โดยเดิมใช้คอนยักก่อนจะเปลี่ยนเป็นไรย์วิสกี้ในภายหลัง เนื่องจากการระบาดของ phylloxera แมลงทำลายต้นอุ่นในไร่ไวน์ที่ทำให้คอนยักขาดตลาด Sazerac ใช้ส่วนผสมของไรย์วิสกี้ แอบซินธ์ น้ำตาล และบิทเตอร์ Peychaud เสิร์ฟในแก้วที่เคลือบแอบซินธ์ให้กลิ่นหอมฟุ้งไม่เหมือนใคร
เมืองนิวออร์ลีนส์ได้ประกาศให้ Sazerac เป็นค็อกเทลประจำเมืองอย่างเป็นทางการเรียบร้อยในปี 2008
อ่านเพิ่มเติม: 6 ค็อกเทลจากเอเชียที่ควรรู้ (และสั่งเป็น!) ตั้งแต่ Singapore Sling ไปจนถึง Gin Pahit
3. Manhattan

Above Manhattan ค็อกเทลวิสกี้เบสสุดคลาสสิก
เล่ากันว่า Manhattan ถูกคิดค้นในปี 1874 ที่ Manhattan Club ในนิวยอร์ก ระหว่างงานเลี้ยงโดย Lady Randolph Churchill (แม่ของ Winston Churchill) แต่ในความจริง Lady Randolph อยู่ที่ฝรั่งเศสในช่วงนั้น ทำให้หลายคนเชื่อว่าเรื่องเล่านี้เป็นเพียงตำนาน อย่างไรก็ดี เครื่องดื่มนี้ได้รับความนิยมในวงสังคมชั้นสูงอย่างรวดเร็วด้วยความสมดุลระหว่างไรย์วิสกี้ สวีทเวอร์มุธ และบิทเทอร์ กลายเป็นสัญลักษณ์ของความสง่างามในแก้วเล็ก ๆ
Manhattan คือหนึ่งในค็อกเทลคลาสสิกที่นักดื่มมืออาชีพมักใช้ทดสอบฝีมือบาร์เทนเดอร์ เนื่องจากต้องใช้การผสมที่แม่นยำเพื่อให้ได้รสกลมกล่อมที่สมดุล
4. Rob Roy

Above Rob Roy กับสก็อตช์วิสกี้
ค็อกเทลแก้วนี้ได้รับการตั้งชื่อตาม Robert Roy MacGregor วีรบุรุษชาวสก็อตผู้มีชีวิตอยู่จริงในศตวรรษที่ 18 และได้รับแรงบันดาลใจจากโอเปร่าที่เล่าชีวิตของเขาในปี 1894 Rob Roy ถือกำเนิดขึ้นที่ Waldorf Astoria Hotel ในนิวยอร์กโดยใช้สก็อตช์วิสกี้แทนไรย์ในสูตรของ Manhattan กลายเป็นเครื่องดื่มที่สะท้อนความเข้มข้นและภูมิหลังของวิสกี้จากไฮแลนด์ได้อย่างกลมกล่อม
Rob Roy มักนิยมเสิร์ฟในรูปแบบ “perfect” โดยใช้สวีทเวอร์มุธและดรายเวอร์มุธในสัดส่วนหนึ่งต่อหนึ่งเพิ่มมิติรสชาติแบบสมดุล
5. Whisky Sour

Above Whisky Sour วิสกี้และน้ำมะนาวที่เข้ากันอย่างลงตัว
Whisky Sour มาจากการที่กะลาสีเรือในศตวรรษที่ 18 ใช้น้ำมะนาวผสมกับวิสกี้ดื่มเพื่อเสริมวิตามินซีในสภาพการใช้ชีวิตกลางทะเลที่เก็บผลไม้สดไว้กินยากเพื่อป้องกันโรคลักปิดลักเปิด ก่อนจะพัฒนาเป็นค็อกเทลอย่างเป็นทางการในหนังสือของ Jerry Thomas ปี 1862 ค็อกเทลแก้วนี้ให้รสเปรี้ยวหวานสดชื่น กลมกล่อม และดื่มง่าย เหมาะกับนักดื่มทุกระดับ ต่อมามีการเพิ่มไข่ขาวที่เช็คจนนุ่มเนียนเพื่อเพิ่มวอลลุมและสัมผัสนุ่มละมุน
อ่านเพิ่มเติม: จิบค็อกเทลที่สร้างสรรค์จากแนวคิดยั่งยืนที่ wasteland
6. Boulevardier

Above Boulevardier ที่เปลี่ยนจากจินมาใช้เบอร์เบินหรือไรย์วิสกี้
ค็อกเทลขมปนหวานในครอบครัว Negroni ที่สร้างขึ้นโดย Erskine Gwynne นักเขียนและนักดื่มชาวอเมริกันในช่วงทศวรรษ 1920 ที่ปารีส Boulevardier เป็นชื่อของนิตยสารที่เขาก่อตั้ง และเครื่องดื่มแก้วนี้คือ Negroni ที่เปลี่ยนจากจินมาใช้เบอร์เบินหรือไรย์วิสกี้ ให้รสชาติที่หนักแน่น ลุ่มลึก และมีความขมแบบยาอันเป็นเอกลักษณ์จากคัมพารี เสน่ห์ของ Boulevardier อยู่ที่การผสมผสานความคลาสสิกแบบอิตาเลียนเข้ากับความหนักแน่นแบบอเมริกันได้อย่างกลมกล่อม
แม้จะถือกำเนิดในฝรั่งเศส แต่ Boulevardier กลับได้รับความนิยมสูงสุดในบาร์ยุคใหม่ของอเมริกา และกลายเป็นเมนูที่บาร์เทนเดอร์ทั่วโลกหลงรัก
7. Hot Toddy

Above Hot Toddy วิสกี้ค็อกเทลแบบอุ่น
Hot Toddy ถือเป็นหนึ่งในค็อกเทลร้อนที่เก่าแก่ที่สุดของโลก เชื่อกันว่าเริ่มต้นในสก็อตแลนด์หรือไอร์แลนด์ในศตวรรษที่ 18 โดยดั้งเดิมใช้วิสกี้ ผสมน้ำร้อน น้ำผึ้ง และเครื่องเทศอย่างอบเชยหรือกานพลู เพื่อช่วยบรรเทาอาการหวัดหรืออาการหนาวเหน็บของฤดูหนาว ค็อกเทลนี้มักเสิร์ฟในแก้วหรือถ้วยเซรามิก และเป็นที่โปรดปรานของใครหลายคนทั้งเพื่อความอุ่นกายและอุ่นใจ
ในบางประเทศอย่างอังกฤษและอเมริกา Hot Toddy เคยถูกใช้เป็นยาสามัญประจำบ้านสำหรับแก้ไอในช่วงต้นศตวรรษที่ 20
8. Rusty Nail

Above Rusty Nail ใช้สก็อตช์วิสกี้ผสมกับ Drambuie
Rusty Nail คือค็อกเทลสุดเรียบง่ายแต่แฝงเสน่ห์เข้ากับบาร์หรูหลายแห่งในนิวยอร์กช่วงทศวรรษ 1950–60 ใช้สก็อตช์วิสกี้ผสมกับ Drambuie ลิเคียวร์จากสก็อตแลนด์ที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้ง สมุนไพร และเครื่องเทศให้รสชาตินุ่มลึก หอมหวานนิดๆ แต่ทรงพลัง เหมาะกับค่ำคืนที่ต้องการความสงบและความมีสไตล์
Rusty Nail ปรากฏตัวครั้งแรกในงาน British Industries Fair ปี 1937 แต่ได้รับความนิยมสูงสุดในนิวยอร์กช่วงที่ Frank Sinatra และ Rat Pack ครองวงการ
9. Penicillin

Above Penicillin ใช้สก็อตช์วิสกี้เบลนด์ น้ำเลมอน น้ำผึ้ง และน้ำขิง
Penicillin ถือกำเนิดขึ้นในปี 2005 โดย Sam Ross บาร์เทนเดอร์ระดับตำนานจาก Milk & Honey ในนิวยอร์ก โดยใช้สก็อตช์วิสกี้เบลนด์ น้ำเลมอน น้ำผึ้ง และน้ำขิง แล้วปิดท้ายด้วยการลอยซิงเกิลมอลต์หรือวิสกี้ที่มีความสโมคกี้ด้านบน ตั้งชื่อให้เหมือนยา เพราะมันทั้งอบอุ่น เยียวยา และกระตุ้นสัมผัสได้ในคราวเดียว
Penicillin เป็นค็อกเทลร่วมสมัยไม่กี่สูตรที่กลายเป็นค็อกเทล Modern Classic ได้ภายในเวลาไม่กี่ปี และถูกบรรจุในเมนูประจำของบาร์ชั้นนำทั่วโลก
10. Gold Rush

Above Gold Rush ค็อกเทลวิสกี้เบสรสนุ่ม
ค็อกเทลสีอำพันสวยเคิดค้นขึ้นในต้นทศวรรษ 2000 โดยบาร์เทนเดอร์จาก Milk & Honey เช่นกัน Gold Rush คือน้องชายที่สดใสสุกสกาวของ Old Fashioned โดยแทนที่น้ำตาลด้วยน้ำผึ้งและเติมเลมอนสดลงไป ทำให้ได้ค็อกเทลที่มีทั้งความหวาน กลิ่นหอมธรรมชาติ และความสดชื่น เหมาะทั้งเป็นเครื่องดื่มรับแขก หรือจิบในยามค่ำคืนแบบสบายๆ
Gold Rush คือหนึ่งในแรงบันดาลใจของ Bee’s Knees ที่นิยมใช้ส่วนผสมน้ำผึ้งแทนน้ำตาลในยุคปัจจุบัน
อ่านเพิ่มเติม
Credits
ภาพ: Getty Images
Topics





