จากต้นกำเนิดในแคว้นชาร็องต์ของฝรั่งเศสสู่ความนิยมในระดับโลก เรื่องราวของคอนยักนั้นน่าหลงใหลไม่แพ้รสชาติที่เปี่ยมไปด้วยมิติ
คอนยักเป็นมากกว่าเครื่องดื่มระดับพรีเมียมในขวดแก้วเจียระไนสวยหรู ในโลกของอาหารและเครื่องดื่มคอนยักมีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะสปิริตที่ดื่มแบบเพียวเพื่อดื่มด่ำรสชาติอย่างลึกซึ้ง และในฐานะส่วนผสมหลักของค็อกเทลสุดคลาสสิกที่ให้กลิ่นอายของความหรูหราและซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหารไฟน์ไดนิ่ง บาร์ค็อกเทลระดับโลก หรือในการจับคู่เมนูอาหารกับสปิริต คอนยักยังคงเป็นตัวแทนของรสนิยมที่เหนือระดับ และกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาเครื่องดื่มที่มีเรื่องราว มีประวัติศาสตร์ และมีมิติในรสชาติอย่างแท้จริง
อ่านเพิ่มเติม: รู้จักสตรีแถวหน้ามากความสามารถผู้ขับเคลื่อนวงการสปิริตระดับโลก

ความแตกต่างระหว่างคอนยักและบรั่นดี
แม้จะดูคล้ายกัน แต่คอนยักกับบรั่นดีนั้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน บรั่นดีคือชื่อเรียกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้จากการกลั่นน้ำผลไม้หมักที่ส่วนใหญ่เป็นองุ่น ซึ่งสามารถผลิตได้ในหลายประเทศและหลายรูปแบบทั่วโลก ในขณะที่คอนยักเป็นบรั่นดีชนิดหนึ่งที่มีกฎระเบียบเข้มงวด ต้องผลิตในเขตคอนยักทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสเท่านั้น โดยใช้องุ่นพันธุ์อูญีบลองก์ กลั่นสองครั้งด้วยหม้อทองแดงแบบดั้งเดิม และบ่มในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศส จึงจะเรียกได้ว่าเป็นคอนยัก พูดง่ายๆ คือ คอนยักคือบรั่นดี แต่ไม่ใช่บรั่นดีทุกชนิดจะเป็นคอนยัก ทำนองเดียวกับแชมเปญและสปาร์กลิงไวน์ ที่ต่างกันที่ถิ่นกำเนิดและวิธีการผลิตที่มีความแตกต่างอย่างชัดเจน

Above Europe, France, Poitou-Charentes, Cognac
ศาสตร์และศิลป์ของการทำคอนยัก
รสชาติและคาแรกเตอร์ของคอนยักเริ่มต้นจากสภาพแวดล้อมที่มีเอกลักษณ์ แคว้นชาร็องต์มีดินและภูมิอากาศเฉพาะตัว เหมาะอย่างยิ่งต่อการปลูกองุ่นสายพันธุ์อูญีบลองก์ ซึ่งมีกรดสูงและแอลกอฮอล์ต่ำ ซึ่งนับเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้เกิดไวน์พื้นฐานสำหรับการกลั่นคอนยัก องุ่นจะถูกเก็บเกี่ยวในเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น้ำตาลในผลองุ่นอยู่ในระดับสมดุลที่สุด จากนั้นจึงบีบคั้นและปล่อยให้หมักตามธรรมชาติ เพื่อให้ได้ไวน์เบาๆ ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้น
หัวใจสำคัญของคอนยักคือการกลั่นสองครั้ง โดยใช้หม้อทองแดงแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า alambic charentais กลั่นครั้งแรกจะได้ brouillis และกลั่นครั้งที่สองที่เรียกว่า la bonne chauffe จะช่วยคัดเลือก "หัวใจ" ของสปิริต ซึ่งคือส่วนที่ดีที่สุดในกลิ่นและรส ต้องอาศัยทักษะอันเชี่ยวชาญของเซลลาร์มาสเตอร์ในการแยกส่วน "หัว" และ "หาง" ที่ไม่ต้องการออก
จากนั้นโอเดอวี (eau-de-vie) หรือ “น้ำแห่งชีวิต” ที่ได้จะถูกนำไปพักในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศสจากป่าลิมูแซงหรือทรองเซ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการบ่ม หรือ élevage ที่จะทำให้สปิริตค่อยๆ ซึมซับกลิ่นไม้ แทนนิน และเกิดสีทองสวยตามธรรมชาติ เซลลาร์มาสเตอร์จะเฝ้าดูแลด้วยความประณีต ทั้งการถ่ายเทคอนยักจากถังหนึ่งสู่อีกถังหนึ่ง การควบคุมความชื้น และการเฝ้าดูการระเหยของน้ำคอนยักไปในอากาศ ที่เรียกกันว่า “ส่วนแบ่งของนางฟ้า” (angel’s share) ซึ่งแม้จะทำให้ปริมาณลดลงแต่กลับทำให้รสชาติของคอนยักเข้มข้นยิ่งขึ้น
เมื่อถึงจุดที่เหมาะสม คอนยักจะถูกนำไปเบลนด์กับโอเดอวีจากแหล่งผลิตหรือวินเทจต่างๆ เพื่อสร้างสมดุลและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์ ขั้นตอนนี้เองที่เซลลาร์มาสเตอร์ต้องใช้ทั้งประสบการณ์และการรับกลิ่นรสอันแม่นยำ คอนยักที่ได้จะถูกเจือจางให้มีปริมาณแอลกอฮอล์ประมาณ 40% ด้วยน้ำกลั่น ผ่านการกรองเอาเศษและตะกอนต่างๆ ออก แล้วบรรจุขวด พร้อมให้นักดื่มทั่วโลกได้ลิ้มลอง

ระดับอายุของคอนยัก
คอนยักแต่ละขวดมีอายุที่สะท้อนถึงระยะเวลาในการบ่ม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกลิ่น รส และความซับซ้อนของสปิริต โดยทั่วไปจะจำแนกออกเป็น สามระดับหลัก ได้แก่ VS (Very Special) ซึ่งบ่มอย่างน้อยสองปี ให้รสสดใสและกลิ่นผลไม้ชัดเจน ต่อมาคือ VSOP (Very Superior Old Pale) บ่มอย่างน้อยสี่ปี มักมีความนุ่มนวลและกลิ่นวานิลลา เครื่องเทศ หรือไม้โอ๊กชัดขึ้น และ XO (Extra Old) ที่บ่มอย่างน้อย 10 ปี ให้สัมผัสที่ลุ่มลึก เข้มข้น และมีความซับซ้อนสูง นักดื่มบางคนยังเลือกคอนยักระดับ Rare หรือ Hors d’Âge ที่มีการบ่มยาวนานเป็นพิเศษ ซึ่งถือเป็นคอนยักระดับงานศิลป์อย่างแท้จริง

แหล่งผลิตเดียวที่มาพร้อมกับคาแรกเตอร์ที่หลากหลาย
คอนยักมีหลากหลายสไตล์ที่สะท้อนถึงแหล่งผลิต เทคนิคของผู้กลั่น และแนวทางการบ่มของแต่ละบ้าน โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้ตาม “ครู” (cru) หรือแหล่งปลูกองุ่นที่แตกต่างกันในเขต Cognac เช่น Grande Champagne และ Petite Champagne ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องคอนยักที่มีกลิ่นหอมละเอียดและศักยภาพในการบ่มสูง Borderies ที่ให้กลิ่นฟลอรัลนุ่มนวล ไปจนถึง Fins Bois และ Bons Bois ที่ให้รสชาติเข้มข้นและดื่มง่าย นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างในสไตล์ระหว่างคอนยักที่เน้นความสดชื่นแบบผลไม้ เหมาะสำหรับดื่มเพียวหรือผสมค็อกเทล กับคอนยักสายคลาสสิกที่ผ่านการบ่มยาวนาน ให้สัมผัสลุ่มลึกของวานิลลา ถั่ว ไม้ และเครื่องเทศ การเลือกคอนยักจึงไม่เพียงแค่ดูที่อายุ แต่ยังรวมถึง “สไตล์” ที่ตอบโจทย์รสนิยมของผู้ดื่มอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม: เตรียมตัวก่อนเทสติ้ง กับข้อควรรู้วิธีการชิมสปิริตที่ถูกต้อง

สปิริตชั้นดีที่มีต้นกำเนิดมาจากการถนอมไวน์
จุดเริ่มต้นของคอนยักย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 16 เมื่อพ่อค้าชาวดัตช์ต้องการถนอมไวน์ระหว่างการเดินทางไกล พวกเขากลั่นไวน์ให้กลายเป็น “ไวน์เผา” หรือ (burnt wine หรือ brandewijn ในภาษาดัตช์ที่กลายมาเป็นคำว่าบรั่นดี) และนั่นคือจุดกำเนิดของสปิริตที่ต่อมาเรียกว่าคอนยัก เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 17 โรงกลั่นเริ่มเกิดขึ้นอย่างจริงจัง และในศตวรรษที่ 18–19 คอนยักก็กลายเป็นที่นิยมอย่างสูงในยุโรป และเป็นที่ชื่นชอบของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์มากมายรวมถึงจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ที่มักพกคอนยักติดตัวไปไหนมาไหนเสมอแม้แต่ยามออกรบ นอกจากนี้ระบบควบคุมมาตรฐาน (Appellation Contrôlée) อันเข้มงวดที่ริเริ่มขึ้นในศตวรรษที่ 20 ยิ่งเสริมความเชื่อมั่นในคุณภาพและความน่าเชื่อถือของสปิริตชนิดนี้ในระดับโลกด้วย
คอนยักในโลกใหม่และการสร้างสรรค์ค็อกเทล
ทุกวันนี้ คอนยักไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อจิบแบบพิธีรีตองในห้องรับแขกอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องดื่มที่ร่วมสมัยและหลากหลายมากขึ้น การจิบจากแก้วสั้นเพื่อให้ความอบอุ่นจากมือช่วยเพิ่มกลิ่มหอมและมิติของคอนยักยังคงเป็นวิธีคลาสสิกในการดื่ม แม้ภาพจำของคอนยักจะยังคงความหรูหราและเป็นทางการ แต่ในความเป็นจริงคอนยักรุ่นใหม่โดยเฉพาะประเภท VS ที่สดใสและมีกลิ่นผลไม้เด่น กำลังกลายเป็นที่ชื่นชอบของนักดื่มรุ่นใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ค็อกเทลที่ใช้คอนยักเป็นเบสก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คอนยักยังคงเป็นหัวใจของค็อกเทลคลาสสิกที่ไม่เคยล้าสมัย Sidecar คือหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมตั้งแต่ยุค Prohibition ในอเมริกา ที่มีส่วนผสมของ Cointreau เลมอน และคอนยัก บาลานซ์รสเปรี้ยวหวานอย่างมีระดับเสิร์ฟในแก้วเคลือบน้ำตาลขอบแก้ว
อีกหนึ่งสูตรอมตะคือ Vieux Carré ที่ตั้งชื่อตามย่าน French Quarter ในนิวออร์ลีนส์ ค็อกเทลสายเข้มนี้ใช้คอนยักผสมไรย์วิสกี้ สวีทเวอร์มูธ Bénédictine และบิทเทอร์ ให้รสซับซ้อน มีเสน่ห์ มีกลิ่นอายของโลกเก่าและใหม่ในแก้วเดียว หากต้องการอะไรที่เรียบง่ายขึ้นยังมี French Connection ที่ผสมความซับซ้อนของคอนยักกับอามาเร็ตโต ให้รสหอมหวาน นุ่มลึก จิบช้าๆ กับน้ำแข็ง เหมาะสำหรับค่ำคืนที่ไม่เร่งรีบ
อ่านเพิ่มเติม
ทำไมวิสกี้ที่ดีที่สุดในโลกถึงมาจากสกอตแลนด์
เปิดประสบการณ์แชมเปญใหม่ในโลกเก่ากับ Bruno Paillard
เปิดประสบการณ์วิสกี้อัลตร้าพรีเมี่ยมระดับ Rare & Exceptional ครั้งแรกในไทย
Credits
ภาพ: Getty Images
Topics








