เจาะลึกโลกแห่งลักซ์ชูรีวิสกี้และประสบการณ์ Private Client ของ Diageo ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับบทสนทนากับ Raymond Poon
ในภาพรวมอันคึกคักของตลาดลักซ์ชูรีที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย กลุ่มผลิตภัณฑ์หนึ่งที่กำลังมาแรงคือกลุ่มเครื่องดื่มพรีเมี่ยมโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิสกี้ระดับไฮเอนด์ที่ไม่เพียงมองหาวิสกี้ชั้นเลิศมาไว้ในครอบครองเท่านั้น แต่ยังแสวงหาประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่คนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่สามารถเข้าถึง
ทั้งวิสกี้ชั้นดีและประสบการณ์สุดพิเศษเป็นสิ่งที่ Diageo ผู้นำระดับโลกซึ่งมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 200 แบรนด์ใน 180 ประเทศนำเสนอผ่านประสบการณ์ Private Client ที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นำโดย Raymond Poon ผู้อำนวยการฝ่ายดูแลกลุ่มลูกค้าระดับไพรเวทประจำภูมิภาคฯ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการดูแลความสัมพันธ์กับกลุ่มนักสะสมและนักดื่มวิสกี้ผู้เปี่ยมรสนิยม
อ่านเพิ่มเติม: ปักหมุดไวน์บาร์น่าสนใจรอบกรุงฯ ให้คุณจิบไวน์ในบรรยากาศสุดชิล

Above Raymond Poon ผู้อำนวยการฝ่ายดูแลกลุ่มลูกค้าระดับไพรเวทประจำภูมิภาคฯ
ในการมาเยือนไทยครั้งล่าสุด Raymond อธิบายให้ Tatler ฟังถึงการความต้องการลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์ที่เปลี่ยนไปว่า “เดี๋ยวนี้นักดื่มไม่ได้มองหาแค่เบลนด์วิสกี้ระดับพรีเมี่ยมอย่างเดียวนะครับ แต่พวกเขายังโหยหาประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครด้วย หากพวกเขาต้องการซื้อวิสกี้สักถัง (cask) ก็ต้องการโอกาสที่จะได้เดินทางไปยังโรงกลั่น ได้เห็นถังเหล่านั้นด้วยตาตัวเอง และลองชิมวิสกี้ในถังด้วยตัวเอง ซึ่งการชิมในแต่ละครั้งที่เดินทางไปนั้น ก็อาจให้รสชาติที่แตกต่างกันไปในแต่ละปีตามระยะเวลาการบ่ม นี่คือสิ่งที่ Diageo สามารถมอบให้ได้ด้วยทรัพยากรมากมายที่เรามีอยู่ที่สกอตแลนด์ ความต้องการที่ไม่ได้จำกัดแค่ผลิตภัณฑ์แต่ยังรวมถึงเรื่องราวและประสบการณ์ ทำให้ Diageo มุ่งเน้นที่จะมอบประสบการณ์ที่พิเศษ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและความไว้วางใจในแบรนด์”
หนึ่งในเสน่ห์สำคัญที่ทำให้นักดื่มวิสกี้หลงใหลคือเรื่องราวและประวัติศาสตร์อันยาวนาน แบรนด์ส่วนใหญ่ในเครือ Diageo ก่อตั้งขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1800 ทำให้มีเรื่องราวมากมายให้บอกเล่า โรงกลั่นอย่าง Port Ellen และ Brora ก็มีเรื่องราวเป็นของตัวเอง เช่น Brora ที่ปิดตัวลงในปี 1983 และเพิ่งกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งเมื่อประมาณสองปีที่แล้ว ปัจจุบันวิสกี้ที่ผลิตจาก Brora มีราคาสูงถึง 20,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อขวด เรื่องราวเหล่านี้เองที่ลูกค้ากลุ่ม Private Client ต้องการทำความเข้าใจ ในเรื่องราว ที่มา และประวัติศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังสิ่งที่พวกเขาซื้อหรือได้ชิม

Above การเปิดตัววิสกี้ระดับ Rare & Exceptional ครั้งแรกในไทย
ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายดูแลกลุ่มลูกค้าระดับไพรเวท Raymond ได้เล่าถึงบริการนี้ว่าตั้งขึ้นที่สิงคโปร์เมื่อ 8 ปีที่แล้ว และขณะนี้เป็นทีมดูแลลูกค้าที่ทำงานมายาวนานที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก การเติบโตอาศัยการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์มากมายในวงการลักซ์ชูรี และที่สำคัญคือการสร้างกระแสปากต่อปากจากลูกค้าที่ได้สัมผัสกับคุณภาพ ความแปลกใหม่ และความหายาก ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของวิสกี้ชั้นเลิศทั้งถังผ่านการแนะนำของทีมงานมากประสบการณ์
“ในตลาดลักซ์ชูรีที่มีการแข่งขันสูง การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและความไว้วางใจเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งครับ” Raymond กล่าวและยกตัวอย่างว่า “บางครั้งลูกค้าเข้ามาสอบถามตรงๆ เลยว่ามีงบเท่านี้ ควรซื้ออะไรดี เมื่อให้คำแนะนำไป พวกเขาก็ตัดสินใจซื้อทันที พราะมั่นใจทั้งในความจริงใจและคุณภาพสินค้า นอกจากนี้ ความต้องการประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครยังนำไปสู่ความร่วมมือที่น่าสนใจ ล่าสุดคือการประกาศความร่วมมือระหว่าง Diageo กับ Olivier Rousteing ดีไซเนอร์และครีเอทีฟจาก Balmain ซึ่งปรากฏในงาน Met Gala ถือเป็นครั้งแรกที่ Diageo ได้ร่วมงานกับวงการแฟชั่น และในอนาคตก็ยังจะมองหาโอกาสร่วมงานกับคนดังในวงการต่างๆ ต่อไปด้วย”

Above Johnnie Walker Blue Label Ultra ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 888 ขวดทั่วโลก
ผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวอย่างของความพิเศษและนวัตกรรมที่ Raymond เน้นย้ำคือ Johnnie Walker Blue Label Ultra และ The Singleton Gourmand Collection 42 Years ซึ่งถือเป็นวิสกี้ในพอร์ตโฟลิโอระดับสูงสุดคือ Rare & Exceptional ที่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย
Johnnie Walker Blue Label Ultra ผสมผสานนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนเข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว กลายเป็นขวด Johnnie Walker ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่เคยมีมาคือหนักเพียง 180 กรัม เป็นการพลิกโฉมรูปทรงสี่เหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ มาสู่รูปทรงหยดน้ำที่สวยงาม สะท้อนถึงการให้ความสำคัญทั้งด้านความงามและความยั่งยืน ทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่ฝาขวดไปจนถึงกรอบไม้ไผ่ ล้วนแสดงถึงความหรูหราควบคู่ไปกับจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม
ส่วนวิสกี้ภายในขวดเป็นเบลนด์พิเศษจากโรงกลั่นชั้นนำของ Diageo รวมถึงโรงกลั่นที่ปลอดการปล่อยคาร์บอนสุทธิอย่าง Oban, Brora, และ Royal Lochnagar รวมถึงวิสกี้หายากจากโรงกลั่นที่ปิดตัวไปแล้วหรือ ghost distilleries อย่าง Port Ellen สร้างสรรค์วิสกี้ที่มีเอกลักษณ์และความซับซ้อน มีกลิ่นและรสชาติที่เข้มข้นและหลากหลาย เช่น กลิ่นไม้โอ๊ค ผลไม้อบ เครื่องเทศ และความสดชื่นของผลไม้สวน คาราเมล และควันไม้อบ จบด้วยรสสุดท้ายที่นุ่มนวลและให้ความอบอุ่น ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 888 ขวดทั่วโลก

Above The Singleton Gourmand Collection 42 Years ผลิตจำนวนจำกัดทั่วโลกเพียง 136 ชุด และมีเพียงห้าชุดในประเทศไทย
ส่วน The Singleton Gourmand Collection 42 Years คือผลงานชิ้นเอกอีกชิ้นที่ The Singleton ภูมิใจนำเสนอ ซึ่งเป็นการบ่มที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ภายใต้การดูแลด้วยความเชี่ยวชาญของ Dr. Craig Wilson ผู้เป็น Master Blender นำเสนอแนวคิดการผสานศาสตร์แห่งการทำวิสกี้เข้ากับความประณีตของศิลปะขนมฝรั่งเศสระดับสูง (haute pâtisserie) ประกอบด้วยวิสกี้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสามเอ็กซ์เพรสชั่นซึ่งผ่านกระบวนการบ่มอันยาวนานถึง 42 ปีตั้งแต่ปี 1981 โดยมีการบ่มในถังที่คัดสรรเป็นพิเศษในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์ตามแรงบันดาลใจจากขนมฝรั่งเศส เช่น Fig & Chocolate Ganache, Caramelised Crème Brûlée และ Black Cherry Gateau
การเปิดตัวนี้ยังร่วมกับ Master Pâtissier Nicolas Rouzaud จากโรงแรม The Connaught London ในลอนดอน ผู้รังสรรค์ขนมที่ออกแบบมาเพื่อจับคู่กับวิสกี้แต่ละชนิด ยกระดับประสบการณ์การชิมสู่ระดับอาหารชั้นสูงอีกด้วย คอลเล็กชั่นนี้มาในบรรจุภัณฑ์อันประณีตหรูหรา ประกอบด้วยขวดขนาด 50cl จำนวน 3 ขวดต่อชุด ผลิตจำนวนจำกัดทั่วโลกเพียง 136 ชุด และมีเพียงห้าชุดในประเทศไทย

Above การเปิดตัววิสกี้ระดับ Rare & Exceptional ครั้งแรกในไทย
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์อันพิเศษสุดทั้งสองนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการสุราระดับลักซ์ชูรีในประเทศไทย โดย The Singleton Gourmand Collection 42 Years และ Johnnie Walker Blue Label Ultra นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่หายากและพิเศษที่สุดที่เคยมีการนำเข้ามาในตลาดไทย การปรากฏตัวของทั้งสองผลิตภัณฑ์นี้ในประเทศไทยสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของประเทศในตลาดสุราระดับอัลตร้าลักซ์ชูรีโลก นำเสนอโอกาสอันล้ำค่าให้กับนักสะสมผู้พิถีพิถันในการครอบครองผลงานชิ้นเอกที่หาได้ยากยิ่งนี้
อ่านเพิ่มเติม:
Bua Bar: จิบเครื่องดื่มเคียงสายน้ำ ณ อนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต วิลล่าส์
ปักหมุดรูฟท็อปบาร์วิวดีที่นักดื่มห้ามพลาดในกรุงเทพฯ
จิบ Maya Pistola Agavepura เตกีลาแบรนด์แรกของเอเชียจากที่ราบสูงในอินเดีย
Credits
ภาพ: Diageo





