หากพูดถึงอาหารอินเดีย ไม่ว่าคุณจะนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก แกง กะทิ เครื่องเทศ ผงกะหรี่ ณ วันนี้ คงถึงเวลาที่คุณจะต้องลองเปิดใจ
พบกับอาหารจากดินแดนแห่งสีสันสดสวย รสชาติจัดจ้าน เพื่อเรียนรู้อาหารจากดินแดนภารตะในมุมมองที่แตกต่างออกไป
จากหลากหลายเมนูดั้งเดิมในอดีตได้เดินทางมาแสนไกล และก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย ทั้งวัตถุดิบที่ใช้ทำอาหาร เช่น วัตถุดิบบางชนิดหายากขึ้น หรือมีราคาแพงขึ้น ส่งผลให้ร้านอาหารต้องปรับเปลี่ยนสูตรอาหาร หรือใช้วัตถุดิบที่ต่างจากเดิม ไปจนถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยให้การทำอาหารสะดวกและรวดเร็วขึ้น วิธีการปรุงอาหารแบบใหม่ๆ มาทดแทนวิธีทำแบบเก่า รสนิยมของลูกค้าที่ได้เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการแข่งขันทางธุรกิจที่สูงขึ้นเพื่อดึงดูดลูกค้า โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ
ทั้งหมดนี้ทำให้ร้านอาหารอินเดียหลายร้านต้องยืนหยัดผ่านบทพิสูจน์กาลเวลาและนำเสนอตัวตนด้วยเมนูที่น่าสนใจ ทำให้ปัจจุบันคนไทยกล้าที่จะลิ้มลองอาหารอินเดียเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ไม่ต้องออกเดินทางไปไกลถึงอินเดีย
อ่านเพิ่มเติม: Waste Not, Want Not: ชิมอาหารร้านอร่อย รักษ์โลก ที่เลือกสรรตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงจานอาหารที่ชวนรับประทาน
Royal India

Above ร้าน Royal India ตำนานที่ยังมีชีวิตแห่งลิตเติ้ลอินเดียหรือย่านพาหุรัด (ภาพ: royalindiathailand)
ย้อนกลับไปถึงร้านอาหารอินเดียแห่งแรกของกรุงเทพฯ หรือจะนับว่าเป็นของประเทศไทยก็ว่าได้ ชื่อของ Royal India คือตำนานที่ยังมีชีวิตแห่งลิตเติ้ลอินเดียหรือย่านพาหุรัด ตลอดระยะเวลา 63 ปี Royal India ได้นำพาคนไทยให้ได้รู้จักวัฒนธรรมของเอเชียใต้ผ่านชุดอาหารถาด แป้งนาน แป้งโรตี แกงกะหรี่ แพะย่าง ไก่ทันดูรี อีกทั้งขนมหวานราสมาไล ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความอร่อยก็ไม่เคยจืดจาง
Rang Mahal

Above Rang Mahal ในปี 1993 ร้านอาหารอินเดียไฟน์ไดนิ่งแห่งแรกๆ (ภาพ: rembrandtsukhumvit)
Rang Mahal ถือกำเนิดในปี 1993 จัดว่าเป็นร้านอาหารอินเดียไฟน์ไดนิ่งแห่งแรกๆ ที่เปิดประสบการณ์แตกต่างออกไป ชวนให้เพลิดเพลินด้วยการตกแต่งในบรรยากาศท้องพระโรงในพระราชวังอินเดีย และวิวทิวทัศน์เมืองฟ้าอมร นับแต่เวลาเย็นจรดยามค่ำคืนจากชั้น 26 ชั้นบนสุดของโรงแรม Rembrandt Hotel & Suites Bangkok
นำทัพความอร่อยของอาหารอินเดียทางตอนเหนือโดยเชฟชาวอินเดียผ่านเมนูสูตรต้นตำรับที่แสนอลังการอย่างไก่อบเนย ขาแกะ และแกงแกะตุ๋นเครื่องเทศ ที่รังสรรค์และตกแต่งอย่างสวยงาม จึงไม่น่าแปลกใจหาก Rang Mahal จะได้รับการกล่าวขานเสมอๆ ในลิสต์ร้านอาหารอินเดียที่ควรค่าแก่การลิ้มลอง
Indus

Above Indus ร้านอาหารอินเดียร่วมสมัย (ภาพ: indusbangkok)
เมื่อปี 2004 ร้าน Indus ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยชาวอินเดียที่เกิดและเติบโตในประเทศไทย และมีแรงบันดาลใจในการเปิดร้านอาหารอินเดียร่วมสมัยแห่งนี้ เพื่อให้ผู้คนในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาได้สัมผัสกับอารยธรรมอินดัสหรืออารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุที่งดงาม ชวนให้หลงใหลผ่านความอร่อยของเมนูทั่วประเทศ จากรัฐต่างๆ เช่น รัฐเกรละ ราชสถาน ปัญจาบ แคชเมียร์ มีการดัดแปลงและครีเอทเมนูจากอาหารริมทางที่แสนเรียบง่ายให้ดูหรูหรา น่าพิสมัย เรียกได้ว่า Indus นับเป็นร้านอาหารอินเดียแรกๆ ที่ค่อยๆ ทรานส์ฟอร์มความเป็นภารตะให้ทันสมัยและโดดเด่นน่าสนใจ
Gaggan

Above ร้าน Gaggan โดยเชฟชาวอินเดีย Gaggan Anand ซึ่งมีชื่อเสียงและติดอันดับหนึ่งในร้านอาหารที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเอเชียและของโลกหลายปีซ้อน
เมื่อปี 2010 ปรากฏการณ์เขย่าวงการอาหารอินเดีย และอาหารทุกชาติทั่วโลกเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อร้าน Gaggan โดยเชฟชาวอินเดีย Gaggan Anand ได้เปิดร้านแห่งนี้ขึ้น และจากนั้นร้านก็ติดอันดับหนึ่งในร้านที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเอเชียและของโลกเรื่อยมา
Gaggan นำเสนออาหารอินเดียในรูปแบบคอร์สเมน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการฉีกขนบธรรมเนียมเดิมๆ ในเรื่องของรูปลักษณ์เท่านั้น แต่เขายังสาดใส่ความคิดสร้างสรรค์ จนเกิดเป็นนวัตกรรมที่แปลกและแหวกแนว รวมทั้งวิธีการรับประทานอาหารอินเดียแบบใหม่ที่แสนน่าทึ่งและไม่เหมือนใคร สร้างแรงบันดาลใจให้เชฟและผู้คนได้อีกมากมาย
ความพยายามที่ไม่เคยหมดอายุและอาหารที่น่าตื่นเต้นทำให้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เมื่อปี 2019 Gaggan ได้กลายเป็นเชฟชาวอินเดียคนแรกที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ 2 ดวง ร้านของเขาได้รับการบรรจุให้อยู่ในคู่มือมิชลินฉบับแรกของประเทศไทย รวมทั้งรางวัลร้านอาหารอันดับ 1 ของ Asia’s 50 Best Restaurants ถึงสี่ปีซ้อน
แม้ร้าน Gaggan จะต้องปิดตัวลงด้วยเหตุผลทางธุรกิจเมื่อปี 2020 แต่ในที่สุดเขาก็กลับมาเปิดร้านอีกครั้ง เมื่อปี 2022 ที่ผ่านมาในชื่อใหม่ว่า Gaggan Anand แม้จะแตกต่างไปจากร้านแรก แต่ยังคงคอนเซ็ปต์การสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารอินเดีย อีกทั้งดูเหมือนจะเร้าใจยิ่งกว่าเดิม
เป้าหมายของเชฟ Gaggan คือมิชลินสตาร์ 3 ดวงที่เขาจะต้องคว้ามาให้ได้ ซึ่งดูเหมือนความฝันนั้นจะไม่ไกลเกินเอื้อม เพราะทันทีที่ร้านใหม่เปิดตัว Gaggan Anand ก็ติดอันดับ 5 ใน Asia’s 50 Best Restaurants 2023 ซึ่งนับเป็น new entry ที่มาแรงที่สุดของปี และล่าสุดเชฟ Gaggan ได้ร่วมสร้างสรรค์เมนูสุดพิเศษให้กับ Louis Vuitton ณ ร้านไฟน์ไดนิ่ง LV The Place Bangkok - Gaggan at Louis Vuitton ด้วย
อ่านเพิ่มเติม: ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งเปิดใหม่ที่น่าจับตามอง
Haoma

Above ร้าน Haoma ที่เสิร์ฟเมนู à la carte และแบบคอร์สเมนูในสไตล์ Neo-Indian ที่แต่ละเมนูนั้นเรียบง่ายสไตล์มินิมอล
อีกร้านหนึ่งที่น่าชื่นชมในเรื่องการใส่ใจสิ่งแวดล้อม จนอาจทำให้หลงลืมว่า Haoma นำเสนอความเป็นอาหารอินเดีย ร้านเปิดตัวเมื่อปี 2016 และค่อยๆ เติบโตและพัฒนา หาตัวตนจนเจอและสร้างสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ได้อย่างชัดเจน
Haoma เสิร์ฟเมนูอะลาคาร์ตและแบบคอร์สเมนูในสไตล์ Neo-Indian ที่แต่ละเมนูมีความเรียบง่ายสไตล์มินิมอล ในขณะที่บรรยากาศร้านรายล้อมด้วยฟาร์มผักและมีบ่อเลี้ยงปลาอยู่ด้านหลัง วัตถุดิบที่นำมาใช้จะเน้นปลอดสารพิษ เป้าหมายของร้านไม่ใช่เพียงนำเสนอความอร่อยที่น่าสนุกสนาน แต่คือการเป็นร้านอาหารปลอดคาร์บอนแห่งแรกของโลก
แม้ยากที่จะทำให้ใครๆ เชื่อว่า การทำอาหารหรูหราสามารถทำไปพร้อมๆ กับการดูแลรักษาโลกและสิ่งแวดล้อมได้ แต่เชฟ Deepanker Khosla หรือเชฟ DK กำลังทำให้ความเชื่อนั้นเป็นจริงด้วยศรัทธาแรงกล้า พิสูจน์ให้เห็นจากการเป็นร้านอาหารแห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่คว้ารางวัลดาวมิชลิน รักษ์โลกของคู่มือมิชลินปี 2023 ด้วยเหตุนี้ จะเรียกว่า Haoma เป็นร้านอาหารอินเดียที่ยั่งยืนที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ก็คงจะไม่ผิดนัก
Inddee

Above สัมผัสกับร้าน Inddee ร้านใหม่ที่น่าจับตามอง เมื่อเชฟชาวอินเดียทั้งหลายในร้านหยิบยืมเทคนิคและประสบการณ์จากร้านอาหารญี่ปุ่นมาปรุงอาหารอินเดีย
ดูเหมือนว่าอาหารอินเดียในกรุงเทพฯ จะไม่หยุดนำพาความแปลกใหม่มาให้เหล่านักชิมชาวไทยและทั่วโลกได้สัมผัส กับ Inddee ร้านใหม่ที่น่าจับตามอง
จะเป็นอย่างไรเมื่อเชฟชาวอินเดียทั้งหลายในร้านหยิบยืมเทคนิคและประสบการณ์จากร้านอาหารญี่ปุ่นมาปรุงอาหารอินเดีย บอกได้เพียงแค่ว่า Inddee จะพาคุณโลดแล่นไปพบกับสีสันของฤดูกาล รวมทั้งกลิ่นอายของธรรมชาติตั้งแต่เทือกเขาหิมาลัย ไล่เรียงเรื่อยไปกับการพรีเซนต์อาหารตามภูมิภาคทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก โดยที่ไม่ต้องเกรงกลัวถึงความรุนแรงของเครื่องเทศหรือรสชาติที่ไม่คุ้นลิ้น
Jharokha by Indus

Above ร้าน Jharokha by Indus เปรียบดั่งหน้าต่างบานใหม่ที่จะพาเรา ไปสัมผัสประสบการณ์อาหารอินเดีย ที่มีชีวิตชีวาและหลากหลาย
Jharokha by Indus เปรียบดั่งหน้าต่างบานใหม่ที่จะพาเราไปสัมผัสประสบการณ์อาหารอินเดียที่มีชีวิตชีวาและหลากหลาย อาหารแต่ละจานล้วนแต่บอกเล่าเรื่องราวที่เต็มไปด้วยประเพณีเก่าแก่ ขณะเดียวกันก็สะท้อนความสร้างสรรค์กับเทคนิคและนวัตกรรมในการทำอาหารที่ไม่ซ้ำใคร นำทีมโดยเชฟ Sanket Hoskote ผู้มีความคิดสดใหม่และเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเต็มเปี่ยมจากร้านระดับโลก
อาหารอินเดียถือเป็นหนึ่งในอาหารที่ทรงอิทธิพลของโลก มีกลิ่นและรสชาติจัดจ้านจากส่วนผสมเครื่องเทศหลากชนิด หลายคนอาจยังไม่มั่นใจเพราะเกรงจะไม่ถูกปาก แต่หากได้ลองมีประสบการณ์สักครั้ง เชื่อได้ว่าจะต้องติดใจอย่างแน่นอน
อ่านเพิ่มเติม:
Topics



